สภาเช็กอนุมัติฟื้นระบบ EET 2.0 ติดตามยอดขายอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบปี 2027

สภาเช็กอนุมัติฟื้นระบบ-eet-2.0-ติดตามยอดขายอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบปี-2027

สภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐเช็กได้อนุมัติร่างกฎหมายให้นำระบบ Electronic Sales Registration (EET) 2.0 หรือระบบบันทึกและรายงานยอดขายทางอิเล็กทรอนิกส์กลับมาใช้อีกครั้ง โดยมีกำหนดเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 และจะมีระยะทดลองใช้งาน 1 เดือนก่อนที่จะนำมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการนำระบบ EET กลับมาใช้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็ก ร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ให้บริการจำนวนมากในสาธารณรัฐเช็ก รัฐบาลกล่าวว่าระบบนี้จะช่วยปรับปรุงการจัดเก็บภาษีและสร้างเงื่อนไขที่เป็นธรรมมากขึ้นสำหรับธุรกิจ โดยระบบที่ปรับปรุงใหม่นี้ รัฐบาลเรียกว่า EET 2.0 มีจุดประสงค์เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานกว่าระบบเดิมที่นำมาใช้เมื่อปี 2016 โดยระบบใหม่นี้แตกต่างจากระบบเดิม มีการยกเลิกข้อกำหนดในการพิมพ์ใบเสร็จแบบกระดาษในทุกกรณี เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการบริหาร ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Alena Schillerová กล่าวว่า ระบบใหม่นี้จะช่วยลดเศรษฐกิจนอกระบบและปรับปรุงความเป็นธรรมด้านภาษี “EET 2.0 เป็นระบบการลงทะเบียนการขายที่ทันสมัยและง่ายกว่ามาก ซึ่งจะช่วยจำกัดเศรษฐกิจนอกระบบ สร้างความมั่นใจว่าการจัดเก็บภาษีจะเป็นธรรมมากขึ้น และสร้างความเท่าเทียมกันในการทำธุรกิจ” Schillerová กล่าวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติ ภายใต้กฎที่ได้รับการอนุมัติ ธุรกิจต่างๆ จะต้องบันทึกการชำระเงินที่ครอบคลุมทั้งการชำระด้วยเงินสด บัตร และการชำระเงินแบบดิจิทัล ในขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ในระบบภาษีแบบเหมาจ่าย (Flat-rate tax) ขั้นที่ 1 ซึ่งมีรายได้ต่อปีน้อยกว่า 1 ล้านเช็กคราวน์ จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเข้าสู่ระบบนี้ ซึ่งรัฐบาลคาดการณ์ว่าระบบใหม่นี้จะนำรายได้เข้าสู่ประเทศประมาณ 14,000 ล้านเช็กคราวน์ต่อปี หรือประมาณ 23,000 ล้านบาท จากการลดการปกปิดรายได้และการหลีกเลี่ยงภาษี

อย่างไรก็ตามพรรคฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์การกลับมาใช้ระบบ EET โดยอ้างว่าระบบนี้จะสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการโดยไม่ได้ให้ผลประโยชน์ทางการเงินตามที่สัญญาไว้ รัฐบาลชุดก่อนได้ระงับระบบ EET ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ก่อนที่จะยกเลิกอย่างเป็นทางการในปี 2023 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค ODS กล่าวว่าเครื่องมือควบคุมภาษีที่มีอยู่และการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นนั้นได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางธุรกิจแก่หน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว “ผมคิดว่ากฎหมายนี้แย่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือไม่จำเป็น” Jan Skopeček รองประธานพรรค ODS กล่าวในระหว่างการอภิปรายในรัฐสภา นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจยังตั้งคำถามว่าระบบใหม่นี้จะมีประสิทธิภาพเท่ากับระบบเดิมหรือไม่ Miloslav Rut จากกลุ่มที่ปรึกษา Moore Czech Republic กล่าวกับ Novinky.cz ว่าการลบคุณสมบัติการตรวจสอบบางอย่างอาจทำให้ความสามารถของรัฐบาลในการตรวจสอบยอดขายลดลง “EET 2.0 สัญญาว่าจะลดขั้นตอนการบริหารจัดการ แต่การลบรหัสภาษีและการขยายการทำงานแบบออฟไลน์ทำให้สูญเสียความสามารถที่สำคัญในการตรวจสอบทันทีว่าใบเสร็จรับเงินเข้าสู่ระบบแล้ว” Rut กล่าว การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่รวมอยู่ในร่างกฎหมายนี้จะส่งผลกระทบต่อภาษีในวงกว้างมากขึ้น ข้อเสนอนี้ได้นำส่วนลดภาษีหลายรายการที่ถูกยกเลิกไปในสมัยรัฐบาลก่อนกลับมาใช้ใหม่ อาทิ การลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร และยกเว้นภาษีสำหรับทิปสูงสุดถึงร้อยละ 7 ของยอดขาย สำหรับลูกค้าการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุด น่าจะเป็นการกลับมาของการบันทึกการซื้อและการรับเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น ผู้สนับสนุนกล่าวว่าสิ่งนี้จะทำให้การทำธุรกรรมโปร่งใสมากขึ้นและทำให้การแสดงหลักฐานการซื้อเพื่อการคืนสินค้าหรือการเรียกร้องการรับประกันง่ายขึ้น ในขณะที่ผู้คัดค้านเตือนว่าต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบอาจส่งผลกระทบต่อราคาในที่สุด

ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.   

การดึงธุรกรรมเข้าสู่ระบบภาษี (Tax Transparency) สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลเช็กในการขยายฐานภาษีและสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องกับผู้ที่ใช้ช่องว่างเงินสด การบันทึกยอดขายทุกช่องทางจะทำให้การแจ้งบัญชีเท็จทำได้ยากมากขึ้น นอกจากนี้ การที่รัฐบาลใช้แรงจูงใจทางภาษี เช่น การลด VAT สำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร และยกเว้นภาษีสำหรับทิปสูงสุดถึงร้อยละ 7 ของยอดขาย เข้ามาช่วยเยียวยาภาคผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรม (HORECA) เพื่อลดกระแสต่อต้านจากต้นทุนการปรับตัวด้านระบบ IT อย่างไรก็ตามแม้ธุรกิจขนาดเล็กจะต้องแบกรับต้นทุนซอฟต์แวร์/อุปกรณ์รับชำระเงิน แต่ในภาพรวมระบบเศรษฐกิจเช็กมีความพร้อมด้านธุรกรรมดิจิทัลสูง การปรับปรุง EET 2.0 จึงเป็นเพียงการเชื่อมโยงข้อมูลยอดขายของร้านค้าเข้ากับสรรพากรเช็กอย่างเป็นทางการเท่านั้น แม้มาตรการนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคทางการค้าโดยตรงต่อสินค้าไทย แต่ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในยุโรปควรเร่งยกระดับระบบบัญชี การจัดเก็บข้อมูลธุรกรรม และการออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานดิจิทัลของยุโรป เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และลดความเสี่ยงจากข้อกำหนดด้านภาษีที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การลด VAT สำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหารยังเป็นโอกาสสำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของไทย ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการสั่งซื้อเครื่องดื่มจากไทย เช่น น้ำผลไม้ กาแฟกระป๋อง หรือชาไทยพร้อมดื่ม เข้าสู่ช่องทางร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/vsdyrq8b7jwam6ykobr6vdlg&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zkyckDBv4xf5ZETIiAN4A