นวัตกรรมล้ำกว่าชาวบ้านทุกอย่าง แต่ทำไม ‘เศรษฐกิจจีน’ ถึงยังไม่ดี?

หากใครมีโอกาสไปเที่ยวจีน อาจสังเกตได้ว่า บ้านเมืองเขาล้ำสมัยมาก เพราะเต็มไปด้วยนวัตกรรมในเกือบทุกภาคส่วน ซึ่งดูเหมือนจะดี แต่สำนักข่าว ‘The Economist’ รายงานว่า เศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่โควิด-19
The Economist อธิบายว่า ตอนนี้โรงงานต่างๆ ในจีนกำลังหัวหมุนกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่ฟื้นจากผลกระทบของโควิดและวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ แถมเผชิญกับระบบสวัสดิการสังคมที่อ่อนแออีก ทำให้ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย
ด้าน ‘Yuen Yuen Ang’ อาจารย์จาก Johns Hopkins University ก็บอกว่า ในยุคสมัยใหม่ มันไม่มีประเทศไหนบนโลก ที่เร่งลงทุนกับเทคโนโลยีมากมาย ในยามที่เศรษฐกิจบ้านตนเองชะลอตัวลง และเต็มไปด้วยหนี้รัฐมหาศาลแบบนี้ ยกเว้นจีน
จีนกำลังเดิมพันกับเทคโนโลยีในสนามที่มีแต่ความท้าทาย

ในอดีต การเติบโตของจีนเกิดจากการที่โรงงานต่างๆ ไปจ้างแรงงานผู้อพยพราคาถูกมาทำงาน แต่พวกเขากลับไม่สามารถตั้งรกรากในเมืองใหญ่ได้ ทำให้ต้องเอาเงินเดือนไปลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ในถิ่นบ้านเกิดตนเองแทน
สุดท้าย เมืองเล็กๆ จึงเต็มไปด้วยตึกสูงตระหง่านที่เกิดขึ้นในยุคอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟู จนนำพาความเจริญไปสู่เขตที่ยากจนที่สุด แต่เบื้องหลังของเงินลงทุนเหล่านั้นเกิดจากการกู้ยืมของรัฐบาลท้องถิ่น โดยหนี้ส่วนหนึ่งมีมูลค่าสูงถึง 295 ล้านล้านบาท หรือเทียบเท่า 43% ของ GDP ประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐยังต้องบากบั่นทำงานเพื่อชดใช้หนี้จนถึงวันนี้
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน หลังจาก ‘Xi Jinping’ ประกาศกร้าวว่าจะเป็นผู้นำโลกในด้านเทคโนโลยี และมีความหวังอย่างมากในการใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมืองต่างๆ ก็สนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ จนสามารถระดมทุนให้กับ ‘กองทุนเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ’ ได้ถึง 3.4 ล้านล้านบาทในระยะเวลา 12 ปี
ทั้งนี้ The Economist มองว่า ปัจจุบัน ความต้องการของตลาดโลกที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สงครามการค้าอันยืดยาวก็ยังไม่จบ แถมเผชิญกับวิกฤติพลังงานอีก ส่งผลให้ Xi กำลังเดิมพันว่าเครื่องยนต์ใหม่ของตนเองจะพาประเทศไปรอดได้จริงหรือไม่
มันก็มีบางเขตที่รอด บางเขตก็อาจจะยัง

The Economist เผยว่า รัฐบาลท้องถิ่นในเมืองต่างๆ รวมถึงเมืองเล็กๆ ในจีนก็นำนโยบายนี้ไปใช้ โดยนำเงินภาษีและเงินทุนจากบริษัทในพื้นที่มาใช้กับการผลิตยานพาหนะ พร้อมตั้งเขต ‘ไฮ-เทค’ ไว้ล่อบริษัทสมัยใหม่ให้มาลงทุนแลกกับสิทธิประโยชน์
วิธีนี้ก็ประสบความสำเร็จในหลายเมือง เช่น ปักกิ่ง หางโจว เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้นที่สามารถดึงดูดเงินทุนและความสามารถมากมาย จนมีการคาดการณ์ว่า 4 เมืองนี้จะได้รับเงินสูงถึง 70% ของเงินลงทุนด้าน AI ทั้งหมด
พอบ้านเมืองเจริญ อุปสงค์ในการซื้อบ้านก็เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในทั้ง 4 เมืองจึงเริ่มฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ในบางเมืองเช่น อี้ชุน ไม่ประสบความสำเร็จเช่นนั้น เพราะหลังจากลงทุนกว่า 1.1 หมื่นล้านบาทไปกับการสร้างโรงงานรถยนต์ไฟฟ้า การผลิตกลับต้องหยุดชะงัก เนื่องจากขาดซัพพลายเออร์และความเชี่ยวชาญในการผลิต
“มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะบูรณาการเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม แล้วสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น” Ang กล่าว
นอกจากนี้ The Economist วิเคราะห์ว่า มันไม่แปลกเลยที่หลายโครงการจะล้มเหลว เพราะ Xi ผลักดันให้มีการแข่งขันที่รุนแรงมากในภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผู้เล่นต้องแข่งกันตัดราคาและยกระดับคุณภาพ จนเหลือผู้รอดชีวิตไม่กี่คน เช่น BYD ในด้านผลิตรถยนต์, Huawei ในด้านอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Xiaomi ในทั้งสองด้าน
คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ประธานาธิบดี Xi จะพาเศรษฐกิจจีนไปรอดด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้าย นี่จะยิ่งเป็นการเพิ่มช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในประเทศให้กว้างยิ่งกว่าเดิม?
- ค่าย EV จีนบุกตลาดโลกเต็มตัว เป้าหมายคือส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ภายในปี 2030
- จีนใช้ ‘อาเซียน’ เป็นตลาดทดลองสินค้า? เพราะคนรุ่นใหม่เยอะ เปิดรับของหลากหลาย จนได้ดิบได้ดี ก้าวต่อไปคือครองโลก
ที่มา: The Economist
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/why-china-economy-is-not-recovering-with-advanced-innovation/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q-A5AFXG2zqR2B3pD76on
