นายกฯ มอบนโยบายแก้ปัญหา-พัฒนาชายแดนใต้ ย้ำความมั่นคงต้องเดินคู่เศรษฐกิจ สั่งทุกหน่วยบูรณาการข้อมูล ป้องกันยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ปล่อยพื้นที่เป็นช่องว่างของรัฐ
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาและการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ หลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นภารกิจต่อเนื่องจากการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและคณะผู้บริหารของมาเลเซียในหลายประเด็น ทั้งด้านความมั่นคง การสร้างสันติสุข ความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว โดยผลจากการหารือจะถูกนำมาปรับเป็นข้อสังเกตและนโยบาย เพื่อให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่อไป
จากการเดินทางครั้งนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า ภาคใต้ของประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ปลายสุดของประเทศ แต่เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดกับภาคเหนือของมาเลเซีย และเป็นประตูเชื่อมเครือข่ายเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับประชาชนได้อย่างมหาศาล ซึ่งการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทย ขณะที่การลงทุนจากมาเลเซียก็อยู่ในระดับต้นๆ เช่นเดียวกัน ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียใกล้แตะ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ประชาชนขาดรายได้ เกิดความเดือดร้อน และยังกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ดังนั้น รัฐบาลจะไม่ยอมให้มีอุปสรรคใดมาขัดขวางโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การขยายตัวของการค้า และการเดินทางระหว่างสองประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว รัฐก็ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลความมั่นคง ควบคู่ไปกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาวุธผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ การลักลอบนำเข้าสินค้า อาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน เครือข่ายผู้มีอิทธิพล และภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะต้องดำเนินควบคู่กัน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมกันรับผิดชอบปัญหาอย่างบูรณาการ โดยภารกิจสำคัญอันดับแรกคือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้สูงสุด พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ความไม่สงบ การก่อเหตุรุนแรง การลอบวางระเบิด และการสร้างความหวาดกลัวในทุกรูปแบบ เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถยอมรับได้
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และภาคประชาชน โดยต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้มากที่สุด เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และไม่ปล่อยให้เกิดพื้นที่ว่างที่รัฐไม่สามารถเข้าถึงหรือดูแลได้.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2945374&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38LZrA39hs5wdr9J0dqRlz
