พรรคประชาชนจัดงาน Creative Budget Hack เกาะติดงบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปี 70 “สส.อิสริยะ” เผยพบ 3 ช่องโหว่หลัก รัฐบาลประกาศหนุนแต่กลับตัดงบแหลก-จัดงบไม่ถึงมือคนทำงานสร้างสรรค์ เสนอ 3 แนวทางยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยอย่างมียุทธศาสตร์
วันที่ 27 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชนจัดงาน “Creative Budget Hack: อนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในงบประมาณ 2570” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบและสะท้อนมุมมองต่อการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2570 เพื่อนำข้อค้นพบไปขับเคลื่อนและอภิปรายต่อในสภาผู้แทนราษฎร
โดย นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 พบว่าทุกหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ ถูกปรับลดงบประมาณพร้อมกัน
กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเคยเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดเกือบ 9,500 ล้านบาทในช่วงปี 2568–2569 แต่ในปีงบประมาณ 2570 กลับถูกปรับลดลงอย่างมาก ขณะที่งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ในส่วนของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และสถาบันอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT) ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว ก็ถูกปรับลดลงเช่นกัน
นอกจากนี้ งบประมาณของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ขณะที่งบของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) และ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (OKMD) ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลประกาศว่าจะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ก็ลดลงต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
ภาพรวมของงบประมาณปี 2570 คือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถูกปรับลดพร้อมกัน คิดเป็นวงเงินรวม 2,877 ล้านบาท นายอิสริยะจึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลนำงบประมาณส่วนนี้ไปลงทุนในด้านใดที่ให้ผลตอบแทนหรือความคุ้มค่ามากกว่า หรือเป็นเพียงการตัดลดงบประมาณโดยไม่มีแผนรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในระยะต่อไป งบประมาณด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของไทยมีอยู่ 3 ช่องโหว่หลัก
ช่องโหว่แรก “ประกาศสนับสนุน แต่ไม่ให้งบ” แม้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีประกาศสนับสนุนเต็มที่ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ แต่กลับตัดงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ลดลง 25.4% สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ลดลง 38.6% ทั้งที่เป็นหน่วยงานสำคัญในการผลักดันแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก
ช่องโหว่ที่สอง “งบกระจัดกระจาย ขาดยุทธศาสตร์ร่วม” งบประมาณกว่า 17,000 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 6 กระทรวง ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบภาพรวมหรือยุทธศาสตร์ระดับชาติ ทำให้แต่ละหน่วยงานทำงานแยกส่วน ขาดการบูรณาการและการวัดผลร่วมกัน
ช่องโหว่ที่สาม “งบไม่ถึงมือผู้สร้างสรรค์” ส่วนใหญ่ถูกใช้กับโครงสร้างหน่วยงานมากกว่า โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้รับงบเพิ่ม 6.8% แต่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ซึ่งส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยโดยตรง กลับถูกตัดงบ 15.9%
นายอิสริยะกล่าวต่อว่า หากพรรคประชาชนเป็นผู้จัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะออกแบบการใช้งบประมาณอย่างมียุทธศาสตร์และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ด้วย 3 แนวทาง
1. กำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุก จัดตั้ง National Creative Economy Board ที่มีอำนาจจัดสรรงบประมาณข้ามกระทรวง วางยุทธศาสตร์ร่วม และปรับโครงสร้างการทำงาน เพื่อให้ทุกเม็ดเงินถูกใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์จริง ไม่ใช่หมดไปกับค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร
2. ส่งงบประมาณถึงมือผู้สร้างสรรค์โดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปิน นักออกแบบ และผู้ประกอบการอิสระ ยื่นขอรับการสนับสนุนได้โดยตรง ลดขั้นตอนการอนุมัติ พร้อมกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่โปร่งใส วัดผลจากการเติบโตของ GDP ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และมูลค่าการส่งออก ไม่ใช่เพียงจำนวนกิจกรรมที่จัดขึ้น
3. ปรับแบรนด์ประเทศไทยและกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น ด้วยการผลักดันภาพลักษณ์ Spicy Thailand ให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์เติบโตได้ภายใต้เสรีภาพในการแสดงออก พร้อมดึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของแต่ละชุมชนมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้วัฒนธรรมไทยที่หลากหลายเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและระดับโลก
นายอิสริยะกล่าวปิดท้ายว่า การจัดงานในวันนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมติดตามและตรวจสอบการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล พร้อมสะท้อนข้อเสนอเพื่อนำความคิดเห็นของประชาชนไปประกอบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 29 มิถุนายน นี้ รวมทั้งเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่พรรคประชาชนสามารถนำไปขับเคลื่อนเมื่อได้เป็นรัฐบาลในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2942381&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw399DP02nejbMDYolA6dSb_
