
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 มิ.ย.69) เวลา 11.00 น. ณ ห้อง Junior Ballroom โรงแรม Fairmont Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มต้นภารกิจแรกหลังเดินทางถึงกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

โดยพบหารือกับ ผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในเวียดนาม เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม
ผู้แทนจากภาคเอกชนหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 30 คน เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ อาทิ ภาคเกษตรและอาหาร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้างและการผลิต ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนาม และมีศักยภาพในการขยายการค้าและการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต
นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในเวียดนาม พร้อมระบุตอนหนึ่งว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้ส่งสัญญาณว่า ทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมนำศักยภาพมาผสานเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต
โดยเน้นย้ำแนวคิด “เติบโตไปด้วยกัน” ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อทั้งสองประเทศ เนื่องจากเวียดนามมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของโลก ขณะที่ไทยมีความเข้มแข็งด้านอุตสาหกรรม การบริการ โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงกับภูมิภาค จึงมีศักยภาพที่จะร่วมกันเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ในการขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของอาเซียน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเวียดนาม
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้ ตนมีกำหนดเข้าพบหารือกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม ทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม โดยการหารือจะครอบคลุมประเด็นที่ภาคเอกชนสะท้อน และมุ่งส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน (Ease of Doing Business) ตลอดจนผลักดันการลงทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในระยะยาว
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการอาวุโสหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี ที่ได้นำคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจ และฝ่ายความมั่นคง เดินทางเยือนเวียดนามในคณะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงการพบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนามครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโมเดล “ทีมไทยแลนด์ พลัส” (Thailand Plus) ที่ภาครัฐและภาคเอกชนจับมือร่วมกันทำงาน และสะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบรอบด้านระหว่างไทยและเวียดนามอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ผู้แทนภาคเอกชนไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้พบหารือในวันนี้ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม รวมทั้งจุดแข็งและแนวปฏิบัติที่ดีของเวียดนามในการส่งเสริมการค้าและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ทั้งนี้ แม้จะยังมีความท้าทายในด้านการค้าและการลงทุน แต่ก็ยังมีโอกาสที่ไทยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและต่อยอดความร่วมมือกับเวียดนามได้มากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดการหารือว่า การรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุนได้อย่างตรงจุด สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ
“รัฐบาลนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่านไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจของคนไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
- บันทึกความเข้าใจระหว่างกลุ่มอมตะ กับบริษัท FPT Corporation ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate)
- บันทึกความเข้าใจระหว่างกลุ่มบริษัท CP กับบริษัท FPT Corporation ว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/837043&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33XNPqKesyXjBx9tCei4qK
