
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ โดยมีผู้นำหอการค้าจากทั่วประเทศกว่า 500 คน เข้าร่วมระดมความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากฐานรากสู่ระดับประเทศ
ถอดโจทย์ “โลกป่วน-ไทยป่วย”
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่จริงทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว บริการ พลังงาน และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับปัญหาและศักยภาพของแต่ละภูมิภาค
“วันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งจากโลกป่วนและไทยป่วย” ดร.พจน์กล่าว พร้อมอธิบายว่า โลกป่วนหมายถึงความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และกติกาการค้าใหม่ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ไทยป่วยคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทั้งผลิตภาพที่อยู่ในระดับต่ำ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูง กฎระเบียบที่ซับซ้อน รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ SMEs
ด้วยเหตุนี้ หอการค้าไทยจึงต้องทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงข้อเสนอจากภาคธุรกิจในพื้นที่ไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับภาครัฐ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง
ชู 4 วาระเร่งด่วนปลดล็อกเศรษฐกิจ
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญจากการประชุมครั้งนี้ คือการระดมข้อเสนอเพื่อปลดล็อกเศรษฐกิจไทยใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ การค้าและการลงทุน เกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว และพลังงาน
ด้านการค้าและการลงทุน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องเร่งเปิดตลาดและผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนของประเทศ
ด้านเกษตรและอาหาร มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไทยไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับภาคการผลิต
ด้านการท่องเที่ยว เสนอให้ปรับแนวทางจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างคุณภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อหัวที่สูงขึ้น และกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น
ส่วนด้านพลังงาน ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและมาตรการด้านคาร์บอน ซึ่งกำลังกลายเป็นกติกาสำคัญของการค้าโลกและเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในอนาคต
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับอนาคต โดยเฉพาะการเร่งยกระดับ Digital & AI Transformation ให้เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน ขยายตลาด และสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับ SMEs ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ
รวมพลัง 5 ภาค ชงข้อเสนอถึงนายกฯ
ในระดับภูมิภาค หอการค้าทั้ง 5 ภาคได้นำเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่สะท้อนจุดแข็งและปัญหาเฉพาะพื้นที่อย่างชัดเจน โดยภาคกลางเสนอแนวทางพัฒนา Smart Farming และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันออกมุ่งยกระดับผลไม้ สมุนไพร และเศรษฐกิจสุขภาพให้เป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากโคเนื้อคุณภาพสูง ส่วนภาคเหนือผลักดันเทศกาลท่องเที่ยว กาแฟ และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่
สำหรับภาคใต้ มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การพัฒนาระเบียงสุขภาพอันดามัน และการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุน
อีกหนึ่งวาระสำคัญคือการส่งเสริมบทบาทของนักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือ YEC ให้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างผู้นำเศรษฐกิจรุ่นต่อไป โดยเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ดร.พจน์ กล่าวว่า การประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคในปีนี้ไม่ใช่เพียงการประชุมประจำปี แต่เป็นการรวมพลังของเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศเพื่อจัดทำข้อเสนอจากพื้นที่จริงสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการฐานราก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดจากการประชุมครั้งนี้ จัดทำเป็นข้อเสนอเร่งด่วนเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล โดยมีกำหนดนำคณะผู้บริหารหอการค้าไทยและตัวแทนหอการค้าจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เพื่อสะท้อนข้อเสนอของภาคเอกชนจากทั่วประเทศ และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/660373&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GuBkT-6MJ2l0S6m4a43nu
