‘เอกชนตรัง’ ร้องรัฐเร่งจัดการวิกฤตน้ำมันขาดแคลน-กักตุน หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

‘เอกชนตรัง’-ร้องรัฐเร่งจัดการวิกฤตน้ำมันขาดแคลน-กักตุน-หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

บุญชู ศัยศักดิ์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง และประธานกรรมการบริหาร บริษัทตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกรณีภาพข่าวน้ำมันหมดปั๊ม ราคาแพง ประชาชนต้องไปตระเวนเข้าคิวรอซื้อ ถูกจำกัดปริมาณการซื้อจนไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน และภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อน ล้วนมาจากปัญหาคลังน้ำมันของบริษัทต่างๆ จำกัดปริมาณน้ำมันที่ขายให้ปั๊มน้ำมัน

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo01.jpg

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสวนทางกับที่รัฐบาลประกาศว่าปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศมีเพียงพอไปจนถึง 92 วัน ดังนั้น จึงต้องถามรัฐบาลว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เป็นเพราะบริษัทเจ้าของน้ำมันมีการกักตุนน้ำมันเพื่อรอปรับราคาในอนาคตหรือไม่ รัฐควรจะตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชน ภาคประมง รวมถึงภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งระบบ

“เป็นห่วงสถานการณ์ เพราะภาครัฐแทบจะทำอะไรไม่ได้ และการตัดสินใจก็ไม่ทันต่อสถานการณ์ หลังจากนี้ เงินเฟ้อจะตามมาอย่างน้อยประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อราคาสินค้าปรับขึ้นแล้วก็แทบจะไม่มีโอกาสลดลงอีก ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจน”

“ส่วนตัวเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้น เนื่องจากบางสถานีบริการน้ำมันมีการประกาศขึ้นราคาก่อน ทั้งที่น้ำมันยังไม่ขาดแคลน และเมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็กลับมาปรับราคาลงเท่าเดิม จึงมองว่าเป็นการฉวยโอกาสจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ภาครัฐจะมีมาตรการตรวจสอบหรือจัดการเรื่องนี้หรือไม่ โดยเฉพาะคลังน้ำมันของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีอยู่หลายแห่ง หากไม่จ่ายน้ำมันออกมา จะมีมาตรการกำกับดูแลอย่างไร”

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo10.jpg

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวด้วยว่า ในส่วนของผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก อาจยังไม่เห็นผลชัดเจน เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังดำเนินไปตามปกติ แต่ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันอย่างมาก และคาดว่าภายในไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า จะเริ่มส่งผลต่อค่าครองชีพและกระทบค่าแรง ซึ่งจะเกิดเป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจ

“เชื่อว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน ตราบใดที่สงครามยังไม่สงบ และราคาน้ำมันอาจปรับเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แล้วที่บอกว่าประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันได้เอง ถามว่าการผลิตดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในระดับใด หรือยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำไมไม่นำมาใช้หรือรัฐบาลแค่ราคาคุย”  

สำหรับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมห้องเย็นและโรงงานผลิตอาหารทะเลนั้น คาดว่าเดือนหน้าจะเริ่มเห็นผลชัด โดยเฉพาะต้นทุนค่าระวางเรือ ค่าโลจิสติกส์ และค่าพลังงานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น

“ตอนนี้ผู้ประกอบการกังวลหนักหากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันจะส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่า เพราะต้นทุนด้านพลังงานเป็นต้นทุนหลักของการขนส่งและการผลิต การปรับราคาในการส่งออกสินค้าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องพิจารณาความสามารถในการรับภาระของผู้บริโภค โดยปกติผู้ผลิตจะต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มก่อน และพยายามอุดหนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนไว้ หากไม่สามารถรับภาระได้จริงจึงจะพิจารณาปรับราคา ซึ่งถือเป็นทางเลือกสุดท้ายก่อนจะถึงมือผู้บริโภค” 

“ทั้งนี้ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง และจังหวัดอื่นๆ จะรวบรวมข้อมูลปัญหาและข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการ เสนอไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก่อนส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไข โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน” 

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทุกธุรกิจอยู่ที่สภาพคล่องของตัวเอง หากสายป่านทางการเงินไม่เพียงพอ ก็ประสบปัญหาได้ ดังนั้น ในเวลานี้ผู้ประกอบการต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวันและติดตามแนวทางการแก้ปัญหา เตรียมเสนอปัญหาต่อรัฐบาลเร็วๆ นี้”

ขณะที่อำเภอกันตัง ซึ่งเป็นเมืองท่าทำการประมงและท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ขณะนี้เรือประมงพาณิชย์ใน จ.ตรัง มีความต้องการให้รัฐบาลช่วยอุดหนุนน้ำมันเขียวให้กับเรือประมงพาณิชย์ โดยผู้ประกอบการ และไต๋เรือ ต่างก็บอกว่า ออกเรือวันนี้เติมน้ำมันเขียวที่ยังมีอยู่ในสต็อกราคาลิตรละ 32 บาท หากน้ำมันเขียวในสต็อกเดิมหมดลง ก็ต้องเติมน้ำมันในราคาใหม่

ล่าสุด มีการแจ้งปรับราคาแล้วตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม เช่น ฝั่งอ่าวไทยประกาศปรับขึ้นอยู่ที่ลิตรละ 37 บาท  อันดามันปรับขึ้นราคาลิตรละ 34-35 บาท และจะมีการปรับขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐบาลไม่ช่วยตรึงราคาต่อไป เชื่อว่าเรือประมงพาณิชย์จะสู้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ ขณะที่ราคาสัตว์น้ำทะเลก็ต่ำกว่าต้นทุน ยังมีสัตว์น้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเมียนมาก็เข้ามาตีตลาด หากน้ำมันเขียวลอยตัวอาจจะต้องหยุดทำประมง

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo02.jpg

ณรงค์ สมพงษ์ ไต๋เรือจากแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ออกเรือแต่ละครั้งประมาณ 13-15 วัน ใช้น้ำมันประมาณ 20,000 ลิตร หากรัฐบาลไม่ช่วยตรึงราคาต่อไป คิดว่าเรือคงต้องจอด  ส่วนตัวลูก 4 คน เรียนจบแล้ว หนี้สินเหลือไม่มาก แต่คนอื่นอาจต้องแบกรับหนี้สินต่อไป แรงงานต้องถูกเลิกจ้าง

ด้าน สฤษฎ์พัฒน์ ภมรวิสิฐ นายกสมาคมการประมงกันตัง กล่าวว่า เรือประมงพาณิชย์จดทะเบียนใน จ.ตรังประมาณ 200 ลำ เหลือทำประมงจริงประมาณ 120 ลำ ที่เหลือจอด เพราะสู้ต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ได้ ตอนนี้ทั้งน้ำมันแพงและขาดแคลน สินค้าเคมีภัณฑ์ต่างๆ ก็เริ่มขาดตลาด เช่น สีทาเรือ กาว น้ำมันเครื่องจาระบี เป็นต้น ราคาสินค้าสัตว์น้ำต่ำกว่าทุน แต่ราคาขายตามตลาดกลับขึ้นราคา ขณะที่เรือประมงพื้นบ้านก็ประสบปัญหาไม่มีน้ำมันเขียว ทั้งถูกจำกัดน้ำมันใส่แกลลอน และยังขาดแคลน

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo04.jpg

“สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งมีตัวแทนจากหลายจังหวัด เตรียมเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง เพื่อปรึกษาหารือในการแก้ปัญหาในหลายด้าน ทั้งเรื่องปัญหาพลังงาน เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก ปัญหาราคาสัตว์น้ำจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาตีตลาด ปัญหาด้านการต่อใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติที่กระทรวงแรงงานเปลี่ยนระเบียบใหม่ ทำให้ยุ่งยาก ใช้เวลานาน 22 -30 วัน เพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการ เป็นต้น จึงเตรียมเข้าพบตัวแทนรัฐบาลเพื่อให้เร่งแก้ปัญหา”

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo07.jpg

ขณะที่ สุชาดา ศักยะบุตร เจ้าของเรือนำเที่ยวน้องสุทัวร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จะซื้อน้ำมันจากปั๊มบริเวณใกล้เคียงซึ่งเป็นปั๊มขนาดเล็ก เมื่อเกิดสงครามไม่มีการตรึงราคา ทางปั๊มมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ขณะนี้ตกลิตรละ 34 ถึง 35 บาท จึงต้องเอารถไปตระเวนซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อมาใส่เรือ

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo03.jpg

“เมื่อไปซื้อปั๊มขนาดใหญ่ที่มีการตรึงราคาจากรัฐบบาล ก็ไม่ขายน้ำมันให้ ทั้งที่เราบอกแล้วว่าซื้อมาเติมเรือท่องเที่ยว หาดปากเมง บางปั๊มก็ขายแค่ 100 ลิตรหรือ 40 ลิตร ซึ่งจะต้องรวบรวมน้ำมันให้ได้ 200 ลิตรต่อการออกเรือ 1 ทริป เคยนำทะเบียนเรือและใบประกอบการนำเที่ยวไปแจ้งกับปั๊มแต่ทางปั๊มยืนยันไม่ขายให้โดยอ้างว่ากลัวผิดกฎหมาย เรื่องนี้ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งนี้มา ผู้ประกอบการนำเที่ยวไม่สามารถนำเรือไปเติมน้ำมันที่ปั๊มได้”

สุชาดา กล่าวต่อว่าอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือให้ผู้ประกอบการนำทะเบียนเรือไปแสดงที่ปั๊มน้ำมัน ทั้งเรือ เล็กใหญ่มีใบทะเบียนเรือทั้งหมดช่วงเป็นช่วงไฮซีซั่น ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวไม่สามารถซื้อน้ำมันใส่ถังได้ เรื่องดังกล่าวยังไม่เคยสะท้อนปัญหาให้ฝ่ายปกครองทราบ

“จึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาดูปัญหาบ้าง ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวก็ต้องใช้น้ำมันเหมือนกัน ผู้ประกอบมีเรือขนาดเล็กจะซื้อน้ำมันที่ปั๊มขนาดเล็กหาดปากเมง ราคาแพงลิตรละ 4 บาท หากจะซื้อน้ำมันที่ปั๊มขนาดใหญ่ในตัวเมืองสิเกาก็จะไม่คุ้มค่ากับการเดินทาง”

“ขณะนี้ราคาแพ็คเกจทัวร์ เช้าไปเย็นกลับ ขายหัวละ 950 บาท หากราคาน้ำมันไม่เกินลิตรละ 40 บาท ก็จะตรึงราคาไว้ แต่หากน้ำมันราคาสูงขึ้นมาก จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาแพ็คเกจทัวร์ แต่ก็ยังติดปัญหาที่มีการแจ้งราคาไว้กับลูกค้าล่วงหน้าแล้ว”

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo05.jpg

ด้าน ศุภชัย ชูเชิดรัตน์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวหาดปากเมง กล่าวว่า หลังเกิดสงครามตะวันออกกลางมาจนถึงตอนนี้ ปั๊มที่ไม่มียี่ห้อหรือปั๊มขนาดเล็กมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 3-4 บาท โดยดีเซลจะตกอยู่ลิตรละ 34 บาท ส่วนปั๊มขนาดใหญ่ที่รัฐบาล ดึงราคาไว้ยังขายราคาเดิม ไม่แน่ใจว่าราคาจะขยับไปอยู่ที่เท่าไหร่ เมื่อน้ำมันขึ้นราคาย่อมส่งผลกระทบกับผลประกอบการเรือนำเที่ยว

ในส่วนของผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวประมงก็ได้มีการพูดคุยกันเรื่องของการแจ้งราคาให้กับลูกค้าไว้ล่วงหน้าแล้วเพราะมีการบุ๊คกิ้งไว้ หากราคาน้ำมันขยับขึ้นไม่มากราคาทัวร์วันเดย์ทริปเช้าไปเย็นกลับ ขายหัวละ 950 บาท พร้อมอาหารใช้เรือไม้สองชั้นขนาดใหญ่นำเที่ยวในซีซั่นนี้จะต้องตรึงราคาคอร์ดอยู่ที่ 950 บาทต่อคน เพราะมีการแจ้งราคาให้ลูกค้าล่วงหน้าไปแล้ว

เรือนำเที่ยวบริเวณท่าเรือหาดปากเมง จะมีเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ประมาณ 10 กว่าลำหรือหางยาวต่ำกว่า 40 ลำและสปีดโบ๊ทประมาณ 30 ลังในขณะที่นักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 70% ช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงปิดภาคเรียน ทะเลสวยน้ำใสนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo06.jpg

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo08.jpg

Trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-SPACEBAR-Photo09.jpg

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/trang-province-urges-the-government-to-quickly-resolve-the-oil-crisis-before-it-impacts-the-entire-economy&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ML–NeVXgDSCPhpz1e8me