วันนี้ (20 มี.ค. 2569) นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์ถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทย–จีน รวมถึงบทบาทของความร่วมมือระหว่างสองประเทศในบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ในเวทีเสวนาระดับนานาชาติในหัวข้อ “จีนในฤดูใบไม้ผลิ : การพัฒนาของจีนและโอกาสของโลก”
พร้อมระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา จีนและไทยได้ร่วมกันเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระดับสูงระหว่างสองประเทศ
ในการเยือนครั้งดังกล่าว ผู้นำของทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์จีน–ไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ครอบคลุมความร่วมมือในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
นายจางได้กล่าวถึงความสำเร็จของการประชุมสองสภาและการรับรองแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 โดยระบุว่า ประชาคมโลกต่างจับตาทิศทางของจีนอย่างใกล้ชิด ซึ่งจีนหวังว่าแผนพัฒนาดังกล่าวจะไม่เป็นเพียงพิมพ์เขียวสำหรับประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการหยิบยื่นโอกาสใหม่ ๆ ให้กับโลก ท่ามกลางความท้าทายด้านสันติภาพและการพัฒนาในปัจจุบัน
จีนแสดงความคาดหวังว่า การพัฒนาในระยะใหม่ของประเทศจะไม่เพียงสร้างความก้าวหน้าภายใน แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในการขยายความร่วมมือและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน
นายจางยังระบุว่า จีนจะเดินหน้าเสริมสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ให้มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต
การคาดการณ์ระบุว่า ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมดั้งเดิมของจีนจะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10 ล้านล้านหยวน ขณะที่มูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมเกิดใหม่จะขยายตัวจากประมาณ 6 ล้านล้านหยวนเป็นมากกว่า 10 ล้านล้านหยวน สะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนใหม่ที่กำลังเติบโตและเริ่มแสดงศักยภาพในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
นายจางกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีการผลักดันการปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัย และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างจริงจัง ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองฝ่ายมีความสอดคล้องกันอย่างมาก บริษัทจีนจำนวนมากขึ้นกำลังเชื่อมโยงกับความต้องการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย ผ่านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนความร่วมมือในสาขาสำคัญ เช่น ยานยนต์พลังงานใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานสะอาด และเกษตรกรรมสมัยใหม่
ทั้งนี้ จีนยินดีที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ประสานกันของห่วงโซ่การผลิตและการจัดหา ของทั้งสองฝ่าย บูรณาการอย่างลึกซึ้งเข้าสู่กระบวนการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันโดยรวมของกันและกันในตลาดโลก
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จีนจะยังคงยึดมั่นในเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติ ผลักดันการพัฒนาคุณภาพสูง และเปิดประเทศสู่ภายนอกในระดับสูงต่อไป พร้อมกันนี้ จีนยินดีที่จะยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านกับไทย เพื่อผลักดันการสร้าง “ประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน” ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาชนทั้งสองชาติ ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคต่อไป
จีนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง เปิดประเทศกว้าง สร้างโอกาสใหม่สู่โลก
นายเซิ่น ไห่ส่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสื่อสารมวลชนและผู้อำนวยการ China Media Group ได้กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางวิดีโอ ระบุว่า การประชุมสองสภาของจีนซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และเป็นหน้าต่างสำคัญในการติดตามจีนยุคใหม่ ยังคงดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก โดยปีนี้ได้มีมติรับรองเอกสารสำคัญหลายฉบับ รวมถึงโครงร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 พร้อมกำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2026 ไว้ที่ร้อยละ 4.5–5 โดยพิมพ์เขียวการพัฒนาคุณภาพสูงของจีนถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่แก่ประชาคมโลก
นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เน้นย้ำถึงการขยายการเปิดประเทศในระดับสูง การเปิดตลาดโลกอย่างกว้างขวาง และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเปิดกว้างของจีน
ขณะเดียวกัน การพัฒนาพลังการผลิตใหม่คุณภาพสูงของจีนตั้งแต่ต้นปีเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ช่วยกระตุ้นการบริโภค พร้อมใช้ศักยภาพด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี เพื่อผลักดันความทันสมัยแบบจีนและแบ่งปันโอกาสสู่ประชาคมโลก
ย้ำบทบาทไทย–จีน ขับเคลื่อนความร่วมมือภูมิภาค
นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและเสถียรภาพของภูมิภาค พร้อมระบุว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับภูมิภาค
นายนิรัตน์กล่าวว่า ประชาคมโลกให้ความสนใจต่อการประชุมสองสภาและการพัฒนาของจีน โดยแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น สะท้อนวิสัยทัศน์ผู้นำและประสิทธิภาพของรัฐบาล ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนฯ ฉบับที่ 15 ซึ่งจีนยังคงขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพสูงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีควอนตัม ยานยนต์พลังงานใหม่ และอวกาศ
ทั้งนี้ การพัฒนาพลังการผลิตใหม่คุณภาพสูงของจีนยังเอื้อประโยชน์ต่อหลายประเทศ รวมถึงอาเซียน โดยไทยหวังจะกระชับความร่วมมือกับจีนอย่างต่อเนื่อง
นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย กล่าวว่า การพัฒนาของจีนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจีน แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสูง ซึ่งได้เปิดโอกาสอันกว้างขวางให้กับประเทศไทย
จากสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ว่า “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ปัจจุบันความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้ก้าวสู่บริบทใหม่ ที่มุ่งเน้นความร่วมมือคุณภาพสูงในทุกมิติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างประชาคมไทย–จีนที่มีอนาคตร่วมกันต่อไป
ไทย–จีนเดินหน้าความร่วมมืออวกาศ
นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA กล่าวว่า จีนได้แบ่งปันผลสำเร็จจากการพัฒนาแก่ประเทศอื่น ๆ เสมอมา และพลังการผลิตใหม่คุณภาพสูงของจีนเป็นประโยชน์ต่อโลก
โดยในด้านการบินอวกาศ จีนและไทยได้ดำเนินความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการสำรวจอวกาศ การร่วมก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้งาน การฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินอวกาศ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งสะท้อนความพยายามในการสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน และจะสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
อ่านข่าว :
พณ.จับมือห้างเร่งระบายมะพร้าวน้ำหอม 3 ล้านลูก คาดเม.ย.ราคาขยับ
เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ์ โครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ 2569”
อย. ย้ำ ยาไม่ขาด รพ.จำกัดจ่าย 1 เดือน เป็นเพียงแผนสำรองรับวิกฤต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503620&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bjIDdreuncgRDk9l0CZ9r

