ปธน.ทรัมป์  โต้กลับศาล ประกาศภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก

ปธน.ทรัมป์- โต้กลับศาล-ประกาศภาษีนำเข้า-10%-ทั่วโลก

ทันทีที่ ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้มาตรการภาษีแบบครอบคลุม (blanket tariffs) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายภาษีในสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยศาลมีคำวินิจฉัยสั่งยกเลิกมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  โดยระบุว่า การใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อประกาศจัดเก็บภาษีขนานใหญ่นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญและเกินขอบเขตอำนาจที่สภาคองเกรสมอบให้

Reuters/Kevin Lamarque
‘ทรัมป์’ โต้กลับศาล ประกาศภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก ภายใต้มาตรา 122 โดยจะเรียกเก็บเพิ่มเติมจากอัตราภาษีปกติที่เก็บอยู่แล้ว

ศาลชี้ให้เห็นว่า ประธานาธิบดีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าโดยปราศจากการตรวจสอบและอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเหมาะสม  ซึ่งการเคลื่อนไหวของศาลในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้บรรดาผู้นำเข้าสินค้าจำนวนมากยื่นคำร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระไปก่อนหน้า

คำตัดสินดังกล่าวมีแนวโน้มจะส่งผลให้มาตรการภาษีส่วนสำคัญที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้วในวัน “Liberation Day” ต้องยุติลงในทันที มาตรการดังกล่าวอาศัยอำนาจตามกฎหมายปี 1977 หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งในคำวินิจฉัยซึ่งเขียนโดยประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ ระบุชัดว่า “IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดเก็บภาษีศุลกากร”

จากนั้น  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้คำตัดสินดังกล่าวในทันที โดยวิพากษ์วิจารณ์ตุลาการเสียงข้างมากว่าเป็น “ความอับอายของชาติ” และส่งสัญญาณว่าฝ่ายบริหารจะเดินหน้าหาแนวทางอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการค้า

โดยมาตรการแรกที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ประกาศคือ การจัดเก็บ “ภาษีทั่วโลก” ในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 แห่งกฎหมาย Trade Act ปี 1974 ซึ่งเปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถกำหนดภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า อย่างไรก็ดี อำนาจตามมาตราดังกล่าวไม่เคยถูกใช้เพื่อจัดเก็บภาษีมาก่อน

อย่างไรก็ตาม หากยึดตามคำวินิจฉัยครั้งนี้ยังเปิดประเด็นเรื่องการคืนเงินภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้นำเข้าสินค้าได้รับเงินคืนรวมกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อีกทั้งยังเป็นการยืนตามคำตัดสินของศาลล่างสองแห่ง รวมถึงศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ที่เคยวินิจฉัยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายปี 1977 ในการจัดเก็บภาษีทั่วโลก ผลของคำตัดสินคาดว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งระบบการค้าโลก ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ อัตราเงินเฟ้อ และภาระค่าใช้จ่ายของชาวอเมริกันทุกคน

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วางแผนปรับลดภาษีบางรายการ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มโลหะ เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม ขณะที่ฝ่ายบริหารพยายามรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง

เรียงเรียงจาก 

finance.yahoo / CNN / CNBC

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/269091&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UugrCuIv5n_YeGnRxvnm3