กรมทรัพย์ฯ ทลายโกดัง “ของใช้เถื่อน” ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากของปลอม

กรมทรัพย์ฯ-ทลายโกดัง-“ของใช้เถื่อน”-ยึดของกลางกว่า-2-แสนชิ้น-ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากของปลอม

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพบการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสินค้าดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มาตรฐาน กรมฯ จึงเร่งเครื่องดำเนินมาตรการป้องกันและปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือมีสารอันตรายเจือปน อาทิ เครื่องสำอางที่มีสารปรอทหรือสเตียรอยด์ รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ อย. เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว
 
ทั้งนี้ เพื่อให้การป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงบูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยผนึกกำลังกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชนตัวแทนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ปูพรมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศ โดยจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดนำเข้าสินค้า แหล่งกระจายสินค้า และอาคารหรือโกดังเก็บสินค้าอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ตลาดทั้งช่องทางออนไลน์และท้องตลาดทั่วไป ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด
 
สำหรับปฏิบัติการล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ. และตัวแทนเจ้าของสิทธิจากบริษัท อาร์.ดับบลิว.ที. อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด และบริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าปลอมที่ไม่มีฉลากหรือแหล่งที่มาของสินค้ารวม 223,404 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 63.20 ล้านบาท โดยของกลางส่วนใหญ่เป็นสินค้าด้อยคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน อาทิ แชมพู โลชั่นบำรุงผิว ครีมทาหน้า เซรั่มบำรุงผิวหน้า ยาสีฟัน และหัวเทียนมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางออนไลน์ นำมาสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่ในพื้นที่เป้าหมายที่ใช้เป็นแหล่งลักลอบกักเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้
 
ทั้งนี้ ขอย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยควรซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือได้ หรือหากเป็นสินค้าออนไลน์ก็ควรเลือกซื้อจากร้านค้าทางการ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำผิดปกติหรือไม่มีข้อมูลผู้จำหน่ายที่ชัดเจน และควรตรวจสอบเครื่องหมายรับรองและฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เช่น เครื่องหมายการค้า ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ฉลากข้อความภาษาไทย ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง สารที่ใช้เป็นส่วนผสม เลขที่ใบรับแจ้ง ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต วันที่ผลิต และคำเตือน เป็นต้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268009&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wbg16J9OIbHFQdh29p-f-