สื่อนอกวิเคราะห์ไทยกลายเป็น”คนป่วยแห่งเอเชีย”ได้อย่างไร | TOPNEWS

สื่อนอกวิเคราะห์ไทยกลายเป็น”คนป่วยแห่งเอเชีย”ได้อย่างไร-|-topnews

ไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) สื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้เผยแพร่บทความ เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตีแผ่วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย จากที่เคยมีเศรษฐกิจโตระดับเลขสองหลัก แต่วันนี้ กลับโตต่ำต่อเนื่องมาหลายปี

Financial Times ตั้งชื่อบทความดังกล่าวว่า “How Thailand became the ‘sick man’ of Asia” หรือที่แปลเป็นไทยว่า “ประเทศไทยกลายเป็น ‘คนป่วย’ แห่งเอเชียได้อย่างไร”?

เนื้อหาในบทความย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2531 เศรษฐกิจของประเทศไทยเคยเติบโตและพุ่งทะยานถึง 13% จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “1 ใน 5 เสือแห่งเอเชีย” (ประกอบด้วยไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์และเวียดนาม) อย่างไรก็ตาม ภาพความทรงจำเหล่านั้นกำลังเลือนลางหายไป

ปัจจุบันไทยติดอยู่ในภาวะโตต่ำ เฉลี่ยเพียงแค่ 2% มาตลอด 5 ปี และในปีนี้ รัฐบาลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 2% ขณะที่ IMF คาดการณ์อาจโตได้เพียง 1.6% รั้งท้ายภูมิภาคอาเซียน

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งได้ให้ความเห็นไว้กับ Financial Times อย่างน่าสนใจว่า “ประเทศไทยเคยถูกมองว่าสดใส แต่ปัจจุบัน กลับกลายเป็นคนป่วยของเอเชียภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี”

ขณะที่ไฟแนนเชียล ไทม์สชี้ว่า สาเหตุหลักมาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องสังคมที่สูงวัยอย่างรวดเร็ว ประชากรลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา อัตราการเกิดของประเทศไทยตกต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี

และที่น่ากลัวที่สุดคือ “หนี้ครัวเรือน” ที่สูงเกือบ 90% ของ GDP ติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย ทำให้คนไทยไม่มีกำลังซื้อและต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่ายกันอย่างหนัก จนบรรยากาศตามร้านอาหารหรือแหล่งช้อปปิ้งเริ่มเงียบเหงา ร้านค้าต่างปิดตัวลง

ขณะที่ภาคการผลิตก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน อุตสาหกรรมรถยนต์ที่เคยเป็นความภูมิใจ วันนี้ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ฮอนด้า ซูซูกิ และนิสสัน เริ่มปิดโรงงานหรือลดกำลังผลิตลง เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว ทั้งยังถูกซ้ำเติมด้วยสินค้าราคาถูกจากจีนและการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม

ส่วนอุตสาหกรรมบริการที่เป็นความหวังอย่างการท่องเที่ยวก็ยังไม่กลับไปจุดเดิม โดยปีที่ผ่านมา (2568) ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ 32.9 ล้านคน ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า (2567) และยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดที่เคยทำได้ถึง 40 ล้านคน

นอกจากนี้ ไทยยังมีประเด็นเรื่องความปลอดภัยจากปัญหาสแกมเมอร์หรือแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และการแข่งขันจากประเทศอย่างญี่ปุ่นและเวียดนามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปแทน

อย่างไรก็ตาม ไฟแนนเชียล ไทม์สระบุว่า ตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยที่สำคัญคือ “ความไม่แน่นอนทางการเมือง” ไทยมีการเปลี่ยนรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจเดิมกับพรรคปฏิรูปทำให้งบประมาณและการผลักดันนโยบายขาดความต่อเนื่อง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น

ขณะเดียวกัน การขาด “เครื่องยนต์ใหม่”หรือตัวขับเคลื่อนใหม่ๆ มาผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น Data Center (ศูนย์ข้อมูล) , การผลิตสินค้ามูลค่าสูง, ยา, และเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงนโยบายกำแพงภาษีและการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจของไทย

ประเด็นเศรษฐกิจทั้งหมดนี้ จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ในการเลือกตั้งทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองต่างก็ประกาศว่าจะเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศ

บทสรุปจากนักเศรษฐศาสตร์และบรรดาผู้เชี่ยวชาญยืนยันตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยตอนนี้ไม่เพียงอยู่ในห้อง ICU แต่ถ้าไม่รีบผ่าตัดด่วน โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากที่เป็น “คนป่วย” ก็อาจทรุดลงไปอีกจนกลายเป็น “คนไข้อาการโคม่า” ในอนาคตอันใกล้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1478681&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1m-39Y9qTkKe9DIUfrPke2