สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “Report and Engage” เพื่อนำเสนอผลการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของระบบเศรษฐกิจสุขภาพไทย ผ่านเครื่องมือ SROI (Social Return on Investment) ครอบคลุม 4 สาขาหลัก และพื้นที่ 6 จังหวัดนำร่อง โดยหวังยกระดับข้อมูลเชิงลึกที่ภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจ พร้อมเผยตัวเลขที่โดดเด่นที่สุด – โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยให้ผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 6.5 เท่า จากงบลงทุนเพียง 1 บาท
แก้ Pain Points อุตสาหกรรมสุขภาพไทย ด้วยการวิจัยเชิงลึก
ในพิธีเปิดงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. ระบุว่า “โครงการ SROI” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ 4 ด้านของอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสุขภาพ ได้แก่
- การขาดฐานข้อมูลด้าน Wellness Economy
- การไม่มีข้อมูลสถานประกอบการที่ชัดเจน
- ช่องว่างด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ
- การขาดแผนธุรกิจที่เป็นระบบและสามารถนำไปใช้ได้จริง
โครงการนี้ใช้ชุดเครื่องมือผสมผสาน ทั้ง PAR, SROI, CBA และ BMC เพื่อสร้างกรอบวิเคราะห์ระดับสากลใน 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม อาหารสุขภาพ และการแพทย์เชิงป้องกัน
“จีโนมิกส์ประเทศไทย” ดาวเด่นของการลงทุนเชิงสุขภาพ
ดร.พรพจน์ ศรีดัน หัวหน้าโครงการวิจัย นำเสนอผลการศึกษาที่เป็นไฮไลต์ที่สุดของงาน ได้แก่ โครงการ Genomics Thailand ที่มุ่งพัฒนาการแพทย์แม่นยำ (precision medicine) และบริการรักษาเฉพาะบุคคล ผลวิจัยพบว่าโครงการนี้มี SROI สูงถึง 6.51–6.58 เท่า หมายความว่า
เมื่อลงทุน 1 บาท สังคมไทยได้รับกลับคืนกว่า 6.5 บาท
ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นสะท้อนทั้งการลดค่าใช้จ่ายการรักษาโรคร้ายแรง และคุณภาพชีวิตผู้ป่วยที่ดีขึ้น รวมคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) มากกว่า 56,000 ล้านบาท
6 พื้นที่นำร่องโชว์ศักยภาพสู่ตลาดสากล
นอกจากภาพใหญ่ระดับประเทศ งานวิจัยยังลงพื้นที่สำรวจจริงใน 6 จังหวัด เพื่อค้นหา “ต้นทุน จุดแข็ง และโอกาสต่อยอดเชิงเศรษฐกิจสุขภาพ” ซึ่งแต่ละจังหวัดมีอัตลักษณ์และโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน
น่าน – เมืองสมุนไพร
- โครงการ Thai Cosmetopoeia สร้างผลิตภัณฑ์จาก “ใบหมี่” ส่งเสริมรายได้ชุมชน SROI 1.33 เท่า
- โครงการพัฒนาผู้ประกอบการสุขภาพ สสจ.น่าน SROI 1.21 เท่า
ทั้งสองโครงการชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากเมื่อเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้อง
ภูเก็ต – ประตูสู่ Wellness ระดับสากล
- ศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน (มอ.ภูเก็ต) SROI 1.24 เท่า
- เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 208 ล้านบาท SROI 0.29 เท่า
ภูเก็ตถูกมองเป็นพื้นที่ที่สามารถผลิตบุคลากรด้านสุขภาพระดับโลก และเป็น gateway สำคัญในตลาด Wellness Tourism
เชียงใหม่ – เส้นทางสุขภาพเชิงวัฒนธรรม
- เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3 รูปแบบ สร้างมูลค่ากว่า 156 ล้านบาท SROI 0.39 เท่า
- โครงการเมืองอุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก SROI 0.11 เท่า
แม้ผลตอบแทนยังต่ำ แต่ศักยภาพเชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นถือเป็นจุดแข็งสำคัญในระยะยาว
ขอนแก่น – แหล่งอาหารสุขภาพของอีสาน
มุ่งพัฒนาอาหารสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรม SROI 0.52 เท่า โดยผลประโยชน์กว่า 70% ตกอยู่กับผู้ประกอบการในพื้นที่
กระบี่ – อาหารเป็นยาในแนวอนุรักษ์
พัฒนาแนวคิด “อาหารปลอดภัย” เชื่อมกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ SROI 0.32 เท่า ช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: สร้างฐานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ ผลักดันไทยสู่ Wellness Hub ของโลก
ในช่วงสรุป ทีมวิจัยเสนอให้ภาครัฐเร่งพัฒนา
- ฐานข้อมูลเศรษฐกิจสุขภาพระดับชาติ (National Wellness Economy Database)
- ระบบมาตรฐานสถานประกอบการที่เทียบเท่าสากล
- กลไกเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการวางแผนธุรกิจ
เป้าหมายสูงสุดคือทำให้ประเทศไทยกลายเป็น Medical & Wellness Hub ที่แข่งขันได้ในระดับโลก
อ้างอิง: hsri
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/news/genomics-thailand-6-5x-return&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eq56i4nbcmNVga7Argu3Q
