ครม.เศรษฐกิจ ไฟเขียว! 4 มาตรการเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้

ครม.เศรษฐกิจ-ไฟเขียว!-4-มาตรการเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6 / 2568 ว่า มีมาตรการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 

1. มาตรการลดภาะระหนี้ และปล่อยสินเชื่อ โดยจะพักเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนเกณฑ์ไม่ให้เป็นหนี้เสีย หรือ NPL 

1.1 สินเชื่อเยียวยา ให้ผู้ประสบภัยกู้เพิ่มรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน อนุมัตวงเงินโดยเร็ว

1.2 สินเชื่อฟื้นฟู ดอกเบี้ยต่ำ 0% นาน 12 เดือน ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย ธปท. และสมาคมธนาคารไทย จะไปออกแบบมาตรการต่างๆ 

1.3 สำหรับมาตรการช่วยเหลือ SME จะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาค้ำประกันให้ โดยนำต้นแบบสินเชื่อจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้มาปรับใช้ 

”สำหรับมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน จากเหตุการณ์น้ำท่วม จะดำเนินการโดยใช้เงินเงินทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือ SFIs ทั้งหมด ยืนยันว่า ไม่กระทบต่องบประมาณของภาครัฐ เนื่องจากไม่ได้ใช้เงินของรัฐ แต่เป็นความร่วมมือของสถาบันการเงิน ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน“

ส่วนสถาบันการเงินของเอกชน นายเอกนิติ ระบุว่า หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ทางภาครัฐจะช่วยดูแลโดยกำหนดให้ตั้งเป็นโครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อดูแลความเสี่ยงสถาบันการเงินของเอกชน 

โดยธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย จะร่วมบูรณาการให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ พร้อมพิจารณาผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้ธนาคารเอกชนสามารถเข้าร่วมมาตรการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะมีการหารือกับกระทรวงการคลัง ในเรื่องของเงินชดเชยเป็นลำดับต่อไป

2. มาตรการเพิ่มเงินในกระเป๋า ส่วนหนึ่งเป็นเงินเยียวยา 9,000 บาท โดยวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.68) ที่ประชุม ครม. จะมีการอนุมัติงบกลางที่จะเบิกให้กับประชาชนครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมระบบไว้เรียบร้อยแล้ว                                                     

2.1 กระทรวงการคลังได้ขยายเงินทดลองเพื่อให้เอามาใช้จ่ายจังหวัดละ 100 ล้านบาท และจะมีการผ่อนเกณฑ์ในการเบิกจ่ายในระเบียบต่างๆให้สามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อมาช่วยประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ                                   

2.2 ประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย ทางคณะกรรมการกำกับส่งเสริมธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. จะจ่ายให้ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัย / ร้านค้า 30,000 บาท (มีประกัน) / รถยนต์ ถ่ายรูปมาเคลมได้เร็วขึ้น จากการถ่ายรูปรถคู่กับทะเบียนและระดับน้ำที่ท่วม                                

2.3 สำหรับแรงงาน กรณีเงินนำส่งประกันสังคม จะขยายให้ทั้งหมด ส่วนลูกจ้าง จะมีการจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน ร้อยละ 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะมีสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โดยมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท

3. มาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย จะมีการขยายการจ่ายค่าภาษีและค่าทำเนียมทั้งหมด / ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ประสบภัยตามความต้องการของผู้ประกอบการ / ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซ่อมแซมสินทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท / สำหรับผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัย องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 

ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงพาณิชย์จะช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัยภาคใต้ แบ่งเป็น 3 ระยะ 

ระยะที่ 1 ช่วยเหลือเร่งด่วน ด้วยการส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นให้ประชาชน โดยจะร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้า ห้างโมเดิร์นเทรด และพันธมิตร ช่วยลดราคาสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำความสะอาด วัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยจะจัดงานธงฟ้า ลดสูงสุด 80%  

ระยะที่ 2 การเยียวยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยได้อย่างสะดวก 

ระยะที่ 3 การฟื้นฟู โดยจะจัดมหกรรมธงฟ้า ส่งเสริมอาชีพผ่านแฟรนไชส์ราคาประหยัด เปิดจุดจำหน่ายสินค้า และจัดงานแสดงสินค้าภาคใต้ พร้อมจัดหน่วยเคลื่อนที่ให้เข้าถึงชุมชนที่เข้าถึงยาก และนำผู้ประกอบการแฟรนไชส์ต่างๆลงพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสมัครเพื่อสร้างอาชีพใหม่ โดยกระทรวงพาณิชย์จะประสานกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังได้ร่วมมือกับ SME DBank เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

4. มาตรการฟื้นฟูระยะยาว จะมีการตั้งคณะทำงานถอดบทเรียนภัยพิบัติ เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ จะมีการประสานร่วมมือกับประเทศที่มีประสบการณ์ เช่น ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยของไทย / ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเตรียมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวและให้หน่วยงานราชการจัดสัมมนาในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้และเม็ด

นอกจากนี้ สำหรับมาตรการค่าน้ำค่าไฟฟรีเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเอกนิติ ได้ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน” ระบุว่า จากสถานการ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ แม้จะไม่กระทบต่อ GDP โดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดคือ “ชีวิตของประชาชน” โดยเฉพาะครอบครัวรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดและไม่รู้จะเริ่มต้นใหม่อย่างไร

กระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คู่หูเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน”

โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า จากการที่ตนเพิ่งลงพื้นที่หาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเที่ยงคืนเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.68) พร้อมผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้บริหารสถาบันการเงินของรัฐ และคณะจากกระทรวงการคลัง เพื่อประเมินสถานการณ์จริง พบว่า ความเสียหายในพื้นที่มีความรุนแรงต่อประชาชนมากกว่าที่จะวัดได้จากตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเน้นว่า การทำนโยบายต้องมองทั้งเสถียรภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน ไม่ใช่มองเฉพาะตัวเลขภาพใหญ่

“ที่ท่านอาจารย์ป๋วยเคยบอกเสมอว่า งานของนักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ดูแค่ภาพใหญ่หรือเสถียรภาพมหภาค แต่คือ ชีวิตของคนจริง ๆ การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เราเห็นชัดว่าต่อให้ผลกระทบทางแมคโครไม่มาก แต่ชีวิตของประชาชน ครอบครัว โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้รับความเสียหายหนัก คนจำนวนมากไม่เหลืออะไรเลย”

ขณะที่คสามคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นายเอกนิติระบุว่า ขณะนี้  ต้องรอดูก่อนว่าจะใช้งบประมาณจากแหล่งใด เพราะงบประมาณกลางจากปี 2569 จะต้องนำมาช่วยน้ำท่วม ซึ่งต้องขอดูภาพรวมก่อน โดยการประชุมครม.เศรษฐกิจ วันนี้ กระทรวงการคลังได้เสนอนโยบายเพื่อเต็มออกซิเจนพักต้น โดยเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)  สมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0%

กระทรวงการคลัง
ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเสริมว่า แม้นโยบายการเงินจะดูภาพรวมและไม่เจาะจงแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่ ธปท. ได้สั่งผ่อนเกณฑ์สถาบันการเงินทุกด้านเพื่อช่วยผู้ประสบภัยเต็มที่ ทั้งการไม่ให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระถูกจัดชั้นเป็น NPL การลดภาระดอกเบี้ย รวมถึงการลดอัตราผ่อนชำระบัตรเครดิตจาก 8% ลงเหลือ 0–3% ตามความจำเป็น

ขณะเดียวกัน นายวิทัย กล่าวว่า หาดใหญ่และสงขลามีสัดส่วนต่อ GDP ประเทศประมาณ 2.6% ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจราว 0.1–0.2% แต่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก จึงต้องอาศัยมาตรการเจาะจง เช่น การลดดอกเบี้ยเป็น 0% ในพื้นที่เสียหายรุนแรง และมาตรการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม 9 จังหวัดที่เตรียมทยอยออกตามมา

พร้อมย้ำว่า ธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐต่างพร้อมร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยเฉพาะมาตรการที่ต้องทำแบบเฉพาะหน้าเพื่อประคองประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ประสบภัย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/262693&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uR223WMGaBe6F-DXIGF5J