ความยั่งยืนเริ่มจากการลงมือทำวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ความยั่งยืนเริ่มจากการลงมือทำวันนี้-เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

บริษัท พี.เอส.ที.พาราวู้ด (2559) จำกัด บนเส้นทางแห่งความยั่งยืน ของผู้ประกอบการไทย ที่เริ่มจากหัวใจของคนทำงาน

  ในอุตสาหกรรมไม้ยางพาราที่มีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การพัฒนาให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงจำเป็นต้องมีผู้นำที่มองลึกกว่าตัวเลขกำไร คุณพรศักดิ์ งามรัตนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พี.เอส.ที.พาราวู้ด (2559) จำกัด คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจจากศูนย์ เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง และขับเคลื่อนองค์กรด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นต่อพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

จุดเริ่มต้นของ บริษัท พี.เอส.ที.พาราวู้ด (2559) จำกัด

  “ธุรกิจของผมเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่เกษตรกรต้องโค่นต้นยางพาราจำนวนมากเพราะกรีดน้ำยางจากต้นไม่ได้ ทำให้ต้องปลูกต้นยางพาราใหม่ทดแทน ทำให้ไม้ยางพาราล้นตลาด ตอนนั้นโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราก็มีอยู่ไม่กี่โรง ผมก็เลยคิดว่ามันเป็นโอกาสที่จะมาตั้งโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราเพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบตรงนี้ให้มีค่ามากยิ่งขึ้น

ก่อนเข้ามาทำโรงงานนี้ ผมไม่มีความรู้เรื่องไม้ยางพารามาก่อนเลย เพราะเดิมทีผมทำธุรกิจร้านอาหาร แต่พอเริ่มมาลงมือทำจริง ผมเรียนรู้ทุกอย่างจากประสบการณ์ล้วน ๆ ศึกษาวิธีอบไม้ยางพาราเอง แก้ปัญหาเอง ทดลองเอง จนเริ่มเข้าใจระบบทั้งหมด โดยเมื่อก่อนวัตถุดิบมีเยอะ เพราะโรงงานมีน้อย แต่พอโรงงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็เริ่มแย่งวัตถุดิบกัน ราคาก็ปรับสูงขึ้น ทำให้เราต้องปรับตัวหนักเหมือนกัน เพราะถ้าเราบริหารไม่ดี มันไปต่อไม่ได้แน่นอน”

จุดแข็งที่โดดเด่นจากคู่แข่ง

 สินค้าของบริษัท บริษัท พี.เอส.ที.พาราวู้ด (2559) จำกัด มีจุดเด่นอยู่ที่คุณภาพของไม้ยางพาราที่ผ่านการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างเข้มงวด และการควบคุมกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ทำให้ไม้มีความแห้งสม่ำเสมอ ไม่บิดงอ แข็งแรง ทนทาน เหมาะต่อการนำไปแปรรูปในงานเฟอร์นิเจอร์และอุตสาหกรรมไม้ระดับคุณภาพ

แนวคิดการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน

  “เมื่อก่อนโรงงานที่ประกอบการโรงเลื่อยไม้ยางพาราในภาคใต้มันน้อย วัตถุดิบมันก็มีเพียงพอ แต่ ณ ปัจจุบัน ปัญหาที่พบเจอคือมีโรงงานเกิดขึ้นหลากหลาย แย่งวัตถุดิบกันจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ราคาวัตถุดิบปรับสูงจนไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้ บริษัท พี.เอส.ที.พาราวู้ด (2559) จำกัด เริ่มจากการคิดหาทางว่าทำอย่างไรดีที่พอจะลดต้นทุนได้ เราก็เริ่มมีการทำโซล่าเซลล์ขึ้นมา ซึ่งอันนี้ได้ผลมากเลย เพราะโรงงานไม้ยางของเรา เดือนหนึ่งเมื่อก่อนผลิตเต็มที่ เราใช้ค่าไฟเดือนละสองล้านกว่าบาท แต่ตอนนี้พอติดตั้งโซล่าเซลล์ไปสองเฟสแล้ว เราลดค่าใช้จ่ายไปได้ประมาณห้าถึงหกแสนบาทต่อเดือนเลย หลังจากนั้นเราก็ต่อยอดแนวคิดดเรื่องของ ESG เรื่อยมา

สำคัญที่สุดเลยคือเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะโรงงานผลิตไม้จะมีเรื่องของฝุ่น เรื่องของขยะ เรื่องของควัน โรงงานของเราก็มีการควบคุมตลอด ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเราพึ่งมาควบคุมเรื่องนี้ เราทำมาตลอดในเรื่องการควบคุมมลภาวะ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนชุมชนโดยรอบ

   พร้อมทั้งทุก ๆ ปี เราจะเป็นประธานกฐินผ้าป่าให้กับวัดตามชุมชน หรือไม่ว่าจะเป็นเทศกาลวันเด็กเราก็มีของขวัญไปทุกหน่วยงาน การมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ตลอดจนสาธารณกุศลที่ยื่นมือมาขอความช่วยเหลือ เราซัพพอร์ตให้ทุกรายการครับ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคม

นอกจากจะช่วยเหลือสังคมโดยรอบแล้วสังคมในโรงงานก็สำคัญไม่แพ้กัน เรามีพนักงานอยู่ประมาณสี่ร้อยคน เราก็มีการคัดแยกขยะเป็นสามประเภท แล้วก็นำมาขาย พอขายได้เท่าไหร่ เราไม่ใช่เอาเข้าบริษัทนะครับ เงินที่ได้เรานำมาซื้อข้าวของเครื่องใช้เครื่องกินแจกกับพนักงานที่อาศัยอยู่ ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้พนักงานรักองค์กรมากยิ่งขึ้นเมื่อเขารักองค์กรผลดีก็จะส่งมาถึงคุณภาพของงาน

   สุดท้ายองค์กรของเรามีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ในเรื่องของค่าแรงของพนักงาน เราก็สามารถตรวจสอบได้ ในเรื่องของระบบการเงิน การบัญชีของบริษัทก็สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงพนักงาน ระบบการเงิน ทุกอย่างเราสามารถตรวจสอบได้หมดครับ”

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าจะทำให้บริษัทเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมรอบโรงงานให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน เพราะ ESG ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่ แต่ ESG คือเครื่องมือที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้จริง ๆ

SCB สนับสนุนแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

  “เราใช้บริการของ SCB มาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจไม้ยางพาราเลยครับ ตอนแรกก็เพราะในเครือญาติใช้บริการธนาคารไทยพาณิชย์ กันอยู่แล้วก็แนะนำมา หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยไปจากธนาคารไทยพาณิชย์ เลย คิดว่า ณ วันนั้นที่ตัดสินใจ ก็ยังมีความรู้สึกว่าเราไม่ผิดหวังกับธนาคารเลย ซึ่งทางธนาคารไทยพาณิชย์ ให้คำปรึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับการลงทุน ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน เขาให้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว และเราได้ข้อมูลทันที อันนี้สำคัญมากครับ คิดว่า ณ วันนั้นที่ตัดสินใจ วันนี้เราก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมว่าไม่ผิดหวังเลย เรามีเพื่อนคู่คิด มีผู้ร่วมลงทุนที่พร้อมเดินไปด้วยกัน

ทุกครั้งที่เรามีปัญหาธนาคารไทยพาณิชย์ จะเข้ามาช่วยตลอด ช่วงโควิดก็เหมือนกันครับ เขายื่นมือมาช่วยทันที

สำหรับผู้ประกอบการท่านอื่นที่ยังไม่เคยใช้บริการกับธนาคารหรือใช้ธนาคารอื่นอยู่ ผมอยากให้ลองใช้บริการของธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นทางเลือกดู จากประสบการณ์ที่ผมใช้มาตลอด ผมคิดว่าเป็นธนาคารที่ดูแลเราอย่างดีจริง ๆ และผมก็ยังมีความรู้สึกว่าเราไม่ผิดหวังเลยครับ

“ตลอดระยะเวลากว่า 34 ปีที่ผ่านมา บริษัท พี.เอส.ที.พาราวู้ด (2559) จำกัด ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยหัวใจของความตั้งใจจริง ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อพนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม การเดินหน้าสู่ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นเส้นทางที่บริษัทเชื่อมั่นว่าจำเป็นต่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทย และเมื่อมีพันธมิตรที่เข้าใจธุรกิจ มองเห็นศักยภาพ และพร้อมร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกันอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทจึงสามารถก้าวต่อได้อย่างมั่นคง แม้ในวันที่สถานการณ์ไม่ง่าย

ESG Start Now – เริ่มเพื่อรอด เพราะความยั่งยืนเริ่มจากการลงมือทำวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.scb.co.th/th/sme-banking/articles/success-story-and-inspiration-case/pstparawood2559/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2n0FNdX4PT3FmHt-QZuhX_