คลายล็อกเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บทบาทใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
17/11/2568 | 143 |
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และตามมาด้วยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 ซึ่งระบุช่วงเวลาห้ามจำหน่ายและบริโภคที่ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว คณะรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือเพื่อแก้ไขปัญหา

มติสำคัญจากการประชุม คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ (13 พ.ย. 68)
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าร่วม โดยมีมติสำคัญดังนี้:
-
ยกเลิกการห้ามขายช่วง 14.00-17.00 น. (ทดลอง 6 เดือน): ที่ประชุมเห็นชอบให้ปลดล็อกการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งในอดีตมีเหตุผลเพื่อป้องกันข้าราชการดื่มในเวลาราชการ นายโสภณระบุว่า “สมัยนี้มันหมดยุคแล้ว ข้าราชการไม่ไปดื่มเหล้าในช่วงบ่ายแล้ว” การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะมีการ ประเมินผลดีทางเศรษฐกิจและข้อกังวลเรื่องสุขภาพเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่
-
อนุญาตให้นั่งดื่มต่อ 1 ชั่วโมงหลังเที่ยงคืน: แม้จะไม่มีการขยายเวลาขายออกไปถึง 04.00 น. ตามข้อเรียกร้องของภาคการท่องเที่ยว แต่ที่ประชุมมีมติให้ “ผู้ดื่ม” สามารถนั่งดื่มในสถานที่ขายต่อได้อีก 1 ชั่วโมงหลังเที่ยงคืน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ห้ามมีการซื้อเพิ่มเติม ในช่วงเวลาดังกล่าว เหตุผลที่ไม่มีการขยายเวลาขายออกไปมากกว่านี้มาจากการพิจารณาสถิติอุบัติเหตุที่เกิดในช่วงเวลา 02.00-03.00 น. ซึ่งพบว่าเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุสูงสุด
-
คงมาตรการโซนนิ่ง: เรื่องการกำหนดโซนนิ่งการจำหน่ายสุรากับระยะห่างจากสถานศึกษายังคงมีอยู่ โดยจะมีการกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การนับระยะจากรั้วหรือตัวอาคารเรียน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติจริง
ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจและการดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญ การปลดล็อกช่วงเวลาดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
หลังจากนี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 15 วัน และคาดการณ์ว่าประกาศฉบับแก้ไขจะมีผลบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาได้ประมาณต้นเดือนธันวาคม 2568
การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการตอบสนองต่อพลวัตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลด้านสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม การประเมินผลในระยะ 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/443308&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yDXaFMmWb88qz7fyLhoeY
