เงินบาทสัปดาห์นี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐทยอยประกาศ-ลุ้นส่งออกไทย ต.ค.

เงินบาทสัปดาห์นี้-ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐทยอยประกาศ-ลุ้นส่งออกไทย-ตค.

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา  เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.38 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายกรอบแคบระหว่าง 32.26-32.53 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ยกเว้นเยนและปอนด์

ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้กฎหมายงบประมาณชั่วคราวยุติ Government Shutdown ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

Tradingview
ทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้ เฟดส่งสัญญาณเข้มงวด ตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะทยอยประกาศออกมา รวมถึงในประเทศรอตัวเลขการส่งออก ต.ค.68

โดยกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 

ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)ระบุว่ามีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราเงินเฟ้อในระดับปานกลางควบคู่ไปกับการขึ้นค่าจ้าง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเป้าหมายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่ รมต.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่าเงินเฟ้อยังไม่สามารถยืนระยะที่ 2% ได้อย่างยั่งยืน สะท้อนมุมมองของรัฐบาลที่เห็นว่ายังเร็วเกินไปสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งของบีโอเจ

ส่วนอังกฤษเปิดเผยตัวเลขจีดีพีที่น่าผิดหวังขณะที่ทิศทางด้านการคลังมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 6,589 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 2,613 ล้านบาท
 
สำหรับในสัปดาห์นี้ ผู้ร่วมตลาดจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะทยอยประกาศออกมาซึ่งรวมถึงรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรและค่าจ้างที่แท้จริงเดือนกันยายน โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เห็นภาพเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น

กรุงศรีอยุธยา ตั้งข้อสังเกตว่าในระยะนี้ดูเหมือนเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายจงใจแสดงท่าทีที่เป็นอิสระต่อกันทั้งในแง่การประเมินภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อทั้งๆที่ระหว่าง Shutdown ไม่มีประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ ทำให้ตลาดไม่มั่นใจว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมหรือไม่

นอกจากนี้ การเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดรอบล่าสุด อาจช่วยให้ตลาดเข้าใจมากขึ้นว่าคณะกรรมการมีความเห็นแตกแยกเพียงใดเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในระยะข้างหน้า ส่วนปัจจัยในประเทศตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ซึ่งมีแนวโน้มชะลอลง
 
สำหรับค่าเงินเยน นักลงทุนมองว่าโอกาสการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางการญี่ปุ่นในเวลานี้มีน้อยยกเว้น USD/JPY จะพุ่งทดสอบระดับ 160

ทั้งนี้ ท่ามกลางนโยบายการเงินที่ระมัดระวังของบีโอเจและนโยบายการคลังของนายกฯทาคาอิจิ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรฝั่งสหรัฐฯอาจต้องลดลงอย่างมากเพื่อเป็นเงื่อนไขให้ค่าเงินเยนฟื้นตัว

ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่งในกรอบ 32.10–32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังเฟดส่งสัญญาณเข้มงวด

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 32.10–32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ในด้านสถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามบังคับใช้ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อยุติการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลางที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ขณะเดียวกัน การสื่อสารของสมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีลักษณะโน้มเอียงไปในเชิงเข้มงวด (hawkish) มากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือนธันวาคมลงต่ำกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการประชุม FOMC เดือนพฤศจิกายน ซึ่งตลาดเคยคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรอบสุดท้ายของปีอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ สถาบัน ADP ได้เปิดเผยข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ โดยระบุว่ามีการลดการจ้างงานเฉลี่ยประมาณ 11,250 ตำแหน่งในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานเดือนตุลาคมที่เพิ่มขึ้น 42,000 ตำแหน่งนั้น เป็นข้อมูลที่ครอบคลุมเฉพาะช่วงก่อนกลางเดือนตุลาคมเท่านั้น

ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 และการส่งออกเดือนต.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนพ.ย.

ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28-29 ต.ค. และอาจจะมีเครื่องชี้เศรษฐกิจอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ที่กลับมาประกาศหลังภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ สิ้นสุดลง ซึ่งการที่ขาดข้อมูลสำคัญโดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงาน ทำให้เฟดไม่สามารถประเมินภาวะเศรษฐกิจเพื่อตัดสินใจลดดอกเบี้ยได้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/261659&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g-q2EcCbTvV3GGI34IdNH