ข้อมูลจาก Dun & Bradstreet ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ธุรกิจ ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 สาธารณรัฐเช็กมีการจดทะเบียนบริษัทใหม่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นจำนวนบริษัทใหม่กว่า 25,000 บริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการชาวเช็ก แม้จะเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในสาธารณรัฐเช็กมากกว่า 589,000 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 576,000 บริษัทเมื่อปีที่ผ่านมา แนวโน้มการเติบโตนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ธุรกิจในยุโรปกำลังเผชิญกับความท้าทายและซับซ้อน ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปและตะวันออกกลาง ไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาของเยอรมนี และตลาดภายในประเทศที่มีการแข่งขันสูงขึ้น “การเติบโตของบริษัทใหม่สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้ประกอบการในสาธารณรัฐเช็ก และแรงจูงใจอันแรงกล้าในการริเริ่มธุรกิจของตนเอง” Mrs. Katerina Klosová ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสาขาสาธารณรัฐเช็กของ Dun & Bradstreet กล่าว “สิ่งนี้เกิดขึ้นแม้จะมีสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนในยุโรปและตะวันออกกลาง เศรษฐกิจเยอรมนีที่ซบเซา ตลาดแรงงานที่ตึงตัว และสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูง” ซึ่งการจดทะเบียนบริษัทใหม่ในปี 2025 เป็นผลต่อเนื่องที่แข็งแกร่งจากปี 2024 ที่มีการจัดตั้งบริษัทใหม่เกือบ 31,000 บริษัท ซึ่งถือเป็นจำนวนการจดทะบียนบริษัทใหม่สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีเพียงปี 2020 ที่ถือเป็นจุดต่ำที่สุด โดยมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นเพียง 27,000 แห่ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่หยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ หากอัตราการเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี Dun & Bradstreet คาดการณ์ว่าปี 2025 อาจทำลายสถิติที่เคยบันทึกไว้ในปีที่ธุรกิจเติบโตสูงสุดได้ โดยแรงผลักดันที่ต่อเนื่องในการสร้างธุรกิจเป็นสัญญาณของวัฒนธรรมผู้ประกอบการที่ยืดหยุ่นในสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งดูเหมือนจะไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันจากภายนอก และยังคงมองเห็นโอกาสในขณะที่คนอื่นอาจมองเห็นความเสี่ยง
ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.
การจดทะเบียนบริษัทใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13 แสดงถึงแรงผลักดันเชิงบวกในภาคธุรกิจของเช็ก รวมถึงตัวเลขบริษัทรวมกว่า 589,000 บริษัท แสดงว่าตลาดธุรกิจในเช็กมีขนาดใหญ่และหลากหลาย การที่จำนวนบริษัทใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมากแสดงถึงความต้องการวัตถุดิบ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ หรือบริการทางธุรกิจที่สูงขึ้น นอกจากนี้ สาธารณรัฐเช็กในฐานะ “ศูนย์กลางยุโรป” ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป เชื่อมโยงกับเยอรมนี โปแลนด์ ออสเตรีย และสโลวาเกีย มีระบบโลจิสติกส์และการผลิตที่แข็งแกร่ง เหมาะสำหรับใช้เป็น “ฐานกระจายสินค้า” เข้ายุโรปกลางและตะวันออก ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเจาะตลาดเช็กเพิ่มเติม โดยผู้ประกอบการไทยควรศึกษากฎระเบียบและมาตรฐานสินค้าของยุโรป อาทิ CE mark มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบภาษี/ศุลกากร เพื่อเจาะตลาดนี้ต่อไป ทั้งนี้ ปี 2025 (มกราคม – กันยายน) ไทยส่งออกไปยังสาธารณรัฐเช็ก มูลค่า 833.60 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.67 โดยสินค้าหลักคือสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เป็นต้น นอกเหนือจากสินค้าอุตสาหกรรมแล้วสินค้าอื่นๆ ที่มีศักยภาพในตลาดเช็ก ได้แก่ ของเล่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องเทศและสมุนไพร ข้าว ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป สิ่งปรุงรสอาหาร ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เป็นต้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/vegl6rs88xkf7qdu9hs9zb78&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0f_P-cLRYDMd4Nlk5sDosR
