ทียู โกยกำไรไตรมาส3 ที่ 1,304 ล้านบาท สวนทางเศรษฐกิจโลก | เดลินิวส์

ทียู-โกยกำไรไตรมาส3 ที่ 1,304 ล้านบาท-สวนทางเศรษฐกิจโลก-|-เดลินิวส์

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ ทียู เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานการไตรมาส 3 ปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความท้าทาย และมียอดขายรวมอยู่ที่ 34,501 ล้านบาท จากแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโตเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งต่อเนื่องที่ 4,127 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี68 

“ผลประกอบการไตรมาส 3 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของบริษัทท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่ยังเห็นสัญญาณการเติบโต ปริมาณการขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งในระดับ 19% สะท้อนว่ากำลังดำเนินกลยุทธ์ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งในด้านการเพิ่มความคล่องตัวของการดำเนินงาน การเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก และการต่อยอดศักยภาพการแข่งขันของแบรนด์ในพอร์ตทั้งหมดของบริษัท”

ทั้งนี้ โครงการของบริษัท ซึ่งได้แก่ โปรเจกต์โซนาร์ และ โปรเจกต์เทลวินด์ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่ปี73 โดยค่าใช้จ่ายจากโครงการดังกล่าวยังส่งผลต่อกำไรในระยะสั้น แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะทยอยลดลงตั้งแต่ปี69 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างการบริหารงานเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนในกระบวนการผลิต การจัดซื้อ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายสุทธิ 118 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 70

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทยังปรับตัวได้ แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป ยอดขายลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ปริมาณการขายยังทรงตัว ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง ยอดขายเติบโต 5.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาสที่ 13.8% จากยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในหลายด้าน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์น้ำที่ทั้งยอดขายและปริมาณการขายนั้นเติบโต สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ยอดขายเติบโต 6.2% ในสกุลเงินบาท และเติบโต 14.2% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากยอดขายในสหรัฐฯ และยุโรปที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5264961/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZHKtmpuUXkmrOxeUDs-Jc