Cloud Economy ระบบนิเวศเศรษฐกิจกับพลวัตเปลี่ยนโฉมหน้าภาคธุรกิจ

cloud-economy-ระบบนิเวศเศรษฐกิจกับพลวัตเปลี่ยนโฉมหน้าภาคธุรกิจ

Cloud Economy คือ ระบบที่ช่วยให้ธุรกิจ “Scale” ได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้ Cloud เป็นฐานที่เข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บข้อมูลให้มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้คลาวด์ยังช่วยลดต้นทุนไอทีองค์กรโดยเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร และยังช่วยให้การทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง Cloud Computing (การประมวลผล), Hosting (รับฝากเซิร์ฟเวอร์) และ Data Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล) คือ หลังบ้านสำคัญที่ทำให้แอปพลิเคชันและบริการออนไลน์ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ


เป็นที่รู้กันว่าองค์กรยุคใหม่ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบ Cloud และได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเซิร์ฟเวอร์เอง เพราะสามารถเลือกใช้บริการเช่าใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลจากผู้ให้บริการคลาวด์ได้ตามความเหมาะสมของเราเอง
นอกจากนั้น ยังปรับขนาดได้ตามความต้องการการใช้งาน ผู้ใช้งานสามารถขยายหรือลดขนาดคลาวด์ได้ตามความต้องการของการใช้งาน เช่น ถ้าในช่วงเวลานี้มีปริมาณข้อมูลที่ต้องจัดเก็บเป็นจำนวนมากก็ขยายคลาวด์ แต่ถ้าไม่มีการจัดเก็บข้อมูลก็สามารถลดขนาดได้เช่นกัน แถมยังเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชันได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยในการอำนวยความสะดวกให้การทำงานนั้นง่ายขึ้น
ดังนั้น ในโลกธุรกิจยุคใหม่ “Cloud” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ที่ธุรกิจทุกระดับ  ตั้งแต่สตาร์ตอัปไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ต้องพึ่งพาในการเติบโต และนี่คือสิ่งที่ทั่วโลกเรียกว่า Cloud Economy ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Cloud Computing, Hosting และ Data Infrastructure และหากเศรษฐกิจศตวรรษที่ 20 เติบโตจากไฟฟ้าและถนนหนทาง ศตวรรษที่ 21 ก็กำลังเติบโตบน “ก้อนเมฆ” หรือ ระบบ Cloud นี่เอง
ยกตัวอย่างจากเดิมที่ธุรกิจต้องลงทุนซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เอง ทุกวันนี้บริการ “เช่าใช้” ผ่านระบบ Cloud ก็เริ่มต้นได้ทันทีใช้โมเดล Pay-as-you-go จ่ายเท่าที่ใช้ ปรับลด-ขยายตามความต้องการ เช่น ร้านกาแฟ SMEs ใช้ ระบบ POS บน Cloud แทนการลงทุนซอฟต์แวร์ราคาแพง ขณะที่ สตาร์ทอัพ e-commerce เปิดแพลตฟอร์มแล้วเพิ่มผู้ใช้จากหลักพันเป็นหลักล้านได้ในเวลาไม่กี่เดือน ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมเก็บข้อมูลจาก IoT Sensor ไว้บน Cloud เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิตแบบเรียลไทม์ได้

โดยสิ่งที่ทำให้สิ่งที่ทำให้ Cloud เป็น Game Changer ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ โมเดลธุรกิจ ที่เปลี่ยนสมการต้นทุน เวลา และ โอกาส ไม่ว่าจะเป็น
  • Pay-as-you-go: จากเดิมบริษัทต้องลงทุนซื้อ Server, Storage, และระบบ Network เองด้วยต้นทุนก้อนใหญ่ แต่บน Cloud ทุกอย่างเปลี่ยนเป็น จ่ายเท่าที่ใช้ จะเริ่มเล็กก็ได้ จะขยายก็ไม่ต้องลงทุนใหม่
  • มาตรฐานระดับโลก: ผู้ให้บริการ Cloud ใหญ่ ๆ อย่าง AWS, Microsoft Azure, Google Cloud ลงทุนสร้าง
  • ระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัย มีความเสถียร ซึ่งองค์กรเล็กก็เข้าถึงได้ทันที
  • Scalability: รองรับลูกค้าจากหลักร้อยสู่หลักล้านโดยไม่ต้องเพิ่ม Server เอง
  • Speed-to-Market: เปิดตัวสินค้าใหม่ได้ในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องรอระบบหลังบ้าน
ในตอนนี้ โลกทั้งใบจึงกำลังวิ่งด้วย Cloud ปี 2025 ตลาด Public Cloud ของโลกคาดว่าจะโตถึง 23% YOY แรงขับหลักคือ AI และ Generative AI  ที่ต้องใช้พลังประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมหาศาล จากรายงาน Work Trend Index Annual Report โดย Microsoft ร่วมกับ LinkedIn  พบว่า กว่า 75% ของพนักงานในองค์กรทั่วโลก ใช้ AI ในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Generative AI ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคก็สร้างดีมานด์จากการใช้งาน Social Media, Streaming, และ Mobile App อย่างต่อเนื่อง
และเพื่อรองรับคลื่นข้อมูลและระบบอัจฉริยะที่เติบโตแบบก้าวกระโดด องค์กรทั่วโลกกำลังย้ายสู่ Hybrid Cloud “สูตรผสมที่ลง ตัว” ระหว่างความยืดหยุ่นของ Public Cloud และความปลอดภัยของ Private Cloud โดย Gartner (2025) คาดว่า ภายในปี 2027 กว่า 90% ขององค์กรทั่วโลกจะใช้กลยุทธ์ Hybrid Cloud เพื่อรองรับการเติบโตของ GenAI และการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ส่วนในแง่ของการลงทุนด้าน Data Center และ Cloud Service  กำลังเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปี 2567 มีมูลค่าคำขอส่งเสริมกิจการ Data Center และ Cloud Service กว่า 240,000 ล้านบาท
  • ครึ่งปีแรกของ 2568 การลงทุน Data Center และ Cloud Service เพิ่มเป็นกว่า 521,000 แสนล้านบาท โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง AWS, Google, Equinix (สหรัฐฯ), NEXTDC (ออสเตรเลีย), Huawei Technologies,
  • Beijing Haoyang (จีน) และ Empyrion Digital (สิงคโปร์) เป็นต้น สิ่งนี้สะท้อน “มุมมองเดียวกัน” ว่า ประเทศไทยคือฐานสำคัญของ Digital Infrastructure แห่งอาเซียน
Cloud จึงไม่ใช่แค่พื้นที่เก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่เปลี่ยนทุกอุตสาหกรรมให้พร้อมวิ่งบนเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งลดข้อจำกัดเดิม เพิ่มแต้มต่อทางธุรกิจ ไม่ต้องลงทุนระบบใหญ่ ก็เข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ และธุรกิจที่ใช้ Cloud อยู่แล้วจะปรับใช้ AI ได้เร็วกว่า มีแต้มต่อในการแข่งขัน จนสามารถส่งให้ไทยกลายเป็น Infrastructure สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน ทั้งในมิติ Data, AI และ Digital Services
และในวันนี้ Cloud กำลังกลายเป็น ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ
  • สำหรับ SMEs: จากเดิมที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้ยากและต้นทุนสูง วันนี้สามารถใช้ ERP, CRM หรือระบบ Data Analytics บน Cloud ได้ในราคาที่จับต้องได้ ทำให้ SME ไทยยกระดับมาตรฐาน
  • สำหรับแรงงานไทย: Cloud Economy กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่อย่าง Cloud Engineer, Data Scientist, Cybersecurity Specialist เป็นแรงผลักดันให้เกิด Upskill/Reskill บุคลากรไทย
  • สำหรับสังคม: Telemedicine หรือ E-learning ที่ขยายบริการสู่ต่างจังหวัดผ่าน Cloud
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Cloud Economy ของภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้ปรับเกณฑ์ และสิทธิประโยชน์ใหม่ในปี 2025 เพื่อดึงดูดการลงทุนในธุรกิจ Data Center, Data Hosting และ Cloud Service ให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น และมุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์ต่อการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลของไทยอย่างชัดเจน
โดย บีโอไอ ได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการต่อยอดให้เศรษฐกิจด้วยการพัฒนาบุคลากรไทย ผู้ลงทุนต้องดำเนินโครงการให้เสร็จตามแผนก่อนใช้สิทธิยกเว้นภาษี เช่น จัดทำหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ไทย ใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมด้วย ดังนี้
  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ในกิจการที่ใช้อุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลผลขั้นสูง (Advanced Computing Capabilities) และมีการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี รวมถึงความสะดวกด้านวีซ่าและ work permit สำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เป็นต้น
  • เพิ่มเงื่อนไขให้โครงการที่จะขอรับการส่งเสริม ต้องเสนอแผนพัฒนาบุคลากรไทย เช่น การจัดทำหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs หรือการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ

ที่มา : บทความเรื่อง “Cloud Economy เศรษฐกิจบนก้อนเมฆ กำลังเปลี่ยนอนาคตธุรกิจไทย” จาก Facebook : BOI News


อัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่ทุกธุรกิจต้องตามให้ทัน

เศรษฐกิจสีเขียว : พลิกฟื้นธุรกิจไทย ท่ามกลางโลกใหม่ที่เดือดระอุ

8 แนวคิด ESG ปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณค่า

10 เทคโนโลยีน่าจับตา..มาแน่! พลิกโฉมธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

Post Views: 130

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/10/29/cloud-economy-new-ecosystem-of-thai-business/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WyVKHFCDqB0WLIE_u9xQy