1) ภาพรวมสถิติสำคัญ
1.1. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของภาคเอกชนเคนยาในเดือนล่าสุด แสดงว่า “การจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน” และอัตราการเพิ่มงานในเดือนล่าสุดเป็นระดับที่เร็วที่สุดในรอบ 15 เดือน — สัญญาณว่าภาคเอกชนเริ่มเพิ่มกำลังคนรองรับความต้องการที่ฟื้นตัว
1.2. เศรษฐกิจเคนยาขยายตัวในไตรมาส 1/2025 ราว +4.9% (y/y) โดยภาคเกษตรและการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต
1.3. อัตราเงินเฟ้อ (CPI) ปรับขึ้นเป็น 4.5% ในเดือนสิงหาคม 2025 (y/y) โดยแรงกดดันมาจากราคาอาหารและการขนส่ง แม้อยู่ในกรอบเป้าของธนาคารกลาง (4-7.5%) แต่เป็นปัจจัยที่ผู้ส่งออกและนักลงทุนต้องติดตามต่อไป
1.4. สถาบันการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกประเมินแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเคนยากำลังฟื้นและมีโอกาสกลับสู่การขยายตัว >5% หากปัจจัยภายใน-ภายนอกเอื้ออำนวย แต่ต้องจับตาการไหลของ FDI และสภาพแวดล้อมภาษี/กฎระเบียบ
2) ความหมายเชิงเศรษฐกิจ — ทำไมการจ้างงานเพิ่มสำคัญ
การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ อุปสงค์สินค้า/บริการภายในเริ่มฟื้น (ความต้องการบริโภคและบริการสูงขึ้น) — ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการนำเข้า (imports) สินค้าผู้บริโภค เครื่องจักร และบริการด้านโลจิสติกส์ และการที่บริษัทต่างๆ ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มสินค้าคงคลัง ทำให้งานค้าง (backlogs) ลดลง และการส่งมอบสินค้าหรือบริการได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานไหลลื่นขึ้น (ประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยที่ส่งสินค้าตามคำสั่ง)
3) ผลกระทบเชิงบวก (โอกาสสำหรับไทย) (เน้นสินค้าที่ไทยมีความแข็งแกร่ง)
3.1. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) & อาหารแปรรูป
เมื่อกำลังซื้อครัวเรือนเพิ่ม จะทำให้มีความต้องการอาหารสำเร็จรูป, เครื่องดื่ม, สินค้าอุปโภครายวันสูงขึ้น
สินค้าไทยที่มีโอกาสสูง เช่น กะทิกระป๋อง เครื่องดื่มสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส ปลากระป๋อง เป็นต้น
3.2. กลุ่มยานยนต์มือสอง และอะไหล่
ภาคขนส่งและภาครัฐมีการขยายรอบการขนส่งมากขึ้น ทำให้เกิดความต้อง รถตู้ รถกระบะ รถบัส ในการขนส่งมากขึ้น และจะต้องใช้อะไหล่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เคนยาเป็นตลาดที่ไทยส่งออกรถยนต์มือสอง และอะไหล่ตลอดจนผลิตภัณฑ์ยางได้ดี ทำให้มีโอกาสขยายตลาด แต่อาจต้องพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริการหรือบริการหลังการขายให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน
3.3. กลุ่มวัสดุก่อสร้าง
หากการจ้างงานขยาย จะนำมาพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้จะเพิ่มการนำเข้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือ เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สินค้ามีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง เช่น จีน อินเดีย อียิปต์และตุรกี ทำให้อาจต้องปรับราคาให้แข่งขันได้มากขึ้น และเน้นการขายสินค้าคุณภาพ
3.4. กลุ่มสินค้าและบริการด้านสุขภาพ (รวมอุปกรณ์/รถพยาบาล)
เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น จะมีการใช้งบประมาณจากภาครัฐ (กระทรวงสาธารณสุข) มากขึ้นในการจัดหาอุปกรณ์ การบำรุงรักษา ยา รถพยาบาล และเครื่องมือทางการแพทย์มากขึ้น
3.5. กลุ่มเครื่องจักรการเกษตร
เครื่องจักรการเกษตรจากไทยมีโอกาสสูงในตลาดเคนยา ด้วยภาคการเกษตรที่ใหญ่ขึ้นมาก และนโยบายรัฐที่ผลักดันการกลไกต่างๆ ดังนั้น การเริ่มต้นความร่วมมือในระดับ pilot โดยใช้เครื่องจักรขนาดเล็กที่เหมาะกับระบบเกษตรกรรายย่อยน่าจะเป็นแนวทางที่ผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้ นำมาใช้ในการทำตลาดในเคนยา
4) โอกาสเชิงการลงทุนโดยตรง (สำหรับนักธุรกิจไทย)
4.1. ตั้งโรงงาน/การประกอบ (assembly/CKD) สำหรับสินค้าที่ต้องการชิ้นส่วนส่งซ่อม หรือเพื่อลดภาษีนำเข้า แนวทางนี้เหมาะกับสินค้าที่มีปริมาณความต้องการของตลาดในระดับกลางจนถึงสูง เช่น การแปรรูปอาหารหรือประกอบชิ้นส่วนยานยนต์
4.2. ร่วมทุนกับตัวแทนท้องถิ่น เพื่อเข้าใจตลาดและระบบจัดซื้อภาครัฐ (procurement) โดยเฉพาะการประมูลจัดซื้อภาครัฐของกระทรวงต่างๆ แนวทางนี้เหมาะกับสินค้าที่มีผู้จัดชื้อเป็นภาครัฐหรือใช้เงินที่รัฐเป็นผู้กู้หรือได้รับทุนจากต่างประเทศ เช่น ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น
4.3. ศูนย์บริการหลังการขาย (parts & service hubs) เพื่อรับประกันการจัดส่งอะไหล่และการซ่อมบำรุงอย่างรวดเร็ว แนวทางนี้เหมาะกับสินค้าที่ต้องการบริการหลังการขายและไทยยังมีจุดอ่อนด้านนี้ เช่น เครื่องจักรทางการเกษตร เป็นต้น
5) ความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
5.1. เงินเฟ้อที่ปรับขึ้น (4.5% ใน ส.ค. 2568) อาจกดดันต้นทุน การนำเข้าสูงขึ้นส่งผลให้มีการชื้อน้อยลง
5.2. ความผันผวนค่าเงิน (KES) อันนี้ในปี 2568 นี้ น่าจะมีความเสี่ยงน้อยเพราะค่าเงินของเคนยามีเสถียรภาพที่ดีและสถานะการเงินของรัฐก็อยู่ระดับดีกว่าปีก่อน ทำให้ความเสี่ยงนี้มีน้อย
5.3. ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจมีผลต่อราคาพลังงานที่เคนยาต้องนำเข้าน้ำมัน และการปล่อยเงินกู้จากต่างประเทศที่อาจลดลงได้ หากความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆของโลกมีความรุนแรงขึ้น
5.4. ตัวเลขที่ควรจับตาดู
– ดัชนีความเชื่อมั่น PMI (รายเดือน) ดูแนวโน้มการจ้างงานและ new orders จัดทำโดย Stanbic Bank Kenya
– อัตราเงินเฟ้อ CPI / Inflation (KNBS) — ติดตามต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภค จัดทำโดย Kenya National Bureau of Statistics
– GDP growth เพื่อตรวจความยั่งยืนของการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจในภาพรวม จัดทำโดย (KNBS / Reuters / World Bank) รายไตรมาส
– อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อควบคุมความเสี่ยงต้นทุนและการตั้งราคา จัดทำโดย ธนาคารกลางเคนยา (CBK)
ความเห็นของ สคต.
การที่การจ้างงานของเคนยามีแนวโน้มที่ดีนั้น น่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกระหว่างไทยกับเคนยาให้มีโอกาสขยายตัวตามไปด้วย อย่างไรก็ดี สคต. เห็นว่า แม้จะมีแนวโน้มที่ดีตามรายงานดังกล่าว และโอกาสของสินค้าไทย แต่ปัจจัยสำคัญ ก็คือราคาของสินค้าต้องมีความเหมาะสมกับตลาด เช่น ไม่แพงเกินไป เนื่องจากกำลังชื้อของคนเคนยายังมีไม่มากนัก อาจจะกล่าวได้ว่า ควรเป็นสินค้าที่มีราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพที่ดี จึงจะมีโอกาสทางการตลาด
นอกจากนั้น การที่ผู้ประกอบต้องมีความเข้าใจในเรื่องของ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเช่น มีขนาดเล็ก และมีราคาที่คนเคนยาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นก็เป็นสิ่งที่ท่านควรคำนึง ตลอดจนความยืดหยุ่นทั้งในเรื่องของปริมาณ minimium order หรือการคละสินค้าหลายๆชนิดได้ หรือการส่งออกแบบรวมตู้ (Consolidate container) ผ่านตัวกลาง หรือ Trader ก็จะทำให้ท่านมีโอกาสส่งออกสินค้ามาได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น ความเข้าใจในเรื่องการตลาดของเคนยาและแอฟริกาตะวันออกดังกล่าว อาจเป็นข้อจำกัดที่ผู้ส่งออกไทยยังไม่เข้าใจหรือยังกลัวที่จะเข้ามาที่ตลาดนี้ ซึ่ง สคต. ยินดีจะให้คำปรึกษาและหาแนวทางที่เหมาะสม หากท่านสนใจต่อไป
ผู้ส่งออกหรือนักธูรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศเคนยา และประเทศในแอฟริกาตะวันออก ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ info@ocanairobi.co.ke
ที่มา : www.businessdailyafrica.com
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/hpv7n5xs4sd59q6lj0s6rns7&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xFR6FshZ4rgl9ehjeTZ_K
