เป-ตะ เฟสติวัล ต้นแบบการต่อยอด งานสารทเดือนสิบเมืองทุ่งสง

เป-ตะ-เฟสติวัล-ต้นแบบการต่อยอด-งานสารทเดือนสิบเมืองทุ่งสง

เมื่อกล่าวถึง “ทุนทางวัฒนธรรม” หลายคนอาจจินตนาการได้ว่าประเทศไทยในฐานะชาติที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ย่อมสามารถแปลงความโดดเด่นทางวัฒนธรรมไทยแต่ละด้านมาเป็น “ทุน” ที่ใช้ต่อยอดในการสร้างความเข้มแข็งให้กับทุกองคาพยพ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ยิ่งในยุคที่เราต้องดำรงชีวิตท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงปัจจัยภายนอกที่สั่นคลอนภาคเศรษฐกิจและสังคม “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่แข็งแกร่ง น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ประชาชนและสังคมไทยหยัดยืนอยู่ได้ในทุกสถานการณ์

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพความแข็งแกร่งของ “ทุนทางวัฒนธรรมไทย” ที่แปรเปลี่ยนมาเป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทยในทุกมิติ เราขอพาไปซึมซับความหมายของประเพณีอันดีงาม “สารทเดือนสิบ” ของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านงานเป-ตะ เฟสติวัล ที่ต่อยอดแนวคิดการจัดงานมาจาก เทศกาล รับ-ส่งตายาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลสารทเดือนสิบ ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนานในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยประเพณีอันดีงามนี้แฝงไว้ด้วยกุศโลบายในการเชิญชวนลูก หลาน กลับบ้าน เพื่อมาพบปะญาติสนิทมิตรสหาย ระลึกถึงผู้มีพระคุณ และทำบุญให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

และเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน และต่อยอดประเพณีอันงดงามนี้ให้คงอยู่ตลอดไป ตลอดจนร่วมกันพัฒนาให้เมืองทุ่งสงเป็นเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน อำเภอทุ่งสง จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายของเมือง ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ท้องถิ่น ท้องที่ ของเมืองทุ่งสง ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเมืองแห่งทุนทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน ระยะที่ 2” มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้รับทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเทศกาลเป-ตะ เฟสติวัล ขึ้นในระหว่างวันที่ 8 – 22 กันยายน ที่ผ่านมา ณ หลาดยิบ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยงานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2

เป-ตะ เฟสติวัล ต้นแบบการใช้เทศกาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน & อีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการใช้ “ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ”

ปิยะนาถ กลิ่นภักดี นักวิจัยพื้นที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในโครงการวิจัยการพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืนและเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชนเมืองทุ่งสง ให้ข้อมูลความเป็นมาในการจัดงาน เป-ตะ เฟสติวัล ว่า
“โครงการวิจัยนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 และในปีที่ 6 มองเห็นว่าเมืองทุ่งสงมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพและคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่อำเภอทุ่งสง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่แข็งแกร่งของการพัฒนาชุมชนและการสร้างเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนเมืองทุ่งสงเอง ยังมีโครงสร้างพื้นฐาน โรงแรม ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องที่พร้อมให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในทุ่งสง เราจึงมองหาเครื่องมือที่เหมาะสมในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจุดเด่นที่กล่าวมานี้ จนได้มติร่วมกันว่าต้องใช้เทศกาลท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนเมือง”
ปิยะนาถ กลิ่นภักดี นักวิจัยพื้นที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร
“โดยหนึ่งในงานประเพณีประจำปีของทุ่งสงและจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทั้งคนนครศรีธรรมราชเองและผู้คนจากทั่วทุกสารทิศรอคอย คือ งานสารทเดือนสิบ แต่ที่ผ่านมาประเพณีเดือนสิบไม่ได้ถูกพูดถึงในมุมวัฒนธรรม วิถีชีวิต โดยในพื้นที่ทุ่งสงได้เคยจัดงานเทศกาลสารทเดือนสิบ แต่หายไปกว่า 30 ปีแล้ว ดังนั้น โครงการวิจัยการพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืนและเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชนเมืองทุ่งสง จึงคิดที่จะจัดเทศกาลขึ้นมา โดยอิงจากแนวคิดของการจัดงานสารทเดือนสิบ แต่ความท้าทายอยู่ที่จะทำอย่างไรให้มีความแตกต่าง และสื่อสารถึง “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่ทุ่งสงมี ผ่านงานสารทเดือนสิบประเพณีสำคัญของชาวภาคใต้ที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณจนถึงปัจจุบัน”

“เราคิดกันตั้งแต่ชื่อของงาน ที่จะมาเป็นธีมในการจัดงาน โดยได้หยิบเอาจุดประสงค์สำคัญของงานสารทเดือนสิบ ที่เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีกับทั้งพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องซึ่งล่วงลับไปแล้ว และญาติพี่น้องที่ยังอยู่ ซึ่งในภาษาสันสกฤษอยู่ในนิยามของคำว่า เปรต อ่านว่า เปตร หรือเปร-ตะ แปลว่า ผู้ไปก่อน บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ขณะที่ เปต ภาษาบาลี อ่านว่า เป-ตะ แปลว่า ผู้ไปก่อน บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเรามองว่า ถ้าใช้คำว่า เปรต มาตั้งชื่อเทศกาล คนส่วนใหญ่จะมองว่ามีความหมายไม่ดี เราจึงใช้คำว่า “เป-ตะ เฟสติวัล” เป็นชื่อเทศกาลที่สื่อความหมายเดียวกัน”
“งาน เป-ตะ เฟสติวัล ในครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยในปีแรกได้กระแสตอบรับค่อนข้างดี แต่มีการจัดงานแค่ 2 วัน มาในปีนี้มีการจัดงาน 15 วัน ซึ่งคณะผู้จัดงาน อยากให้การจัดงาน เป-ตะเฟสติวัล นี้เป็นการจัดงานใหญ่ประจำปีของทุ่งสงในช่วงแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำ แต่เราต้องเรียงร้อยกิจกรรมให้เป็นเรื่องราวตัวแทนบอกเล่าประเพณีสำคัญนี้ ซึ่งเราทำงานร่วมกับนักจัดการทุนวัฒนธรรม ที่เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนให้เกิดงานนี้”
“ทั้งนี้ นักจัดการทุนวัฒนธรรม คือ ผู้แปรทุนวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในชุมชน ให้เป็นพลังการพัฒนาที่แท้จริง ผ่านความเข้าใจเชิงลึกในทุนวัฒนธรรมของตนเอง และความสามารถในการออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คน เรื่องเล่า ผลิตภัณฑ์ วิถีแห่งชีวิต และพื้นที่เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในการจัดงานเป-ตะ เฟสติวัล นี้ เกิดได้จากความร่วมมือของ นักจัดการทุนวัฒนธรรม ในท้องถิ่นทุ่งสงอย่างแท้จริง”
“โดยงานในปีนี้ไม่ได้เน้นแค่การขายสินค้า อาหารพื้นถิ่น เช่น เหนียวคั่วไก่ แกงโหรา แต่ยังเน้นเรื่องการส่งเสริมและสื่อสาร “ทุนทางวัฒนธรรม” ของทุ่งสง ในทุกมิติ ไม่ว่าจะป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอย่าง การแสดงหนังตะลุง มโนราห์ หรือการเปิดลานสะบ้า ที่เป็นการละเล่นที่หาชมได้ยาก รวมถึงการประกวดจัด หมฺรบ (หมรับ) การประกวดเพลงลูกทุ่งใต้ การประกวดวาดภาพประเพณีสารทเดือนสิบ การสาธิตการทำขนมสารทเดือนสิบ การจัดกระบวนแห่ รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ในการแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรวมถึงการประกวดภาษาถิ่น การโต้วาที การร้องเพลงลูกทุ่งสำเนียงใต้ อีกทั้งเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ และเป็นการพัฒนาทุนวัฒนธรรม สู่มูลค่าเพิ่ม มีรายได้ สร้างผู้ค้าเป็นคนในชุมชน ทำให้รายได้หมุนเวียนในพื้นที่ และเป็นการเปิดเมืองใหม่เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย”
“เทศกาล เป-ตะ เฟสติวัล จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการนำ เทศกาล มาขับเคลื่อนเมือง และยังเป็นเทศกาลแรกในประเทศไทยก็ว่าได้ที่เกิดจากโครงการวิจัยฯอย่างแท้จริง”

นิชาภา หวังวณิชชากร เจ้าของร้านอาหารย่งฮง ทุ่งสง
ด้าน นิชาภา หวังวณิชชากร เจ้าของร้านอาหารย่งฮง ทุ่งสง ได้บอกเล่ามุมมองของผู้ประกอบการในเมืองทุ่งสงว่า
“เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในเมืองทุ่งสง ตลอดเวลาที่มีโครงการวิจัยฯ นี้เข้ามา เมืองทุ่งสงเริ่มเป็นที่รู้จัก รู้ได้จากลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้าน ที่ตั้งใจเดินทางมาที่ทุ่งสงเพื่อมาเที่ยวชุมชน เดินหลาดชุมทาง หลาดยิบ รวมถึงมาเที่ยวยังที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ๆ และเมื่อทางทุ่งสงจัดงานเทศกาล เปขตะ เฟสติวัล และงานทำบุญสารทเดือนสิบ ก็มีนักท่องเที่ยวจากภาคอื่นๆตั้งใจเดินทางมาเที่ยว นครฯ เพื่อมาร่วมเทศกาล งานประเพณีสำคัญนี้ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองให้คึกคักขึ้นอย่างชัดเจน”
มณฑา นาคศิริ เจ้าของร้านเก้าฉื้อ ที่มาเปิดร้านขายข้าวผัดปูในงาน เป-ตะเฟสติวัล
ขณะที่ มณฑา นาคศิริ เจ้าของร้านเก้าฉื้อ ที่มาเปิดร้านขายข้าวผัดปูในงาน เป-ตะเฟสติวัล ก็บอกว่า “เราเปิดขายอาหารทั้ง หลาดชุมทาง ทุ่งสง ซึ่งที่นั่นก็ขายดีมาก ขายได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 -10,000 บาท แล้วพอมาเปิดร้านขายที่งาน เป-ตะ เฟสติวัล ก็ขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 8,000 บาท เช่นกัน เลยคิดว่าเทศกาล เป-ตะ เฟสติวัล นี้มีส่วนอย่างมากในการทำให้ชาวทุ่งสงออกมาใช้จ่าย และช่วยให้คนค้าขายอย่างเราอยู่ได้”

(เสื้อดำ) ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท.

บพท. พร้อมดึงศักยภาพและคุณค่าของ “ทุนทางวัฒนธรรม” ปูทางสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

บพท. คืออีกหนึ่งหน่วยงานเบื้องหลังสำคัญ ที่มาสนับสนุนทุนใน โครงการวิจัยการพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืนและเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชนเมืองทุ่งสง ทำให้เกิด เทศกาล เป-ตะ เฟสติวัล ครั้งที่ 2 ขึ้น ซึ่งในพิธีเปิดงานเป-ตะ เฟสติวัล ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. ได้กล่าวถึงแนวทางในการสนับสนุนเพื่อต่อยอด ทุนทางวัฒนธรรม ไปพัฒนาชุมชนและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้มั่นคงว่า
“บพท. เล็งเห็นถึงศักยภาพและคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่อำเภอทุ่งสง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนและการสร้างเศรษฐกิจฐานราก จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาผ่านโครงการ “การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน ระยะที่ 2” โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อผลักดันให้เทศกาลนี้เป็นเวทีแสดงพลังของวัฒนธรรมชุมชน เชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคม และสร้างโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“โดยผลลัพธ์จากการดำเนินงานวิจัยในพื้นที่อำเภอทุ่งสงตั้งแต่ปี 2561 สะท้อนให้เห็นถึงพลังของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 293.35 ล้านบาท และมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงถึง 7.10 เท่า จากการจัดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมกว่า 367 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวคิด “ตลาดวัฒนธรรม” ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้ถ่ายทอดวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสร้างรายได้หมุนเวียนในทุกระดับทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ “
“สำหรับงาน “เป-ตะ เฟสติวัล” ในวันนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ถือว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการพัฒนาเมืองทุ่งสง ผ่านจุดเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สะท้อนการบูรณาการร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของชุมชน และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการพัฒนาเมืองทุ่งสงในมิติทั้งวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ต่อไป”

การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากในทุกมิติ

“อยู่ดีมีแฮง มีเงินใช้พอมีพอกิน” เสียงสะท้อนจากชาวบ้านนาเกียรตินิยม” จ.บุรีรัมย์ ถึง ‘บุรีรัมย์เซอร์กิต’ โมเดลแก้จนที่ได้ผลสำเร็จเกินคาด

ล้อมวงสรุปบทเรียนจากการใช้งานวิจัย ม.กาฬสินธุ์ วาง โมเดลแก้จน ช่วยชาวบ้านดงสวางจันทร์เจริญ จ.กาฬสินธุ์ พ้นจากความจนอย่างยั่งยืน

ถอดบทเรียนความสำเร็จของแบรนด์ ‘ร้านกระจูดนักเรียน’ ต้นแบบ ‘ผู้ประกอบการจิ๋ว’ หัวใจแกร่งแห่งเมืองพัทลุง

Post Views: 94

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/09/27/pe-ta-festival-cultural-asset-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw141gmGXgFxvNfbEmGnucrw