สภากทม. ปรับปรุง MOU สภาปักกิ่ง สานความร่วมมือยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

สภากทม.-ปรับปรุง-mou-สภาปักกิ่ง-สานความร่วมมือยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

การปรับปรุง MOU ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการลงนามในเชิงพิธีการเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเปิดประตูสู่ความร่วมมือที่จะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของประชาชนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการจราจรและระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพของกรุงปักกิ่ง มาประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาการเดินทางของคนเมือง การเรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดที่ช่วยให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่เมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิตในมิติต่าง ๆ

“นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานครใน 9 ด้าน ที่สภากรุงเทพมหานครกำลังผลักดัน โดยเฉพาะด้านเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เมืองน่าอยู่ และเมืองแห่งวัฒนธรรม เพื่อให้กรุงเทพฯ สามารถยืนหยัดในเวทีโลกในฐานะมหานครที่ก้าวทันสมัย ควบคู่กับการรักษาเอกลักษณ์ของตนเองที่สำคัญ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ การทูตภาคประชาชน (People-to-People Diplomacy) ผ่านการแลกเปลี่ยนเยาวชน นักศึกษา ศิลปิน และผู้ประกอบการจากทั้งสองเมือง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ไทย–จีนแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงในระดับสภาหรือรัฐบาล แต่ยังลงลึกถึงหัวใจของประชาชนทั้งสองฝ่าย อันจะเป็นรากฐานของความร่วมมือที่ยั่งยืนต่อไป” นายวิพุธ กล่าว

สภากทม. เข้าเยี่ยมคารวะทูตจีน เดินหน้าขยายความร่วมมือ

นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังนำคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเข้าเยี่ยมคารวะนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล  เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ สถานเอกอัครราชทูต กรุงปักกิ่ง ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประชุมแลกเปลี่ยนความร่วมมือและเสริมสร้างมิตรภาพกับสภาประชาชนกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ว่า การเข้าเยี่ยมคารวะท่านเอกอัครราชทูตฯ ในครั้งนี้เป็นการพบปะหารือเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง

สภากทม. เข้าเยี่ยมคารวะทูตจีน เดินหน้าขยายความร่วมมือ

เหตุเนื่องมาจากความกังวลเรื่องความปลอดภัย ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ความกังวลเกี่ยวกับข่าวที่มีการล่อลวงชาวจีนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ข่าวตึกถล่ม ข่าวที่มีนักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบจากรถแท๊กซี่ และที่สำคัญคือเรื่องเศรษฐกิจของจีนในช่วงนี้ไม่เฟื่องฟูมากนัก ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันหลังจากที่จีนเปิดฟรีวีซ่า ชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวที่จีนมากกว่าเดิม 2-3 เท่า

สภากทม. เข้าเยี่ยมคารวะทูตจีน เดินหน้าขยายความร่วมมือ

นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกประเด็นเรื่องความปลอดภัยและการจราจร ซึ่งคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ให้ข้อคิดเห็นว่าหากเราได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการจีนในเรื่องของเทคโนโลยี AI ซอฟต์แวร์ และการวางระบบกล้อง CCTV มาใช้ในกรุงเทพมหานครทั้งในเรื่องของการควบคุมการจราจร การควบคุมผู้กระทำผิดกฎจราจร หรือแม้แต่เพื่อการรักษาความปลอดภัย จะช่วยให้การพัฒนาเมืองเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทัดเทียมเมืองใหญ่ในหลายประเทศได้ และเป็น Smart City อย่างแท้จริง

สำหรับความร่วมมือด้านต่างประเทศ ท่านเอกอัครราชทูต ยังได้แนะนำการขยายความร่วมมือกับมณฑลต่างๆ ในจีน ซึ่งทุกมณฑลจะมีสภาของตัวเองทุกมณฑล และโครงสร้างการบริหารงานก็คล้ายกับสภากรุงเทพมหานคร แต่ละมณฑลก็จะมีศักยภาพที่แตกต่างกันออกไป เช่น มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีเมืองเซินเจิ้นที่เป็นเมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เป็นผู้นำทางนวัตกรรมและการแข่งขันของเมือง มีบริษัทซอฟต์แวร์จำนวนมาก สภากรุงเทพมหานครจึงควรขยายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน จะสามารถพัฒนาเมืองพัฒนาคนในด้านต่าง ๆ ที่เป็นจุดเด่นของแต่ละมณฑลได้ในอนาคต และทางสถานทูตมีความยินดีที่จะช่วยเหลือ ประสานงาน ตลอดจนให้ความร่วมมือต่าง ๆ กับสภากรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859790&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TKeyFBbBw4kOEqTvG241b