เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกัน ที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน

นายอนุทินได้แนะนำตัวแต่ละคนให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจนอย่าง นายสีหศักดิ์ จะมาเป็น รมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ จะมาเป็น รมว.คลัง พร้อมระบุว่าเลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจน ก็ไม่ต้องมาคอยคาดการณ์ว่าใครจะดำรงตำแหน่งอยู่ตรงไหน เดี๋ยวจะทำงานกันไม่สะดวกเพราะเวลาเรามีน้อย ก็จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้เลย

นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า รัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อถาม ความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังในระยะสั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่ รมว.คลัง อยู่ในกระทรวงการคลัง มาโดยตลอด มีประสบการณ์ การทำงาน ทั้ง ต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่านมีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

ส่วนการฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่ รมว.คลัง เร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไป เพราะเวลาเรามีน้อย ไม่มาก
ส่วนจะมีการสานต่อจากแอปพลิเคชันเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า “อะไรที่ดี ก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ”

ส่วน รมว.การต่างประเทศ ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แก้ไข MOU 43 และ 44 นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวงการการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจ น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องนำผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

ส่วนรัฐมนตรีมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ ยืนยันว่าทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ
นายอนุทิน ยังยอมรับว่า กว่าว่าที่รัฐมนตรีโควตา “คนนอก” จะตอบรับ ตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติ มีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถ ยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ท่านก็เสียสละ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติความรู้ความสามารถของท่าน ขณะนี้ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย ซึ่งท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึงประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน

“หน้าตา ครม. ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็น ครม. ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของผมก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่” นายอนุทิน กล่าว
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางการเมือง และเรื่องทางการเมืองตนคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือน ให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า มีโครงการใดที่ ครม.ชุดใหม่ ต้องการทำเพิ่มอีกบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ใจเย็นๆ ให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวง มีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบายด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมาพูดว่าเดี๋ยวจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ ตนรับรองว่าไม่มี เราจะเอาประสบการณ์ที่มีของรัฐบาล 2-3 ชุดที่ผ่านมา ที่เห็นจุดอ่อนของการมีปัญหาและไม่ทำงาน ที่กังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ระหว่างที่นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พลังงาน ได้ตามมาสมทบในห้องกาแฟ
ทำให้นายอนุทิน พูดขึ้นมาว่า ท่านมาแล้ว ความลับแตกหมดเลย ก่อนจะหัวเราะ จากนั้นนายอรรถพล ก็ได้แนะนำตัวเอง ตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของ ปตท. ก่อนที่นายอนุทินจะแซวขึ้นมาว่า “ไม่ได้เอามาเป็น รมว.วัฒนธรรม อย่างแน่นอน”

ส่วนเหตุผลที่ทาบทามนายอรรถพลนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีภารกิจแน่นอน เราต้องได้ผู้ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย ไม่ต้องมาเรียนรู้งาน แต่ละท่านที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารสูงสุดในองค์กรที่ท่านกำลังจะเข้าไปรับผิดชอบ ดังนั้นจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินหน้าได้ดี ไม่ต้องรำมวย
เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ
ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็น พล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาแนะนำตัวต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ให้รับรู้ รับทราบ ว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเรา ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ภาพของ “ครม.อนุทิน” จะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมาน สามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิกใน 36 คน มาหลายสมัย มีความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน และเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเอง ก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงตำแหน่งของนายสันติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายอนุทิน รีบปัดตอบว่า ฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 3 คน ได้นั่งพูดคุยกับนายอนุทินด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนู “เค้กส้ม” ด้วย.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5089622/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hdZ8h_3Il_-B5ABnJLDJe
