Category: ท่องเที่ยว

  • เปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามฯ”

    เปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามฯ”

    เปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามฯ”

    28 Aug 68

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามและพิธีมงคลบวงสรวงคเณศจตุรถี ประจำปี 2568”

    วันนี้ (27 ส.ค. 68) เวลา 19.00 น. ณ ลานอุโบสถเงิน วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามและพิธีมงคลบวงสรวงคเณศจตุรถี ประจำปี 2568” มีกำหนดจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม – 5 กันยายน 2568 โดยมีกิจกรรมสาธิตการทำเครื่องเงิน การจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน กาดหมั้ว กิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง อุโบสถเงิน ซึ่งกิจกรรมไฮไลท์ได้แก่พิธีสักการะขอพรพระพิฆเนศทันใจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเวลา 19.00 น. เป็นต้นไปของทุกวัน
    และในช่วงเช้าได้มีพิธีบวงสรวง-อารตีไฟคเณศจตุรถี ประกอบพิธีสรงน้ำ สถาปนาหม้อกลับศคเณศ เทพแห่งปัญญาและความสำเร็จ เชื่อกันว่าพระองค์ทรงเสด็จมาประทานพร ความสำเร็จ ความโชคดี และการปลดเปลื้องอุปสรรคทั้งปวง ให้กับผู้ร่วมพิธีในครังนี้ด้วย

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3753793/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0J8HcsH3_RQkUSG3OUxZaF

  • สงขลา | กำหนด 3 พื้นที่ อำเภอสงขลา แหล่งท่องเที่ยว (เมืองสงขลา -หาดใหญ่-สะเดา) ขายเหล้าเบียร์ได้ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

    สงขลา | กำหนด 3 พื้นที่ อำเภอสงขลา แหล่งท่องเที่ยว (เมืองสงขลา -หาดใหญ่-สะเดา) ขายเหล้าเบียร์ได้ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

    วันที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในการกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568 โดยมีนายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจ ภาคสังคม ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการเข้าร่วม

    สำหรับการประชุมฯ ที่ประชุมได้พิจารณาตามข้อกำหนดของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ซึ่งมีสาระสำคัญห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

    ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น โดยที่ประชุมมีมติพิจารณากำหนดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันดังกล่าว จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา กำหนดพื้นที่ภายในเขตอำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่

    กำหนดพื้นที่ ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2 และ 3, ถนนนวลแก้ว, ถนนธรรมนูญวิถี และถนนสาครมงคล อำเภอสะเดา พื้นที่ที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกาเขตพื้นที่ (Zoning) เพื่อการตั้งสถานบริการ ได้แก่ ตำบลปาดังเบซาร์ และตำบลสำนักขาม ส่วนอำเภออื่น ๆ อีก 13 อำเภอ มีมติไม่กำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามเกณฑ์ดังกล่าว

    การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมประเพณีและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งเทศบาลนครสงขลายังคงยึดมั่นในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของจังหวัดให้เป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    ข่าว : ภูริศา กวีพันธ์ ภาพ : ศิรินาถ สิทธิการ เทศบาลนครสงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29198/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZkPjB5eJlEglfJ-rJM63w

  • ททท. จัดพิธีปิดการอบรมและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร TME รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568

    ททท. จัดพิธีปิดการอบรมและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร TME รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568

    ททท. จัดพิธีปิดการอบรมและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร TME รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568


    28/08/2568 | 71 |

    วันที่ 27 สิงหาคม 2568 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Tourism Management Program for Executives: TME) รุ่นที่ 6ประจำปี 2568 จำนวน 37 ราย พร้อมนี้ ได้รับเกียรติจากนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ

    นายจักรพล  ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายรัฐบาลปี 2568 ซึ่งมุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Tourism Hub ผ่านแนวทางที่เน้นทั้งคุณภาพและความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการสร้างงาน กระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 ที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การดำเนินงานของ ททท. ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านโครงการกระตุ้นตลาดและการจัดกิจกรรมอีเวนต์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมให้กับฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริหารในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญ
    เพื่อให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ โดยหลักสูตร Tourism Management Program for Executives (TME) ที่ ททท. จัดอบรมในช่วงที่ผ่านมา เพื่อช่วยเสริมองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การใช้ดิจิทัลและ AI ในการบริหารจัดการ และการออกแบบโมเดลท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีคุณค่าและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

    นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผ่านระบบการสร้างเครือข่าย (Networking) เสริมสร้างความเข้าใจในตลาด การท่องเที่ยวสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน การสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรฯ นี้ นับว่าเป็นเกียรติและมีความสำคัญยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ รวมถึงสื่อมวลชน ที่ล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศระดับสากล อันจะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

    ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 6 ภายใต้แนวคิด Path to Greatness นี้ ได้รับการอบรมใน 6 ชุดความรู้ ด้วยคีย์เวิร์ด GREATS ประกอบด้วย ชุดที่ 1: G – Global Trends & Sustainability in Tourism เปิดมุมมองแนวโน้มระดับโลกและทิศทางของความยั่งยืนในอนาคต, ชุดที่ 2: R – Rooting Cultural & Authentic Experiences ต่อยอดรากฐานทางวัฒนธรรมสู่อัตลักษณ์และประสบการณ์ของไทย, ชุดที่ 3: E – Enhancing Personalization & Customization นำสู่การปรับแต่งประสบการณ์ท่องเที่ยวเฉพาะบุคคลตามความต้องการที่ลึกซึ้ง, ชุดที่ 4: A – Advancing Health, Wellness & Well-being Tourism ขยายมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะที่ดีที่ตอบโจทย์สุขภาพสูง, ชุดที่ 5: T – Technologies Integration for Smart Tourism ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างเสริมการท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด, ชุดที่ 6: S – Shaping Thailand’s Signature Destinations วางรากฐานและกลยุทธ์เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางไทยที่แตกต่างและน่าจดจำ รวมถึงกิจกรรมศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

    นอกจากนี้ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรได้มีการนําเสนอแผนกลยุทธ์การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อผู้บริหาร ททท. และคณะกรรมการตัดสินฯ พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยว
    และกีฬามอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Tourism Management Program for Executives: TME) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568 จำนวน 37 ราย ณ หอประชุมกองทัพเรือ 

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจหลักสูตรอบรมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) โทร. 0 2250 5500 ต่อ 4920-4


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/418663&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10jvSFS-m4lRIuKV8Coo2n

  • ประกาศปิดชั่วคราว

    ประกาศปิดชั่วคราว

    ประกาศปิดชั่วคราว ‘อุทยานฯถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ’จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

    อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ประกาศ! ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา บริเวณหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 (ถ้ำปลา) เป็นการชั่วคราว

    28 สิงหาคม 2568 นายเกียรติศักดิ์ วังวล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ แจ้งว่า จากเหตุเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ คืนวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ส่งผลให้ลำน้ำแม่สะงีและ ลำน้ำห้วยผาที่ไหลผ่านบริเวณแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 (ถ้ำปลา) ท้องที่หมู่ ที่ 1 ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีปริมาณน้ำมาก ไหลเชี่ยว จนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบริเวณแหล่งท่องเที่ยวและทางเดินไปชมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ถ้ำปลาในบางจุด ทำให้เสี่ยงอันตรายแก่ นักท่องเที่ยว

    อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่เข้า มาท่องเที่ยวในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา  จึงประกาศปิดการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 (ถ้ำปลา) ท้องที่ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 27-28 สิงหาคม 2568 รวมจำนวน 2 วัน เป็นการชั่วคราว

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นปกติ โดยผู้มาติดต่อราชการสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อุทยาน แห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมายเลขโทรศัพท์ 082-1911746

    .012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/910162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw309f8_y6SzmC7ZQWnrHxAC

  • DSI ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 23 ปี กรมการท่องเที่ยว

    DSI ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 23 ปี กรมการท่องเที่ยว

    เผยแพร่: 28 ส.ค. 2568 10:39 น. ปรับปรุง: 28 ส.ค. 2568 10:39 น. เปิดอ่าน 20 ครั้ง  
    Line Facebook Twitter

    วันที่ 28 สิงหาคม  2568 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ นายศักดา พิพัฒน์ธรรมกุล ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 3 เป็นผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแสดงความยินดี  เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 23 ปี กรมการท่องเที่ยว โดยมี นายจาตุรนต์ ภัคดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร บี) ชั้น 2 กรมการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dsi.go.th/th/Detail/65b3dbd3d5779b8cd989e8ef47993594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HV5T0UXU4-3dR3_mFB2uD

  • ตำรวจท่องเที่ยว ชูมาตรการความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในเวทีอาเซียน-จีน

    ตำรวจท่องเที่ยว ชูมาตรการความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในเวทีอาเซียน-จีน

    วานนี้ (27 สิงหาคม) พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการเสวนา ASEAN-China Tourism Security and Safety Forum ที่เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2568

    การเสวนาครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนและจีน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการประสานงานด้านสถิติการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

    ในฐานะตัวแทน พล.ต.ต.พงษ์สยาม ได้นำเสนอมาตรการของตำรวจไทยในการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตอบคำถามและข้อสงสัยจากผู้เข้าร่วม พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police และ Tourist Safety Operation Center (TSOC) ซึ่งเป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยขณะท่องเที่ยวในประเทศไทย

    การเข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนและจีน โดยมีตัวแทนจากหลายประเทศเข้าร่วม เช่น จีน เมียนมา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และกลุ่มล้านช้าง-แม่โขง

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-tourist-police-safety-asean-china/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zY1GcN2fk67PtF00nxfEF

  • คังวอน แลนด์ เตรียมพลิกโฉม “กาสิโนรีสอร์ท” สู่ “Wellness Hub”

    คังวอน แลนด์ เตรียมพลิกโฉม “กาสิโนรีสอร์ท” สู่ “Wellness Hub”

    คังวอน แลนด์ พลิกเกมสู้ หวังรักษาจุดยืนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาหลีใต้! ผุดโปรเจกต์ “K-HIT” ปั้นกาสิโนรีสอร์ท High1 สู่ฮับสุขภาพ-กีฬาระดับโลก

    วงการกาสิโนและการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัวอภิมหาโครงการรีสอร์ทครบวงจร (Integrated Resort – IR) “MGM Osaka” ซึ่งมีมูลค่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    ล่าสุด สมาคมการท่องเที่ยวกาสิโนและสมาคมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ได้เดินทางเยือนเมืองโอซาก้าเพื่อจัดเวทีเสวนา ประเมินผลกระทบ และเตรียมกลยุทธ์รับมือเป็นการเร่งด่วน

    โดยสื่อท้องถิ่น The Korea Bizwire รายงานว่า การเสวนาดังกล่าวได้รวบรวมเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์แผนของญี่ปุ่นและหาแนวทางแก้ไข

    ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการคาดการณ์ว่า MGM Osaka อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ได้ถึง 7.6 ล้านคนต่อปี

    ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “คังวอน แลนด์” (Kangwon Land) กาสิโนเพียงแห่งเดียวที่อนุญาตให้คนเกาหลีเข้าใช้บริการ

    และยังกระทบต่อธุรกิจกาสิโนสำหรับชาวต่างชาติอีก 17 แห่ง ที่มีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงชาวญี่ปุ่น

    อย่างไรก็ตาม คังวอน แลนด์ ได้เตรียมแผนรับมือด้วยการประกาศปรับโฉมรีสอร์ท High1 ครั้งใหญ่ ภายใต้โครงการ “K-HIT” เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการกีฬาระดับโลก

    นายชเว ชอล-กยู รักษาการซีอีโอของคังวอน แลนด์ กล่าวว่า

    “นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเรา เราจะใช้นวัตกรรมอย่างโครงการ K-HIT เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และรักษาจุดยืนของเกาหลีในเวทีรีสอร์ทครบวงจรระดับโลก”

    สำหรับโครงการ MGM Osaka มีกำหนดเปิดให้บริการราวปี 2030 โดยชูจุดเด่นการเป็นกาสิโนถูกกฎหมายแห่งแรกของญี่ปุ่น

    พร้อมด้วยโรงแรม 3 แบรนด์ รวมกว่า 2,500 ห้องพัก พื้นที่จัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ขนาดใหญ่ถึง 730,000 ตารางฟุต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/729480&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AlZwtiLGHHYIcDKHX6T-l

  • เทรนด์เที่ยวเปลี่ยนไป เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นภารกิจร่วมของนักเดินทางและชุมชน

    เทรนด์เที่ยวเปลี่ยนไป เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นภารกิจร่วมของนักเดินทางและชุมชน

    ในโลกที่การเดินทางเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “การเดินทางของฉตัวเองส่งผลกระทบอะไรกับที่ที่ไปบ้าง?” ล่าสุด รายงานการวิจัยปี 2025 จาก Booking.com ฉบับครบรอบ 10 ปี เผยกระแสความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ระยะสั้นอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “วิถีใหม่ของการท่องเที่ยว”

    นักท่องเที่ยวมองลึกกว่าแค่ธรรมชาติ

    นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่ง (53%) จาก 32 ประเทศทั่วโลก ระบุว่าพวกเขาตระหนักถึงผลกระทบของการเดินทางที่มีต่อ “ชุมชนท้องถิ่น” ไม่ใช่แค่เรื่อง “สิ่งแวดล้อม” เท่านั้น ข้อมูลนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีแนวโน้มใส่ใจชุมชนสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดย 68% ระบุว่าพวกเขาเห็นความสำคัญของผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว

    ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวยุคใหม่ก็กำลังมองหาประสบการณ์แท้จริงที่สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของพื้นที่ เช่นเดียวกับที่พวกเขาต้องการให้ค่าใช้จ่ายของตนหมุนเวียนกลับสู่ชุมชน มากถึง 89% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยระบุเช่นนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่าเดิม

    สองบทบาทในหนึ่งคน นักท่องเที่ยวก็เป็น “เจ้าบ้าน” เช่นกัน

    รายงานของ Booking.com ได้ตั้งคำถามเชิงลึกที่ไม่เพียงแต่สำรวจความคิดของนักเดินทางในฐานะผู้เยือน แต่ยังชวนให้พวกเขามองตัวเองในฐานะ “เจ้าบ้าน” หรือผู้อยู่อาศัยที่ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน มากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (57%) มองว่าการท่องเที่ยวสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ของตน แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ยอมรับว่าการท่องเที่ยวในบางรูปแบบก่อให้เกิดปัญหาหนัก เช่น การจราจรติดขัด (39%) ขยะล้นเมือง (41%) ความแออัด (31%) และค่าครองชีพที่สูงขึ้น (28%)

    แม้จะมีข้อกังวลเหล่านี้ มีเพียง 16% เท่านั้นที่เห็นว่าควรจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว จุดยืนที่น่าสนใจของคนส่วนใหญ่กลับอยู่ที่การเรียกร้องให้มี “การลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” เช่น ระบบคมนาคม การจัดการขยะ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

    sustainability-over-the-past-10-years-how-have-travel-trends-changed-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ความยั่งยืนที่เปลี่ยนจาก “ความตั้งใจ” สู่ “ความปกติ”

    เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2016 มีเพียง 42% ของนักท่องเที่ยวที่ระบุว่าตนเองเดินทางอย่างยั่งยืน แต่ในปี 2025 ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 93% ที่ระบุว่าต้องการและพยายามเดินทางอย่างยั่งยืนให้มากที่สุด พฤติกรรมที่เคยเป็นทางเลือก กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อออกจากที่พัก (พุ่งจาก 43% ในปี 2020 เป็น 67% ในปี 2023) หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงไฮซีซัน (39%) หรือเลือกเยือนจุดหมายปลายทางทางเลือก (36%) เพื่อลดความแออัด

    ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นอนาคตของการท่องเที่ยว

    รายงานปี 2025 ของ Booking.com สะท้อนอย่างชัดเจนว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงคำที่ถูกพูดถึงเฉพาะในวงการสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจหลักของประสบการณ์การเดินทางของคนรุ่นใหม่ และไม่ว่าจะปีไหนการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจและเครื่องมือเชื่อมโยงวัฒนธรรมจากทั่วโลก หากแต่จะต้องเป็นการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงชุมชน ผู้คน และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

    ทั้งหมดนี้ยังสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากนโยบายรัฐหรือโครงการขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “การตัดสินใจเล็กๆ” ของนักเดินทางแต่ละคน เช่น การเลือกเวลาเดินทาง การเคารพวิถีชีวิตท้องถิ่น หรือการสนับสนุนธุรกิจรายย่อย

    หากทุกคนร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ชาวบ้าน ผู้ประกอบการ หรือแพลตฟอร์มระดับโลก การเดินทางจะไม่ใช่แค่การไป “เยือน” แต่เป็นการ “มีส่วนร่วม” และ “ส่งต่อสิ่งดีๆ” ให้กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/sustainability-over-the-past-10-years-how-have-travel-trends-changed&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vbe0R-OAFuRsYr3uqGDsr

  • ห้างเซ็นทรัลปลุกท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ดึงต่างชาติช็อปไฮซีซัน

    ห้างเซ็นทรัลปลุกท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ดึงต่างชาติช็อปไฮซีซัน

    ห้างเซ็นทรัลปลุกท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ดึงต่างชาติช็อปไฮซีซัน

    Date Time: 28 ส.ค. 2568 06:36 น.

    Summary

    ห้างเซ็นทรัลเดินหน้าหนุนการท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ซึ่งตรงกับไฮซีซันของไทย โดยเฉพาะตลาดยุโรปและตะวันออกกลางที่มีการจองทริปเพิ่มต่อเนื่อง สอดรับกับการจับจ่ายในห้างที่คึกคัก

    Latest


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าห้างเซ็นทรัลชิดลมและเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือพันธมิตร 72 แบรนด์ เปิดแคมเปญ “Shop & Win” ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 ต.ค. มอบสิทธิพิเศษกว่า 30,000 รายการ เพื่อสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งระดับเวิลด์คลาส พร้อมเสริมบทบาทเซ็นทรัลในฐานะแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งตรงกับฤดูร้อนของหลายประเทศทั่วโลกและถือเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยวในไทย โดยรายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ระบุว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป แนวโน้มการจองล่วงหน้า (Forward Booking) ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนก.ค.ถึงก.ย. (Summer Slot) ที่ได้รับความนิยมสูงจากตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง สอดคล้องกับการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจับจ่ายในห้างเซ็นทรัล

        ผู้บริหารเซ็นทรัลระบุว่า การเดินหน้าจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิงที่เหนือความคาดหมาย และตอกย้ำบทบาทของเซ็นทรัลในฐานะ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” ของประเทศ ทั้งในด้านการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2879147&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ad3hteb7XOGZm–G98JWJ

  • –

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/910094&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ad1qVMd0pYjyYLgHWeLde