Category: ท่องเที่ยว

  • 1,406 กม. ข้ามประเทศ: เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง

    1,406 กม. ข้ามประเทศ: เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง

    จากระนองสู่เชียงราย เมื่อเจ้าของฟาร์มสเตย์พาทีม 50 คนเดินทาง 1,406 กม. สร้างปรากฏการณ์ท่องเที่ยวเมืองรอง

    เชียงราย, 1 พฤศจิกายน 2568 – ในยุคที่การท่องเที่ยวกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น การตัดสินใจของผู้ประกอบการธุรกิจที่พักแห่งหนึ่งจากจังหวัดระนอง ที่เลือกนำพนักงานทั้ง 50 คนเดินทางข้ามประเทศจากปักษ์ใต้สู่ปักษ์เหนือ กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับจังหวัดปลายทาง แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพการท่องเที่ยวของเมืองรองอย่างเชียงรายไปยังกลุ่มผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ

    จากป่ารกร้างสู่ฟาร์มสเตย์ดัง พลังของการสื่อสารดิจิทัล

    วิโรจน์ ฉิมมี หรือที่คนรู้จักในนาม “เบส” เจ้าของ “บ้านไร่ ไออรุณ” ฟาร์มสเตย์ในอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เล่าถึงที่มาของการเดินทางครั้งนี้ว่า เริ่มจากความตั้งใจที่จะให้รางวัลกับพนักงานทุกคน หลังจากที่ทุกคนร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจที่เคยเป็นเพียงป่ารกร้าง ให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีผู้ติดตามถึง 1 ล้านคนบนโซเชียลมีเดีย

    “ผมหยอดกระปุกสะสมเงินมาได้ 1 ล้านบาท เพื่อจะพาพนักงานไปเติมพลัง ไปมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง” วิโรจน์โพสต์ในช่องทาง บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun  “อยากพาทุกคนไปไกลสุดในประเทศนี้ เท่าที่จะทำได้ ปีนี้เราจะไปอุดหนุนชาวจังหวัดเชียงรายกัน”

    การตัดสินใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียง 50 คน โดยต้องปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 28-31 ตุลาคม 2568 และกลับมาเปิดบริการอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งหมายถึงการสูญเสียรายได้ช่วงปลายเดือนที่เป็นช่วงท่องเที่ยว

    ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง

    1,406 กิโลเมตร ข้ามน้ำข้ามทะเล จากใต้สุดสู่เหนือสุด

    การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากสนามบินระนอง ที่อยู่ห่างจากบ้านไร่เพียง 28 กิโลเมตร คณะเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย โดยใช้งบประมาณค่าตั๋วเครื่องบินทั้งหมด 4 แสนบาท เดินทางไปต่อเครื่องที่สนามบินดอนเมือง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เชียงราย ระยะทางเกือบ 1,500 กิโลเมตร

    “ครั้งแรกในชีวิตที่ทุกคนได้เดินทางมาที่จังหวัดนี้” วิโรจน์เล่า “หลายคนในทีมเป็นชาวบ้านที่เพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก ได้เห็นท้องฟ้า ท้องทะเล จากภาคใต้มาถึงเมืองเหนือ”

    สิ่งที่น่าสนใจคือ สนามบินระนองในปัจจุบันมีเที่ยวบินให้บริการถึง 2 ไฟลต์ต่อวัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ได้มากขึ้น สะท้อนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองรองด้วยกัน

    เส้นทางท่องเที่ยว สัมผัสเชียงรายในทุกมิติ

    โปรแกรมการเดินทาง 4 วัน 3 คืน ที่วิโรจน์วางแผนไว้ ครอบคลุมจุดท่องเที่ยวสำคัญของเชียงราย เริ่มจากมื้อแรกที่ร้านข้าวซอยวิจิตตรา ร้านอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ พร้อมเมนูข้าวซอยและน้ำเงี้ยวที่ทุกคนประทับใจ

    คืนแรกพักกลางทุ่งดอกไฮเดรนเยียบนยอดดอย ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย พร้อมหมูกระทะที่จัดเตรียมไว้ให้ ก่อนที่จะออกเดินทางสำรวจจุดท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ ผาฮี้-ผาหมี, ไร่สิงห์ปาร์ค, อาข่า ฟาร์มวิว, สวนดอกไฮเดรนเยีย ดอยช้าง, ไร่ชาฉุยฟง และดอยตุง แต่ละจุดล้วนมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความงามของธรรมชาติ ไร่กาแฟบนภูเขาสูง ฟาร์มแกะที่มีนักท่องเที่ยวต่อคิวซื้อบัตรเข้าชม ไปจนถึงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์

    คืนที่สองเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเชียงราย พักที่โรงแรม The Riverie by Katathani ริมแม่น้ำกก ซึ่งทีมงานของโรงแรมได้ต้อนรับด้วยพวงมาลัยและการ์ดที่เขียนวางไว้บนเตียงทุกห้อง แม้จะไม่ได้แจ้งความเป็นพิเศษล่วงหน้า แต่การบริการที่เป็นเลิศทำให้ทุกคนประทับใจ

    ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น มากกว่าตัวเลข

    การเดินทางของคณะ 50 คนจากระนองสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเชียงรายในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ค่าเช่ารถ ไปจนถึงการซื้อของฝากจากชุมชนต่างๆ

    หากประมาณการอย่างหยาบจากงบประมาณ 1 ล้านบาท หักค่าตั๋วเครื่องบิน 4 แสนบาท คงเหลืองบประมาณ 6 แสนบาท ที่ใช้จ่ายในพื้นที่เชียงราย เฉลี่ยคนละประมาณ 12,000 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าที่พัก 2 คืน ค่าอาหาร 4 วัน ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

    สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือมูลค่าทางการตลาดที่เกิดขึ้น เมื่อเจ้าของธุรกิจที่มีผู้ติดตามถึง 1 ล้านคนบนโซเชียลมีเดีย โพสต์ภาพและเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวเชียงราย กลายเป็นการประชาสัมพันธ์ที่มีพลังมหาศาลโดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐแต่อย่างใด

    “การลงทุนของจังหวัดเชียงราย แค่การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ยิ้มแย้ม ก็เป็นการสร้างกำไรในระยะยาว” วิโรจน์กล่าว “แม้จะมีบางคนมองว่า ทางร้านก็จะได้การลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า แต่เราก็ต้องดูว่าทำไมต้องเลือกเดินทางมาไกลจากระนองถึงเชียงรายมากกว่า 1,406 กม.”

    เชื่อมโยงกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “เที่ยวดี มีคืน”

    การเดินทางของคณะบ้านไร่ ไออรุณ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลเพิ่งเปิดตัวมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “เที่ยวดี มีคืน” ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ประชาชนผู้เสียภาษีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้รับสิทธิประโยชน์จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    สำหรับมาตรการสำหรับบุคคลธรรมดา ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาทสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรอง (1.5 เท่าของค่าใช้จ่าย) และ 20,000 บาทสำหรับเมืองหลัก (1 เท่าของค่าใช้จ่าย) ครอบคลุมทั้งค่าที่พักและค่าบริการร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ มาตรการสำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายในการจัดอบรมหรือสัมมนาให้กับพนักงานได้ถึง 2 เท่าสำหรับเมืองรอง และ 1.5 เท่าสำหรับเมืองหลัก ซึ่งตรงกับกรณีของบ้านไร่ ไออรุณที่นำพนักงานเดินทางไปเพื่อเติมพลังและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ

    ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง

    การเรียนรู้ที่คุ้มค่ากว่าเงิน

    วิโรจน์เปิดเผยว่า ธุรกิจของเขาเป็นเพียงกิจการเล็กๆ ที่ผลประกอบการไม่ได้มีกำไรเหลือเงินเยอะ แต่เขาเลือกที่จะลงทุนกับคน ด้วยความเชื่อว่าการพาพนักงานออกไปสัมผัสประสบการณ์ภายนอก จะช่วยพัฒนาทักษะและทัศนคติในการทำงาน โดยเฉพาะธุรกิจบริการอย่างฟาร์มสเตย์

    “เราเลือกใช้วิธีนี้ในการพัฒนาคนมาหลายปีแล้ว ปีละ 1 ครั้ง” เขากล่าว “อยากพาทุกคนออกเดินทางมาพัก มาชาร์จพลัง มาเป็นผู้ใช้บริการ มาเห็นว่าที่อื่นเค้าทำอะไรกัน ในสถานที่ที่เราไม่เคยไป”

    ประสบการณ์ที่พนักงานได้รับนั้นครอบคลุมทุกมิติของการท่องเที่ยว ตั้งแต่การได้นั่งเครื่องบิน ได้เห็นการบริการของแอร์โฮสเตส ได้นั่งรถขึ้นดอยที่มีคนขับคอยเล่าประวัติสถานที่ ได้เห็นโฮมสเตย์ที่ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ได้สัมผัสการบริการที่ยอดเยี่ยมจากที่พักต่างๆ ทั้งหมดนี้คือการเรียนรู้ที่จะนำมาต่อยอดในการพัฒนา “บ้านไร่ ไออรุณ” ของตัวเองให้ดีขึ้น

    “ประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้ จะเป็นพลังบวกให้เราทุกคนกลับไปพัฒนาบ้านไร่ เพื่อกลับไปเป็นผู้ให้บริการที่ดีขึ้น” วิโรจน์กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

    ภาคเหนือยุคใหม่ พร้อมรับนักท่องเที่ยว

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนืออย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ฤดูเหนือ” พร้อมเผยกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อกระตุ้นการเติบโตของการท่องเที่ยว

    นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า แม้ตัวเลข 9 เดือนแรกของปี 2568 จะทรงตัว แต่คาดการณ์ว่า 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้การท่องเที่ยวจะเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศคลี่คลายและมีกิจกรรมปลายปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าหมายว่าภาพรวมนักท่องเที่ยวทั้งปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา

    สำหรับปี 2569 ททท. ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 178 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า

    กลยุทธ์ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองรอง

    ททท. ได้วางกลยุทธ์สำคัญ 3 ประการเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภาคเหนือ ประการแรกคือการใช้พลังของรีวิวและโซเชียลมีเดีย การตลาดแบบ “ตามรอยรีวิว” และการบอกต่อจากอินฟลูเอนเซอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งกรณีของบ้านไร่ ไออรุณที่มีผู้ติดตาม 1 ล้านคนนั้น เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพลังทางการตลาดแบบนี้

    ประการที่สองคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน ผู้ประกอบการและสายการบินมีแผนเพิ่มเที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศสู่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเมืองรองอย่างเชียงรายที่เริ่มมีสายการบินตรงจากต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่ ทำให้การเข้าถึงง่ายขึ้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

    ประการสุดท้ายคือการกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง ซึ่งพบว่ามีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรองมากขึ้น เช่น เชียงราย แพร่ น่าน ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ซึ่งช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง

    นอกจากนี้ ททท. ยังเน้นการขยายตลาดต่างชาติ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง และญี่ปุ่น เพื่อชดเชยความผันผวนของตลาดหลักและสร้างความหลากหลายของนักท่องเที่ยว

    ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง

    เทศกาลและกิจกรรมตลอดทั้งปี

    แคมเปญ Season of North 2026 มุ่งเน้นให้ภาคเหนือเป็นจุดหมายที่ “เที่ยวได้ทุกฤดู” ผ่าน 3 มุมความสุขหลัก คือ ฤดูแห่งการให้รางวัลแก่ชีวิต (พักผ่อน/สุขภาพ) ฤดูแห่งการเฉลิมฉลอง (ความสุข/ฮีลใจ) และฤดูแห่งการแบ่งปัน (บอกเล่าเรื่องราวความเป็นเหนือ)

    ในช่วงฤดูกาลนี้ ภาคเหนือมีกิจกรรมหลากหลายตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลทุเรียนอุตรดิตถ์ งานสีสันดอยตุงและเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม งานแพร่คราฟต์ และเทศกาลใหญ่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน อาทิ ยี่เป็งเชียงใหม่ โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟสุโขทัย ลอยกระทงสายตาก และนมัสการพระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอน

    บทเรียนและแรงบันดาลใจ

    กรณีของบ้านไร่ ไออรุณ สะท้อนให้เห็นหลายมิติของการท่องเที่ยวยุคใหม่ ทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านประสบการณ์จริง การใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงระหว่างเมืองรองด้วยกัน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแบบกระจายรายได้สู่ชุมชน

    วิโรจน์เล่าถึงที่มาของความฝันในการสร้างบ้านไร่ที่บ้านเกิดว่า “ผมคุยกับพ่อตลอดถึงสิ่งที่อยากทำ แต่กับแม่ผมต้องอ้างไปก่อนว่าจะกลับมาทำงานเป็นสถาปนิกในตัวเมืองระนอง เพราะแม่เป็นแม่ค้าในตลาด ถ้าเพื่อนที่เป็นแม่ค้าด้วยกันรู้เข้า ทุกคนจะแห่ถามแม่ว่า ลูกไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เหรอ แล้วกลับมาทำอะไรที่บ้าน ผมไม่อยากให้แม่ต้องกังวลกับคำถามเหล่านี้ ก็เลยบอกแม่ไปแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วผมตั้งใจกลับมาสร้างบ้าน”

    ความตั้งใจนั้นประสบผลสำเร็จ จากป่ารกร้างกลายเป็นฟาร์มสเตย์ที่ผสมผสานที่พัก คาเฟ่ ร้านอาหาร และขายของฝากงานแฮนด์เมด กลางสวนผักและผลไม้ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 8.00-20.00 น. และที่สำคัญคือการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง มีพนักงาน 50 คนที่เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ

    “ผลลัพธ์ที่ได้มัน คือความสุขทางใจ ไม่ใช่แค่พนักงานนะ นายจ้างอย่างผมใจมันก็ฟูไปด้วย” วิโรจน์กล่าวถึงการพาพนักงานเดินทาง “เดินคนเดียวไปได้ไว แต่เดินได้ไกล ก็ต้องไปด้วยกัน”

    ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง

    มาตรการเสริมอื่นๆ ที่หนุนการท่องเที่ยว

    นอกจากมาตรการ “เที่ยวดี มีคืน” สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการเสริมอื่นๆ อีก 3 มาตรการ ได้แก่ การเร่งรัดเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านการฝึกอบรม (Front Load) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 – 31 มกราคม 2569 โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก และกำหนดให้เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงิน

    มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ระหว่าง 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 ให้หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายจริง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่พักมีแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพที่พัก

    และมาตรการลดอัตราภาษีกิจกรรมบันเทิง ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเทค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ จาก 10% เป็น 5% ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกลางคืนและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

    ความท้าทายและโอกาสข้างหน้า

    แม้ว่าการท่องเที่ยวภาคเหนือจะมีศักยภาพสูง แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะการแข่งขันกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ความผันผวนของสภาพอากาศ โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในช่วงฤดูแล้ง และการพัฒนาคุณภาพการบริการให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม โอกาสก็มีมากมาย ทั้งการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจีนและเอเชียตะวันออกที่กำลังฟื้นตัว แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่นักท่องเที่ยวยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ดี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

    การมีอินฟลูเอนเซอร์และผู้ประกอบการอย่างวิโรจน์ ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมากและเลือกมาท่องเที่ยวเชียงราย ถือเป็นโอกาสทองในการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะเป็นการสื่อสารแบบ organic ที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม

    ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง

    เชียงราย แบบจำลองของการท่องเที่ยวเมืองรองที่ประสบความสำเร็จ

    เชียงรายถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง จากจังหวัดที่เคยถูกมองว่าเล็กที่สุดในภาคเหนือ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ด้วยจุดเด่นหลายประการ

    ประการแรกคือความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งธรรมชาติอันงดงามบนพื้นที่ภูเขาสูง วัดวาอารามที่มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์ ไร่กาแฟและไร่ชาบนดอยสูง ฟาร์มแกะและสวนดอกไม้นานาพันธุ์ และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

    ประการที่สองคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสนามบินที่เริ่มมีเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ถนนและการคมนาคมที่สะดวกขึ้น และที่พักหลากหลายรูปแบบตั้งแต่โรงแรมระดับหรูจนถึงโฮมสเตย์ชุมชน

    ประการที่สามคือคุณภาพการบริการที่ดี ดังที่วิโรจน์ให้ความเห็นว่า “พี่ๆพนักงานที่โรงแรม น่ารักมากดูแลพวกเราเป็นอย่างดี มีพวงมาลัยรอต้อนรับ มีการ์ดเขียนวางไว้บนที่นอนทุกห้อง ทุกคนประทับใจในงานบริการมากครับ” การบริการที่เป็นเลิศนี้คือสิ่งที่สร้างความประทับใจและทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีก

    บทส่งท้าย เมื่อการท่องเที่ยวกลายเป็นการลงทุนในคน

    เรื่องราวของวิโรจน์และทีมงาน 50 คนจากบ้านไร่ ไออรุณ สะท้อนให้เห็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยว ที่ไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อนหย่อนใจ แต่เป็นการลงทุนในการพัฒนาคน การเรียนรู้ และการสร้างแรงบันดาลใจ

    การเดินทาง 1,406 กิโลเมตร ข้ามจากจังหวัดเล็กที่สุดในภาคใต้มาสู่เมืองรองของภาคเหนือ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขระยะทาง แต่เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวระหว่างเมืองรองด้วยกัน การสร้างความเข้าใจและแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจที่พักในพื้นที่ต่างๆ และที่สำคัญคือการประชาสัมพันธ์ที่มีพลังผ่านโซเชียลมีเดีย

    จากผู้ติดตาม 1 ล้านคน ที่ได้เห็นภาพความสวยงามของเชียงราย ความอบอุ่นของการต้อนรับ และรอยยิ้มของทีมงานที่มีความสุขกับการเดินทาง กลายเป็นแรงจูงใจให้คนอื่นๆ อยากมาสัมผัสประสบการณ์เดียวกัน นี่คือพลังของการท่องเที่ยวแบบ storytelling ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการโฆษณาแบบเดิมๆ

    ด้วยการสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐอย่าง “เที่ยวดี มีคืน” ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดถึง 1.5 เท่าสำหรับเมืองรอง และแคมเปญ “Season of North 2026” ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ย่อมเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้เกิดกรณีศึกษาแบบนี้มากขึ้นในอนาคต

    สำหรับวิโรจน์และทีมงาน พวกเขาได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 พร้อมจัดดอกไม้และตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือน บ้านไร่ ไออรุณ ในจังหวัดระนอง ด้วยการบริการที่ดียิ่งขึ้น จากประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการเดินทางครั้งนี้

    “โคตรภูมิใจ” คำพูดสั้นๆ ที่วิโรจน์ใช้สรุปทริปนี้ สะท้อนถึงความรู้สึกของผู้ประกอบการรายเล็กที่กล้าตัดสินใจลงทุนในคน และได้เห็นรอยยิ้มความสุขของพนักงานทุกคนที่ได้ออกไปสัมผัสโลกกว้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่มีวันลืม บนยอดดอยแห่งเชียงราย จังหวัดเมืองรองเหนือสุดของประเทศไทย

    เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

    • เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
    • เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
    • ภาพ : บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun จังหวัดระนอง
    • บ้านไร่ ไออรุณ
    • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
    • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
    • กรมสรรพากร
    • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

    NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM

    กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/ranong-chiangrai-tourism-stimulus-case-study/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_vUJmGDLNkaXqqeuDOURt

  • สารวัตรใหญ่ตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี นำกำลังพร้อมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวออกดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเทศกาลฮาโลวีน

    สารวัตรใหญ่ตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี นำกำลังพร้อมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวออกดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเทศกาลฮาโลวีน

    วันนี้ 31 ต.ค.68 เวลาประมาณ 19.00 น. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ สวญ.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.1 และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ออกดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง S.T.C. และ สถานที่จัดกิจกรรมฮาโลวีนในพื้นที่ จว.ลพบุรี และ ตรวจตราเข้มตามสถานบริการในพื้นที่ โดยได้กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.สถานบริการ และเน้นย้ำในเรื่องห้ามเด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการและให้ทางร้านตรวจเข้มในเรื่องยาเสพติดในสถานบริการและห้ามนักท่องเที่ยวพกพาอาวุธเข้าไปเด็ดขาด

    ปรากฏกายสร้างความเชื่อมั่นในแหล่งท่องเที่ยวพร้อมทั้งทักทายมวลชนกับประชาชนและนักท่องเที่ยวสร้างความเป็นมิตรและเป็นกันเองกับประชาชน

    ทั้งนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ แอปพิเคชั่น นักท่องเที่ยวทราบหากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police และสายด่วน 1155

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/253687&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LQZgAtBGO9BVn6CxeT3mL

  • ยูเนสโกเลือก “น่าน-สงขลา” เมืองสร้างสรรค์โลกปี 68 ตอกย้ำอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย

    ยูเนสโกเลือก “น่าน-สงขลา” เมืองสร้างสรรค์โลกปี 68 ตอกย้ำอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย

    วันนี้ ( 1 พ.ย.2568) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแสดงความชื่นชมการบริหารจัดการอัตลักษณ์ของจ.น่าน และจ.สงขลา สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ได้รับคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 ต่อยอดด้านการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น

    สอดคล้องกับนโยบาย ไท ไทย ที่มุ่งสร้างรายได้จากวัฒนธรรมท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มโอกาสให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน โดย จังหวัดน่านได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายใน สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) จากการนำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิดหลัก ปราชญ์ท้องถิ่น–ชุมชน–ธรรมชาติ (Artisans–Community–Nature) ตอกย้ำจุดยืนของน่านในฐานะ เมืองเก่าที่มีชีวิต (Living Old City) ที่ซึ่งงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านไม่ได้เป็นเพียงมรดกที่จัดแสดง

    แต่ยังคงถูกผลิต ใช้ และสืบทอดในวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่ผืนผ้าทอไทลื้อและลายน้ำไหลอันเป็นเอกลักษณ์ งานเครื่องเงินของชาวอิ้วเมี่ยนอันประณีต งานจักสานที่ปรับเข้ากับยุคสมัย ไปจนถึงมรดกเตาเผาโบราณบ่อสวก จิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” งานแกะสลักไม้หัวเรือแข่งพญานาคอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมรดกที่จับต้องไม่ได้ในชุมชนจากชาติพันธุ์ที่หลากหลาย เช่น ย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ (GI)

    ขณะที่ จังหวัดสงขลา ได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขาอาหาร (Gastronomy) จากการนำเสนอความโดดเด่น คือ เป็นเมือง 2 ทะเล มีทั้งทะเลสาบสงขลา 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม และทะเลฝั่งอ่าวไทย มีภูมินิเวศแบบโหนด-นา-เล คือ ต้นตาล ท้องนา และทะเล เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ก่อให้เกิดวัตถุดิบในการทำอาหารที่หลากหลาย ทำให้กลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของเมืองสงขลาจนถึงปัจจุบัน และมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายมีศักยภาพและมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนเมือง

    การได้รับคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดน่านและจังหวัดสงขลา รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย ตอกย้ำพลังอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย รัฐบาลพร้อมเดินหน้ายกระดับศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างภาคภูมิใจ

    นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรร

    นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรร

    นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรร

    ด้านนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  กล่าวว่า ในปีนี้ ยูเนสโกได้ประกาศรับรองเมืองใหม่เข้าสู่เครือข่ายทั้งหมด 58 เมือง จาก 41 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุม 8 สาขาความสร้างสรรค์ ได้แก่ หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน 14 เมือง, วรรณกรรม 10 เมือง, วิทยาการอาหาร 10 เมือง, ดนตรี 9 เมือง, สถาปัตยกรรม 5 เมือง, ออกแบบ 4 เมือง, ภาพยนตร์ 4 เมือง, และ มีเดีย อาร์ต 2 เมือง การเข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกจะช่วยส่งเสริมให้เมืองน่านและสงขลาได้พัฒนาและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาเมือง

     อ่านข่าว:

     19 ปีโครงการกำลังใจ “เจ้าฟ้านักกฎหมาย” ผู้พลิกโฉมงานราชทัณฑ์

    กพท.ประกาศห้ามบินโดรนบางอำเภอใน 5 จังหวัดชายแดน ถึง 15 พ.ย.นี้

    5 พ.ย.นี้ “ซูเปอร์ฟูลมูน” คืนลอยกระทง ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358135&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QrkeU1DdIGanBtUN2_lDk

  • เทรนด์คนทำงานยุคใหม่ “ลาพักร้อน นอนอยู่บ้าน” แทนการออกไปเที่ยว

    เทรนด์คนทำงานยุคใหม่ “ลาพักร้อน นอนอยู่บ้าน” แทนการออกไปเที่ยว

    เมื่อ “การนอน” กลายเป็นความหรูหราใหม่

    แม้แต่ในยามที่ผู้คนเลือกจะออกไปเที่ยว “การนอน” ก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ผลสำรวจเดียวกันชี้ว่า 47% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยอมจ่ายแพงขึ้นถึง 25% เพื่อรับประกันว่าจะได้ “นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม” ในระหว่างทริปนั้นๆ

    ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับการเติบโตของเทรนด์ “Sleep Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การนอนอย่างมีคุณภาพโดยเฉพาะ Amerisleep

    เทรนด์คนทำงานยุคใหม่

    พบว่ายอดการค้นหาคำว่า “Wellness Travel” (การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) บน Google พุ่งสูงขึ้นกว่า 95% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่คำที่เฉพาะเจาะจงอย่าง “Sleep Resort” หรือ “Sleep Vacation” ก็ถูกค้นหาสูงขึ้นกว่า 30%

    รายงานจาก HTF Market Intelligence ในปี 2024 ยังตอกย้ำเทรนด์นี้ โดยประเมินว่าตลาด Sleep Tourism ทั่วโลก มีมูลค่ามหาศาลถึง 6.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตอีกกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028

    ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่าง Sleep Tech (เทคโนโลยีเพื่อการนอน) หรือ Sleep Clinic (คลินิกการนอนหลับ) เป็นตลาดที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเช่นกัน

    ที่มา : AOLunitenewsonlineathletechnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/work-balance/860540&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vKCh4B3TlqHmwiA72GW6v

  • น้ำใจท่วมทุ่ง! ฮีโร่ผู้ใจบุญ “เขาหลัก” อุทิศที่ดิน 600 เมตร สร้างทางระบายน้ำถาวร กู้เมืองท่องเที่ยวน้ำท่วมซ้ำซาก! สส.พังงา ลุยนำทีมแก้ปัญหา

    น้ำใจท่วมทุ่ง! ฮีโร่ผู้ใจบุญ “เขาหลัก” อุทิศที่ดิน 600 เมตร สร้างทางระบายน้ำถาวร กู้เมืองท่องเที่ยวน้ำท่วมซ้ำซาก! สส.พังงา ลุยนำทีมแก้ปัญหา

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/107455&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nCvYRU_vCoq8bA5LCyJVO

  • “แอตต้า”ฝันไฮซีซั่นนี้ดีกว่าปีก่อน

    “แอตต้า”ฝันไฮซีซั่นนี้ดีกว่าปีก่อน

    นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า มีความหวังว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ ตลาดต่างชาติเที่ยวไทยต้องดีกว่าปี 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลจีน และขอให้เปิดประตูนำนักท่องเที่ยวจีนออกมาเที่ยวไทยอย่างน้อยเพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านคน อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลอดทั้งปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย 32 ล้านคน ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ แบ่งเป็น 5 อันดับประเทศที่เข้ามาเที่ยวไทยสูงสุด ได้แก่ 1.จีน 4.6 ล้านคน 2.มาเลเซีย 4.5 ล้านคน 3.อินเดีย 2.2 ล้านคน 4.รัสเซีย 1.6 ล้านคน และ 5.เกาหลีใต้ 1.5 ล้านคน “สาเหตุที่ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมทั้งปีต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาล เนื่องจาก นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาผ่านสมาคมฯ มีประมาณ 10,000 คนต้นๆ ต่อวันเท่านั้น และมีบางวันที่ลดลงต่ำกว่าหมื่นคนด้วย ถือว่าน้อยอยู่เมื่อเทียบกับช่วงปกติ การท่องเที่ยวไทยในตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงต่ำสุดแล้ว อย่าต่ำไปกว่านี้เลย ภาคเอกชนยังคาดหวังว่า ฟ้าหลังฝนต้องสดใสกว่านี้ ในฐานะที่ชินชาแล้วก็ต้องมีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า”

    สำหรับการปราบแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ถือว่าส่งผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงประเทศไทยเพราะเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกัน เมื่อกัมพูชามีปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็มองไทยที่อยู่ติดกันในภาพแบบเดียวกัน โดยอยากให้รัฐบาลร่วมมือกันทำงานเพื่อปราบขบวนการที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่ตั้ง เพราะจากการหารือกับผู้ประกอบการเอเจนท์ทัวร์ก็ได้ข้อมูลว่ามีผลกระทบเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

    ส่วนการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ภายในเดือนม.ค. 2569 จะมีการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ ผ่านการนำพันธมิตรผู้ประกอบการต่างประเทศเข้ามาเจรจาซื้อขายกับผู้ประกอบการไทย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วม 1,500 คน และจะมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการจัดทำโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2892664&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mH0GylSNKhdWVwgi8qA-n

  • เริ่มแล้ววันนี้ เปิดทดลองใช้ฟรี 24 ชั่วโมง มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี

    เริ่มแล้ววันนี้ เปิดทดลองใช้ฟรี 24 ชั่วโมง มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี

    วันที่ 31 ตุลาคม 2568 นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ อาคาร CCB บริเวณด่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามความพร้อมของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่–กาญจนบุรี ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร่วมคณะลงพื้นที่จากหลายหน่วยงาน อาทิ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เส้นทาง ทั้งนนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ตลอดจนผู้แทนจากบริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด (BGSR 81) และผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อแสดงถึงความพร้อมของทุกภาคส่วนในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง

    นางสาวมัลลิกาเปิดเผยว่า การเปิดทดลองให้บริการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนโลจิสติกส์ มอเตอร์เวย์ M81 ถือเป็นโครงข่ายยุทธศาสตร์หลักที่เชื่อมกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปยังภาคตะวันตกและภาคใต้ รองรับทั้งการขนส่งสินค้าและการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น โครงการนี้ช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี ถึงจังหวัดกาญจนบุรี จากเดิมกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง เหลือไม่ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค

    เริ่มแล้ววันนี้ เปิดทดลองใช้ฟรี 24 ชั่วโมง มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี

    โครงการมอเตอร์เวย์ M81 มีระยะทางรวมประมาณ 96 กิโลเมตร เริ่มต้นจากอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เชื่อมต่อกับถนนกาญจนาภิเษก ไปสิ้นสุดที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี โครงการนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยภาครัฐรับผิดชอบงานโยธา ส่วนเอกชนรับผิดชอบด้านระบบควบคุม การดำเนินงาน และบำรุงรักษา (O&M) ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด มอเตอร์เวย์สายนี้มีจุดขึ้นลงและด่านเก็บค่าผ่านทางรวม 8 จุด และในช่วงเปิดทดลองให้บริการฟรี ได้อนุญาตให้รถทุกประเภทที่สามารถใช้มอเตอร์เวย์เข้ามาใช้บริการได้โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม

    นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า แม้ตัวโครงการจะแล้วเสร็จเกือบสมบูรณ์ แต่ยังคงมีการติดตั้งและทดสอบระบบบางส่วน จึงมีการจำกัดความเร็วเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยรถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ รถตู้ รถบรรทุก และรถโดยสารทั่วไป จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถพ่วงจำกัดความเร็วไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ กรมทางหลวงและบริษัทเอกชนผู้ร่วมลงทุนได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

    เริ่มแล้ววันนี้ เปิดทดลองใช้ฟรี 24 ชั่วโมง มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี

    ในช่วงการเปิดทดลองใช้งานที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 พบว่ามีปริมาณรถเฉลี่ยมากกว่า 35,000 คันต่อวัน และสูงสุดกว่า 50,000 คันต่อวันในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้เส้นทางของประชาชนอย่างชัดเจน กรมทางหลวงคาดว่า เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและเก็บค่าผ่านทางในเดือนมกราคม 2569 โครงการจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 100,500 ล้านบาท

    มอเตอร์เวย์ M81 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมแห่งชาติ ที่กระทรวงคมนาคมมุ่งผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ ภายใต้นโยบาย “เดินทางสะดวก ปลอดภัย ลดภาระประชาชน และวางรากฐานสู่ศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาค” ในปี 2569 กระทรวงยังมีแผนต่อยอดโครงข่ายเพิ่มเติม เช่น การก่อสร้างทางยกระดับบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) ช่วงพุทธมณฑลสาย 3 – สาย 4 และโครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม–ปากท่อ เพื่อเชื่อมต่อไปยังเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะช่วยขยายโครงข่ายโลจิสติกส์และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาคในอนาคต

    การเปิดให้บริการทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M81 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของรัฐบาลในการเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และคุณภาพชีวิต โดยมีเป้าหมายให้ทุกก้าวของการเดินทางบนมอเตอร์เวย์สายใหม่นี้ คือความปลอดภัย ความสะดวก และความสุขของคนไทยทุกคน

    เริ่มแล้ววันนี้ เปิดทดลองใช้ฟรี 24 ชั่วโมง มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/732735&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Z6a55KwHRfX5aEWwdQK5D

  • เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมซีเกมส์ฟรี! เป็นของขวัญแฟนกีฬาชาวไทย

    เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมซีเกมส์ฟรี! เป็นของขวัญแฟนกีฬาชาวไทย

    รมว. อรรถกร เผยเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมซีเกมส์ฟรี เพื่อเป็นของขวัญแฟนกีฬาชาวไทยในโอกาสที่กลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 18 ปี

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, พลตรีโอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Application Zoom Cloud Meetings เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ของประเทศไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านการจัดการแข่งขันและมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายใต้นโยบาย “Safety First” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน

    ในการประชุมได้มีมติร่วมกันว่า การแข่งขันฟุตบอลชายสาย A ซึ่งประกอบด้วย ทีมชาติไทย ทีมชาติกัมพูชา และทีมชาติติมอร์-เลสเต เดิมมีกำหนดจัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา จะเปลี่ยนมาจัดที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน จังหวัดกรุงเทพฯ แทน โดยฝ่ายความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความเห็นว่า จังหวัดกรุงเทพฯ มีความพร้อมและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมกว่า หลังจากลงสำรวจพื้นที่จังหวัดสงขลาแล้วพบว่ามีข้อจำกัดบางประการในด้านความปลอดภัย

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชายได้มีการปรับเป็นวันที่ 4, 7 และ 11 ธันวาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยที่ประชุมมีมติให้ปิดพื้นที่บริเวณสนามหญ้าในระหว่างพิธีการเปิด เพื่อป้องกันความเสียหายของพื้นสนามแข่งขัน และยืนยันว่าพื้นสนามจะพร้อมสมบูรณ์ตามมาตรฐานในวันแข่งขันแน่นอน

    สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมกับ กกท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา จัดเตรียมระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรในทุกมิติ เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานสูงสุด

    นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ กกท. ยังมีนโยบายร่วมกันในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในฐานะแฟนกีฬา โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนกีฬาชาวไทยในโอกาสที่ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ในรอบ 18 ปี

    ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบลงทะเบียนเข้าชมจะมีการคัดกรองผู้เข้าชมอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยจะจัดสรรโควตาให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทุกสนาม นอกจากนี้ สำหรับกีฬายอดนิยม อาทิ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล ฯลฯ จะมีการจัดพื้นที่รับชมบริเวณนอกสนาม พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ที่ลงทะเบียนไม่ทันสามารถร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันได้เช่นกัน

    คณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ จัดพิธีจับสลาก แบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลชาย ในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยผลการจับสลากมีดังนี้

    กลุ่ม A : ไทย (เจ้าภาพ), กัมพูชา, ติมอร์ เลสเต

    กลุ่ม B : เวียดนาม, มาเลเซีย, สปป.ลาว

    กลุ่ม C : อินโดนีเซีย, เมียนมา, ฟิลิปปินส์ ,สิงคโปร์

    สำหรับการแข่งขันในกลุ่ม เอ ที่ทีมชาติไทย จะทำการแข่งขันที่ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัด สงขลา ส่วนกลุ่มบี และ ซี จะทำการแข่งขัน ที่ สนาม สมโภช เชียงใหม่ 700 ปี จังหวัด เชียงใหม่ ส่วนการแข่งขัน รอบรองชนะเลิศ และ ชิงชนะเลิศ จะแข่งขันที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานครฯ

    ที่มา : FA Thailand – สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/sport/3809928/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_yoVDblvvV4c9y6jrhKPa

  • ทัวร์จีนวิกฤตฉุดรายได้ สมาคมโรงแรมร้องคลัง ขอทบทวนภาษีที่ดินใหม่

    ทัวร์จีนวิกฤตฉุดรายได้ สมาคมโรงแรมร้องคลัง ขอทบทวนภาษีที่ดินใหม่

    ทัวร์จีนวิกฤตฉุดรายได้ สมาคมโรงแรมร้องคลัง ขอทบทวนภาษีที่ดินใหม่

    นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าสมาคมโรงแรมไทย เตรียมจะเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนกฎหมายภาษีที่ดินที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยวิเคราะห์ถึงผลกระทบธุรกิจตามความเป็นจริง

    รวมถึงควรประยุกต์ใช้ภาษีโรงเรือนแบบในอดีต ผสมกับภาษีที่ดิน ซึ่งภาษีโรงเรือนจะแปรผันตามรายได้ของธุรกิจ โรงแรมที่อยู่ในช่วงปรับปรุงไม่มีรายได้ ในอดีตสามารถแจ้งงดเว้นการจ่ายภาษีโรงเรือนได้ ในขณะที่ภาษีที่ดินไม่มีข้อยกเว้นนี้

    เนื่องจากปัจจุบันแม้นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล อย่าง ยุโรป และอเมริกา จะเดินทางเข้าไทยเติบโตต่อเนื่องสูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แต่ตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยยังชะลอตัว โดยในปี 2568 นี้ คาดจะมีนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยตลอดทั้งปีประมาณ 5 ล้านคน ลดลงจากปี 2567 ที่มี 7 ล้านคน และต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 (ปี 2562) ที่เคยมีนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจำนวน 11 ล้านคน การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมของไทยในปีนี้ จึงยังไม่สามารถเทียบเท่าปีที่แล้วได้

    ทั้งนี้โรงแรมที่พึ่งพาทัวร์จีน ยอดเข้าพักลดลง 50% ส่วนใหญ่อยู่หัวเมืองหลัก อาทิ กรุงเทพและภูเก็ต มีผลกระทบสำคัญจากปัญหาความเชื่อมั่นด้านปลอดภัย และพฤติกรรมการท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนมาเดินทางเที่ยวเอง (FIT) มากขึ้น ตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนหายไป ทำให้โรงแรมที่พึ่งพาทัวร์จีน โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กเริ่มขาดสภาพคล่องมากขึ้น จากรายได้ลดลง แต่ต้นทุนคงที่ อาทิ ค่าพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ

    ทำให้ธุรกิจประสบปัญหาใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.มีกิจการบางประเภทที่ประสบภาวะขาดทุน หรือแทบไม่มีรายได้ เช่น โรงแรม 2-3 ดาว แต่ต้องเสียภาษีที่ดินทุกปี และทุกรอบประเมินราคาที่ดินใหม่จากกรมธนารักษ์ จะสูงขึ้นทุกครั้ง แต่ธุรกิจเช่นโรงแรมไม่สามารถมีรายได้สูงขึ้นตามราคาที่ดินที่มีการประเมินใหม่

    นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย

    2.ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์ ปกติใช้ไว้เป็นฐานสำหรับธนาคารเพื่อประเมินหลักประกันสำหรับการกู้เงิน และใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีในการโอนที่ดิน อาจไม่เหมาะกับการเก็บภาษีที่ดินที่ได้รับการพัฒนาแล้ว เช่นโรงแรม แต่จะเหมาะกับกรณีที่ที่ดินรกร้าง

    นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน จะพบว่าในช่วงตารางบินฤดูหนาวปีนี้ มีเที่ยวบินเปิดจุดบินใหม่และเพิ่มเที่ยวบินเข้าไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะจากเส้นทางบินระยะไกล (Long-haul)ทั้งจากยุโรปและอเมริกา ซึ่งปีนี้แม้แต่ช่วงโลว์ซีซันที่ผ่านมาก็ยังเห็นการขยายตัวของนักท่องเที่ยวยุโรป และในช่วงไฮซีซันนี้ก็มีปริมาณเที่ยวบินใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เดินทางมาเที่ยวไทยในปีนี้ เติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมา

    สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมในช่วงไฮซีซันนี้ ยังคงเป็นเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ได้แก่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยจังหวัดกระบี่ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการเปิดใช้งานอาคารผู้โดยสารใหม่ อีกทั้งด้วยตลาดระยะไกล เป็นกลุ่มมีกำลังซื้อ ทำให้ความต้องการเข้าพักในในเมืองหลักเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในช่วงไฮซีซันนี้โรงแรมระดับ 5 ดาวจะได้รับการจองเต็มก่อน จากนั้นความต้องการก็ไหลไปถึงโรงแรมระดับ 4 ดาว

    ส่วนโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ยอดจองเข้าพักยังไม่ดีมากนัก เนื่องจากโรงแรม เหล่านี้ส่วนใหญ่จะพึ่งพานักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์จีน ที่ตลาดยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนปลี่ยนไปเป็นนักท่องเที่ยวอิสระ หรือ FIT แล้ว หลายแห่งประสบปัญหาขาดทุน แต่ก็ยังคงต้องจ่ายภาษีที่ดิน บางแห่งไปไม่ไหวต้องปิดกิจการไป หรือ หากมีการขายโรงแรมออกไป ผู้ซื้อใหม่ก็จะต้องรับภาระจ่ายภาษีที่ดินต่อ ซึ่งจะทำให้การทำธุรกรรมเป็นไปได้ยาก ดังนั้นสมาคมโรงแรมไทยจึงเตรียมเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินดังกล่าว

    ด้านนายวุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการกลุ่ม บริษัท เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำกัด หรือ UHG ผู้บริหารโรงแรมเครือเดอะควอเตอร์ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย อินเดีย และยุโรปเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถทดแทนนักท่องเที่ยวจีนได้ทั้งหมด ขณะที่ช่วงวันหยุดยาววันชาติจีน หรือ Golden Week ปี 2568 มียอดเข้าพักลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว บางส่วนเลือกเที่ยวในประเทศ ส่วนกลุ่มที่ออกมาต่างประเทศก็เลือกไปประเทศอื่นแทนไทย เช่น กลุ่มงบน้อยอาจเลือกเวียดนาม กลุ่มงบสูงเลือกไปญี่ปุ่น เป็นต้น

    “โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวจีน กลุ่มที่ปรับตัวรับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม FIT ยังไปได้ดีในหลายพื้นที่ อาทิ สีลม ศาลาแดง ซึ่งได้อานิสงส์จากการเปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค แต่หากยังเจาะเพียงทัวร์จีน ค่อนข้างลำบาก เพราะปัจจุบันทัวร์จีนหายไป และทดแทนด้วยกลุ่ม FIT เกือบหมดแล้ว เราพบว่า โรงแรมเจาะทัวร์จีน ขนาด 100-200 ห้องหลายแห่ง เริ่มเข้ามาเสนอขายโรงแรมให้กับบริษัทฯ จากช่วงก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน” นายวุฒิพล กล่าวทิ้งท้าย

    ขณะที่ในส่วนของมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐบาลที่เพิ่งออกมานั้น นายเทียนประสิทธิ์ มองว่า มาตรการกระตุ้นการ ท่องเที่ยวล่าสุดของรัฐบาล ยอมรับว่าช่วยผู้ประกอบการได้บ้าง แต่ไม่ตรงจุดเท่าที่ควร เพราะมาตรการบางส่วนอาจยังไม่สามารถเข้าถึง และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กได้อย่างแท้จริง

    โดยมาตรการ “เที่ยวดี มีคืน” ซึ่งเป็นการลดหย่อนภาษี มาตรการนี้ “คงช่วยได้” เพราะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดีในกลุ่มบุคคลที่มีรายได้ค่อนข้างดี และอยู่ในฐานภาษีที่สามารถใช้สิทธิได้ ขณะนี้สมาคมโรงแรมไทยกำลังประชาสัมพันธ์ และเปิดอบรมสมาชิก เพื่อเข้าระบบ e-invoice เพื่อรองรับมาตรการนี้ ซึ่งขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ที่ยังมีความรู้เรื่องนี้น้อย

    สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก มาตรการนี้โรงแรมขนาดเล็กอาจไม่ได้ประโยชน์ แต่กลุ่มที่ได้รับประโยชน์หลักมักจะเป็นโรงแรม 5 ดาว ซึ่งส่วนใหญ่มักบริหารโดยเชนโรงแรมขนาดใหญ่ กลุ่มนี้มักจะมีรายได้และดำเนินการรีโนเวตตามระยะเวลาอยู่แล้ว

    ในทางกลับกัน โรงแรมที่เป็นคนไทย หรือโรงแรมระดับ 3 ดาวลงมา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการการรีโนเวตอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นโรงแรมเก่าที่ประสบปัญหาขาดทุนและขาดทุนจากการระบาดของโควิด กลับอาจไม่ได้รับผลประโยชน์จากสิทธิทางภาษีนี้ เนื่องจากหากพวกเขาประสบภาวะขาดทุน ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีได้เต็มที่

    “มองว่าหากต้องการให้โรงแรมอยู่ในสภาพที่ดีและเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทย รัฐบาลควรพิจารณามาตรการเสริมที่ตรงจุดยิ่งกว่านั่นคือ การจัดทำ Soft Loan (เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการรีโนเวตโรงแรมตามเงื่อนไขที่กำหนด เพราะสิทธิ์ทางภาษีอาจไม่เกิดประโยชน์หากผู้ประกอบการไม่มีเงินทุนหมุนเวียนพอที่จะไปรีโนเวต”

    ด้านมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบสัมมนาข้าราชการถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ช่วงไฮซีซันกลับไม่เหมาะ เพราะงบราชการไม่เพิ่มมานานกว่า 10 ปี โรงแรมส่วนใหญ่จึงไม่อยากรับกรุ๊ปราชการในช่วงนี้ เนื่องจากได้รายได้ต่ำกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ทำให้การเร่งเบิกจ่ายงบช่วงตุลาคม 2568-มกราคม 2569 แทบไม่เกิดผล โรงแรมคงเลือกที่จะรับนักท่องเที่ยวมากกว่ากลุ่มข้าราชการ เนื่องจากได้ราคาที่ดีกว่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/642851&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Pb15MS0WBdm6xaXvMdvWj

  • ตร.ทท.ภูเก็ตแต่งชุดผี เพิ่มสีสันวันฮาโลวีน

    ตร.ทท.ภูเก็ตแต่งชุดผี เพิ่มสีสันวันฮาโลวีน

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Landslides,, Work On Phuket Cancer Treatment Centre Begins || Oct 31

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Landslides,, Work On Phuket Cancer Treatment Centre Begins || Oct 31

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599-13671.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r2JK-Ja7NIQU-UN9sMWyL