Category: ท่องเที่ยว

  • เลย หนาวมาแล้ว ภูกระดึงคึกคัก 13 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขากว่าพันคน รับลมหนาวต้นฤดู

    เลย หนาวมาแล้ว ภูกระดึงคึกคัก 13 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขากว่าพันคน รับลมหนาวต้นฤดู

    ภูมิภาค

    เลย หนาวมาแล้ว ภูกระดึงคึกคัก 13 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขากว่าพันคน รับลมหนาวต้นฤดู

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 15 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เปิดเผยว่า สภาพอากาศบนภูกระดึงเริ่มหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ โดยมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักค้างแรมบนยอดเขาจำนวน 900 คน ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวสะสมรวมกว่า 1,200 คน บรรยากาศการท่องเที่ยวจึงคึกคักตั้งแต่ต้นฤดูหนาว และคาดว่าจะเพิ่มต่อเนื่องถึงช่วงเทศกาลปีใหม่

    นักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นภูกระดึงในช่วงนี้จะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็น พร้อมชมทะเลหมอกยามเช้าที่ผานกแอ่น เพลิดเพลินกับธรรมชาติบนยอดเขาสูงกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล รวมถึงชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมประจำฤดูหนาว

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวให้เพียงพอ เนื่องจากอุณหภูมิช่วงกลางคืนและเช้าตรู่ลดลงเหลือ 13 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มลดลงอีกในระยะต่อไป

    สำหรับรายงานอุณหภูมิต่ำสุดของแต่ละอำเภอในจังหวัดเลยเมื่อเช้าวันนี้ (องศาเซลเซียส) ได้แก่ อำเภอเมืองเลย 18.5 องศา, อำเภอวังสะพุง 19.0 องศา, อำเภอด่านซ้าย 17.0 องศา, อำเภอเชียงคาน 19.0 องศา, อำเภอท่าลี่ 19.0 องศา, อำเภอภูกระดึง 18.9 องศา, อำเภอภูเรือ 15.5 องศา, อำเภอนาแห้ว 16.0 องศา, อำเภอปากชม 18.0 องศา, อำเภอนาด้วง 19.0 องศา, อำเภอภูหลวง 19.0 องศา, อำเภอผาขาว 20.0 องศา, อำเภอเอราวัณ 19.0 องศา และอำเภอหนองหิน 17.0 องศา

    ส่วนพื้นที่ยอดดอยและอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.0 องศา, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 12.0 องศา, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูหลวง (ภูเรือ) 11.0 องศา, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (ภูเรือ) 12.5 องศา และอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว) 16.0 องศา

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qxLo6JUOn5CtR4DphRi9p

  • เปิดงาน “แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ 2025” ดึงบิ๊กไบค์พิชิต 4,088 โค้ง กระตุ้นท่องเที่ยวออนเดอะโรด

    เปิดงาน “แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ 2025” ดึงบิ๊กไบค์พิชิต 4,088 โค้ง กระตุ้นท่องเที่ยวออนเดอะโรด

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดกิจกรรม “MaeHongSon Bike Night 2025” รวมกว่า 250 ไบค์เกอร์ ร่วมพิชิต 4,088 โค้ง หนุนท่องเที่ยวออนเดอะโรดและเพิ่มวันพัก

    วันที่ 15 พ.ย.68 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัด แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ (MaeHongSon Bike Night )2025 ณ สวนหมอกคำรีสอร์ท อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน โดยกิจกรรมดังกล่าว มีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สุโขทัย ททท สำนักงานแม่ฮ่องสอนหัวหน้าส่วน ราชการทุกท่าน และคณะ ไบค์เกอร์ (Biker Club )และ คณะ แม่ฮ่องสอน เมมโมเรียล คลับ MaeHongSon Memmorieal Club

    นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวรายงานต่อ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ว่า ทางสมาคม ฯ ได้กำหนดจัดกิจกรรมแม่ฮ่องสอน ไบค์ไนท์ (MaeHongSon Bike Night )2025 ครั้ง ที่ 1 จำนวน 250 ไบค์เกอร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนในมิติแม่ฮ่องสอน ออนเดอะโรด ( MaeHongSon On The Road ) พิชิต 4088 โค้ง ( 4088 Curves ) และเพิ่ม จำนวนวันเข้าพักใน พื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก ภาคี เครือข่ายผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและ ททท สำนักงานแม่ฮ่องสอน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้ให้ความสนับสนุน กิจกรรม แม่ฮ่องสอนไบค์ไนท์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนสืบไป

    #ภูมิภาค-05

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/110658&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HHqBSv2pCkeSr63GmhL2x

  • ไฮซีซั่นสั่นคลอน! ผู้ประกอบการหวั่นกฎหมายเหล้าช้า นักท่องเที่ยวเสี่ยงเปลี่ยนใจทิ้งไทย

    ไฮซีซั่นสั่นคลอน! ผู้ประกอบการหวั่นกฎหมายเหล้าช้า นักท่องเที่ยวเสี่ยงเปลี่ยนใจทิ้งไทย

    ไฮซีซั่นสั่นคลอน! ผู้ประกอบการหวั่นกฎหมายเหล้าช้า นักท่องเที่ยวเสี่ยงเปลี่ยนใจทิ้งไทย

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย ได้เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความคืบหน้าของกฎหมายปลดล็อกการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความล่าช้าในช่วงเวลาสำคัญนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วง “ไฮซีซั่น” ที่กำลังจะมาถึง

    ผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลเล็กน้อยเนื่องจากต้องรอการพิจารณากฎหมายอีก 15 วัน ซึ่งจะตรงกับช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะถือเป็น “High Season” ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

    ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย

    ประเทศไทยถูกค้นหาเพื่อจองสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ (New Year’s Eve) เป็น อันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ตาม นายสรเทพได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย

    • กระแสข่าวลบจากต่างประเทศ: สำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำ อาทิ Trend News, Bloomberg, BBC, และ Hanoi ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับข้อจำกัดทางกฎหมายของไทยอย่างกว้างขวาง
    • ผลต่อการตัดสินใจ: หากนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวเหล่านี้ และรู้สึกว่าเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วไม่สามารถเฉลิมฉลองด้วยแชมเปญ หรือไม่สามารถนั่งต่อในร้านหลังเที่ยงคืนได้ พวกเขาก็อาจจะตัดสินใจเปลี่ยนปลายทางไปยังประเทศอื่นได้อย่างรวดเร็ว

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

    “ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบใหญ่ต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยรวม” 

    ส่วนภาคการท่องเที่ยวถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้กลับยังไม่ดีนักและเป็นที่น่ากังวล เนื่องจากแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทั้งหมด ยกเว้นประเทศไทย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องเร่งแก้ไข

    นายสรเทพ ได้ขอให้กลุ่ม NGO ที่คัดค้านกฎหมายพิจารณาภาพรวมทางเศรษฐกิจประกอบด้วย โดยได้ชี้แจงประเด็นที่ถูกคัดค้านเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้

    1. การขยายเวลานั่งหลังเที่ยงคืน กระทรวงการท่องเที่ยว (สท.) ไม่ได้ปรับให้ขยายเวลา ขาย หลังเที่ยงคืน แต่เป็นการปรับขยายเวลาให้ นั่งได้ถึงตี 1 แทน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้ามีเวลา “หายมึนเมา” (ให้หายดือให้หายเมา) ก่อนเดินทางกลับ ซึ่งถือเป็นผลดีในด้านความปลอดภัย

    2.การปลดล็อกช่วง 14:00 น. – 17:00 น. (ช่วงบ่าย) จากตัวเลขสถิติของ สท. ชี้ชัดว่า ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ ตี 2 ถึง ตี 4 ในขณะที่ช่วง 14:00 น. ถึง 17:00 น. เป็นช่วงที่มีตัวเลขอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด ดังนั้น การอนุญาตขายในช่วงดังกล่าวจึงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูง

    3.ความต้องการของนักท่องเที่ยว อากาศในประเทศไทยร้อนจัด (30-40 องศาเซลเซียส) นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะดื่มเบียร์แทนน้ำ และพวกเขาไม่ได้ดื่มเพื่อเมา แต่ดื่มเพียง 1-2 ขวดเพื่อพักผ่อน หากช่วงบ่าย 14:00 น. เป็นต้นไป พวกเขาไม่สามารถเข้าไปนั่งดื่มพักผ่อนได้ ก็จะเกิดปัญหาในการค้าขายและส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรวม

    ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมระยะยาว

    การปลดล็อกช่วงเวลา “ฟันหลอ” 3 ชั่วโมงนี้ จะมีส่วนช่วยในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมใน ระยะยาว (long term) เนื่องจากลูกค้าที่มานั่งดื่มเบียร์ในช่วงบ่ายจะสามารถสั่งอาหารหรือกับแกล้มเพิ่มได้ ทำให้ร้านมีรายได้เสริม ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาทางสังคมได้ เพราะหากร้านค้าขายไม่ได้ในช่วงนี้ อาจต้อง ลดจำนวนคนงานลง ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะเมื่อปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารหลายแห่งปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก

    จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อคลายความกังวลของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/644102&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jG0tWbrVs5Wo5XYKxlDgM

  • สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันลุยกระตุ้นตลาดไทย นักท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 20%

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันลุยกระตุ้นตลาดไทย นักท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 20%

    บันเทิง

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันลุยกระตุ้นตลาดไทย นักท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 20%

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.54 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประสบความสำเร็จอย่างมากในการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดไทยประจำปี พ.ศ. 2568 จากการเชิญ “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชื่อดังจากช่อง 3 มารับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน พร้อมผสานแนวคิดและกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดที่หลากหลาย ซึ่งช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวไต้หวันกลับมาคึกคักอีกครั้ง สถิติล่าสุดระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปไต้หวันในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 19.12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติรายเดือนที่สูงที่สุดของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง และมีแนวโน้มว่าจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ได้เชิญ “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชื่อดังและขวัญใจมหาชนของชาวไทย มารับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน และเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์สั้นเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไต้หวันใน 6 เมืองสำคัญ โดยหลังจากภาพยนตร์สั้นเรื่องดังกล่าวเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการนำคำยอดฮิตในหมู่คนไทยอย่างคำว่า “ไต้หวันมะ” (Taiwan ma?) มาใช้เป็นสโลแกนประชาสัมพันธ์ประจำปี ซึ่งปลุกกระแสการพูดถึงการท่องเที่ยวไต้หวันบนสื่อสังคมออนไลน์ในตลาดไทยได้เป็นอย่างดี

    อาเล็ก-ธีรเดช เคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไต้หวันหลายครั้ง ไว่ว่าจะเป็นเมืองเกาสง เกาะหมาจู่ และเมืองสำคัญอื่น ๆ ทั้งยังเป็นนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับไทยจำนวนมาก สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันจึงผนวกเอาเสน่ห์เฉพาะตัวของอาเล็กเข้ากับการสร้างความร่วมมือกับบริษัททัวร์ สายการบิน และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ต่าง ๆ เปิดตัวแพ็กเกจ “ทริปแฟนมีต อาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน” ณ กรุงไทเป ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นกิจกรรมแฟนมีตในต่างประเทศครั้งแรกของอาเล็ก โดยมีแฟนคลับชาวไทยเข้าร่วมกว่า 300 คน

    นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังได้เชิญสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ของไทย 4 คณะไปสำรวจเส้นทางลับที่ฮัวเหลียนและไถตง รวมไปถึงการจัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการรับรู้และความต้องการไปท่องเที่ยวที่ไต้หวันแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย

    สถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นถึง 19.12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นอัตราการเติบโตประจำเดือนที่สูงที่สุดของปีนี้ ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของปีนี้อย่างประจักษ์ชัด โดย ซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ในปีนี้สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้นำความนิยมของนักแสดงชื่อดัง การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ มาผสานกับแผนส่งเสริมท่องเที่ยว ผลักดันการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริง ซึ่งอัตราการเติบโตในเดือนสิงหาคมนี้พิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จ และคาดว่าจะยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังวางแผนร่วมมือกับสายการบิน บริษัททัวร์ และผู้ให้บริการบัตรเครดิต เพื่อมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับการใช้ความนิยมของอินฟลูเอนเซอร์ในการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การลิ้มรสอาหารระดับมิชลิน บิบ กูร์มองด์ การท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับทุกเพศสภาพ เพื่อยกระดับความหลากหลายของการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ”

    นอกจากนี้สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังผลักดันไปถึงกลุ่มผู้โดยสารที่มาแวะต่อเครื่องบินที่ไต้หวัน โดยล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ Taiwan the Lucky Land สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไต้หวันซึ่งมาต่อเครื่องบินที่ท่าอากาศยานเถาหยวนโดยพำนักในไต้หวันไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะได้รับคูปองใช้จ่ายภายในสนามบิน มูลค่า 600 ดอลลาร์ไต้หวัน สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมปีหน้าซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักท่องเที่ยวไทยจะได้ใช้โอกาสในการแวะต่อเครื่องบินนี้ มาลิ้มรสอาหารและสัมผัสวัฒนธรรมไต้หวัน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอันน่าประทับใจภายในสนามบิน และยกระดับเป้าหมายในการเดินทางไปไต้หวันจาก “จุดเปลี่ยนเครื่องบิน” ให้กลายเป็น “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว”


     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/entertain/454502&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-HHxa4X-xmUdsNDceHJpL

  • ไทยฮอต! กว่า 50 กองถ่ายต่างชาติรุมสนใจถ่ายทำภาพยนตร์หลังเพิ่มอินเซนทีฟคืนเงิน 30%

    ไทยฮอต! กว่า 50 กองถ่ายต่างชาติรุมสนใจถ่ายทำภาพยนตร์หลังเพิ่มอินเซนทีฟคืนเงิน 30%


    กรมการท่องเที่ยวโชว์ศักยภาพไทยในงาน American Film Market 2025 คาดสร้างรายได้กว่า2,130ล้านบาท ขณะผู้ผลิตฮอลลีวูดแห่สนใจถ่ายทำหนังสัตว์ประหลาด–อาหาร–มวยไทยมั่นใจทีมงานไทยฝีมือเยี่ยมและระบบคืนเงินโปร่งใส

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวได้ร่วมจัดแสดงคูหานิทรรศการในงาน Location Expo ภายในงาน American Film Market 2025 ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 11–15 พฤศจิกายน 2568 เพื่อโปรโมทความพร้อมของประเทศไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก

    ภายในงานมีผู้สร้างภาพยนตร์ต่างชาติมากกว่า 50 รายเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทำในประเทศไทยและมาตรการส่งเสริมการลงทุน (Incentive) โดยคาดว่าการเจรจาครั้งนี้จะสร้างรายได้ราว 2,130 ล้านบาท ผู้ผลิตหลายรายเป็นทีมที่เคยถ่ายทำในไทยและต้องการกลับมาทำงานอีกครั้ง จากการเพิ่มอัตราคืนเงินส่งเสริมการถ่ายทำเป็น 30% ขณะเดียวกันก็มีผู้ผลิตรายใหม่จากสหรัฐฯ ให้ความสนใจถ่ายทำภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาด อาหาร และมวยไทย โดยเชื่อมั่นในศักยภาพทีมงานไทยและระบบคืนเงินที่โปร่งใส

    นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ยังได้นำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจำนวน 15 บริษัท ทั้งผู้ผลิตภาพยนตร์ บริษัทจัดจำหน่าย สตูดิโอ และผู้ประสานงานถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ เข้าร่วมงานเพื่อจับคู่เจรจาธุรกิจและขยายโอกาสขายภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลกอีกด้วย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/37571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WyAHkUkDy1lQjTMP9TRtQ

  • แก่งกระจานจัดใหญ่ เทศกาลกินปลา 5-14 ธ.ค. นี้ ชูไฮไลต์แจกสิทธิ์ขึ้นพะเนินทุ่งฟรี

    แก่งกระจานจัดใหญ่ เทศกาลกินปลา 5-14 ธ.ค. นี้ ชูไฮไลต์แจกสิทธิ์ขึ้นพะเนินทุ่งฟรี

    แก่งกระจาน เพชรบุรีจัดงานใหญ่ส่งท้ายปี ในธีมแคมป์ปิ้ง ชวนชิมเมนูเด็ดจากเขื่อน พร้อมลุ้นสิทธิ์ชมทะเลหมอก จำกัด 10 คน/วัน

    ใครกำลังวางแผนเที่ยวช่วงต้นเดือนธันวาคม ปักหมุด อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไว้ได้เลย เพราะจะมีเทศกาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่ 20 ซึ่งกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ต้อนรับลมหนาว โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 ธันวาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอแก่งกระจาน

    ความน่าสนใจของงานปีนี้คือ ททท.สำนักงานเพชรบุรี จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักค้างแรมในพื้นที่แก่งกระจานและเข้าร่วมงาน เพียงลงทะเบียนที่บูธโซนท่องเที่ยว ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ลุ้นขึ้นชมทะเลหมอกพะเนินทุ่ง, เดินป่าศึกษาธรรมชาติ, ดูนก และเยี่ยมชมบ้านกร่างแคมป์ แหล่งชมผีเสื้อชื่อดัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำกัดเพียง 10 คนต่อวัน เท่านั้น

    สำหรับตัวงานหลักปีนี้ จะถูกจัดในธีมแคมป์ปิ้งและท่องเที่ยวธรรมชาติ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของแก่งกระจาน โดยมีลานกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ลานของกินที่รวบรวมสุดยอดเมนูปลาจากแหล่งน้ำจืดคุณภาพจากเขื่อนแก่งกระจาน และอาหารพื้นถิ่นจากชุมชนต่างๆ 

    ลานวัฒนธรรม ชมการแสดงและวิถีชีวิตจาก 6 ตำบล รวมถึงวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง กะหร่าง และไทยทรงดำ รวมถึงลานท่องเที่ยวมีโซนให้ข้อมูลการท่องเที่ยว ทั้งการพายเรือคายัค และ Mini Zoo 

    นอกจากในงานเทศกาล นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมยอดนิยมรอบเขื่อนแก่งกระจานได้ ทั้งการล่องเรือยางตามลำน้ำเพชรที่กำลังฮิต, กางเต็นท์ดูดาว, ชมนก, ชมผีเสื้อ หรือล่องเรือรับลมยามเย็น โดยผู้ประกอบการห้องพักและรีสอร์ตหลายแห่งพร้อมใจกันจัดโปรโมชันต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2895743&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01BfvdfAcUVyBT8ftQGzVM

  • เปิดแล้ว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” อ.แม่แตง

    เปิดแล้ว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” อ.แม่แตง

    เปิดแล้ว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หวังประชาสัมพันธ์ สร้างภาคีเครือข่าย และเชื่อมโยงเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชม

    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09:30 น. นายจักรพันธุ์ ทองอ่ำ นายอำเภอแม่แตง เป็นประธานเปิดกิจกรรมการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว ชุมชนและคู่ค้าด้านการท่องเที่ยว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” ภายใต้โครงการนวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวฟาร์มสเตย์ หมู่บ้านทุ่งละคร ปีที่ 3 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชม คณะทำงานโครงการนวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวฟาร์มสเตย์ฯ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ ทุ่งละครฟาร์ม บ้านทุ่งละคร ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

    ทั้งนี้การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวในชุมชนบ้านทุ่งละคร สร้างภาคีเครือข่ายทางการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชมและคู่ค้าด้านการท่องเที่ยว (Community Based Tourism Networking)

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3822564/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05Cep2gKN4A5YX_KrYn2Nx

  • ตร.ท่องเที่ยวเกาะลันตาช่วยนักท่องเที่ยวสโลวัก รถจักรยานยนต์ล้มเอง บาดเจ็บเล็กน้อย | TOPNEWS

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะลันตาช่วยนักท่องเที่ยวสโลวัก รถจักรยานยนต์ล้มเอง บาดเจ็บเล็กน้อย | TOPNEWS

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวเขต 5 (เกาะลันตา) ได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวสโลวาเกียประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเอง บริเวณ สามแยกสะพานไทร ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

    เจ้าหน้าที่รีบเข้าช่วยเหลือทันที พบผู้บาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยวชาวสโลวาเกีย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการล้มจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมประสานหน่วยแพทย์เพื่อดูอาการเพิ่มเติม

    ตำรวจท่องเที่ยวย้ำเตือนนักท่องเที่ยวให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณทางแยกและเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย พร้อมแนะนำให้ติดตามข้อมูลและขอความช่วยเหลือผ่าน สายด่วน Call Center 1155, TPB Application หรือ Tourist Police App

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vRjlbpDJc-1coMsAnR-PH

  • อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจบ่อน้ำร้อน อ.พญาเม็งราย

    อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจบ่อน้ำร้อน อ.พญาเม็งราย

    อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจบ่อน้ำร้อน อ.พญาเม็งราย เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่

    เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 กองการท่องเที่ยวและกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ดำเนินงานภายใต้นโยบาย 7 เรือธงของ อบจ.เชียงราย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายให้เที่ยวได้ทุกสไตล์ ทั้งปี และทุกอำเภอ ตามแนวคิด “Chiangrai Wellness City – เชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ”

    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้มอบหมายให้กองการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่บูรณาการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 กรมทรัพยากรธรณี และ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เปา เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำร้อนและศักยภาพพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่ ณ บ้านสบเปา หมู่ที่ 2 ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลจาก นายก อบต.แม่เปา ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ อบต.แม่เปา ประธานชมรมช่างอำเภอพญาเม็งราย และผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนาศักยภาพของแหล่งน้ำร้อนและทรัพยากรท่องเที่ยวโดยรอบ

    การสำรวจดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพใหม่ของ อ.พญาเม็งราย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ อบจ.เชียงราย ในการสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และกระจายรายได้สู่พื้นที่อย่างทั่วถึง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3821936/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24gZVl57hdJC1EPRTrylal

  • บุกตลาดภาพยนตร์สหรัฐฯ ผู้ผลิตเชื่อมั่นสนใจลงทุนถ่ายหนังในไทย คาดเม็ดเงินกว่า 2 พันล้าน

    บุกตลาดภาพยนตร์สหรัฐฯ ผู้ผลิตเชื่อมั่นสนใจลงทุนถ่ายหนังในไทย คาดเม็ดเงินกว่า 2 พันล้าน

    อธิบดีกรมการท่องเที่ยวนำทีมบุกตลาดภาพยนตร์อเมริกา เพียงสองวันแรกมีผู้สนใจลงทุนถ่ายหนังในไทยกว่า 2 พันล้านบาท

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวเข้าร่วมออกคูหานิทรรศการเพื่อโปรโมทความพร้อมของไทยในการเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกในส่วนของ Location expo งาน American Film Market 2025 ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 11-15 พฤศจิกายน 2568

    ผลจากการเข้าร่วมงานสองวันแรก มีผู้เข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยและมาตรการ Incentive อย่างต่อเนื่องมากกว่า 50 ราย คาดการณ์รายได้จากผลการเจรจาประมาณ 2,130 ล้านบาท โดยมีทั้งผู้ผลิตที่เคยถ่ายทำในเมืองไทยแล้วและต้องการกลับเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยอีกจากการเพิ่มมาตรการคืนเงินเป็น 30% รวมถึงผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหม่จากสหรัฐอเมริกา สนใจเข้ามาถ่ายทำหนังแนวสัตว์ประหลาด อาหาร และมวยไทย เพราะเชื่อมั่นฝีมือทีมงานไทยและการจ่ายเงินคืนจริงของมาตรการ Incentive

    นอกจากนี้ ภายในงานดังกล่าว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้นำผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย อาทิ ผู้ผลิตภาพยนตร์ไทย บริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ สตูดิโอ และผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมจำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมงานเพื่อจับคู่เจรจาธุรกิจซื้อขายภาพยนตร์ไทยด้วย

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2895568&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WMFYYVCpu4Dv_Vw4mCP-G