Category: ท่องเที่ยว

  • รถไฟทางคู่สายใต้พร้อมแล้ว หนุนท่องเที่ยวหัวหิน-ประจวบฯ

    รถไฟทางคู่สายใต้พร้อมแล้ว หนุนท่องเที่ยวหัวหิน-ประจวบฯ

    รถไฟทางคู่สายใต้พร้อมแล้ว หนุนท่องเที่ยวหัวหิน-ประจวบฯ

    พร้อมแล้ว รถไฟทางคู่สายใต้ หนุนเดินทาง “หัวหิน-ประจวบฯ” เดินหน้าแผนท่องเที่ยวทางรางเต็มสูบ ลั่นหลังปี 68 ปั้นรายได้กว่า 72 ล้าน

    นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมส่วนราชการ คณะผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ พร้อมผลักดันการเดินทางด้วยรถไฟสู่การท่องเที่ยว

    นายอนันต์ เปิดเผยว่า รฟท. ได้เร่งรัดดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แล้วเสร็จตามแผนงาน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปฏิรูประบบการขนส่งทางรางของประเทศเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ และเพิ่มความตรงต่อเวลา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน สำหรับภาพรวมความคืบหน้าของโครงการ มีประเด็นสำคัญดังนี้

    • โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 จำนวน 7 เส้นทาง เปิดให้บริการไปแล้ว 5 เส้นทาง รวมระยะประกอบด้วย 

    1. ช่วงชุมทางฉะเชิงเทรา–คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร

    2. ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร

    3. ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169กิโลเมตร

    4. ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84กิโลเมตร

    5. ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167กิโลเมตร

    • ส่วนอีก 2 เส้นทาง ที่เปิดใช้งานเกือบเต็มระบบ ได้แก่ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร เปิดใช้เส้นทางเมื่อเดือน พฤษภาคม 2568 และจะเปิดใช้เต็มระบบในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 และช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มระบบในปี 2570

    รถไฟทางคู่สายใต้พร้อมแล้ว หนุนท่องเที่ยวหัวหิน-ประจวบฯ นอกจากนี้ รฟท. ยังได้เดินหน้าโครงการก่อสร้างเส้นทางคู่สายใหม่เพื่อเชื่อมโยงการค้าภูมิภาค โดยโครงการช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ทั้ง 3 สัญญา มีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนงานโดยเฉลี่ย 3-4% ขณะที่โครงการช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีล่าช้าบ้าง เนื่องจากการเวนคืนที่ดิน และการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างได้ล่าช้า

    ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น–หนองคาย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนเมษายน 2568 ยังมีความคืบหน้าช้ากว่าแผนเล็กน้อย สำหรับเส้นทางระยะที่ 2 อื่นๆ อีก 6 เส้นทาง (เช่น ปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี) ได้เสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการแล้ว เช่นเดียวกับสายใหม่ช่วงสุราษฎร์ธานี-พังงา-ท่านุ่น ที่ออกแบบเสร็จสิ้นและอยู่ระหว่างรอการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

    สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม – ชุมพร ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างชะอำและหัวหิน ปัจจุบัน ได้เปิดใช้งานทางคู่ตลอดเส้นทางแล้ว โดยใช้ระบบทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-token) แม้ความคืบหน้าของโครงการโดยรวมอยู่ที่ 72.491% คาดว่าจะเปิดใช้งานได้เต็มระบบในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางลงสู่ภาคใต้ได้อย่างมาก

    ส่วนระยะถัดไป จะขยายเส้นทางลงสู่ภาคใต้ตอนล่าง ในช่วงสุราษฎร์ธานี-พังงา-ท่านุ่น เพื่อเชื่อมโยงฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน (เกาะสมุย-ภูเก็ต) พร้อมทั้งพัฒนาสถานีชุมทางหาดใหญ่และปาดังเบซาร์ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า (Container Yard) เพื่อเชื่อมต่อชายแดนและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค

    นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังมุ่งมั่นพัฒนาขบวนรถท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางราง กระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อันเป็นการกระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดย รฟท. ได้เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้เปิดให้บริการขบวนรถพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวเป็นประจำ ทั้งในวันหยุดสุดสัปดาห์และในโอกาสพิเศษต่าง ๆ

    สำหรับผลการดำเนินงานรถไฟนำเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) มีนักท่องเที่ยวใช้บริการทั้งสิ้น 186,488 คน สร้างรายได้รวม 72.13 ล้านบาท โดยรายได้หลัก 66.55 ล้านบาท มาจากการจัดเดินขบวนรถนำเที่ยว ซึ่งขบวนที่ทำรายได้สูงสุดคือ ขบวน Royal Blossom (28.46 ล้านบาท) และขบวน KIHA 183 (21.58 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ รฟท. มีบริการขบวนรถท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งขบวนรถที่วิ่งประจำวันเสาร์-อาทิตย์ (เช่น สวนสนประดิพัทธ์, น้ำตกไทรโยคน้อย), ขบวนรถจักรไอน้ำที่ให้บริการใน 7 โอกาสพิเศษตลอดปี และขบวนรถนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามฤดูกาล (พ.ย.-ม.ค.) นอกจากนี้ รฟท. ยังมีรายได้จากแพคเกจนำเที่ยวร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 5.58 ล้านบาท และรายได้สนับสนุนการท่องเที่ยวอื่น ๆ อีก 40.49 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการให้บริการเช่าเหมาขบวน 39.29 ล้านบาท และการลากจูงขบวนรถของมาเลเซีย 1.20 ล้านบาท

    สำหรับแผนงานพัฒนาการท่องเที่ยวทางรถไฟในปีงบประมาณ 2569 รฟท. จะมุ่งขยายฐานการตลาด โดยเปิดโอกาสให้ภาครัฐและเอกชนสามารถเช่ารถเหมาขบวนเพื่อจัดทริปท่องเที่ยวได้เองตลอดทั้งปี พร้อมทั้งจะพัฒนาโครงการ “Scenic routes” และ “Luxury route” โดยใช้รถโดยสารปรับอากาศชั้นดีจัดทริปในเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามไปยังทุกภูมิภาคต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อีกทั้ง เป็นการเพิ่มการใช้บริการทางรถไฟ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยใช้ศักยภาพทางด้านระบบขนส่งสาธารณะของประเทศเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อีกด้วย

    การลงพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการแสวงหาแนวทางความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อร่วมกันพัฒนาการเดินทางโดยรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวทางราง และวางแผนการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดหลังจากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หมุดหมายแรกจะมุ่งเน้นการเชื่อมโยงพื้นที่ของการรถไฟฯ ในอำเภอหัวหิน และหากสำเร็จด้วยดี จะขยายผลไปสู่พื้นที่ศักยภาพอื่น ๆ อาทิ ปราณบุรี กุยบุรี และบางสะพานน้อย ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่ระบบรางสามารถพัฒนาและเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก รฟท. มั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะเป็นทิศทางสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ และฟื้นฟูให้หัวหินกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักด้านการท่องเที่ยวต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/733501&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jEkKgZ1Cp_8awhCpKMOKX

  • การประชุมทวิภาคีว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างกรมการท่องเที่ยว ประเทศไทย และจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

    การประชุมทวิภาคีว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างกรมการท่องเที่ยว ประเทศไทย และจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

    วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นายอรรถกร ศิริลัทยากร) มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยว โดยนางณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานการประชุมทวิภาคีว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างกรมการท่องเที่ยว ประเทศไทย และจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น นำโดย Mr. Atsuyuki Rachi ประธานสมาคมรัฐสภาเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีด้วยการใช้การอาบน้ำร้อน สภาจังหวัดชิซูโอกะ (Chairman of Parliamentary Association for the Promotion of Well-Being Utilizing Hot Baths, Shizuoka Prefectural Assembly) และคณะผู้แทนด้านการท่องเที่ยวจากจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการประชุมดังกล่าวมี นายอธึก ประเสนมูล ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว

    พร้อมด้วยผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม กรมท่าอากาศยาน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย การท่าอากาศยานอู่ตะเภา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอร์ไทยแลนด์ และบริษัท ไทย ไลอ้อน เมนมารี จำกัด เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ประเด็นสำคัญในการประชุม คือ

    • การนำเสนอภาพรวมการพัฒนาการท่องเที่ยวน้ำพุร้อน วิสัยทัศน์เชิงนโยบายและทิศทางยุทธศาสตร์ และกรณีศึกษา: โครงการน้ำพุร้อนแม่สรวยเมืองแห่งความสุข จังหวัดเชียงราย
    • การขยายการเชื่อมต่อเส้นทางการบิน ระหว่างจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย
    • โอกาสความร่วมมือในอนาคต โครงการออกแบบ Signature Menu เพื่อยกระดับการให้บริการน้ำพุร้อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/257252&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yPAEmVYbVSRSVcz0rtCVA

  • ท่องเที่ยวเดินป่า…ตามหาช้างเผือก”ผจญภัยหนึ่งปีมีครั้ง… ที่​ อช.ทองผาภูมิ

    ท่องเที่ยวเดินป่า…ตามหาช้างเผือก”ผจญภัยหนึ่งปีมีครั้ง… ที่​ อช.ทองผาภูมิ

    เปิดเส้นทางสายผจญภัยสุดท้าทาย “เขาช้างเผือก” จุดหมายที่คนรักธรรมชาติใฝ่ฝัน ปีหนึ่งเปิดเพียงไม่กี่เดือน ชวนสัมผัสสันคมมีดสุดระทึก ชมวิวพาโนรามา 360 องศาเหนือผืนป่าตะวันตก พร้อมตามติดบรรยากาศเดินป่ากางเต็นท์ 2 วัน 1 คืน ที่ทั้งเหนื่อย…ทั้งสวย…และลืมไม่ลง

    ท่องเที่ยวเดินป่า…ตามหาช้างเผือก ที่ อช. ทองผาภูมิ
    ว่ากันว่า “ช้างเผือกมักอยู่ในป่า” ถ้าอยากเจอหน้าก็ต้องเข้าไปในป่าลึกนะคะ​ วันนี้รองเท้าแก้ว จะชวนเพื่อน ๆ ไปเดินป่าตามหาช้างเผือกที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิกันค่ะ

    อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นหนึ่งใน 7 อุทยานแห่งชาติ ของจังหวัดกาญจนบุรีที่มีผืนป่ากว้างใหญ่ และธรรมชาติที่สวยงาม ด้วยเทือกเขาตะนาวศรีที่สลับซับซ้อนแห่งผืนป่าตะวันตกและมีความสูงจากระดับ น้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร จึงทำให้ดินแดนแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ หลายแห่ง เช่น จุดชมวิวทิวทัศน์เนินกูดดอย เขาช้างเผือก เนินช้างศึก ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น-ตก และเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ดอยต่องปะแล และน้ำตกน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญต้องห้าม ! (พลาด) ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

    “เขาช้างเผือก” ที่มีความสูงถึง 1,249 เมตร นับเป็นเส้นทางสุดท้าทายของเหล่านักท่องเที่ยวสาย Adventure ที่ไม่ใช่ทุกคนจะมาทริปนี้ได้ เพราะสภาพพื้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่แข็งแรงแบบกายพร้มใจพร้อมจริง ๆ นะคะ เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินเท้า 6 ชั่วโมงกับระยะทาง 8 กิโลเมตร ซึ่งทางอุทยาน ฯ จะเปิดให้เข้าได้เพียงปีละครั้งเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้นคือช่วง (พ.ย. – ม.ค. ) โดยให้จองผ่านระบบออนไลน์ ลงทะเบียนกิจกรรมเดินป่าระยะไกล

    “เขาช้างเผือก” เป็นวงรอบและจะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์พิชิตยอดเขาช้างเผือกทางหน้าเพจ facebook อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ทั้งนี้จะรับนักท่องเที่ยวได้เพียง 60 คนต่อวัน โดยนักท่องเที่ยว ต้องมาลงทะเบียนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อช. ทองผาภูมิ ในวันที่กำหนด ขึ้นเขาเท่านั้น และต้องจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่ม ยาประจำตัวมาให้พร้อม

    สำหรับจุดเริ่มต้นการเดินขึ้นเขาแห่งนี้ จะเริ่มจากบริเวณป่าอีต่องหมู่บ้านปิล็อกเพื่อเดินทางระยะไกลไปสู่จุดหมายและแวะพักค้างคืนระหว่างทาง
    โดยจะมีเจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ นำทางให้ค่ะ และถ้าใครไม่อยากแบกของหนักก็มีลูกหาบไว้คอยช่วยเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินแบบตัวเบาขึ้นสู่ยอดเขาช้างเผือกได้ง่ายขึ้น และเมื่อมาถึงที่นี่ทั้งน้ำ ไฟ และสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีนะคะ ระยะเวา 2 วัน 1 คืน จึงต้องตัดขาดจากโลกภายนอกจริง ๆ ระหว่างทางเราจะพบกับความงดงามของไม้ป่านานาพรรณ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวจะต้องฝ่าด่าน ”สันคมมีด” ซึ่งมีพื้นที่คับแคบมาก ๆ สามารถเดินผ่านเข้าไปทีละคนเท่านั้น โดยไต่เชือกปีนหน้าผาผ่านเส้นเขาอันสูงชัน

    จากนั้นจึงเดินไปต่อจนกว่าจะเจอยอดเขาช้างเผือกซึ่งเป็นทุ่งหญ้า และเมื่อมาถึงยอดเขาแล้วจะรู้ว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากลำบากระหว่างทางจริง ๆ ค่ะ ได้ชมวิว 360 องศา แบบสุดสายตาพาโนรามา เห็นลมพัดโบกสะบัดธงชาติบนยอดเขาพลิ้วสไว ทั้งตื่นตาตื่นใจและมีความสุขที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้

    ถ้าใครไม่ชอบลุยเกินไป ที่ อช. ทองผาภูมิ ก็มีกิจกรรมเดินป่าแบบเบา ๆ เท่าที่เราไหว อย่างเส้นทางดอย ต่องปะแล บริเวณป่าบ้านอีต่องระยะทาง 3 กิโลเมตร ก็สามารถสัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด หรือถ้าสนใจ กิจกรรมส่องนก ที่นี่ก็มีนกหายากหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ชมผ่านเลนส์กล้องค่ะ

    “น้ำตกจ๊อกกระดิ่น” ที่เกิดในพื้นที่เหมืองแร่ไหลผ่านชั้นหินที่มีแร่ธาตุลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ก่อนตกลงสู่พื้นล่างจนเป็นสีฟ้าเขียวมรกตสวยสดใสไหลเย็นชุ่มฉ่ำไปทั่วบริวเณ ขอบอกว่าถ้าอยากเห็นภาพตระการตาแบบนี้ ต้องไปช่วงปลายฝนต้นหนาวนะคะ

    สำหรับคนที่ชอบพักผ่อนแบบสบายสายชิล แถวที่ทำการอุทยาน ฯ ก็มีทั้งบ้านพักและลานกางเต็นท์ไว้ให้บริการโดยมีลานตั้งแคมป์ให้หลายจุดเซึ่งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกค่ะ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ Thongphaphum National Park โทร. 0 3451 0979, 09 8252 0359

    ลองเที่ยวดูแล้วจะรู้ว่า ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้ … ก็มีสีสันและความมันส์ แบบลืมไม่ลงค่ะ​ ขอบคุณภาพจาก # Facebook อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

    รองเท้าแก้ว รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/257168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UT8ZET5MSTyCWdw_9z5cs

  • ททท. ร่วม กรุงเทพธนาคม รถไฟฟ้าบีทีเอส และ อมรินทร์ทีวี เปิดเส้นทาง “อร่อยฟินถิ่นตะวันออก”เปิดประสบการณ์เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง

    ททท. ร่วม กรุงเทพธนาคม รถไฟฟ้าบีทีเอส และ อมรินทร์ทีวี เปิดเส้นทาง “อร่อยฟินถิ่นตะวันออก”เปิดประสบการณ์เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง

    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกจับมือพันธมิตร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 เปิดตัวเส้นทางเที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง ภายใต้โครงการ “เส้นทางอร่อยฟินถิ่นตะวันออก” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์การเดินทางไปตามหาของอร่อยและแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกและปลอดภัย และลดมลภาวะทางอากาศ

    คุณกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง ภายใต้โครงการ “เส้นทางอร่อยฟินถิ่นตะวันออก” ในรูปแบบ One Day Trip สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS จากใจกลางกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงโครงการเส้นทางท่องเที่ยว อร่อยฟินถิ่นตะวันออก ในครั้งนี้ว่า เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวใน 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยมีเป้าหมายให้ภาคตะวันออกเป็น สวรรค์นักกิน..ถิ่นตะวันออก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ง่าย กินอร่อย เที่ยวสนุก จึงได้มีการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว อร่อยฟินถิ่นตะวันออก เชิญชวนเดินทางท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก ปลอดภัย เราอยากให้ทุกคนเห็นว่า การเดินทางท่องเที่ยวที่ยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้ใกล้บ้าน ใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนตัว ช่วยลดมลภาวะ และยังได้สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติของบางปูอย่างเต็มที่ หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ เช่น พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เมืองโบราณ หรือฟาร์มจระเข้ ซึ่งสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า แล้วเดินทางต่อด้วยรถขนส่งสาธารณะท้องถิ่น เป็นการเที่ยวที่ทั้งสนุก อิ่มอร่อย กระจายรายได้ และรักษ์โลกไปพร้อมกัน จึงอยากชวนชาวกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวภาคตะวันออกที่เที่ยวใกล้กรุง อร่อย ฟิน และรักษ์โลกได้จริง เช่นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานตากอากาศบางปู ซึ่งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ของทุกปีเป็นช่วงที่นกนางนวลจะอพยพเข้ามาในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

    สำหรับกิจกรรมพิเศษพาผู้โชคดี 20 ท่านจากรายการซุปตาร์พาตะลุย “เที่ยวฟิน กินฟรี ที่บางปู” ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ประติมากรรมลอยตัวเคาะขึ้นรูปด้วยมือแห่งแรกของโลก ลิ้มลองเมนูรางวัลมิชลินไกด์ ปูทะเลผัดซอสไข่เค็มและอาหารทะเลสดอร่อยที่ร้านระเบียงทะเล สุดฟินกับกิจกรรม Workshop รับประทาน เครปกล้วยบางปูขนมขึ้นชื่อของร้านและเครื่องดื่มสุดพิเศษในบรรยากาศริมทะเลภายในโครงการสายลม-บางปู และปิดท้ายด้วยกิจกรรมไฮไลต์ “รับชมฝูงนกนางนวลยามเย็น” เก็บภาพประทับใจที่เป็นเอกลักษณ์ของบางปูที่สถานพักตากอากาศบางปู ด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS นอกจากนี้ ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกยังได้จัดทำบัตรโดยสาร Rabbit Card ลายพิเศษ “เส้นทางอร่อยฟินถิ่นตะวันออก” จำนวนจำกัดเพียง 500 ใบ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ชมทางบ้านที่ร่วมสนุกผ่านช่องทางออนไลน์ของอมรินทร์ทีวี โดยผู้ถือบัตร Rabbit Card ลายพิเศษและทั่วไปจะได้รับสิทธิพิเศษจาก ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่ร่วมโครงการใน 9 จังหวัด ภาคตะวันออก ในช่วงระยะเวลาของโครงการ ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2568 ถึง พฤษภาคม 2569

    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากซุปตาร์ชื่อดัง นิกกี้ ณฉัตร, หมอฟรัง นรีกุล, ร่วมเดินทางสร้างสีสันและชวนคนรุ่นใหม่ออกมา “เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง” ผ่านรายการซุปตาร์พาตะลุย เพื่อเป็นการสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกอีกด้วย

    ติดต่อรับข่าวสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 3921-25


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/prnews/533212.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sdv9mdWmuVAgmFgyNXH8p

  • ‘การท่องเที่ยวไต้หวัน’ ลุยกระตุ้นตลาดไทย หลังคว้า ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ นั่งแบรนด์ฯ ทำยอดนทท.พุ่ง

    ‘การท่องเที่ยวไต้หวัน’ ลุยกระตุ้นตลาดไทย หลังคว้า ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ นั่งแบรนด์ฯ ทำยอดนทท.พุ่ง

    ‘การท่องเที่ยวไต้หวัน’ ลุยกระตุ้นตลาดไทย หลังคว้า ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ นั่งแบรนด์ฯ ทำยอดนทท.พุ่ง

    วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.07 น.

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประสบความสำเร็จอย่างมากในการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดไทยประจำปี พ.ศ. 2568 จากการเชิญ “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” มารับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน พร้อมผสานแนวคิดและกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดที่หลากหลาย ซึ่งช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวไต้หวันกลับมาคึกคักอีกครั้ง สถิติล่าสุดระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปไต้หวันในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 19.12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติรายเดือนที่สูงที่สุดของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง และมีแนวโน้มว่าจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ได้เชิญ “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชื่อดังและขวัญใจมหาชนของชาวไทย มารับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน และเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์สั้นเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไต้หวันใน 6 เมืองสำคัญ โดยหลังจากภาพยนตร์สั้นเรื่องดังกล่าวเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการนำคำยอดฮิตในหมู่คนไทยอย่างคำว่า “ไต้หวันมะ” (Taiwan ma?) มาใช้เป็นสโลแกนประชาสัมพันธ์ประจำปี ซึ่งปลุกกระแสการพูดถึงการท่องเที่ยวไต้หวันบนสื่อสังคมออนไลน์ในตลาดไทยได้เป็นอย่างดี

    อาเล็ก-ธีรเดช เคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไต้หวันหลายครั้ง ไว่ว่าจะเป็นเมืองเกาสง เกาะหมาจู่ และเมืองสำคัญอื่น ๆ  ทั้งยังเป็นนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับไทยจำนวนมาก สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันจึงผนวกเอาเสน่ห์เฉพาะตัวของอาเล็กเข้ากับการสร้างความร่วมมือกับบริษัททัวร์ สายการบิน และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ต่าง ๆ เปิดตัวแพ็กเกจ “ทริปแฟนมีต อาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน”  ณ กรุงไทเป ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นกิจกรรมแฟนมีตในต่างประเทศครั้งแรกของอาเล็ก โดยมีแฟนคลับชาวไทยเข้าร่วมกว่า 300 คน  

    นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังได้เชิญสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ของไทย 4 คณะไปสำรวจเส้นทางลับที่ฮัวเหลียนและไถตง รวมไปถึงการจัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการรับรู้และความต้องการไปท่องเที่ยวที่ไต้หวันแก่นักท่องเที่ยวชาวไทย

    สถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นถึง 19.12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นอัตราการเติบโตประจำเดือนที่สูงที่สุดของปีนี้ ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของปีนี้อย่างประจักษ์ชัด โดย ซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ในปีนี้สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้นำความนิยมของนักแสดงชื่อดัง การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ มาผสานกับแผนส่งเสริมท่องเที่ยว ผลักดันการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริง ซึ่งอัตราการเติบโตในเดือนสิงหาคมนี้พิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จ และคาดว่าจะยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังวางแผนร่วมมือกับสายการบิน บริษัททัวร์ และผู้ให้บริการบัตรเครดิต เพื่อมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับการใช้ความนิยมของอินฟลูเอนเซอร์ในการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การลิ้มรสอาหารระดับมิชลิน บิบ กูร์มองด์ การท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับทุกเพศสภาพ  เพื่อยกระดับความหลากหลายของการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ”

    นอกจากนี้สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังผลักดันไปถึงกลุ่มผู้โดยสารที่มาแวะต่อเครื่องบินที่ไต้หวัน โดยล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ Taiwan the Lucky Land สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไต้หวันซึ่งมาต่อเครื่องบินที่ท่าอากาศยานเถาหยวนโดยพำนักในไต้หวันไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะได้รับคูปองใช้จ่ายภายในสนามบิน มูลค่า 600 ดอลลาร์ไต้หวัน สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมปีหน้าซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักท่องเที่ยวไทยจะได้ใช้โอกาสในการแวะต่อเครื่องบินนี้ มาลิ้มรสอาหารและสัมผัสวัฒนธรรมไต้หวัน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอันน่าประทับใจภายในสนามบิน และยกระดับเป้าหมายในการเดินทางไปไต้หวันจาก “จุดเปลี่ยนเครื่องบิน” ให้กลายเป็น “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว”

    -(016)

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/927841&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XO-ONpy1gHvEKyXTIdl3g

  • อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจบ่อน้ำร้อน อ.พญาเม็งราย เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่ | TOPNEWS

    อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจบ่อน้ำร้อน อ.พญาเม็งราย เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่ | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 กองการท่องเที่ยวและกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ดำเนินงานภายใต้นโยบาย 7 เรือธงของ อบจ.เชียงราย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายให้เที่ยวได้ทุกสไตล์ ทั้งปี และทุกอำเภอ ตามแนวคิด “Chiangrai Wellness City – เชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ”

    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้มอบหมายให้กองการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่บูรณาการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 กรมทรัพยากรธรณี และ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เปา เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำร้อนและศักยภาพพื้นที่สำหรับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่ ณ บ้านสบเปา หมู่ที่ 2 ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลจาก นายก อบต.แม่เปา ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ อบต.แม่เปา ประธานชมรมช่างอำเภอพญาเม็งราย และผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนาศักยภาพของแหล่งน้ำร้อนและทรัพยากรท่องเที่ยวโดยรอบ

    การสำรวจดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพใหม่ของ อ.พญาเม็งราย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ อบจ.เชียงราย ในการสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และกระจายรายได้สู่พื้นที่อย่างทั่วถึง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391456&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mmR4pH_6MvOAvVNhp7a2A

  • เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ยูเนี่ยนเพย์ ฯ ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวไทย สู่สมาร์ทรีเทลระดับโลก

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ยูเนี่ยนเพย์ ฯ ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวไทย สู่สมาร์ทรีเทลระดับโลก

    การตลาด

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ยูเนี่ยนเพย์ ฯ ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวไทย สู่สมาร์ทรีเทลระดับโลก

    วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์  ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวไทย สู่สมาร์ทรีเทลระดับโลก

    13 พฤศจิกายน 2568 – กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทย ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (UnionPay International: UPI) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการชำระเงิน เพื่อร่วมกันยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมี Mr. Guo Dayong, President, China UnionPay ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือที่ต่อยอดจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันแน่นแฟ้นระหว่างทั้ง 2 องค์กร โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเสริมสร้างพันธมิตรทางการค้าระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Retail x Tourism x Payment Ecosystem” ที่ผสานความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยเข้ากับเทคโนโลยีการชำระเงินระดับโลกของ UnionPay เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ตลาดนักท่องเที่ยวจีน‘ ซึ่งเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้จ่าย กระตุ้นการเดินทาง และเพิ่มพลังให้ภาคค้าปลีกไทยเติบโตควบคู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะองค์กรเอกชนไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวของประเทศ

    นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล สะท้อนเป้าหมายในการยกระดับศูนย์การค้าไทยให้เป็น Global Retail Destination ที่เชื่อมโยงประสบการณ์การช้อปปิ้งเข้ากับเทคโนโลยีการชำระเงินอัจฉริยะ เพื่อสร้างความสะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการผนึกกำลังในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการชำระเงินระดับโลก แต่ยังเป็นอีกก้าวของการยกระดับศูนย์การค้าไทย สู่เวทีโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “Elevating Thai Retail to the World Stage” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์          การช้อปปิ้งระดับพรีเมียม ผสานเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมไทย เพื่อเสริมพลัง Soft Power ของประเทศไทย และตอกย้ำภาพลักษณ์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน“

    Mr. Jian Jiangtao, Deputy General Manager, UnionPay International , SEA. กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคอาเซียน และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ความร่วมมือกับ กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระเงินให้กับผู้ถือบัตร UnionPay จากทั่วโลก และตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อประเทศไทย โดย ‘ยูเนี่ยนเพย์  อินเตอร์เนชั่นแนล’ (UnionPay International: UPI) มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค มีร้านค้าที่รับบัตรกว่า 754 ล้านแห่ง ในกว่า 84 ประเทศ ทั่วโลก สำหรับตลาดประเทศไทย  ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล  มุ่งสร้างภาพลักษณ์ในฐานะบัตรที่“น่าเชื่อถือและเป็นที่นิยม” เพื่อมอบสิทธิพิเศษและประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ผู้ถือบัตร

    ความร่วมมือดังกล่าว เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568  30 มิถุนายน 2569 เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตร UnionPay ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยลูกค้าชาวไทยจะได้รับส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท ภายในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป (รวม Gourmet Market และ Power Mall) ที่ ศูนย์การค้าพารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา ส่วนลูกค้าชาวต่างชาติจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ทั้งส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท พร้อม EM District Cash Coupon มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท เมื่อช้อปปิ้ง ที่ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์

    แคมเปญนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว ที่จะนำไปสู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและโครงการด้านการชำระเงินดิจิทัลในอนาคต เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุค Cashless Society ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/directsale/454316&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2caKaxMsehSmkLAR8BZau-

  • มุกดาหาร สกทม.เปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน-ของฝาก เพื่อเพิ่มรายใด้ให้แก่เกษตรกร | TOPNEWS

    มุกดาหาร สกทม.เปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน-ของฝาก เพื่อเพิ่มรายใด้ให้แก่เกษตรกร | TOPNEWS

    มุกดาหาร สกทม.เปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน-ของฝาก เพื่อเพิ่มรายใด้ให้แก่เกษตรกร

    • เผยแพร่ : 14/11/2025 17:05

    มุกดาหาร – สมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร (สกทม.) เปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน ของฝากจังหวัดมุกดาหารเพื่อเป็นช่องทางการตลาดกลาง สำหรับจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP, วิสาหกิจชุมชน, เกษตรแปรรูป และของฝากท้องถิ่น) จากทุกอำเภอ เพื่อเพิ่มรายใด้ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการรรายย่อย

    วันที่ 14 พ.ย. 2568 ณ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน ของฝากจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนางสาวอรกัญญา สะภา นายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร ( สกทม.) พร้อมด้วย นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผอ.สำหนักงาน ททท.สำนักงานนครพนม, นายวีระพงษ์ ทองผา นายก อบจ.มุกดาหาร ,หัวหน้าส่วนราชการ และนางรำกว่า กว่า 500 คนเข้าร่วมในครั้งนี้

    นางสาวอรกัญญา สะภา นายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร กล่าวว่า พิธีเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชมของฝากจังหวัดมุกดาหารในวันนี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็น ช่องทางการตลาดกลาง สำหรับจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน ชุมชน OTOP วิสาหกิจชุมชน เกษตรแปรรูป และของฝากท้องถิ่น จากทุกอำเภอในจังหวัดมุกตาหาร เพื่อเพิ่มรายใต้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการรรายย่อย และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ตลอดจนรองรับสินค้าชุมชนในกลุ่มเครือข่ายท่องเที่ยวทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสาน

    นางสาวอรกัญญา สะภา กล่าวอีกว่า ศูนย์ยังเป็น แหล่งเรียนรู้และวัดแสดงสินค้าเด่นของแต่ละชุมชน ตออดจนเป็น จุดเชื่อมโรงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของจังหวัดมุกดาหารในเขตลุ่มน้ำโขง การจัดตั้งศูนย์นี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ส่งเสริมและขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาคุณภาพและบรรจุภัณฑ์สินค้าให้ได้มาตรฐาน สร้างอัตลักษณ์ของดีเมืองมุกดาหาร ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย

    ทั้งนี้ศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน ของฝากจังหวัดมุกดาหาร มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ ประกอบด้วย ผ้าไหม จากจังหวัดมหาสารคม กลุ่มแม่บ้านตระกร้าสาน จากอำเภอนิคมคำสร้อย กลุ่มแกะสลักไม้ ตำบลดงเย็น กลุ่มผ้าย้อมคราม กลุ่ม OTOP ผ้าภูไท นอกจากนี้ยังมีตระกร้าสานจากผักตบชวา และร้านกาแฟอร่อย ๆ ให้บริการ และได้นั่งชมวิวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อีกด้วย.

    ภาพ-ข่าว ทรงสิทธิ์ สาระกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.มุกดาหาร

    image

    image

    กสทช. ผนึกกำลังตำรวจ ลุยตรวจสัญญาณชายแดนแม่สาย–เชียงแสน

    เร่งกำจัดผักตบชวา ด้านหน้าประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ

    เมืองคอน เตรียมตักบาตรพระมหากุศล 11,250 รูป ฉลอง 1,250 ปีพระบรมธาตุ

    เติมเต็มพลังบุญ “โรงทานลูกศิษย์วัดป่าภูริทัตตฯ” เผยเครื่องทำน้ำแข็ง “เอ็นที ไอซ์” ช่วยเพิ่มความสะดวก บริการน้ำดื่มปชช.เดินทางมาสักการะพระบรมศพฯ ได้ตรงจุดมาก

    ทัพเรือภาคที่ 1 แสดงกำลังพร้อมรักษาอธิปไตยของชาติแนวเขตทะเลไทย-กัมพูชา

    ชาวบ้านชายแดนเร่งเกี่ยว-ตากข้าว พร้อมอพยพทุกเมื่อ ด้านปู่น้องน้ำโขง ฉะผู้ที่โจมตี กัน จอมพลัง ไม่มีใครมาสานต่อสร้างบังเกอร์ให้เสร็จ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1390906&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AJIR7kaeyJx5zQC8tC5Sc

  • พัทยาพร้อมเต็มร้อย ตอกย้ำศักยภาพเมืองท่องเที่ยวและกีฬาระดับโลก เชื่อมั่นโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัล สร้างความปลอดภัย พร้อมรับนทท.ปลายปี

    พัทยาพร้อมเต็มร้อย ตอกย้ำศักยภาพเมืองท่องเที่ยวและกีฬาระดับโลก เชื่อมั่นโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัล สร้างความปลอดภัย พร้อมรับนทท.ปลายปี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/110499&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Iy7f5wRsKiNyxgMGrSHrw

  • อรรถกร รมว.ท่องเที่ยวฯ เช็คความพร้อมสนามแข่งเรือใบซีเกมส์ 33 ก่อนศึกใหญ่ SSL47 ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมแข่งขัน | TOPNEWS

    อรรถกร รมว.ท่องเที่ยวฯ เช็คความพร้อมสนามแข่งเรือใบซีเกมส์ 33 ก่อนศึกใหญ่ SSL47 ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมแข่งขัน | TOPNEWS

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการเก็บตัวฝึกซ้อมและตรวจความพร้อมของสนามแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยได้เดินทางไปยังศูนย์สมุทรกีฬา อ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการฝึกซ้อมกีฬาเรือใบ โดยได้รับการต้อนรับจาก พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะผู้บริหารสมาคมฯ นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และพลเรือโท รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้อำนวยการศูนย์สมุทรกีฬา ซึ่งได้นำชมความพร้อมด้านต่าง ๆ ของสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ
    จากนั้น รัฐมนตรีฯ และคณะได้เดินทางต่อไปยังโอเชี่ยนมารีน่า ยอร์ชคลับ เมืองพัทยา เพื่อติดตามความพร้อมของสนามแข่งขันเรือใบประเภท SSL47 ซึ่งจะใช้เป็นสนามแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งนี้ โดยรายการดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะทรงเข้าร่วมแข่งขันในฐานะตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย และมีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินร่วมฝึกซ้อมกับนักกีฬาในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยทรงฝึกซ้อมเช่นนักกีฬาปกติ โดยไม่ขอรับสิทธิพิเศษใด ๆ

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เปิดเผยภายหลังการตรวจสนามแข่งขันว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อสำรวจความพร้อมของสนามแข่งขันเรือใบทั้งสองพื้นที่ ได้แก่ สัตหีบ และเมืองพัทยา ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะสนามแข่งขันเรือใบรุ่น SSL47 ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะทรงร่วมแข่งขัน มีความพร้อมทุกด้าน พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมเชียร์และให้กำลังใจพระองค์ท่านในฐานะนักกีฬาระดับโลก
    รัฐมนตรี ยังยืนยันอีกว่า การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ไม่มีข้อกังวลใด ๆ และขอเชิญชวนแฟนกีฬาชาวไทยร่วมชมและเชียร์ทีมชาติไทย ให้มากขึ้น พร้อมย้ำว่าจังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างรายได้และชื่อเสียงให้ประเทศ และไทยพร้อมดูแลนักกีฬาทุกชาติอย่างเท่าเทียมและเต็มกำลัง
    การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 โดยกีฬาเรือใบแข่งขันทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่ Optimist, ILCA 4 ชาย–หญิง, ILCA 6 ชาย–หญิง, 420 และ 470 แข่งขันที่ศูนย์สมุทรกีฬา ระหว่างวันที่ 9–14 ธันวาคม 2568 ส่วนประเภท SSL47 แข่งขันที่โอเชี่ยนมารีน่า ยอร์ชคลับ ระหว่างวันที่ 15–18 ธันวาคม 2568 ซึ่งขณะนี้สนามแข่งขัน การรองรับนักกีฬา และเจ้าหน้าที่มีความพร้อมสมบูรณ์

    สำหรับความคาดหวังด้านเหรียญรางวัล ทีมชาติไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมครบทุกประเภท โดยตั้งเป้าอย่างน้อย 4 เหรียญทอง ได้แก่ ประเภท Optimist หญิง: น.ส.ไพลิน เจริญผล, ประเภท ILCA 4 หญิง: น.ส.ปริญ ทรัพย์ยิ่ง, ประเภท ILCA 4 ชาย: นายดาวิน ฌู, ประเภท 470: จ่าเอก นาวี ธรรมสุนทร และจ่าเอกหญิง นิชาภา ไหวไว
    การแข่งขันครั้งนี้ ยังถือเป็นครั้งแรก ที่กีฬาเรือใบมีชาติต่างๆ เข้าร่วมมากที่สุดถึง 7 ชาติ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

    ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391005&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uu_hyryXfekEf-dY49Z0A