Category: ท่องเที่ยว

  • ไล่จับกันวุ่น!ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวทำงานอาคารมหา’ลัยดังเชียงราย

    ไล่จับกันวุ่น!ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวทำงานอาคารมหา’ลัยดังเชียงราย

    ไล่จับกันวุ่น!ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวทำงานอาคารมหา’ลัยดังเชียงราย

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


    เชียงราย – ตม.เชียงราย-จัดหางาน ไล่กวดกันวุ่น..ชาวจีนถือวีซ่าท่องเที่ยวแฝงทำงานอาคารมหาลัยดัง จนท.เข้าตรวจสอบพากันวิ่งหนี สุดท้ายโดนรวบหมด 9 คน


    วันนี้ (14 พ.ย.68) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา,สว.ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและจัดหางาน จ.เชียงราย เข้าตรวจสอบการใช้แรงงานต่างด้าวเพื่อการก่อสร้างอาคารภายในบริเวณศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนสัญชาติจีนลักลอบเข้ามาทำงานปะปนกับแรงงานคนอื่นๆ

    พบหัวหน้าคนงานและแรงงานชาวสัญชาติพม่าที่ทำงานอยู่ภายในจำนวนประมาณ 30 คน ผลการตรวจเอกสารพบว่าถูกต้อง อย่างไรก็ตามขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสร็จและแรงงานกำลังแยกย้ายกลับไปทำงาน ปรากฎว่าได้มีกลุ่มคนรูปพรรณสันฐานเป็นชาวจีนพากันวิ่งหลบหนีจะออกจากอาคารก่อสร้าง ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.เชียงราย ต้องวิ่งไล่จับเอาไว้ได้จำนวน 9 คน ทุกคนมีเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตแต่ขอวีซ่าเป็นนักท่องเที่ยว

    เจ้าหน้าที่จึงควบคุมชาวจีนทั้งหมดส่ง สภ.บ้านดู่ อ.เมือเชียงราย เพื่อทำการบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาเดียวกันว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนตัวนายจ้างพบว่าเป็นนิติบุคคลในนามบริษัทกิจการร่วมค้า TPC JOINT ถูกแจ้งข้อหา “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวกลุ่มบุคคลทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/local/detail/9680000108969&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XkB_i9OfTL-1s60Ucuu18

  • “ยูนิเวอร์แซล ชอบไทย!” เปิดประตูฮอลลีวูด กรมการท่องเที่ยวดันไทยสู่ศูนย์กลางถ่ายทำโลก

    “ยูนิเวอร์แซล ชอบไทย!” เปิดประตูฮอลลีวูด กรมการท่องเที่ยวดันไทยสู่ศูนย์กลางถ่ายทำโลก

    กรมการท่องเที่ยวไทยเดินหมากสำคัญบนเวที American Film Market 2025 (AFM2025) ณ ลอสแอนเจลิส เปิดเกมรุกพบผู้บริหาร Universal Studios ขอบคุณที่ไว้วางใจประเทศไทยเป็นโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Jurassic World: Rebirth” พร้อมเชิญชวนกลับมาปักหลักถ่ายทำในไทยอีกครั้ง สอดรับนโยบายรัฐบาลผลักดัน “ไทยเป็นฮับถ่ายทำระดับโลก” อย่างเต็มสูบ

    จาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นำทีมพร้อม น.ส.อุบลวรรณ สุจริตกุล ผอ.กองกิจการภาพยนตร์ฯ

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นำทีมพร้อม น.ส.อุบลวรรณ สุจริตกุล ผอ.กองกิจการภาพยนตร์ฯ เข้าหารือกับยูนิเวอร์แซล โดยย้ำความสำเร็จจากการถ่ายทำ Jurassic World: Rebirth ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดมหาศาลในพื้นที่ กระบี่–ตรัง–พังงา จ้างงานแรงงานและธุรกิจท้องถิ่นกว่า 2,000 ราย แถมยังจุดกระแสท่องเที่ยวตามรอยโลเคชัน จนกลายเป็นจุดขายระดับนานาชาติ

    ผู้บริหาร Universal Studios เปิดใจว่า “ประเทศไทยทำให้หนังมีความพิเศษ โลเคชั่นไทยคือเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น” พร้อมชื่นชมทีมงานไทยว่า “มืออาชีพ ทำงานง่าย และทุ่มเท” จนทำให้การถ่ายทำราบรื่นและสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

    กรมการท่องเที่ยวไม่พลาดช่วงเวลาทอง เสนอแพ็กเกจ Incentive คืนเงินสูงสุด 30% เพื่อดึงกองถ่ายฮอลลีวูดกลับสู่ไทย พร้อมแนะนำโลเคชันใหม่ทั่วประเทศ ทั้งภูเขา–ป่า–เมือง–ทะเล ที่มีศักยภาพรองรับการผลิตระดับบล็อกบัสเตอร์ครบเครื่อง

    การพบปะครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวของความร่วมมือไทย–ฮอลลีวูด เพิ่มน้ำหนักให้ประเทศไทยยืนหนึ่งในเอเชียด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ สอดคล้องวิสัยทัศน์รัฐบาลที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และส่งชื่อ “ประเทศไทย” ขึ้นแผนที่อุตสาหกรรมหนังโลกอย่างสง่างาม

    ภายหลังเจรจา ยูนิเวอร์แซลได้พาคณะไทยเยี่ยมชมสตูดิโอพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มีทั้ง 33 สเตจ ถ่ายทำฉากจำลองเมืองใหญ่ยุโรป–นิวยอร์ก และคลัง prop–costume ขนาดมหึมา ที่จัดการอย่างเป็นระบบระดับโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/256982&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U4tlftk_7tuFHItKJaolh

  • รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ “อ่างเก็บน้ำบ้านตาดไฮ” หนุนท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี

    รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ “อ่างเก็บน้ำบ้านตาดไฮ” หนุนท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี

    รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ “อ่างเก็บน้ำบ้านตาดไฮ” หนุนท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี


    14/11/2568 | 14 | |

    รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ “อ่างเก็บน้ำบ้านตาดไฮ” หนุนท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี

    วันนี้ 14 พฤศจิกายน 2568 นางสาว ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู, นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายพิสดาร ประดา ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน, ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ/จังหวัด ผู้นำท้องที่–ท้องถิ่น เครือข่ายองค์กรสตรี ภาคีเครือข่าย และประชาชน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดการลงพื้นที่

    เวลา 06.00 น. รัฐมนตรีช่วยฯ และคณะเดินทางไปยัง อ่างเก็บน้ำบ้านตาดไฮ แหล่งท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 33 รูป (เท่าอายุจังหวัด) บนสันเขื่อนไปตามวิถีชุมชน พร้อมล่องเรือในอ่างเก็บน้ำเพื่อสักการะ “ย่าเลิศ” ผู้ก่อตั้งชุมชนบ้านตาดไฮกว่า 100 ปีก่อน ท่ามกลางบรรยากาศสงบงดงาม โดยมีประชาชนและสื่อมวลชนร่วมติดตามอย่างคึกคัก ก่อนพบปะประชาชนกว่า 300 คนที่มารอต้อนรับบริเวณริมเขื่อน เพื่อรับฟังแนวคิดการพัฒนาและให้กำลังใจแก่ชุมชน

    จากนั้นคณะได้เยี่ยมชมและรับประทานอาหารกลางวันที่ สุวรรณฟาร์ม แหล่งผลิตน้ำผึ้ง OTOP ที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนาอาชีพและการสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม และ สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนที่ผสาน “วัฒนธรรม–เศรษฐกิจ–คุณภาพชีวิต” เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

    #กระทรวงมหาดไทย

    #กรมการพัฒนาชุมชน


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/287802&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wMObxOi0qqFL75tcl2Nse

  • เปิดเส้นทาง “อร่อยฟินถิ่นตะวันออก” เปิดประสบการณ์เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง

    เปิดเส้นทาง “อร่อยฟินถิ่นตะวันออก” เปิดประสบการณ์เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก จับมือพันธมิตร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 เปิดตัวเส้นทางเที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง ภายใต้โครงการ “เส้นทางอร่อยฟินถิ่นตะวันออก”

    เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์การเดินทางไปตามหาของอร่อยและแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกและปลอดภัย และลดมลภาวะทางอากาศ
    คุณกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร)

    บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง ภายใต้โครงการ “เส้นทางอร่อยฟินถิ่นตะวันออก” ในรูปแบบ One Day Trip สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS จากใจกลางกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงโครงการเส้นทางท่องเที่ยว อร่อยฟินถิ่นตะวันออก

    ในครั้งนี้ว่า เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวใน 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยมีเป้าหมายให้ภาคตะวันออกเป็น สวรรค์นักกิน..ถิ่นตะวันออก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ง่าย กินอร่อย เที่ยวสนุก จึงได้มีการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว อร่อยฟินถิ่นตะวันออก เชิญชวนเดินทางท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก ปลอดภัย เราอยากให้ทุกคนเห็นว่า การเดินทางท่องเที่ยวที่ยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้ใกล้บ้าน ใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนตัว

    s__60956758_0

    ช่วยลดมลภาวะ และยังได้สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติของบางปูอย่างเต็มที่ หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ เช่น พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เมืองโบราณ หรือฟาร์มจระเข้ ซึ่งสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า แล้วเดินทางต่อด้วยรถขนส่งสาธารณะท้องถิ่น เป็นการเที่ยวที่ทั้งสนุก อิ่มอร่อย กระจายรายได้ และรักษ์โลกไปพร้อมกัน จึงอยากชวนชาวกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวภาคตะวันออกที่เที่ยวใกล้กรุง อร่อย ฟิน และรักษ์โลกได้จริง เช่นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานตากอากาศบางปู ซึ่งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ของทุกปีเป็นช่วงที่นกนางนวลจะอพยพเข้ามาในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

    สำหรับกิจกรรมพิเศษพาผู้โชคดี 20 ท่านจากรายการซุปตาร์พาตะลุย “เที่ยวฟิน กินฟรี ที่บางปู” ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ประติมากรรมลอยตัวเคาะขึ้นรูปด้วยมือแห่งแรกของโลก ลิ้มลองเมนูรางวัลมิชลินไกด์ ปูทะเลผัดซอสไข่เค็มและอาหารทะเลสดอร่อยที่ร้านระเบียงทะเล สุดฟินกับกิจกรรม Workshop รับประทาน เครปกล้วยบางปูขนมขึ้นชื่อของร้านและเครื่องดื่มสุดพิเศษในบรรยากาศริมทะเลภายในโครงการสายลม-บางปู และปิดท้ายด้วยกิจกรรมไฮไลต์ “รับชมฝูงนกนางนวลยามเย็น”

    เก็บภาพประทับใจที่เป็นเอกลักษณ์ของบางปูที่สถานพักตากอากาศบางปู ด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS นอกจากนี้ ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกยังได้จัดทำบัตรโดยสาร Rabbit Card ลายพิเศษ “เส้นทางอร่อยฟินถิ่นตะวันออก” จำนวนจำกัดเพียง 500 ใบ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ชมทางบ้านที่ร่วมสนุกผ่านช่องทางออนไลน์ของอมรินทร์ทีวี โดยผู้ถือบัตร Rabbit Card ลายพิเศษและทั่วไปจะได้รับสิทธิพิเศษจาก ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่ร่วมโครงการใน 9 จังหวัด ภาคตะวันออก ในช่วงระยะเวลาของโครงการ ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2568 ถึง พฤษภาคม 2569

    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากซุปตาร์ชื่อดัง นิกกี้ ณฉัตร, หมอฟรัง นรีกุล, ร่วมเดินทางสร้างสีสันและชวนคนรุ่นใหม่ออกมา “เที่ยวง่าย กินอร่อย ใกล้กรุง” ผ่านรายการซุปตาร์พาตะลุย เพื่อเป็นการสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453143/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3X95FqdkeSg1qY2SGJhju3

  • วธ. หนุน 14 โครงการเอกชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว-อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม

    วธ. หนุน 14 โครงการเอกชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว-อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม

    “กระทรวงวัฒนธรรม” หนุน 14 โครงการเอกชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “กระทรวงวัฒนธรรม” ยกระดับงานเทศกาล และกิจกรรมด้านวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และงานวัฒนธรรมของประเทศประจำปี 2569 เพื่อต่อยอดนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และการสร้างสรรค์ผลงานทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับยุคสมัย

    ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศโครงการวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและวัฒนธรรมของชาติ ที่ได้รับเงินอุดหนุนรวม 14 โครงการ ประกอบด้วย

    1. โครงการเมรัยไทยแลนด์ 2025 : The Lost Thai Taste รสชาติที่หายไป หน่วยงาน บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด

    2. โครงการ Siam Street World Stage 2025 หน่วยงาน บริษัท กรุงเทพ เอ็กซิบิชั่น จำกัด

    3. โครงการ Thailand Rice Fest 2025 หน่วยงาน บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)

    4. โครงการสืบฮีตสานฮอยประเพณีไหว้สาพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ครบรอบ 128 ปี ประจำปี พ.ศ. 2568 หน่วยงาน มูลนิธิพระสถูปพระเจ้าอินทวิชยานนท์

    5. โครงการ “ปฐมบทมวยไทยคาดเชือก” หน่วยงาน บริษัท ไทยไฟต์ จำกัด

    6.  โครงการงานวันเดอร์ฟรุ๊ต 2025 (Wonderfruit 2025) หน่วยงาน บริษัท สแครทช์ เฟิร์สท์ จำกัด

    7.  โครงการประชุมเสวนาสภาวัฒนธรรมสัญจร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และงานสืบสานสายใยชาติพันธุ์ วัฒนธรรมผู้ไทนานาชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์

    8. โครงการ “รวมหมอเหยาศรีโคตรบูรณ์” จังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมอำเภอนาแก

    9. โครงการสืบสานประเพณีอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่น (ประเพณีสักการะศาลเจ้าพ่อแดง) ประจำปี 2569 หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมอำเภอวิหารแดง

    10. โครงการสืบตำนาน สานภูมิปัญญา สร้างอาชีพ เสริมรายได้ สู่ชุมชนยั่งยืน “อนุรักษ์ สืบสานตำนานข้าวเม่า วิถีโบราณ” หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมตำบลนาห่อม

    11. โครงการสาน (รักษ์) ภูมิปัญญาท้องถิ่นชะลอมคอรุม หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

    12. โครงการแก่นสยาม 2025 มหัศจรรย์ไหกับแก๊บ อาภรนฤมิตรในเทศกาลไหมนานาชาติ หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น

    13. โครงการจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีตำบลชุมพวง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมเทศบาลตำบลชุมพวง

    14. โครงการสืบสานมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมบนฐานอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เทศกาลประเพณี “ตำข้าวเม่า” จังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หน่วยงาน สภาวัฒนธรรมจังหวัดสตูล.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2895629&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pMf1WN7Rn_SYC8xxbK7Ih

  • “อาเล็ก”ดันไทยเที่ยวไต้หวัน ส.ค. โต 19.12% สูงสุดรอบปี

    “อาเล็ก”ดันไทยเที่ยวไต้หวัน ส.ค. โต 19.12% สูงสุดรอบปี

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยในปี พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการที่นำโดย “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชื่อดัง ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน
     

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยในปี พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการที่นำโดย “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชื่อดัง ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน

    สถิติล่าสุดเผยให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 19.12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถิติอัตราการเติบโตรายเดือนที่สูงสุดของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง

    กลยุทธ์ “อาเล็ก” ปลุกกระแส “ไต้หวันมะ?”

    สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้เลือก “อาเล็ก-ธีรเดช” ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยและเคยมีประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในไต้หวันหลายครั้ง มารับหน้าที่สำคัญนี้ โดยมีกิจกรรมหลักๆ ดังนี้:

    ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์: อาเล็กได้เดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์สั้นใน 6 เมืองสำคัญของไต้หวัน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามหลังจากการเปิดตัว และกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์

    สโลแกนติดหู: การนำคำยอดฮิตในหมู่คนไทยอย่าง “ไต้หวันมะ?” (Taiwan ma?) มาใช้เป็นสโลแกนประชาสัมพันธ์ประจำปี ได้ช่วยจุดกระแสการพูดถึงการท่องเที่ยวไต้หวันในตลาดไทยได้อย่างดี
     

    กิจกรรมแฟนมีตติ้งต่างประเทศครั้งแรก: ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดแพ็กเกจ “ทริปแฟนมีต อาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน” ที่กรุงไทเป ซึ่งมีแฟนคลับชาวไทยเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โดยผนวกเสน่ห์ของนักแสดงเข้ากับการร่วมมือกับบริษัททัวร์ สายการบิน และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ต่างๆ

    นอกจากนี้ สำนักงานฯ ยังได้เชิญสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ของไทย 4 คณะ ไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวลับในเมืองฮัวเหลียนและไถตง รวมถึงการจัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพฯ ถึง 3 ครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้และความต้องการเดินทางในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย

    เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยแผนงานใหม่

    ซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า อัตราการเติบโตในเดือนสิงหาคมเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ที่นำความนิยมของนักแสดงชื่อดัง การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์มาผสานกับแผนส่งเสริมท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

    “ในปีนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้นำความนิยมของนักแสดงชื่อดัง…มาผสานกับแผนส่งเสริมท่องเที่ยว ผลักดันการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริง ซึ่งอัตราการเติบโตในเดือนสิงหาคมนี้พิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จ และคาดว่าจะยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

    สำหรับอนาคต สำนักงานฯ มีแผนที่จะสานต่อความร่วมมือกับสายการบิน บริษัททัวร์ และผู้ให้บริการบัตรเครดิต เพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับการใช้ความนิยมของอินฟลูเอนเซอร์ในการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้น เช่น:

    การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    การลิ้มรสอาหารระดับมิชลิน บิบ กูร์มองด์

    การท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย

    การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับทุกเพศสภาพ

    ขยายโอกาสสู่ผู้โดยสารแวะต่อเครื่อง (Transit)

    นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังได้ผลักดันไปยังกลุ่มผู้โดยสารที่มาแวะต่อเครื่องบิน โดยล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ “Taiwan the Lucky Land” สำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไต้หวันซึ่งมาต่อเครื่องบินที่ท่าอากาศยานเถาหยวนโดยพำนักในไต้หวันไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะได้รับ คูปองใช้จ่ายภายในสนามบิน มูลค่า 600 ดอลลาร์ไต้หวัน (ลงทะเบียนออนไลน์ได้จนถึง 31 ตุลาคมปีหน้า)

    แคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับไต้หวันจาก “จุดเปลี่ยนเครื่องบิน” ให้กลายเป็น “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว” ด้วยการมอบโอกาสให้นักท่องเที่ยวไทยได้ลิ้มรสอาหาร สัมผัสวัฒนธรรม และบริการอันน่าประทับใจภายในสนามบิน แม้จะมีเวลาจำกัด
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/733470&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00QCDIZV-LH6hQkIe3fVnX

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ติดตามการเก็บตัวฝึกซ้อมและทดสอบสนามแข่งขัน กีฬาแข่งเรือใบ ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ติดตามการเก็บตัวฝึกซ้อมและทดสอบสนามแข่งขัน กีฬาแข่งเรือใบ ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.12 น.

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ติดตามการเก็บตัวฝึกซ้อมและทดสอบสนามแข่งขัน กีฬาแข่งเรือใบ ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33  

    วันนี้ (14 พฤศจิกายน 2568)  นายอรรถกร ศิริลัทธยากร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เดินทางไปติดตามการเก็บตัวฝึกซ้อมและทดสอบสนามแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33  ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยในเวลา  10.30  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะ ได้เดินทางไปยัง ศูนย์สมุทรกีฬา อ่าวดงตาล สัตหีบ จังหวัดชลบุรี  เพื่อติดตามการเก็บตัวฝึกซ้อมกีฬาเรือใบ โดยมี พลเรือเอก สมประสงค์  นิลสมัย  นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาคมฯ และพลเรือโท รณรงค์  สิทธินันท์  ผู้อำนวยการศูนย์สมุทรกีฬา ให้การต้อนรับ และนำชมการเตรียมการในส่วนต่างๆของสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ 

    จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและคณะได้เดินทางต่อไปยัง โอเชี่ยนมารีน่ายอร์ชคลับ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความพร้อมของสนามแข่งขันซึ่งจะใช้จัดแข่งขันเรือใบประเภท SSL47 ที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะทรงเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ จะทรงมีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินไปร่วมฝึกซ้อมกับทีมแบบนักกีฬาทั่วไป โดยไม่ขอรับสิทธิพิเศษใดๆ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้  กำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568   

    ในส่วนของกีฬาเรือใบ ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ ทำการแข่งขันจำนวน  8  ประเภท ประกอบด้วย   Optimist   ILCA 4 ชาย  ILCA 4 หญิง  ILCA 6 ชาย   ILCA 6 หญิง   420   470 ทำการแข่งขันที่ศูนย์สมุทรกีฬา ระหว่างวันที่ 9 – 14 ธันวาคม 2568 และประเภท SSL 47  ทำการแข่งขันที่โอเชี่ยนมารีน่ายอร์ชคลับ ระหว่างวันที่  15 ถึง 18 ธันวาคม 2568 โดยปัจจุบัน มีความพร้อม ทั้งในส่วนของสนามแข่งขันและสถานที่ในการรองรับนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้อง

    สำหรับนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทยนั้นปัจจุบันได้ทำการเก็บตัวฝึกซ้อมและมีความพร้อมโดยทางสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ  ได้ดำเนินการเก็บตัวนักกีฬา โดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยในการเสริมสมรรถภาพร่างกาย และในด้านจิตวิทยาได้จัดให้มีโครงการจิตตปัญญา เพื่อให้นักกีฬาและผู้ฝึกสอนได้นำแนวทางการพัฒนาด้านจิตวิทยามาใช้กับการแข่งขัน   ​นอกจากนั้นยังได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์การแข่งขันในกับนักกีฬาทั้งตัวจริงและคู่ซ้อม และยังได้ศึกษาและเปรียบเทียบคู่แข่งขันที่จะต้องพบกันในซีเกมส์

    ทั้งนี้ ความคาดหวังเหรียญรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้   ประเทศไทยส่ง นักกีฬาแล่นใบเข้าร่วมการแข่งขันครบทุกประเภท โดยคาดหวังเหรียญรางวัล ได้ประเมินไว้ที่ 4 เหรียญทอง   ในประเภท ต่างๆ ดังนี้  
         – ประเภท Optimist หญิง  จาก น.ส.ไพลิน เจริญผล  
         –  ประเภท ILCA 4 หญิง  จาก น.ส.ปริญ ทรัพย์ยิ่ง  
         –  ประเภท ILCA 4 ชาย จาก นายดาวิน ฌู  
        –  ประเภท 470 จาก จ่าเอก นาวี ธรรมสุนทร และ จ่าเอกหญิง นิชาภา ไหวไว 
           
     การแข่งขัน เรือใบในกีฬา ซีเกมส์ ครั้งนี้  มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดถึง 7 ชาติจากจำนวน 11 ชาติประกอบด้วย  อินโดนีเซีย  มาเลเซีย  เมียนมาร์  ฟิลิปปินส์   สิงคโปร์ ไทย   และ เวียดนาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/927912&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06fM95w06SdauGV27BRvuP

  • เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวไทย สู่สมาร์ทรีเทลระดับโลก

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวไทย สู่สมาร์ทรีเทลระดับโลก

    กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศไทย ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (UnionPay International: UPI) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการชำระเงิน เพื่อร่วมกันยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมี Mr. Guo Dayong, President, China UnionPay ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือที่ต่อยอดจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันแน่นแฟ้นระหว่างทั้ง 2 องค์กร โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเสริมสร้างพันธมิตรทางการค้าระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Retail x Tourism x Payment Ecosystem” ที่ผสานความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยเข้ากับเทคโนโลยีการชำระเงินระดับโลกของ UnionPay เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ตลาดนักท่องเที่ยวจีน‘ ซึ่งเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้จ่าย กระตุ้นการเดินทาง และเพิ่มพลังให้ภาคค้าปลีกไทยเติบโตควบคู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว    ขณะเดียวกันยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะองค์กรเอกชนไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวของประเทศ

    นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล สะท้อนเป้าหมายในการยกระดับศูนย์การค้าไทยให้เป็น Global Retail Destination ที่เชื่อมโยงประสบการณ์การช้อปปิ้งเข้ากับเทคโนโลยีการชำระเงินอัจฉริยะ เพื่อสร้างความสะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการผนึกกำลังในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการชำระเงินระดับโลก แต่ยังเป็นอีกก้าวของการยกระดับศูนย์การค้าไทย สู่เวทีโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “Elevating Thai Retail to the World Stage” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ การช้อปปิ้งระดับพรีเมียม ผสานเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมไทย เพื่อเสริมพลัง Soft Power ของประเทศไทย และตอกย้ำภาพลักษณ์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน“

    Mr. Jian Jiangtao, Deputy General Manager, UnionPay International, SEA. กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคอาเซียน และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน ความร่วมมือกับ กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระเงินให้กับผู้ถือบัตร UnionPay จากทั่วโลก และตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อประเทศไทย โดย ‘ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ (UnionPay International: UPI) มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค มีร้านค้าที่รับบัตรกว่า 754 ล้านแห่ง  ในกว่า 84 ประเทศ ทั่วโลก สำหรับตลาดประเทศไทย ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งสร้างภาพลักษณ์ในฐานะบัตรที่“น่าเชื่อถือและเป็นที่นิยม” เพื่อมอบสิทธิพิเศษและประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ผู้ถือบัตร

    ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569 เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตร UnionPay ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยลูกค้าชาวไทยจะได้รับส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท ภายในห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป (รวม Gourmet Market และ Power Mall) ที่ ศูนย์การค้าพารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา ส่วนลูกค้าชาวต่างชาติจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ทั้งส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท พร้อม EM District Cash Coupon มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท เมื่อช้อปปิ้ง ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์

    แคมเปญนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว ที่จะนำไปสู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและโครงการด้านการชำระเงินดิจิทัลในอนาคต เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุค Cashless Society ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1547093&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MuYfnlVFEnkbqcvRqnu99

  • “ศศิธร” ไปหนองบัวลำภู ย้ำนโยบาย Quick Big Win หนุนท่องเที่ยวชุมชน

    “ศศิธร” ไปหนองบัวลำภู ย้ำนโยบาย Quick Big Win หนุนท่องเที่ยวชุมชน

    รมช.มหาดไทย “ศศิธร กิตติธรกุล” ลงพื้นที่อำเภอโนนสัง หนองบัวลำภู มอบนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล หนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้ อาชีพ ให้ชุมชน

    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พร้อมร่วมทำบุญตักบาตรที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยบอง บ้านตาดไฮ อำเภอโนนสัง

    จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะได้เดินทางไปยังชุมชนบ้านตาดไฮ เพื่อศึกษาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวชุมชน โดยล่องเรือตามเส้นทางธรรมชาติในอ่างเก็บน้ำห้วยบอง มุ่งหน้าไปยัง “ถ้ำยายเลิศ” แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ชาวบ้านให้ความเคารพ โดยมีนายสมพงษ์ พรมไตร ผู้ใหญ่บ้านตาดไฮ เป็นผู้นำทางและบรรยายข้อมูลตลอดเส้นทาง

    ภายหลังการเยี่ยมชมพื้นที่ ได้มีการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงพบปะประชาชนและกลุ่มเยาวชน เพื่อมอบนโยบายตามแนวทางรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเน้นการดำเนินงานตามกรอบ Quick Big Win ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน

    รมช.มหาดไทยยังเน้นย้ำการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยนำศักยภาพด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนเป้าหมาย “ชุมชนเข้มแข็ง – เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง” โดยนโยบาย Quick Big Win จะช่วยให้ประชาชนอำเภอโนนสังได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านรายได้ อาชีพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2895574&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06gQzzDDJ8U94qiKf7cpe0

  • ‘พัทยา’ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการท่องเที่ยว

    ‘พัทยา’ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการท่องเที่ยว

    ‘พัทยา’ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการท่องเที่ยว

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ ทั้งการปรับปรุงทางเท้าชายหาด ,การปูพื้นทางเท้าบริเวณถนนพัทยาสาย 2 ,การพัฒนาระบบไฟฟ้าแสงสว่าง (LED) ทั่วเมือง, การนำสายไฟลงดิน 10 เส้นทาง และการทวงคืนพื้นที่สาธารณะ 6 จุด เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อเมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

    อีกทั้งยังมีการยกระดับจุดบริการนักท่องเที่ยวหลักก็ ทั้งการปรับโฉมถนน Walking Street ,การจัดระเบียบท่าเรือแหลมบาลีฮาย และการปรับปรุงโป๊ะเทียบเรือ 6 จุด 

    นอกจากนี้ ยังการพัฒนาเกาะล้าน โดยมีการยกระดับคุณภาพชีวิตบนเกาะอย่างครบวงจร ทั้งการสร้างถนนใหม่ 5 เส้นทาง เช่น ถนนหาดตายาย ,ติดตั้ง CCTV รวม 200 ตัว ,เปิดศูนย์แพทย์ชุมชน ,สร้างทางเท้าใหม่ ,สร้างเตาเผาขยะ และวางระบบบำบัดน้ำเสีย

    ‘พัทยา’ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ดี ยังมีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ทั่วเมืองกว่า 2,500 ตัว และมีการใช้เทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลโดยตรงกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยงแบบเรียลไทม์ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

    ด้านความปลอดภัย ระบบบริการ ระบบรับแจ้งเหตุ 1337 รับเรื่องร้องเรียนแจ้งเหตุการณ์ที่ไร้รอยต่อ ให้บริการ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด รองรับทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ โดยปีที่ผ่านมารับเรื่องกว่า 250,000 สาย ซึ่งระบบยังเชื่อมโยงโดยตรงกับหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และ LINE OA @pattayaconnect โดยทำหน้าที่เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถดูกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ในพัทยา 400 ตัว สามารถตรวจสอบปฏิทินการท่องเที่ยว บริการภาครัฐ (E-Service) เช่น จองคิวโรงพยาบาล จ่ายภาษีออนไลน์ รวมถึงแจ้งเรื่องร้องทุกข์ได้อย่างสะดวก

    “การพัฒนาดังกล่าวเป็นการอัพเกรดศักยภาพของพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางกีฬาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางกีฬาระดับโลก“

    ‘พัทยา’ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการท่องเที่ยว

    นายปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เดือนม.ค. – ก.ย. 68 ยอดนักท่องเที่ยวสะสมของชลบุรี-พัทยามีจำนวนกว่า 20 ล้านคน และยังคาดการณ์ว่า ตลอด 2 เดือนสุดท้ายของปี จะมีนักท่องเที่ยวอีกมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ จำนวนมาก โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมหาศาลจนถึงสิ้นปี จากการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงเทศกาลและอีเวนต์ ซึ่งเห็นผลสำเร็จชัดเจนจากงานเคานท์ดาวน์ที่สร้างรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/643999&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Y2RwOdWoaeo3A_G6ZZTN3