Category: ท่องเที่ยว

  • การโต้เถียงประเด็นไต้หวันระหว่างญี่ปุ่นและจีน กระทบท่องเที่ยว การค้าหดตัว

    การโต้เถียงประเด็นไต้หวันระหว่างญี่ปุ่นและจีน กระทบท่องเที่ยว การค้าหดตัว

    เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 กล่าวว่า ประเด็นคำพูดของนายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่นที่ว่าจะช่วยไต้หวันรบหากโดนจีนบุก ยังคงเป็นกระแสร้อนแรงต่อเนื่องที่ฝ่ายจีนกดดันให้หัวหน้ารัฐบาลโตเกียวถอนคำพูด ขณะที่ต่างฝ่ายต่างตอบโต้ทางการทูตระหว่างกัน จนลุกลามกระทบการค้าและการท่องเที่ยว

    รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นเดินทางถึงจีนแล้ว เพื่อพยายามคลี่คลายข้อพิพาทที่เกิดจากคำพูดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิที่ว่ารัฐบาลโตเกียวอาจเข้าแทรกแซงทางทหารหากเกิดการโจมตีเกาะไต้หวัน

    สองประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชียมีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด โดยจีนเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาญี่ปุ่นมากที่สุดเกือบ 7.5 ล้านคนในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2025

    ด้วยแรงหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง ทำให้การช้อปปิ้งมีราคาถูกลง จนเกิดค่าใช้จ่ายรวมกันมากกว่าพันล้านดอลลาร์ต่อเดือนในไตรมาสที่สาม หรือคิดเป็นเกือบ 30% ของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

    ญี่ปุ่นยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 4 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนในปีที่แล้ว ช่วยให้ดินแดนแห่งภูเขาไฟฟูจิ, ซูชิ และเกอิชา สร้างสถิติใหม่สำหรับผู้มาเยือนต่างชาติ

    แต่ด้วยความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ นักลงทุนจึงได้ลดมูลค่าตลาดของชิเซโด้ บริษัทเครื่องสำอางญี่ปุ่นลง 9% ในวันจันทร์

    กลุ่มห้างสรรพสินค้ามิตสึโคชิ ร่วงลง 11.3% และแพนแปซิฟิก ซึ่งตามหลังเครือร้านค้าปลีกราคาประหยัดและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างดองกิโฮเต้ ร่วงลง 5.3%

    ขณะที่สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ซึ่งราคาหุ้นร่วงลง 3.4% ยังไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินสำคัญทั้งไปและกลับจากจีน

    ก่อนเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทาคาอิจิเคยวิพากษ์วิจารณ์จีนและการสร้างกำลังทหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเปิดเผย

    ทาคาอิจิ วัย 64 ปี กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนว่า หากสถานการณ์ฉุกเฉินในไต้หวันเกี่ยวข้องกับเรือรบและการใช้กำลัง นั่นอาจถือเป็นสถานการณ์ที่คุกคามความอยู่รอดของญี่ปุ่น

    ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ญี่ปุ่นกำหนดขึ้นเอง ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่เป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่ญี่ปุ่นสามารถดำเนินการทางทหารได้ โดยไต้หวันตั้งอยู่ห่างจากเกาะที่ใกล้ที่สุดของญี่ปุ่นประมาณ 100 กิโลเมตร

    รัฐบาลปักกิ่งยืนยันว่าไต้หวันซึ่งญี่ปุ่นเคยยึดครองมานานหลายทศวรรษจนถึงปี 1945 เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน

    ความคิดเห็นดังกล่าวของผู้นำญี่ปุ่นได้ก่อให้เกิดความโกลาหล ซึ่งรวมถึงนักการทูตจีนที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่นได้ขู่ว่าจะตัดคออันสกปรกซึ่งดูเหมือนจะหมายถึงทาคาอิจิ จนทั้งจีนและญี่ปุ่นได้เรียกเอกอัครราชทูตมาประท้วง

    รัฐบาลปักกิ่งยังแนะนำพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังญี่ปุ่น และเตือนนักศึกษาจีนประมาณ 100,000 คนในญี่ปุ่นว่ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพวกเขา

    มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประกาศเตือนดังกล่าวไม่สอดคล้องกับทิศทางที่ผู้นำของทั้งสองประเทศตกลงกันไว้

    คิฮาระเสริมว่า เมื่อวันอาทิตย์ เรือยามฝั่งจีนใช้เวลาหลายชั่วโมงในน่านน้ำอาณาเขตของญี่ปุ่นรอบหมู่เกาะเซนกากุที่เป็นข้อพิพาท (ซึ่งจีนเรียกว่าเตียวหยู) และเป็นจุดปะทะกันบ่อยครั้ง

    รายงานข่าวจากสื่อญี่ปุ่นระบุว่า มาซาอากิ คานาอิ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการเอเชีย-แปซิฟิก เดินทางถึงจีนแล้ว และมีกำหนดหารือกับหลิว จินซง เจ้าหน้าที่ต่างประเทศจีน

    ข้อมูลทางการเมื่อวันจันทร์ระบุว่า ความขัดแย้งทางการทูตครั้งนี้อาจเป็นข่าวร้ายต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งหดตัวลง 0.4% ในไตรมาสที่สาม

    นักวิเคราะห์เตือนว่าความตึงเครียดอาจทวีความรุนแรงขึ้นกลายเป็นข้อพิพาททางการค้าเต็มรูปแบบ คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ซึ่งอาจรวมถึงการที่จีนจำกัดการส่งออกแร่ธาตุหายาก หรือการกำหนดข้อจำกัดต่อการส่งออกของญี่ปุ่น

    “ผู้ผลิตรถยนต์ดูมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากพวกเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากการเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนอยู่แล้ว” นักวิเคราะห์กล่าวเสริม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/abroad-news/897514/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nOZ7jkN8H9iotYNL6iWx7

  • หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก จีนเตือนนักศึกษา-คืนตั๋วเครื่องบิน

    หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก จีนเตือนนักศึกษา-คืนตั๋วเครื่องบิน

    จีนเตือนพลเมืองงดเดินทางไปญี่ปุ่น ท่ามกลางข้อขัดแย้งเรื่องไต้หวันที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้หุ้นห้างสรรพสินค้าและแบรนด์ดังร่วงหนัก จีนยังเตือนนักศึกษาและคืนเงินตั๋วเครื่องบิน ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมเจรจา 18 พ.ย.เพื่อคลายสถานการณ์

    วันนี้ (17 พ.ย.2568) BBC รายงาน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันในวันจันทร์ เมื่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีกปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากจีนออกคำเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น ชั่วคราว ท่ามกลางความตึงเครียดจากข้อพิพาทเรื่องไต้หวันที่ยังไม่คลี่คลาย นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของญี่ปุ่น มักมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าประเทศญี่ปุ่นทุกปี สถานการณ์นี้จึงกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน เช่น ห้างสรรพสินค้า รีสอร์ต สถานบันเทิง

    ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หุ้นของบริษัทแม่ห้างมิตสึโกชิและอิเซตัน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ร่วงลงเกือบร้อยละ 12 ขณะที่แบรนด์เครื่องสำอางชิเซโด และเจ้าของยูนิโคล ปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 5 เช่นกัน

    สายการบินญี่ปุ่นอย่าง Japan Airlines และ ANA Holdings ก็ไม่รอดจากแรงขาย หุ้นลดลงตามไปด้วย ห้างทาคาชิมายะ และบริษัทโอเรียนทัลแลนด์ ซึ่งดูแลรีสอร์ตโตเกียวดิสนีย์ หุ้นปิดวันลดลงที่ร้อยละ 5.8 สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากข้อพิพาทระหว่างปักกิ่งและโตเกียวรุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    นายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิชิ ของญี่ปุ่น ได้กล่าวในสภาฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ว่า หากเกิดการโจมตีด้วยเรือรบหรือกำลังทหารต่อไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจเผชิญ “สถานการณ์คุกคามการอยู่รอด” ซึ่งเป็นวลีทางกฎหมายจากกฎหมายความมั่นคงปี 2558 ที่อนุญาตให้กองกำลังป้องกันตัวของญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องพันธมิตร

    ไต้หวันอยู่ห่างจากเกาะญี่ปุ่นใกล้ที่สุดเพียง 110 กิโลเมตรเท่านั้น จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตนและไม่ปฏิเสธการใช้กำลังเพื่อรวมชาติ ขณะที่ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ต้องการรักษาสถานะเดิม โดยไม่ประกาศเอกราชหรือรวมกับจีน

    ในฝั่งจีน เมื่อวันอาทิตย์ที่16 พ.ย. รัฐบาลจีนแนะนำให้พลเมืองทบทวนแผนการศึกษาต่อในญี่ปุ่น เนื่องจากเสี่ยงต่อความปลอดภัยและอาชญากรรมชาวจีนเพิ่มขึ้น กระทรวงศึกษาจีนยังเตือนนักศึกษาจีนกว่า 100,000 คนที่กำลังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น ให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

    สายการบินจีนอย่าง China Southern Airlines, China Eastern Airlines และ Air China ก็ประกาศคืนเงินตั๋วโดยสารไปญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากโพลของสำนักข่าวคีโดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. ชี้ว่าประชาชนญี่ปุ่นมีความเห็นแบ่งแยกระหว่างช่วยไต้หวันด้วยสิทธิป้องกันตัวหรือไม่

    อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังในการคลี่คลาย เมื่อเจ้าหน้าที่จีนและญี่ปุ่นมีกำหนดเจรจาในวันอังคารนี้ (18 พ.ย.) เลขานุการคณะรัฐมนตรีมิโนะรุ คิฮาระ ของญี่ปุ่น กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของจีนไม่สอดคล้องกับทิศทางที่ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันไว้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและมั่นคง สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น ที่อาจกระทบเศรษฐกิจทั้ง 2 ฝ่าย หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

    อ่านข่าวอื่น :

    ครบ 1 ปีชนะเลือกตั้ง ของกินแพงขึ้น “ทรัมป์” กลับลำลดภาษีซื้อใจฐานเสียง

    จนท.จีนจับกุมอดีตเจ้าอาวาส “วัดเส้าหลิน” ข้อหายักยอก-รับสินบน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358606&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JR7r0Nc-E4PMv80nmb7vB

  • หุ้นญี่ปุ่นร่วงหนัก จีนตอบโต้ญี่ปุ่น หลังปมไต้หวัน สั่งห้ามประชาชนท่องเที่ยว

    หุ้นญี่ปุ่นร่วงหนัก จีนตอบโต้ญี่ปุ่น หลังปมไต้หวัน สั่งห้ามประชาชนท่องเที่ยว

    วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2025) หุ้นการท่องเที่ยวและการค้าของญี่ปุ่นร่วงหนัก หลังรัฐบาลจีนออกคำเตือนไม่ให้ประชาชนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ หลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หนุนไต้หวันในการใช้กองกำลัง

    รายงานการซื้อขายหุ้นในช่วงเช้านี้พบว่า หุ้นของกลุ่มบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Shiseido ร่วงลง 9% และกลุ่มห้างสรรพสินค้า Takashimaya ร่วงลงมากกว่า 5% รวมไปถึง Fast Retailing ซึ่งเป็นเจ้าของ Uniqlo ร่วงลงมากกว่า 4%

    สำหรับการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นพบว่า จีนติดอันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน

    ทั้งนี้สถานการณ์ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นหลังจากนายกฯ ญี่ปุ่น ตอบคำถามในรัฐสภาเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

    “หากจีนใช้กองกำลังทางทหารกับไต้หวันจริง นี่ถือเป็น ‘สถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอด’ ของญี่ปุ่น” ทาคาอิจิกล่าวในรัฐสภา

    สถานการณ์คุกคามการอยู่รอด (Survival-threatening Situation) เป็นคำบัญญัติภายใต้กฎหมายความมั่นคงของญี่ปุ่นในปี 2015 ซึ่งหมายความว่า หากเกิดการโจมตีหรือใช้กำลังด้วยอาวุธต่อพันธมิตรซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น (self-defence Forces) สามารถถูกเรียกรวมตัวกันเพื่อรับมือกับภัยคุกคามได้

    ต่อมาจีนออกมาตอบโต้กับคำกล่าวของนายกฯ ญี่ปุ่น โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนถือว่า คำพูดของนายกฯ ญี่ปุ่นเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน นอกจากนี้ เสวี่ย เจี้ยน (Xue Jian) ผู้แทนกงสุลจีนในโอซาก้า ยังออกมาโพสต์ข้อความบน X ผ่านบัญชีส่วนตัวว่า “หัวที่สกปรกนั้นต้องถูกตัดออก” ซึ่งอาจหมายถึงนายกฯ ของญี่ปุ่น ก่อนที่ในเวลาต่อมาข้อความดังกล่าวจะถูกลบ เมื่อได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนของญี่ปุ่นว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง 

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 พฤศจิกายน 2025) รัฐบาลจีนประกาศเตือนไม่ให้ประชาชนเดินทางเข้าญี่ปุ่น เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจมุ่งเป้ามาที่พลเมืองชาวจีนมากขึ้น ด้านสายการบินของจีนยังเสนอคืนเงินเต็มจำนวนให้กับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นในสิ้นปีนี้ ท่าทีข้างต้นของรัฐบาลจีนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น

    นอกจากนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 พฤศจิกายน 2025) สถานการณ์ระหว่าง 2 ประเทศได้ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อหน่วยยามชายฝั่งของจีนได้ส่งเรือรบเข้าลาดตระเวนบริเวณหมู่เกาะเซ็งกากุ (Senkaku Islands) หรือหมู่เกาะเตียวหยู (Diaoyu Islands) ซึ่งเป็นพื้นที่ข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่น อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการของจีนยังประกาศเตือนให้นักศึกษาวางแผน ‘อย่างรอบคอบ’ สำหรับการเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น

    มิโนรุ คิฮาระ (Minoru Kihara) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เรียกร้องให้จีนใช้ ‘มาตรการที่เหมาะสม’ ต่อการดำเนินการทางการทูตมากกว่านี้ แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยังคงยืนยันที่จะไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนในประเด็นไต้หวัน

    สื่อญี่ปุ่นยังรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเตรียมเดินทางเยือนจีนในวันนี้ เพื่อเตรียมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ครั้งนี้

    ทั้งนี้จีนกับญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าที่สำคัญของกันและกัน โดยเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาคาอิจิพบกับ สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีน ในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก (APEC) ซึ่งผู้นำทั้งสองตกลงที่จะสร้าง ‘ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน’ 

    อย่างไรก็ตามความไม่ไว้ใจกันซึ่งมีผลมาจากบาดแผลทางประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ทั้ง 2 ประเทศมักมีเรื่องบาดหมางต่อกันเรื่อยมา ในขณะเดียวกันนายกฯ ญี่ปุ่นยังมีแนวคิดอนุรักษนิยม ซึ่งเธอพยายามผลักดันความสามารถด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนที่พยายามแผ่ขยายกองกำลังในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้นทุกปี

    ที่มา:

    https://www.bbc.com/news/articles/c5y9n25r0qyo

    https://www.theguardian.com/world/2025/nov/17/china-travel-warning-for-japan-sends-shares-in-tourism-and-retail-companies-plunging

    https://www.nytimes.com/2025/11/16/world/asia/china-japan-relations-coast-guard.html

    https://www.cnbc.com/2025/11/17/japan-travel-retail-exposed-stocks-china-japan-spat-deepens-beijing-tokyo-taiwan-takaichi.html

    Tags: , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-japan-china-sanae-takaichi/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Zg6m9KAors29QBah9PO-Q

  • “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    พัทยา แบ่งโซน การท่องเที่ยวออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน คือ พัทยาเหนือ —พัทยากลาง —พัทยาใต้ —หาดจอมเทียน 

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    ซึ่งครั้งนี้เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ นายกเมืองพัทยา ถึงแนวคิดการเตรียมความพร้อมให้กับเมืองพัทยา ที่ไม่ใช่แค่เมื่องท่องเที่ยว แต่ให้กลายเป็นที่น่าลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องรักษาความเป็นเอกลักษณ์และคุณภาพวิถีชีวิตคนท้องถึงไว้อย่างกลมกลืน

    พัทยาเมืองใหม่ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่หยุดนิ่ง

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคเป็นเรื่องสำคัญที่เมืองพัทยาให้ความใส่ใจและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีสองโครงการหลักที่ถือเป็นก้าวสำคัญของเมือง

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

    เมืองพัทยาได้ดำเนินโครงการ นำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัจจุบันแล้วเสร็จ 7 เส้นทางจากทั้งหมด 9 เส้นทาง พร้อมทั้งปรับปรุงพื้นที่ชายหาดพัทยาและหาดจอมเทียนให้กว้างขึ้น เพิ่มทางเท้า แสงไฟส่องสว่างยามค่ำคืน และขยายพื้นที่จอดรถให้เพียงพอ ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การแก้ปัญหาน้ำท่วม

    เมืองพัทยาได้เพิ่มขนาดท่อระบายน้ำเพื่อยกระดับศักยภาพระบบระบายน้ำทั่วทั้งเมืองและในพื้นที่หาดจอมเทียน แม้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ก็ได้รับการจัดสรรอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยโครงการที่ดำเนินมาเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่มีจุดน้ำท่วมซ้ำกว่า 20 จุด ปัจจุบันเหลือเพียง 5–7 จุดเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีแผน วางท่อระบายน้ำเลียบทางรถไฟ ระยะทางรวมกว่า 10 กิโลเมตร (2 เฟส) เพื่อผันน้ำออกสู่ทะเลโดยไม่กระทบพื้นที่ในเมือง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    “ภายใน 5 ปีข้างหน้า ชาวพัทยาและนักท่องเที่ยวจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ภูมิทัศน์ที่สวยงาม และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เพียงเรื่องน้ำท่วม แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย และขยะด้วย” การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญในการผลักดันให้พัทยาเป็น เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก ที่นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเยือนซ้ำ สร้างรายได้มากกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และยังเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนจากทั่วโลกสนใจเข้ามาร่วมพัฒนาในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อีกด้วย

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    พัทยาเมืองใหม่ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่หยุดนิ่ง

    เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค” อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองและนักท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้าสองภารกิจใหญ่ที่จะพลิกภาพเมืองให้ทันสมัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    ปรับโฉมเมือง สู่ความสวยงามทันสมัย

    หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “การนำสายไฟฟ้าลงดิน” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้ว 7 เส้นทาง จากทั้งหมด 9 เส้นทาง พร้อมปรับปรุงพื้นที่ชายหาดพัทยาและหาดจอมเทียนให้กว้างขวางขึ้น เพิ่มทางเท้า แสงไฟส่องสว่าง และขยายพื้นที่จอดรถให้เพียงพอ ปัจจุบันความคืบหน้าแตะกว่า 90% แล้ว

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    วิสัยทัศน์พัทยาใหม่

    “ภายใน 5 ปีข้างหน้า ชาวพัทยาและนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งความสะดวกสบาย ภูมิทัศน์ที่สวยงาม และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำท่วม แต่รวมถึงสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย และขยะด้วย”

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความสะดวกสบาย แต่ยังปูทางให้พัทยาเป็น “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก” ที่นักเดินทางอยากกลับมาเยือนซ้ำ สร้างรายได้กว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และยังเป็นจุดหมายสำคัญในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ

    “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล “จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่” พัทยากับแผนพัฒนาโครงสร้างยั่งยืน ในมุมมองของผู้นำยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/pr-news/lifestyle/378969504&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wI8XmEICASU7MN2NJuXu7

  • เศรษฐกิจภาคใต้ยังดี ธปท.ชี้ ศก.ยังแข็งแกร่ง จับมือ ‘คลัง’ เปิดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

    เศรษฐกิจภาคใต้ยังดี ธปท.ชี้ ศก.ยังแข็งแกร่ง จับมือ ‘คลัง’ เปิดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

    ทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) ให้สัมภาษณ์ในงาน “แบงก์ชาติภาคใต้สานสัมพันธ์สื่อมวลชน จังหวัดตรัง” โดยกล่าวถึง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” 2.ความคืบหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้า ลดผลกระทบผู้สุจริต

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ทัดลาภ กล่าวว่า กระทรวงการคลัง ธปท. และสถาบันการเงิน ร่วมกันดำเนินโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Company: AMC) ภายใต้ชื่อ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็น NPL (หนี้เสีย ค้างชำระเกิน 90 วัน) ยอดไม่เกิน 1 แสนบาท (ณ 30 ก.ย. 68) ลูกหนี้มี 2 ทางเลือก “จ่ายปิดจบ” หรือ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ซึ่งจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนมากกว่าปกติ เพื่อปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น เริ่มเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ 5 มกราคม 2569

    นอกจากนี้ ได้อัปเดตถึงความคืบหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้าที่ได้มีการปรับแนวทาง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดย

    1.ลดระยะเวลาการปลดล็อกการระงับจากบัญชีธนาคาร โดยเร็วที่สุดภายใน 1 วัน หลังโทรติดต่อ ศูนย์ AOC 1441

    2.ต่อเส้นเงินเท่าที่จำเป็น หากธุรกรรมสุจริตไม่ติดหมายตำรวจ หรือลักษณะการเดินบัญชีปกติ จะไม่ถูกระงับธุรกรรม

    3.กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งผู้ถูกระงับให้ชัดเจนถึงลักษณะการถูกระงับ และสิ่งที่ผู้ถูกระงับนั้นต้องทำต่อ ซึ่งจะส่งผ่านช่องทางการติดต่อของธนาคาร

    สำหรับงาน “แบงก์ชาติภาคใต้สานสัมพันธ์สื่อมวลชน จังหวัดตรัง” ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานสื่อสารกับสื่อมวลชน ตลอดจนสื่อสารข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับปชช. ในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Stakeholder Engagement ที่แบงก์ชาติดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การสื่อสารไปถึงประชาชนได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์

    ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ถึงสิ้นปี 2568 และปี 2569 ทิศทางเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศจะดีหรือไม่ ทัดลาภ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นไตรมาสที่ 4 ของปีแล้ว ช่วงนี้ภาคใต้ของไทยเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวภาคใต้ของไทย เศรษฐกิจไตรมาส 4 จะดีกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สิ้นปี 2568 อัตราการเจริญเติบโตจะอยู่ 2% กว่าๆ ภาคใต้มีท่องเที่ยว มีเกษตรที่เข้มแข็งคือ ยาง และ ปาล์ม

    “ส่วนปี 2569 เศรษฐกิจประเทศไทยน่าจะชะลอตัว รวมทั้งภาคใต้ ปัญหามาจากนโยบายการค้าโลก เรื่องอเมริกาขึ้นภาษีทำให้ประเทศไทยและประเทศต่างๆ พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย อาจจะทำให้เศรษฐกิจประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปอเมริกาได้รับผลกระทบ การสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากประเทศไทยลดลง เศรษฐกิจไม่ดี การท่องเที่ยวก็ลดลง”

    “ปัญหาขณะนี้คือโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่ไทยเราเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นเพื่อการส่งออกในขณะที่ ทั่วโลกหันมาใช้รถ EV หรือรถไฟฟ้ากันมากขึ้น ผู้ผลิตรถไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกคือจีน ไทยอาจจะได้รับผลกระทบเพราะยังผลิตรถญี่ปุ่นซึ่งได้รับความนิยมลดลง”

    ทัดลาบ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันและอนาคต การทำธุรกิจอุตสาหกรรม หรือการท่องเที่ยว ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม สีเขียวหรือ กรีนการันตี โรงแรม รีสอร์ท รักษาสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับธรรมชาติ จึงจะได้รับความนิยม ภาคใต้มีการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวสามารถต่อยอดไปได้อีก คือ เวลล์เน็ต การรักษาสุขภาพ การให้นักท่องเที่ยว มาเที่ยวเชิงสุขภาพ ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo08.jpg

    ปี 2569 เศรษฐกิจไทยน่าจะโต 1% กว่าๆ แบงก์ชาติก็จะต้องผ่อนคลายเรื่องของดอกเบี้ยให้ลดต่ำลง เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยง เพราะจีนและสหรัฐยังทำสงครามการค้า ปัญหาสงครามระหว่างประเทศคู่ขัดแย้งในภุมิภาคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกกระทบการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว

    ส่วนการสำรองทองคำของประเทศไทยนั้น ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจอยู่มาก การสำรองทองคำไว้มากทำให้เศรษฐกิจของไทยเป็นที่น่าเชื่อถือกับประเทศต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจของไทยไปได้ ไทยเรามีปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่สูง แน่นอนคนไทยมีรายได้น้อย รายจ่ายมาก ทำให้รายรับรายจ่ายไม่สมดุล จึงเป็นหนี้ครัวเรือน “พูดตรงๆ รายรับไม่พอรายจ่าย”

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ด้าน วิรัตน์ อันตรัตน์ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดตรัง กล่าวว่า ปี 2569 แนวโน้มการประกอบอาชีพชาวสวนยางยังดำเนินไปได้ หากตลาดยุโรป หรือ EU ออกกฎหมายรับซื้อยางพาราหรือน้ำยาง ต้องอยู่ในกฎ EUDR คือ ประเทศผู้ผลิตยางพาราจะต้องไม่บุกรุกทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อปลูกยางพารามาขายให้กับกลุ่มประเทศยุโรป

    “พื้นที่ปลูกยางต้องมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย หาก EU ประกาศใช้กฎหมายนี้ หรือ สหรัฐอเมริกาใช้กฎหมายนี้ตามยุโรป จะส่งผลดีกับประเทศไทยที่จะผลิตยางพาราและขายให้ยุโรปและอเมริกา เพราะไทยที่ดินปลูกยางถูกกฎหมาย ไม่บุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติ  ประเทศผู้ผลิตยางพาราอื่นๆ ไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้ โอกาสไทยขายยางได้จำนวนมากและราคาเพิ่มขึ้นสูง ปัจจุบันพื้นที่ปลูกยางถูกกฎหมาย ปัจจุบันนี้ยุโรปซื้อยางปีละ 4 ล้านตัน”  

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo06.jpg

    วิรัตน์ กล่าวอีกว่า จีนประเทศผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของโลก มีความต้องการใช้ยางปีละ 4 ล้านตันเช่นกัน ไทยส่งยางพาราไปขายจีนปีละประมาณล้านกว่าตัน ดังนั้นจีนผู้ผลิตสินค้าต้องซื้อยางในที่ดินถูกกฎหมายเพื่อให้สอดรับประเทศยุโรปและอเมริกา ดังนั้นในอนาคตยางพาราไทยยังเป็นที่ต้องการของประเทศผู้ผลิตในยุโรป อเมริกา และจีน

    “ภาคใต้ลดการปลูกยางลงไปประมาณ 20-25% โดยหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน และผลไม้ ในส่วน จ.ตรัง ชาวสวนยางที่ปลูกยางพร้อมกรีดจาก 1.3 ล้านไร่ ปัจจุบันเหลือ 9 แสนไร่ ยางในภาคใต้คุณภาพดีกว่าภาคอื่นๆ เพราะความชื้นในอากาศและน้ำอยู่ในขั้นสูง ภาคเหนือ อีสาน ที่ปลูกยางผลผลิตยังไม่ได้คุณภาพเท่าภาคใต้ ผู้ผลิตยาง STR จะต้องเอาจากภาคใต้ผสมเข้าไปเพื่อให้ได้มาตรฐาน”

    วิรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย ที่การยางแห่งประเทศไทยหรือ กยท.จะตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อค้าขายยางไปยังต่างประเทศ นั้น มองว่าหน่วยงานรัฐไปทำการค้าแข่งกับเอกชน ในส่วนชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรอยากให้ดำเนินการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสทางการค้า เพราะการที่ภาคเอกชนเข้ามาเขาก็มีช่องทางในการค้าอยู่แล้ว กยท.เพียงเข้าไปเสริมตลาดให้มีการกระจาย หรือจำหน่ายยางไปต่างประเทศอีกช่องทางหนึ่ง อีกทั้งเป็นการพยุงราคายางไม่ให้ตกต่ำ

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ขณะที่ บุญชู ศัยศักดิ์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้และประธานกรรมบริหารบริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ ในปี 2569 เติบโตเล็กน้อย พืชเศรษฐกิจปาล์มน้ำมัน ยังเติบโตไปได้ เนื่องด้วยเกษตรกรที่ปลูกปาล์มยังมีกำไร ปาล์มสามารถนำไปสกัดน้ำมันเพื่อประกอบอาหาร นำไปเป็นพลังงงาน คือผสมในน้ำมันดีเซล ส่วนยางพาราราคายังอยู่ 50-60 บาท ไม่สูงขึ้นกว่านี้ เกษตรกรมีกำไรน้อยอยู่แบบเลี้ยงตัวเองได้ ภาพรวมรายได้จากยางพารายังแข็งแกร่ง ประมงการเลี้ยงกุ้งทะเล ยังไปได้เพราะกุ้งคืออาหารที่ต้องกิน  

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo05-1.jpg

    “ส่วนอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งในพื้นที่ภาคใต้ โอกาสที่นักลงทุนจะลงทุนสร้างโรงงานขึ้นค่อนข้างยากเพราะลงทุนหลายพันล้าน เพราะปัจจุบันธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ก็ต้องปรับปรุงโรงงานเพื่อผลิตสินค้าให้ทันสมัย จริงอยู่อาหารทะเลเป็นปัจจัย 4 ที่มนุษย์ต้องกินเพื่อความอยู่รอด ผู้ผลิตอาหารยังขายได้ตลอด เราต้องแข่งขันกับต่างประเทศ  ดังนั้นธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งกำไรไม่มากแต่ต้องดำเนินธุรกิจนี้ให้ได้” 

    “อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง เช่นแมว สุนัข ธุรกิจกลุ่มนี้ยังไปได้มีแนวโน้มที่ดี เพราะผู้ผลิตไม่ได้ขายเฉพาะประเทศไทย แต่ส่งขายไปทั่วโลกในเฉพาะตลาดในอเมริกา แนวโน้มโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงอาจจะมีการสร้างโรงงานเพิ่มขึ้นในอนาคต อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ยังไปได้”

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo09.jpg

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo07.jpg

    The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/the-bank-of-thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cCiwqfM4jBzI1P7229QCF

  • ท่องเที่ยวเลยคึกคักรับลมหนาว ยอดจองที่พักเที่ยวปลายปีถึงปีใหม่ 85-95 เปอร์เซนต์แล้ว

    ท่องเที่ยวเลยคึกคักรับลมหนาว ยอดจองที่พักเที่ยวปลายปีถึงปีใหม่ 85-95 เปอร์เซนต์แล้ว

    ภูมิภาค

    ท่องเที่ยวเลยคึกคักรับลมหนาว ยอดจองที่พักเที่ยวปลายปีถึงปีใหม่ 85-95 เปอร์เซนต์แล้ว

    วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.25 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรี กฤษณ์ชาณัฏฐ์ กุลรัชชหิรัญ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย ได้เปิดเผยว่า ในช่วงตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา จังหวัดเลยอุณหภูมิได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง มีอากาศหนาวเย็นในช่วงเช้า อุณหภูมิลดลงต่ำสุดอยู่ระหว่าง 11 – 12 องศา โดยเฉพาะตามยอดภูต่างๆ และเช้านี้อุณหภูมิต่ำสุดที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ 12 องศาเซลเซียส จึงทำให้นักท่องเที่ยวเตรียมตัววางแผนที่จะเดินทาง เข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดเลยอย่างต่อเนื่อง เพื่อมาสัมผัสหนาว ทำให้ให้แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ สายแคมป์ปิ้ง ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ต่างถูกจับจองที่พัก บางแห่งถูกจองไปแล้วยาวถึงต้นเดือนมกราคม ปี 2569 

    โดยสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเลย วันช่วงของวันหยุดในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ในช่วงนี้ จะเห็นได้ว่าบรรยากาศด้านการท่องเที่ยว ในจังหวัดเลยกลับมาคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง อ.เชียงคาน อ.ภูกระดึง อ.ภูเรือ อ.นาแห้ว และ อ.ด่านซ้าย ตลอดจนพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยานต่างๆ และที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ของกลุ่มแค้มปิ้งจำนวนมาก ที่จะมาสัมผัสหนาว ดูทะเลหมอกรับแสงแรกของวันใหม่ ตามกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หมู่บ้านต่างๆ ทั้งในเขตอำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย อ.ภูเรือ ที่ได้รวมกลุ่มต้อนรับนักท่องเที่ยว เที่ยวตามภูต่างๆ ดูทะเลหมอกที่เกิดขึ้นเกือบตลอดทั้งปี เช่นภูค้อ ภูหมอก ภูทอก อำเภอนาแห้ว และที่กำลังได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยว โป่งพาน อำเภอด่านซ้าย และอีกหลายแห่งในอำเภอภูเรือ อย่างไฮตาก แต่ละแห่งมักจะมีทะเลหมอกสวยสุดอลังการ 

    และโดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวได้จองที่พัก รีสอร์ตกันไว้แล้ว ซึ่งทางจังหวัดเลยได้จัดงานเทศกาลต้นคริสมาส ครั้งที่ 14 ที่หน้าอำเภอภูเรือ โดยปีนี้ทางอำเภอภูเรือ พร้อมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันเนรมิตสนามหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ จำนวน 5 ไร่ เป็นลานต้นคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยการนำต้นคริสต์มาสหลากหลายสายพันธุ์ประมาณ 5,000 ต้น มาประดับประดาให้มีสีสันสดใสสวยงามตระการตา เพื่อรับนักท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของอำเภอภูเรือ

    ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเลย ตลอดจน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เพราะอำเภอภูเรือ เป็นแหล่งปลูกและจำหน่ายต้นคริสต์มาส และไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบกับในช่วงปลายปี ที่จังหวัดเลยมีการจัดมหกรรมคอนเสิร์ตขนาดใหญ่อำเภอเชียงคาน ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยว จะได้วางแผนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยาวไป จนกระทั่งถึงในช่วงของเทศกาลปีใหม่อีกด้วย

    ทั้งนี้ เมื่อมีการสอบถามสมาชิกธุรกิจโรงแรมที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร ทุกพื้นที่ในจังหวัดเลย  147 โรงแรม ทราบว่า มียอดจองที่พักเข้ามาช่วง ต้นเดือนธันวาคม 2568-ต้นปี มกราคม 2569 นั้น จองเต็ม 80-95 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนด้านการท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดเลย ประมาณ 110-130 ล้านบาท 
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454634&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MKLAcY89tHqThii-jhJMu

  • ตร.ดอกคำใต้สนธิกำลังปิดล้อมรวบ 2 หนุ่มจีนอยู่เกินวีซ่า ซุกในบ้านกลางชุมชน

    ตร.ดอกคำใต้สนธิกำลังปิดล้อมรวบ 2 หนุ่มจีนอยู่เกินวีซ่า ซุกในบ้านกลางชุมชน

    ภูมิภาค

    ตร.ดอกคำใต้สนธิกำลังปิดล้อมรวบ 2 หนุ่มจีนอยู่เกินวีซ่า ซุกในบ้านกลางชุมชน

    วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ จว.พะเยา ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.บวร ไชยคำ ผกก.สภ.ดอกคำใต้, พ.ต.ท.สุบิน สีเหลือง รอง ผกก.ป.สภ.แม่ใจ รรท.รอง ผกก.ป.สภ.ดอกคำใต้, และ พ.ต.ท.สุภาพ ค่ายศ สวป.สภ.ดอกคำใต้ ได้สนธิกำลังกับตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพะเยา เข้าตรวจสอบเหตุคนต่างชาติหลบหนีเข้าไปในบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี
     
    ปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังชาวบ้านแจ้ง คนจีนวิ่งหนีเข้าบ้าน เหตุเกิดภายในบ้าน ต.ดอนศรีชุม เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามเบาะแส พบชายต่างชาติ 2 คนลักษณะตรงตามที่ชาวบ้านแจ้ง จึงขอทำการตรวจสอบเอกสารผ่านล่ามแปลภาษาจีน พบว่าเป็นชาวจีนทั้งคู่ ผู้ถูกจับ ได้แก่ 1. MR. ZHUANG HONGJIAN (นายจาง หงเจียน) อายุ 36 ปี วีซ่าประเภท ผ.60 (ท่องเที่ยว) สิ้นสุดอนุญาตตั้งแต่ 16 ก.ย. 2567 อยู่เกินกำหนด 426 วัน 2. นายจี้ ไปคุน (JI PAIKUN) อายุ 23 ปี วีซ่าประเภท ผ.60 (ท่องเที่ยว) สิ้นสุดอนุญาตตั้งแต่ 10 ส.ค. 2567อยู่เกินกำหนด 463 วัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

    ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้รายงานการจับกุมต่อสำนักงานอัยการจังหวัดพะเยา ผ่านระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นายอำเภอดอกคำใต้ ตามระเบียบปฏิบัติ ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ เนื่องจากเห็นชายต่างชาติวิ่งหลบหนีเข้าบ้านก่อนมีตำรวจหลายหน่วยเข้าปิดล้อมพื้นที่อย่างเข้มข้น
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454622&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gdsBA4iye3SjjZP1jB4IC

  • งบ 500 ล้าน เที่ยวไทยคนละครึ่ง สู่ ‘ทัวร์ไทยคนละครึ่ง’ เริ่ม ก.พ. 69

    งบ 500 ล้าน เที่ยวไทยคนละครึ่ง สู่ ‘ทัวร์ไทยคนละครึ่ง’ เริ่ม ก.พ. 69

    ครม. จ่อปัดฝุ่นงบ 500 ล้านบาทที่เหลือจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ผลักดันต่อ ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” หวังกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วง ก.พ. 69 ดึงต่างชาติ 33.4 ล้านคน

    ภายหลังโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเตรียมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนนำงบประมาณคงเหลือกว่า 500 ล้านบาท จากโครงการเดิม มาผลักดันโครงการใหม่ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” คาดเริ่มใช้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569
     

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ยังมีงบประมาณคงเหลือประมาณ 500 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรวมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 1,750 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนที่เหลือนี้จะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง และเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด

    “เงินที่เหลือดังกล่าวจะเร่งผลักดันมาใช้ในโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง ซึ่งจะต้องนำเสนอ ครม. อนุมัติอีกครั้งอย่างเร็วที่สุด คาดว่าจะออกมาใช้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569” นายอรรถกรกล่าว

    เร่งมาตรการ Quick Big Win และดึงต่างชาติ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมีนโยบาย Quick Big Win เพื่อกระตุ้นและเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซั่นปลายปี 2568 ผ่านมาตรการต่าง ๆ อาทิ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นมาตรการลดต้นทุนและลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการ เช่น สายการบินและโรงแรม

    สำหรับตลาดต่างประเทศ รัฐบาลยังคงเดินหน้าทำตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาให้ได้ 70-80% ของจำนวน 40 ล้านคนในปี 2562 โดยเน้นโครงการตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการทำโปรโมชั่นร่วมกับสายการบิน
     

    ททท. คาดรายได้ปี 69 โต 7%

    ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ตัวเลขการท่องเที่ยวในปี 2568 ว่าจะสามารถสร้างรายได้รวม 2.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทย 205 ล้านคน-ครั้ง

    ส่วนในปี 2569 คาดการณ์ว่ารายได้รวมจากการท่องเที่ยวจะเติบโตถึง 2.8 ล้านล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 7% จากปีนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล (เดินทาง 6 ชั่วโมงขึ้นไป) ที่มีการเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    น.ส.ฐาปนีย์ ระบุว่า นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและสหรัฐฯ มีส่วนเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดระยะไกลเพิ่มขึ้นเป็น 31% (จากเดิม 20%) ขณะที่ตลาดระยะใกล้มีสัดส่วน 69% (จากเดิม 80%) ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/733563&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SyP5kp4z4IsEUxWf8CgMh

  • เงินทองของจริง : โครงการเที่ยวดี มีคืน ชวนคนไทยเ

    เงินทองของจริง : โครงการเที่ยวดี มีคืน ชวนคนไทยเ

    Tero Entertainment Logo

    Tero Entertainment Public Company Limited.

    Concerts & EventsTVRadioMusicServiceSports

    © 2024 Tero Entertainment PCL. All rights reserved.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://teroasia.com/news/268936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DHz3efiydZ-2thooCld2P

  • หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก ปมขัดแย้งจีนเรื่องไต้หวัน

    หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก ปมขัดแย้งจีนเรื่องไต้หวัน

    หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและค้าปลีกของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงอย่างหนักในการซื้อขายวันนี้ (17 พ.ย.) หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ออกคำเตือนพลเมืองให้พิจารณาการเดินทางไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนเกี่ยวกับประเด็นไต้หวันยังคงดำเนินต่อไป

    นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์จีนและกิจกรรมทางทหารในภูมิภาคอย่างเปิดเผย ได้เคยกล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ญี่ปุ่นอาจพิจารณาดำเนินการทางทหาร หากจีนตัดสินใจโจมตีไต้หวัน

    โดยหุ้นบริษัทเครื่องสำอางชิเซโด้ (Shiseido) ดิ่งลงเกือบ 10% ขณะที่ ห้างสรรพสินค้าทาคาชิมายะ (Takashimaya) และผู้บริหารเครือข่ายแฟชั่นระดับโลก ยูนิโคล่ (Uniqlo) ก็ปรับตัวลดลงมากกว่า 5% ในการซื้อขายช่วงเช้า

    การร่วงลงของราคาหุ้นในญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลังจากที่ข้อพิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เรียกร้องให้พลเมืองของตนพิจารณาการศึกษาต่อในญี่ปุ่น โดยอ้างถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่ชาวจีนที่เพิ่มขึ้น

    จีนและญี่ปุ่นมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยจีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดที่เดินทางมาญี่ปุ่น โดยมีนักท่องเที่ยวเกือบ 7.5 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ตามข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น

    ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า ในไตรมาสที่สาม นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่าย 590,000 ล้านเยน (ประมาณ 123,630 ล้านบาท) คิดเป็นประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายทั้งหมดของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    กระทรวงศึกษาธิการของจีนยังสั่งการให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด จากผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว มีนักเรียนจีนมากกว่า 100,000 คนลงทะเบียนในสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น

    นอกจากนี้ ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สายการบินของจีนหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง ไชนา เซาเทิร์น แอร์ไลน์ส, ไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส, และแอร์ไชนา ได้เสนอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารสำหรับเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นอีกด้วย

    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ได้กล่าวในรัฐสภาญี่ปุ่นว่า “หากมีเรือรบและการใช้กำลัง ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ตาม มันอาจถือเป็นสถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอดได้”

    คำว่า “สถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอด” (survival-threatening situation) เป็นคำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายความมั่นคงปี 2015 ของญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงเมื่อการโจมตีด้วยอาวุธต่อพันธมิตรของญี่ปุ่นก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่นเอง ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถถูกเรียกให้ตอบโต้ภัยคุกคามได้

    ทั้งนี้ ไต้หวันตั้งอยู่ห่างจากเกาะที่อยู่ไกลที่สุดของญี่ปุ่นที่สุดไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร

    จีนมองว่าไต้หวันเป็นเพียงมณฑลที่แยกออกไป ซึ่งท้ายที่สุดจะต้องกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน และไม่เคยปฏิเสธที่จะใช้กำลังในการบรรลุเป้าหมายนี้ อย่างไรก็ตาม ชาวไต้หวันจำนวนมากมองว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของชาติที่แยกจากจีน แม้ว่าส่วนใหญ่จะสนับสนุนการคงสถานะเดิม ที่ไต้หวันจะไม่ประกาศเอกราชจากจีนและไม่รวมชาติกับจีนก็ตาม.

    ที่มา BBC

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2896011&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12G669X7W6IUUsG_ZaUaWT