Category: ท่องเที่ยว

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ยันไทยดูแลนักกีฬาทุกชาติเท่าเทียม โดยเฉพาะทีมชาติกัมพูชา

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยันไทยดูแลนักกีฬาทุกชาติเท่าเทียม โดยเฉพาะทีมชาติกัมพูชา

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยันไทยดูแลนักกีฬาทุกชาติเท่าเทียม โดยเฉพาะทีมชาติกัมพูชา

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับนักกีฬาจากประเทศอาเซียนที่เดินทางร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมชาติกัมพูชา ว่า เราไม่ได้มองว่านักกีฬากัมพูชากับนักกีฬาประเทศอื่นๆ แตกต่างกันอย่างไร โดยเรามองว่าเขาเป็นนักกีฬา และเป็นแขกบ้านแขกเมือง เราก็ดูแลด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้ดีที่สุด

    นักกีฬาทีมชาติกัมพูชามีถอนตัวในกีฬาประเภทใดบ้างหรือไม่นั้น นายอรรถกร กล่าวว่า นักกีฬากับสตาฟฟ์ของทีมชาติกัมพูชาที่จะมารวมกันแข่งขันประมาณ 300 ชีวิต แต่ภายหลังเขาเพิ่งตัดสินใจถอนตัวไปบ้าง ซึ่งตนขอไม่วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องของความพร้อมของประเทศอื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000110115&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AAZcMWC-NR_ALoCkj-pXe

  • รมต.ท่องเที่ยวยัน ซีเกมส์ ดูแลนักกีฬากัมพูชาเท่าเทียม

    รมต.ท่องเที่ยวยัน ซีเกมส์ ดูแลนักกีฬากัมพูชาเท่าเทียม

    วันนี้ (18 พ.ย. 68) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีความพร้อมการดูแลนักกีฬากัมพูชา ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ว่า ตนได้พูดคุยกับผู้บริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทย เราไม่ได้คิดว่านักกีฬากัมพูชา หรือนักกีฬาจากประเทศอื่นแตกต่างกันอย่างไร เรามองว่าเขาเป็นนักกีฬา เป็นแขกบ้านแขกเมืองก็ดูแลให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย

    ส่วนกังวลหรือไม่ว่านักกีฬาของกัมพูชาอาจจะป่วนการแข่งขันเหมือนเวทีนางงาม นายอรรถกร กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าเขามาในฐานะนักกีฬา ถ้ามีสปิริตมีน้ำใจนักกีฬาเชื่อว่าหน้าที่ของเขาคือมาแข่งขัน ส่วนเราก็ดูแลในเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ดูแลทุกประเทศเหมือนกันหมด

    ส่วนเรื่องการถอนตัวนักกีฬา นายอรรถกร กล่าวว่า มีถอนตัวไปบ้างทั้งนักกีฬาและสตาฟประมาณ 300 คน ซึ่งเพิ่งมีการตัดสินใจในช่วงหลัง โดยตนขอไม่วิจารณ์ความพร้อมของประเทศอื่น ย้ำประเทศไทยก็เต็มที่และยืนยันว่ามีการคุ้มกันทุกประเทศเท่ากัน ซึ่งได้คุยทั้งฝ่ายตำรวจที่ได้วางแผนร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนที่พักอาศัยก็จัดให้เหมาะกับชนิดของกีฬา
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/61368&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FAAt09Q2tP5Av6043TiXX

  • “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยว ชี้ “แจ็กแปปโฮ” ทำคลิปถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทย

    “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยว ชี้ “แจ็กแปปโฮ” ทำคลิปถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทย

    “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยว ชี้ “แจ็กแปปโฮ” ทำคลิปถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทย

     วันที่ลงข่าว 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12:24 น.   228

    “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยว ชี้ “แจ็กแปปโฮ” ทำคลิปถอดเสื้อเต้นบนรถที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทย วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรม-กฎระเบียบต่างชาติ

    วันนี้ 18 พ.ย. 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณี “แจ็กแปปโฮ” อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยชื่อดัง ถอดเสื้อยืนเต้นบนหลังคารถตู้ ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อดัง สาขาฟูจิคาวากุจิโกะ ประเทศญี่ปุ่น ถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้น ตนยอมรับว่ากระทบกับภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยว และประเทศไทย แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิส่วนตัว และยังไม่เห็นคลิป ที่เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาเราก็พยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์

    พร้อมขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ต้องช่วยกัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า ส่วนจะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราก็พยายามสื่อสารมาโดยตลอด

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ข่าวอื่น ๆ ใน หมวดการเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142398&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RXLFe4apwIB7YKqkmqviY

  • รมว.ท่องเที่ยว ชี้ ยูทูบเบอร์ไทยถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยว ชี้ ยูทูบเบอร์ไทยถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    วันนี้(18 พฤศจิกายน 2568) นายอรรถกร ศิริลัธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่มี YouTube ชื่อดังของไทย ถอดเสื้อเต้นบนหลังคา ที่ประเทศญี่ปุ่น จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ยอมรับว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว แต่เรื่องนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยแน่นอน แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่สามารถห้ามใครทำพฤติกรรมอย่างไรอย่างหนึ่งได้ แต่ต้องขอความร่วมมือ นักท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะไปเที่ยวในประเทศใดก็ตาม อย่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็พยายามรณรงค์มาโดยตลอด ว่านักท่องเที่ยวไทย ต้องมีพฤติกรรมที่เหมาะสม ไม่ทำผิดกฎหมายต่างประเทศ แต่ทางที่ดีขอให้เที่ยวประเทศไทยจะดีกว่า

    ซึ่งเรื่องราวบานปลาย มีการเรียกร้องให้ดำเนินคดี โดยชาวเน็ตไทยจำนวนมาก ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจเฟซบุ๊ก “สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งเรื่องให้ทางสถานทูตดำเนินการเอาผิด เนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยอย่างมาก ทั้งยังเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างมากบนโลกออนไลน์  รวมถึงอยากให้สถานทูตแบนการเข้าประเทศญี่ปุ่นถาวร เจ้าของเพจด้วย 

    ด้านยูทูบเปอร์คนดังกล่าว (แจ็คแปปโฮ) ออกมาโพสต์ชี้แจงเหตุผล โดยระบุว่าที่ “ไม่ลบคลิป” เพราะไม่ต้องการหนีปัญหา ยอมรับว่านี่เป็นความผิดพลาดของตัวเอง และถือเป็นโอกาสในการปรับปรุง บอกว่าทำลงไปแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา พร้อมบอกว่า “ผมน้อมรับทุกคำด่า” และขออภัยทุกคน  แต่ล่าสุดเพจดังกล่าวได้หายไปจากโซเชียลมีเดียแล้ว
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/61362&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XC8_ayO-FCdaP8XRpbZNC

  • รมว.ท่องเที่ยว ฝากถึง แจ็กแปปโฮ ย้ำทุกกระทำเชิงลบ กระทบภาพลักษณ์

    รมว.ท่องเที่ยว ฝากถึง แจ็กแปปโฮ ย้ำทุกกระทำเชิงลบ กระทบภาพลักษณ์

    รมว.ท่องเที่ยว ฝากถึง แจ็กแปปโฮ ย้ำทุกกระทำเชิงลบ กระทบภาพลักษณ์ประเทศ ย้ำขอให้ช่วยๆกันทำตามกฎระเบียบและวัฒนธรรม

    จากกรณี แจ็ก แปปโฮ เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น จู่ ๆ เกิดเป็นประเด็นเนื่องจากเจ้าตัวโพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สวัสดีครับผมแจ็กแปปโฮ ขณะถอดเสื้อยืนเต้นบนหลังคารถตู้สีดำ หน้าร้าน Lawson วิวภูเขาไฟฟูจิ ใกล้สถานีคาวากุจิโกะ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คยอดนิยม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น

    ล่าสุด นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตอบคำถามถึงประเด็นดังกล่าวว่า จะกระทบกับภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไม่

    โดยนายอรรถกร กล่าวว่า มันก็คงกระทบ ทั้งนี้ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งเราไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเราก็พยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์

    “ขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ให้ช่วยๆ กัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า” นายอรรถกร กล่าว

    เมื่อถามว่าจะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราก็พยายามสื่อสารมาโดยตลอด

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Nateetorn S.

    Nateetorn S.

    ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1488360/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nK03BHLIr0D2yQmNDy3rr

  • ‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

    ‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

    แนวโน้มตลาด “การบิน” และ “ท่องเที่ยว” ในไตรมาส 4 ปี 2568 ไปจนถึงปี 2569 ผู้ประกอบการคาดหวังว่าอาจมี “ส้มหล่น” จากตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” เมื่อทางการจีนประกาศคำเตือนให้พลเมืองจีนงดไปเที่ยวญี่ปุ่น ยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ หลังขัดแย้งกันกรณีไต้หวัน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศ “จีนเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งกำลังไต่ระดับการเติบโตร้อนแรง!

    โดยสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้า “ญี่ปุ่น” ล่าสุดช่วง 9 เดือนแรก (1 ม.ค.- 30 ก.ย.) ของปี 2568 มีจำนวนสะสมกว่า 7.48 ล้านคน เติบโต 42.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ครองอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นสะสม 31.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7%

    ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้า “ไทย” ล่าสุด ตั้งแต่ 1 ม.ค.-9 พ.ย. มีจำนวนสะสม 3.87 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมทั้งหมด 27.58 ล้านคน ลดลง 7.14% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รองจากอันดับ 1 มาเลเซีย ที่มีจำนวนสะสม 3.97 ล้านคน

    สันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ตามที่ทางการจีนได้ออกคำเตือนให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น ยังเร็วเกินไปในการประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนจะมาเที่ยวไทยแทนญี่ปุ่นเลยหรือไม่? เพราะส่วนใหญ่มีการจองเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว หรืออาจจะคลี่คลายข้อขัดแย้ง คืนดีกันในเร็ววันนี้ก็เป็นได้ แต่เบื้องต้นมองว่าน่าจะได้ “อานิสงส์บวก” หรือ “ส้มหล่น” อยู่บ้าง

    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่กระทบต่อการเดินทาง ทั้งปัจจัยท้าทายเรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เสถียรภาพของรัฐบาล ค่าเงินบาท และอื่นๆ

    “มันคงจะไม่เป็นสมการที่ง่ายขนาดนั้น ว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ไปญี่ปุ่นแล้วจะมาเที่ยวไทยแทนทั้งหมด แต่ก็มองว่าอาจได้อานิสงส์บวกอยู่บ้างสำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย ที่นักท่องเที่ยวจีนอาจเปลี่ยนเส้นทางหันมาเที่ยวบ้านเราแทน”

    สำหรับสถานการณ์ผู้โดยสารชาวจีนของ “ไทยแอร์เอเชีย” จากเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาดเคยให้บริการที่นั่งโดยสาร (Capacity) เส้นทางจีนมากกว่า 20% ของเส้นทางระหว่างประเทศทั้งหมด แต่ปัจจุบันหายไปกว่า 50% ตามแนวโน้มภาพรวมตลาด “จีนเที่ยวไทย” ที่ตลอดปี 2568 คาดว่าจะมีจำนวน 4-5 ล้านคน หายไปกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 11 ล้านคน ทำให้ไทยแอร์เอเชียต้องปรับแผนบริหารสลอตเที่ยวบินให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เห็นชัดเจนทั้งในเชิงจำนวนที่ลดลงและพฤติกรรมซึ่งนิยมเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มากขึ้น นิยมใช้บริการเที่ยวบินช่วงกลางวัน ต่างจากพฤติกรรมกรุ๊ปทัวร์ที่มักจะบินช่วงกลางคืน มาถึงไทยช่วงเช้า

    ‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

    ด้านสถานการณ์เส้นทางบินในประเทศ ไทยแอร์เอเชียยังคงเป็นผู้นำตลาด รักษาส่วนแบ่งอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 40% จากปริมาณที่นั่งโดยสารและเที่ยวบินมากที่สุด ส่วนตลาดอื่นๆ ที่เข้ามาชดเชยจีนอย่าง “นักท่องเที่ยวอินเดีย” พบว่ากระแสการเดินทางในไตรมาส 4 มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง

    “ไฮซีซันไตรมาส 4 ปีนี้ของไทยแอร์เอเชียมีแนวโน้มดีขึ้น มีปริมาณที่นั่งโดยสารมากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ที่มีการพักเครื่องบินนำไปซ่อมบำรุงรักษาบ้างเนื่องจากตรงกับโลว์ซีซัน โดยปี 2568 ได้รับมอบเครื่องบินใหม่เพิ่มไปแล้ว 2 ลำ และจากแผนเดิมในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ จะรับมอบเครื่องบินใหม่ แต่เลื่อนไปก่อน ทำให้สิ้นปี 2568 มีฝูงบินรวมอยู่ที่ 62 ลำ และในปี 2569 ถึงจะรับมอบเครื่องบินเพิ่มอีก 4-6 ลำตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ขณะที่อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ในไตรมาส 4 นี้คาดว่าทั้งเส้นทางในและระหว่างประเทศอยู่ระดับ 80% ปลายๆ”

    ‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

    สันติสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าบริหารประเทศแล้ว 1 เดือน มองว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ดีขึ้นเป็นเพราะ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น” ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส และเที่ยวดีมีคืน ทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียน คนไทยมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมจัดทำโครงการ “Buy International, Free Thailand Domestic Flights” แจกตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ เส้นทางภายในประเทศฟรี แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินราคาปกติเข้ามาประเทศไทย จำนวน 200,000 คน

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสายการบินได้สะท้อนความเห็นไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่า ในภาวะภาคการท่องเที่ยวต้องการการฟื้นตัว หากช่วยลดค่าใช้จ่ายแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทาง ก็จะดีต่อประเทศโดยรวม ล่าสุดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ยื่นหนังสือไปถึงกระทรวงคมนาคมเพื่อนำไปหารือกับกระทรวงการคลัง ขอให้ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น เพื่อช่วยลดต้นทุนสายการบิน และทำให้สามารถลดค่าบัตรโดยสารภายในประเทศลงได้

    “แม้ว่าล่าสุดสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 1.7% น้อยกว่าปี 68 ที่คาดว่าเติบโต 2% ด้วยซ้ำ แต่มองว่าต้องจับตาการยุบสภาในเดือน ม.ค. ปีหน้าและผ่านการเลือกตั้งไปก่อน ถึงจะพอมองภาพประเทศไทยออกว่าเป็นอย่างไรในปีหน้า”

    ‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

    สันติสุข คล่องใช้ยา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1208057&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26v8c1M_60cUMvHFjtXll2

  • ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 52.62 จุด หุ้นค้าปลีก-ท่องเที่ยวร่วง กังวลสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นตึงเครียด

    ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 52.62 จุด หุ้นค้าปลีก-ท่องเที่ยวร่วง กังวลสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นตึงเครียด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 พ.ย. 68)

    ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (17 พ.ย.) เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น กระทบต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและการท่องเที่ยวโดยตรง ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อสถานะทางการคลังของประเทศที่ส่อเค้าเสื่อมถอยภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มีการเทขายเงินเยนและพันธบัตรรัฐบาล

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 50,323.91 จุด ลดลง 52.62 จุด หรือ -0.10%

    หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มการขนส่งทางอากาศ และกลุ่มค้าปลีก

    โบรกเกอร์ให้ความเห็นว่า หุ้นกลุ่มสำคัญอย่าง Fast Retailing (บริษัทแม่ของยูนิโคล่), กลุ่มห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และธุรกิจการบิน ต่างปรับตัวร่วงลงถ้วนหน้า หลังจากรัฐบาลจีนได้ประกาศเตือนพลเมืองของตนให้งดเว้นการเดินทางมายังญี่ปุ่น อันเป็นปฏิกิริยาต่อถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในไต้หวัน

    มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ กล่าวว่า จากการโต้คารมระหว่างสองประเทศที่ยังดำเนินอยู่ “หุ้นของบริษัทที่มีสัดส่วนยอดขายในจีนสูงจึงอาจถูกตลาดมองว่าเป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน”

    อย่างไรก็ดี การปรับตัวลดลงในภาพรวมยังนับว่าไม่รุนแรงนัก เนื่องจากมีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากดัชนีร่วงลงอย่างหนักกว่า 900 จุดเมื่อวันศุกร์ (14 พ.ย.) ประกอบกับยังมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาดไว้

    ซาวาดะกล่าวว่า ตลาดยังคงอยู่ใน “ภาวะรอดูท่าที” เพื่อจับตาการประกาศผลประกอบการของ Nvidia Corp. บริษัทชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ บรรดาบริษัทเทคโนโลยีจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่ากับการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยี AI หรือไม่

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRAG0IQ8MCGKSHSRT07TXPUNZ252UV30&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1t74EWHHupgQQSap8Ld-bY

  • “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน | TOPNEWS

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน | TOPNEWS

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน

    • เผยแพร่ : 17/11/2025 22:00

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน เร่งระดมช่างฝีมือเข้าพื้นที่บูรณะเพียง 10 เดือน จนแล้วเสร็จ พร้อมงานสมโภชวิหารประดิษฐานพระนอน 1,300 ปี

    วันที่ 17 พ.ย. 2568 น.ส.สุดาวรรณ  หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) พร้อมด้วย “สส.เม” ณัฎจิรา  อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครราชสีมา เขต 4 ชวนพี่น้องชาว จ.นครราชสีมา และ นักท่องเที่ยว ชมความสง่างามและทรงคุณค่า ของวิหารประดิษฐานพระนอน 1,300 ปี  ที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ จนแล้วเสร็จ และจะมีการจัดงานสมโภชวิหารฯ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ โบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม ต.เสมา อ.สูงเนิน และ ร่วมชมการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี โดยกรมศิลปากร เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

    “การบูรณะปฏิสังขรณ์วิหารประดิษฐานพระนอน 1,300 ปี เป็นโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม โดย อดีต รมว.วธ. สุดาวรรณฯ พร้อมด้วย สส.ณัฎจิรา ฯ ร่วมกันผลักดันงบประมาณ ในโอกาสที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอดีตนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้จัดประชุม ครม.สัญจร ณ จ.นครราชสีมา ช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งนายเศรษฐาฯ ได้ลงพื้นที่และได้เล็งเห็นถึงศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งนี้ จึงได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 30 ล้านบาท ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ และบูรณะหลังคา ให้มีความสวยงาม ทรงคุณค่า เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่คนรุ่นหลังและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและ จ.นครราชสีมา

    “พระนอน” ในวัดธรรมจักเสมาราม เป็นพระนอนหินทรายที่มีขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย สร้างขึ้นจากหินทรายแดงขนาดใหญ่ และมีธรรมจักรศิลาชนิดเดียวกับพระปฐมเจดีย์ สร้างขึ้นในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 และจากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบศิลปกรรม เเละวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น จึงสันนิษฐานว่า พระนอนองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 หรือประมาณ 1,300 ปีมาเเล้ว จึงนับได้ว่า พระนอน หรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์เมืองเสมา เป็นพระนอนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    บเานปันสุข

    9

    “ปุ๋ง – สุดาวรรณ” อดีต รมว.วัฒนธรรม ผลักดันงบฯ ในสมัย นายก เศรษฐา ทวีสิน พัฒนาโบราณสถานพระนอน วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน

    ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสา 904 ภาค 3 กองบิน 41

    ผู้ว่าฯ พิจิตร ตรวจเข้มตลาดนัดข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ราคาพุ่งตันละ 400 บาท

    เร่งแก้ระบายน้ำถนนเบญจมฯ–พระพรหม ก่อนฤดูฝน

    นิทรรศการ “Art For Mom” เพชรบุรี! ศิลปินน้อมถวายความอาลัย “พระแม่ของแผ่นดิน”

    “หัวหิน” ขึ้นธงแดง! ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1394065&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yOJ-oc6OimxyVi61sSHBK

  • ธนชาตประกันภัย ชวนวิ่ง “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม” หนุนคนไทยสุขภาพดี พร้อมโชว์พลังซอฟต์ พาวเวอร์ ดันงานศิลปะบูมท่องเที่ยวไทย

    ธนชาตประกันภัย ชวนวิ่ง “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม” หนุนคนไทยสุขภาพดี พร้อมโชว์พลังซอฟต์ พาวเวอร์ ดันงานศิลปะบูมท่องเที่ยวไทย

    ธนชาตประกันภัย ชวนวิ่ง “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม” หนุนคนไทยสุขภาพดี พร้อมโชว์พลังซอฟต์ พาวเวอร์ ดันงานศิลปะบูมท่องเที่ยวไทย

    ธนชาตประกันภัย ร่วมสนับสนุนกิจกรรมงานวิ่งสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2” จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมลิง ทีมยักษ์ รักการวิ่ง” เชื่อมโยงประกันภัยสู่การสร้างวิถีสุขภาพยั่งยืน พร้อมย้ำเสน่ห์ศิลปะไทย ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม เปิดให้เลือกทีมและวิ่งพร้อมกัน 7 ธันวาคมนี้ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

    นายชมพัฒน์ อัศวชินโชติ Executive Head – Motor Manufacturer Business บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัท เรด ซี๊ด ครีเอชั่น จำกัด และ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจได้เปิดโอกาสให้ธนชาตประกันภัย ร่วมมีส่วนสำคัญในกิจกรรม “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2” (Yoktub Run 2) งานวิ่งรูปแบบใหม่ที่นอกจากจะปรับรูปแบบของกีฬาให้สะท้อนความเป็นไทยแล้ว ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ สอดรับกับแนวคิดการประกันภัยของธนชาตประกันภัย ที่เชื่อมั่นว่าพลังของการดูแลตั้งแต่ต้น คือ การสร้างชีวิตที่แข็งแรง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกความเสี่ยงให้กับลูกค้า โดยกิจกรรมนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีและปลอดภัยในทุกมิติ”

    “การมีสุขภาพที่ดี เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงโรคภัยและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งธนชาตประกันภัย เห็นถึงความตั้งใจของผู้จัดงาน ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ ผ่านการออกกำลังกาย และการวิ่ง ก็เป็นวิถีด้านกีฬาของคนไทยที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในทางวิ่ง แต่ยังต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงกีฬา อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่าย ผ่านตัวละครโขน “รามเกียรติ์” ซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างโดดเด่น  และสร้างพลังบวกให้กับสังคม มั่นใจว่าผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะได้ทั้งความสุขและสนุกกับกีฬาวิ่ง ได้สุขภาพที่แข็งแรง และยังได้ร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวไทย พร้อมแสดงศักยภาพของพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก” นายชมพัฒน์ กล่าว

    กิจกรรม “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2” (Yoktub Run 2) จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมลิง ทีมยักษ์ รักการวิ่ง” ยกระดับความสนุกผ่านตัวละครโขนจาก รามเกียรติ์ โดยนักวิ่งเลือกสามารถได้ว่าจะวิ่งทีมลิง หรือ ทีมยักษ์ มีการดีไซน์เสื้อวิ่งสวยงามสะท้อนความเป็นไทยให้กับทั้ง 2 ทีม นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงโขน การแต่งกายแบบไทย และการจัดจำหน่ายสินค้า บริเวณรอบสถานที่จัดการแข่งขัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังสามารถท่องเที่ยวต่อเนื่องหลังจบกิจกรรมได้ที่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร หรือย่านเยาวราช และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงร้านอาหารชื่อดังอีกมากมาย โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น 3 ระยะทาง คือ วิ่งมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตรและวิ่งของเด็ก อายุไม่เกิน 10 ปี โดยผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวได้ที่ เฟซบุ๊ก redseedrunningclub …/

    #ธนชาตประกันภัย #ดูแลไวตรงใจคุณ #Thanachartinsurance #ยกทัพรัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/972791&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Np7NNbbl-8IMThsXQQRFb

  • “สภาพัฒน์” ชี้ภาวะศก.ถดถอย กระทบ GDP ไตรมาส 3 มอง “คนละครึ่งพลัส” บวกมาตรการรัฐ ช่วยพยุงไตรมาส 4 ดีขึ้น | TOPNEWS

    “สภาพัฒน์” ชี้ภาวะศก.ถดถอย กระทบ GDP ไตรมาส 3 มอง “คนละครึ่งพลัส” บวกมาตรการรัฐ ช่วยพยุงไตรมาส 4 ดีขึ้น | TOPNEWS

    ‘สภาพัฒน์’ เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 โตชะลอเหลือ 1.2% จากการชะลอตัวของภาคผลิต–ก่อสร้าง–ท่องเที่ยว ขณะที่ทั้งปี 68 คาดว่าโต 2% พร้อมเสนอรัฐเร่งเบิกงบ ฟื้นเกษตร หาตลาดใหม่ และเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย

    นางสาวอ้อนฟ้า กล่าวว่า GDP เมื่อเทียบรายไตรมาส หรือ ปรับฤดูกาลแล้ว ทำให้ไตรมาส 3 ติดลบ 0.6% เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส โดยเชื่อว่า การติดลบครั้งนี้จะยังไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจทดถอยทางเทคนิค เนื่องจากเชื่อว่า การบริโภค และภาคการท่องเที่ยวจะยังช่วยหนุนไม่ให้ GDP รายไตรมาสในไตรมาสที่ 4 ติดลบต่อเนื่อง โดยคาดว่า จะขยายตัวอยู่ที่ 0.6% โดยรวมผลจากมาตรการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก และ มาตรการอื่นๆที่ออกมาแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้GDP ทั้งปี 68 เติบโตที่ 2% ชะลอลงจากปี 67 ที่ขยายตัว 2.5% แต่ยังคาดหวังมาตรการของภาครัฐที่จะออกมาเพิ่มเติมในช่วงปลายปี จะทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 เติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

    สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ -0.7% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.8% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.7 พันล้าน ดอลลาร์ สรอ. (88.3 พันล้านบาท) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 262.4 พันล้านดอลลาร์ สรอ. และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 มีมูลค่าทั้งสิ้น 12.23 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64.8% ของ GDP

    นอกจากนี้ สภาพัฒน์ฯ ยังปรับตัวเลขคาดการณ์มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 68 เพิ่มขึ้นเป็น 11.2% จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะโต 5.5% ส่วนปี 69 คาดว่า จะหดตัว 0.3% จากผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ที่มีความชัดเจนมากขึ้น

    นางสาวอ้อนฟ้า กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหาภาคในช่วงที่เหลือของปีนี้ และปี 69 มองว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการ เบิกจ่ายงบประมาณเพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ การเร่งรัดการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว การดูแลภาคการเกษตร โดยการฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้สามารถฟื้นตัว และมีความพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกต่อไป รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตของเกษตรกรที่จะออกสู่ตลาดและคาดว่าผลผลิตจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจำนวนมาก การขับเคลื่อนการส่งออกโดยการลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐการขยายตลาดใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และการรักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการเมืองในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้ง ฯลฯ

    นางสาวอ้อนฟ้า กล่าวถึงแนวโน้มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 69 ว่า จะขยายตัวที่ 1.2-2.2% โดยมีค่ากลาง 1.7% จาก การขยายตัวต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนรวมถึงแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเพิ่มขึ้นของผลผลิตทางการเกษตร

    ส่วนการเจรจาภาษีการค้าไทย-สหรัฐฯ นางสาวอ้อนฟ้า เชื่อว่า จะยังมีการเดินหน้าเจรจาต่อได้ ซึ่งหากการเจรจาชัดเจนก็จะมีผล ต่อการตัดสินใจของภาคเอกชนและช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จะไม่ส่งผลต่อการเจรจาการค้า แต่ขณะเดียวกัน ต้องเดินหน้าหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอินเดีย ปากีสถาน เอเชียใต้ แอฟริกา แต่หากการเจรจาชะลอออกไป และไม่สามารถเจรจาแล้วเสร็จภายในช่วงปลายปีนี้ อาจจะต้องมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้กระทรวงพาณิชย์ หารือกับ USTR ของสหรัฐฯ เพื่อความชัดเจน

    ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ขณะนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พร้อมคณะอยู่ระหว่างการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อขอเข้าเจรจาภาษีกับทางสหรัฐฯอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1393367&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IlVSxRfZ-tTSLBpeAB7oE