Category: ท่องเที่ยว

  • รมว.ท่องเที่ยว รับ คลิปยูทูบเบอร์ ถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ไทย

    รมว.ท่องเที่ยว รับ คลิปยูทูบเบอร์ ถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ไทย

    ข่าวทั่วไป

    รมว.ท่องเที่ยว รับ คลิปยูทูบเบอร์ ถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ไทย

    18 พ.ย. 2025 เวลา 10:18 น.

    รมว.ท่องเที่ยว รับ คลิปยูทูบเบอร์ ถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ไทย

    รมว.ท่องเที่ยว รับ ยูทูบเบอร์ดัง ทำคลิปถอดเสื้อเต้นกลางญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ นักท่องเที่ยวไทย วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึง กรณีกระแสวิจารณ์ยูทูบเบอร์ไทยรายหนึ่ง ทำคลิปถอดเสื้อผ้าเต้นบนหลังคารถ ที่ประเทศญี่ปุ่น จะกระทบกับภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไม่ว่า มันก็คงกระทบ ทั้งนี้ ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งเราไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ

    อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเราก็พยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ให้ช่วยๆ กัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนก็อยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า

    ส่วนจะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราก็พยามสื่อสารมาโดยตลอด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/1208109&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GmYWi-FBVerRUSa-r0Iy3

  • B

    B

    บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) มองแนวโน้มไตรมาส 4/68 สดใส รับแรงหนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรยากาศท่องเที่ยวปลายปี ส่งผลดีต่อพอร์ตโรงแรมในหัวเมืองสำคัญ ขณะที่ ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 ทำรายได้รวมเกือบ 505 ล้านบาท กำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) เกือบ 18 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อัตราเข้าพักโรงแรม (ของโครงการในกรุงเทพฯ) เพิ่มเป็น 75.7% หนุนรายได้ธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเปิดโรงแรม “Mercure Phuket Patong Journeyhub” ภายในเดือน พฤศจิกายนนี้ หลังรีโนเวทรับทราฟฟิคลูกค้า หนุนผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

    BC เผย 9 เดือน โกยรายได้ 505 ลบ. มั่นใจ Q4/68 ท่องเที่ยว-มาตรการรัฐหนุน เตรียมปักหมุดโรงแรมใหม่ จ.ภูเก็ต เสริมรายได้ปลายปี

    นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build-Operate-Sale” (BOS) เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 3/2568 สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมในเครือ (ของโครงการในกรุงเทพฯ) เพิ่มขึ้นจาก 66.7% ในไตรมาสก่อน เป็น 75.7% ในไตรมาสนี้ หนุนรายได้จากธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานเติบโตตามดีมานด์นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ช่วงไฮซีซั่นปลายปีซึ่งมีเทศกาลลอยกระทง คริสต์มาส และปีใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นรายได้กลุ่มโรงแรมในทำเลศักยภาพหลัก ได้แก่ สุขุมวิท นิมมาน ป่าตอง และพัทยา ให้เติบโตต่อเนื่อง เสริมด้วยแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของภาคประชาชนที่ฟื้นตัวชัดเจน

    ในด้านการบริหารการเงิน บริษัทได้ชำระคืนหนี้และปรับโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มสภาพคล่อง เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวภายใต้โมเดลธุรกิจ ‘สร้าง-ดำเนินงาน-ขาย (Build-Operate-Sell)’ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ความคืบหน้าโครงการใหม่ และการขายสินทรัพย์ผ่าน Tokenization ที่ช่วยเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น

    นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับเครือ Accor เซ็นสัญญาแฟรนไชส์ บริหารโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Moevenpick, Mercure และ Handwritten Collection พร้อมได้รับการรับรองเป็น Third Party Operator (TPO) อย่างเป็นทางการ ซึ่งตอกย้ำศักยภาพการบริหารโรงแรมตามมาตรฐานสากล โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ ได้เปิดตัวโรงแรม ‘Mercure Phuket Patong Journeyhub’ อย่างเป็นทางการ หลังรีโนเวทปรับโฉมครั้งใหญ่ รับการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เสริมฐานรายได้และผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

    สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก ปี 2568 BC มีรายได้รวม 504.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 17.8 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างมั่นคงจากการดำเนินงานในธุรกิจหลัก

    ด้าน ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 BC มีรายได้รวม 80.4 ล้านบาท ลดลง 59.4% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท BPKN3 ซึ่งรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาส 1/2568 ภายใต้โครงการจำหน่ายเงินลงทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล (Tokenization) รวมถึงการจำหน่ายเงินลงทุนบางส่วนในโรงแรม IBIS ในไตรมาส 3/2567 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ รายได้จากธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานปรับตัวดีขึ้นตามอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ในส่วนของ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลขาดทุนลดลงเหลือ 12.1 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดลงของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนใหม่ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทอยู่ที่ 45.0 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากขาดทุน 55.7 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า

    โครงสร้างรายได้ตามพื้นที่ดำเนินการ กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ มีรายได้ 79.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สะท้อนการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและความต้องการเข้าพักที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประกอบด้วยโครงการหลัก ได้แก่ ซิทาดีนส์ 8, ซิทาดีนส์ 11, ซิทาดีนส์ 16, โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 24, โจโน่ อโศก และเจอร์นีย์ฮับ สุขุมวิท 26

    กลุ่มโรงแรมต่างจังหวัด มีรายได้ 47.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% QoQ จากดีมานด์ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงแรมในเครือ เช่น เจอร์นีย์ฮับ ภูเก็ต, เจอร์นีย์ฮับ พัทยา, โนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ และไอบิส เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ นอกจากนี้ BC ยังบริหารโครงการของลูกค้าภายนอกในจังหวัดภูเก็ต (กะรน) ภายใต้แบรนด์ของตนเอง “โจโน่ เอ็กซ์” และได้รับค่าตอบแทนจากการบริหารรายได้และการบริหารโรงแรม ซึ่งเป็นรายได้ต่อเนื่องจากธุรกิจบริหารจัดการ

    สำหรับธุรกิจศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าโครงการ “โคฟ ฮิลล์” (Cove Hill) ไลฟ์สไตล์มอลล์ในย่านเจริญกรุง มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมสูงขึ้นเป็น 71.4% ในไตรมาส 3/2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 78% ในไตรมาส 4/2568 นอกจากนี้ BC ยังคงมีรายได้บริหารโครงการพื้นที่เช่าแบบมิกซ์ยูส “ซัมเมอร์ พ้อยท์” (Summer Point) ย่านพระโขนง ซึ่งได้จำหน่ายเงินลงทุนสำเร็จในไตรมาส 1/2568 ภายใต้โครงการ Tokenization เสริมรายได้ค่าบริการอย่างต่อเนื่องให้กลุ่มบริษัทฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ietdmsdthtth95cgcx9uybynoqsv5hvz&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1URKVQta8QJPmAVLeGXFIw

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ นำทัพภาคท่องเที่ยว หารือนายกฯ เสนอ 2 มาตรการเร่งด่วน “Restoring Trust & Quick Win” ยกระดับมาตรฐาน-เสริมแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

    รมว.ท่องเที่ยวฯ นำทัพภาคท่องเที่ยว หารือนายกฯ เสนอ 2 มาตรการเร่งด่วน “Restoring Trust & Quick Win” ยกระดับมาตรฐาน-เสริมแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

    วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.30 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ประกอบด้วย นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานสถานการณ์ และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับศักยภาพและฟื้นฟูความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย มุ่งเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในปี 2569

    นายอรรถกร เปิดเผยภายหลังการหารือว่า การนำภาคเอกชนเข้าพบนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นการแสดงเจตจำนงค์ของกระทรวงฯ ในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งพัฒนาประเทศไทยให้เป็น “จุดหมายปลายทางคุณภาพ” ที่มอบทั้ง “มูลค่าที่คุ้มค่า” (Value for Money) และสร้างภาพลักษณ์ “ความเป็นมิตร” (Friendly) ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่กระทรวงฯ กำลังขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยได้นำเสนอ 2 มาตรการหลัก ที่เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาและกระตุ้นตลาดในช่วงเวลานี้ เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็น “จุดหมายปลายทางหลัก” ในภูมิภาค โดยสรุป 2 มาตรการหลักที่ได้รับการผลักดันเชิงนโยบาย คือ

    โดยสรุป 2 มาตรการหลักที่ได้รับการผลักดันเชิงนโยบาย คือ 1. มาตรการด้านความปลอดภัยและการฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Restoring Trust)
    –  เน้นหนัก: การจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ และการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อจัดการข่าวสารที่ไม่ถูกต้องและลดข่าวปลอม
    – หัวใจสำคัญ: ผลักดันให้มีการจัดทำ “Travel Advisory Note” ที่มีมาตรฐานเดียวและมีความชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลเชิงรุกและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่นักท่องเที่ยว
    – การกำกับดูแล: เข้มงวดในการกวดขันและปราบปรามผู้ประกอบการและมัคคุเทศก์ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

    2. มาตรการกระตุ้นตลาดและลดต้นทุนผู้ประกอบการ (Reviving Market Momentum / Quick Win)
    – การตลาด: เร่งจัดทำแผนงานและแคมเปญ “Quick Win” ทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ พร้อมจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมการขายร่วมกับเอกชน เพื่อกระตุ้นยอดเดินทาง
    – การสนับสนุน: ขอรับการสนับสนุนมาตรการด้านการเงิน อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนสามารถลดต้นทุนและฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

    นายกรัฐมนตรี ได้ให้การตอบรับและแสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเห็นชอบในหลักการที่ต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้า บริการ และมาตรการความปลอดภัยให้ทัดเทียมสากล ซึ่งเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลกได้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/258092&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iNnnfG-IpO5CEDX0Kw_R8

  • นายกฯ อนุทิน หารือภาคท่องเที่ยว เร่งฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2568

    นายกฯ อนุทิน หารือภาคท่องเที่ยว เร่งฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2568

    นายกฯ อนุทิน หารือภาคท่องเที่ยว เร่งฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2568


    18/11/2568 | 163 |

    วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2568) ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงฯ นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะผู้แทนจากภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (สทน.) สมาคมโรงแรมไทย (THA) และสมาคมสายการบินประเทศไทย เข้าพบปะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2568 หลังจากหลายประเทศในเอเชียและอาเซียนประสบภาวะตลาดหดตัวส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตลอดปี 2568 อาจลดลงราวร้อยละ 7 

    ภาคเอกชนได้เสนอมาตรการเร่งด่วนภายใน 3 เดือน โดยเน้นการสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่น และการสื่อสารเชิงรุกเพื่อจัดการข่าวลบในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกับมาตรการกระตุ้นตลาด ด้วยข้อเสนอให้จัดแคมเปญความปลอดภัยในระดับโลก การเพิ่มแรงจูงใจด้านราคาบัตรโดยสารทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ในส่วนของข้อเสนอระยะกลางและระยะยาว ภาคเอกชนแนะนำให้คณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติขับเคลื่อน 6 แผนงานสำคัญ ได้แก่ ปรับปรุงกฎหมายท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานบริการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะเมืองรอง ส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างสินค้าท่องเที่ยวใหม่ที่แข่งขันได้ในระดับโลก และสร้างภาพจำใหม่ของประเทศไทย พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลไม่ดำเนินการทันเวลา ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกลดบทบาทจาก “จุดหมายปลายทางหลัก” เหลือเพียง “หนึ่งในตัวเลือก” ของนักท่องเที่ยวในอนาคต

    นายกรัฐมนตรี แจ้งให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผลจากการเดินทางเยือนจีนที่ผ่านมา การเจรจาระหว่าง “รัฐกับรัฐ” เป็นโอกาสที่ภาคเอกชนจะเร่งเจรจาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางระหว่างจีน-ไทย รวมถึงโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจีนจะเดินทางมาหารือข้อตกลงระหว่างไทย-จีน ททท. อาจจะพิจารณาเสนอ MOU ด้านการท่องเที่ยวในคราวเดียวกันเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศสู่ความยั่งยืนต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/444252&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IK1iyAhLT5sy3zUietKbd

  • ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลั่นนโยบายคุมเข้มต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความพร้อม ความปลอดภัย ความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

    ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลั่นนโยบายคุมเข้มต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความพร้อม ความปลอดภัย ความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลั่นนโยบายคุมเข้มต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว สร้างความพร้อม ความปลอดภัย ความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

    วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 18 พ.ย.68  พล.ต.ท.ศักย์ศิรา  เผือกอ่ำ ผบช.ทท.สั่งการให้ ตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศ เสริมมาตรการ เส้นทางสีขาว ไม่ว่าจะเป็น ทางบก หรือทาง น้ำ สร้างความปลอดภัย อบอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว 

    ทั้งนี้สถานีตำรวจท่องเที่ยว ระนอง – ชุมพร นำทีมโดยพ.ต.อ.ณรภณ  วัฒนะกรทวี ผกก.2 บก.ทท.3    พ.ต.ท.นิติพงศ์ มหศักดิ์สุนทร รอง ผกก.2 บก.ทท.3 พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์  ณ สงขลา  สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3  

    ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าท่า ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ตรวจมาตรการความปลอดภัยบริเวณท่าเทียบเรือไปเกาะช้าง เกาะพยาม ต.ปากน้ำ อ.เมือง จว.ระนอง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แนะนำนักท่องเที่ยวให้สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ใช้บริการเรือ รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบว่า หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทร 1155 สายด่วน ตำรวจท่องเที่ยว ได้ตลอด 24 ชม.พร้อมทั้งได้ดำเนินการโครงการเส้นทางสีขาวทางน้ำ ตรวจปัสสวะเพื่อหาสารเสพติด ของบุคคลากรในวงจรการท่องเที่ยว  เพื่อเสริมความปลอดภัย อีกทางหนึ่งด้วย


     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/454805&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LlOunJgbR09F6pI1xuZ_i

  • พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรับมือกับการเติบโตของเมือง

    หนึ่งในปัญหาสำคัญที่พัทยาเผชิญมายาวนานคือ “ปัญหาน้ำท่วม” เมืองพัทยาจึงเดินหน้าลงทุนระบบระบายน้ำและอุโมงค์ผันน้ำประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ถนนสายหลักและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญสามารถรองรับฝนตกหนักได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการจราจรติดขัดและความเสียหายทางเศรษฐกิจ

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ฮับคมนาคมระดับชาติ เปิดประตูสู่ภูมิภาค

    พัทยายังถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านการเดินทางของภาคตะวันออก ผ่านโครงการสำคัญระดับประเทศ ได้แก่

    • รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา)
    • การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออก

    ทั้งสองโครงการจะยกระดับศักยภาพการเดินทาง เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจ และดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ก้าวสู่ Smart City ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

    หัวใจสำคัญของ “เมืองอัจฉริยะ” คือเทคโนโลยี เมืองพัทยาได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็น

    • โครงข่าย 5G
    • ระบบบริหารจัดการจราจรอัจฉริยะ
    • ระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย
    • บริการภาครัฐบนแอปพลิเคชันเพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ลงทุนวันนี้ เพื่ออนาคตของเมืองพัทยา

    การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนถึงมิติใหม่ของพัทยา จากเมืองแห่งแสงสีสู่เมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานทันสมัยและเป็นมิตรต่อการอยู่อาศัย เมืองที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนในพื้นที่ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    พัทยากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งโอกาส และพร้อมเป็นหัวใจสำคัญของ EEC อย่างแท้จริง

    การลงทุนในวันนี้ ไม่ได้จำกัดเพียงอาคาร ถนน หรือระบบสาธารณูปโภค แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของเมืองที่พร้อมต้อนรับโลก

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    พัทยาก้าวสู่ยุคใหม่: เมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/pr-news/news/social/378969556&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lU-EcCOY3P7QSr_h1g7Fd

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย วอนช่วยเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย วอนช่วยเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย วอนช่วยเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ รับยูทูบเบอร์ดังทำคลิปถอดเสื้อเต้นกลางจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ กระทบภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทย วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ ชี้ทุกการกระทำเชิงลบส่งผลต่อภาพลบประเทศ

    เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 18 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ยูทูบเบอร์ไทยรายหนึ่ง ทำคลิปถอดเสื้อผ้าเต้นที่ประเทศญี่ปุ่น จะกระทบกับภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไม่ว่า มันก็คงกระทบ ทั้งนี้ ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งเราไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ

    นายอรรถกร กล่าวว่า  ที่ผ่านมาเราก็พยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ให้ช่วยๆ กัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนก็อยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า

    เมื่อถามว่า จะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราก็พยายามสื่อสารมาโดยตลอด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2896253&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZNKLi3eTN-vT0gInIHluW

  • ‘รมว.ท่องเที่ยว’  รับคลิปยูทูบเบอร์ดังถอดเสื้อเต้นกลางญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมด้วย

    ‘รมว.ท่องเที่ยว’  รับคลิปยูทูบเบอร์ดังถอดเสื้อเต้นกลางญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมด้วย

    18 พ.ย. 2568- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกระแสวิจารณ์นายไพโรจน์ พาโพธิ์ หรือ แจ็กแปบโฮ ยูทูบเบอร์ไทยทำคลิปถอดเสื้อผ้าเต้นที่ประเทศญี่ปุ่นจะกระทบกับภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไม่ว่า มันคงกระทบ ทั้งนี้ ตนยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งเราไม่สามารถห้ามได้ เพราะเป็นสิทธิ แต่ที่ผ่านมาเราพยายามรณรงค์ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ หากไปทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรมหรือกฎระเบียบของเขา เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ขอให้นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ให้ช่วยๆ กัน เพราะทุกการกระทำที่เป็นเชิงลบจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนอยากให้เที่ยวในประเทศมากกว่า

    เมื่อถามว่า จะต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมนักท่องเที่ยวไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราพยามสื่อสารมาโดยตลอด.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/897924/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05heLXMYegxozRlgFuVzyO

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับ! คลิปแจ็กแบ็กโฮ  กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับ! คลิปแจ็กแบ็กโฮ กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับ! คลิปแจ็กแบ็กโฮ กระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย

    จากกรณีที่ แจ็กแบ็กโฮ ยูทูปเปอร์ชาวไทย มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กมากกว่า 6.4 ล้านคน ได้โพสต์คลิปปีนรถที่จอดอยู่หน้ามินิมาร์ท Lawson แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ก่อนจะถอดเสื้อออกและเต้นอย่างเมามัน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนชาวเน็ตได้แสดงความคิดเห็นในเฟสบุ๊กของสถานทูตญีปุ่นประจำประเทศไทย ให้ขึ้นบัญชีดำ และ ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถาวร

    ล่าสุดวันนี้ 18 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณี ยูทูบเปอร์ชาวไทยโพสต์วีดีโอไม่สวมเสื้อเต้นบนหลังคารถที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า ตนเองยังไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าว แต่ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย แต่มองว่าเป็นสิทธิที่ห้ามไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามรณรงค์ 

    โดยเฉพาะคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ หากทำอะไรที่ไม่ถูกวัฒนธรรม หรือไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย จึงอยากให้นักท่องเที่ยวไทยทุกคนให้ความร่วมมือ เพราะการกระทำเชิงลบนั้นส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/644305&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CKyzkTWvgePi25T2p8B9A

  • ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย | TOPNEWS

    ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย

    • เผยแพร่ : 18/11/2025 13:02

    ตำรวจท่องเที่ยวโคราชโชว์ระบบเอไอสุดล้ำ ช่วยสแกนจับผู้ต้องหาตามหมายจับแบบเรียลไทม์ จับได้แล้วรายที่ 616 ทั่วประเทศ เฉพาะโคราชยอดพุ่ง 238 ราย

    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.เทพทัฬห์ ขจรเกียรติอาชา สวญ.2 กก.1 บก.ทท. บช.ทท. เปิดเผยถึงการนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้สนับสนุนการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมาว่า เป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อช่วยลดภาระกำลังพลและเพิ่มความรวดเร็วในการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ

    ปัจจุบันในพื้นที่โคราชมีการติดตั้งระบบเอไอคัดกรองใบหน้าจำนวน 2 จุดสำคัญ หากผู้ต้องหาตามหมายจับเดินผ่านกล้อง ระบบจะสแกนใบหน้าและเทียบข้อมูลกับฐานหมายจับทันที พร้อมแจ้งเตือนถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แบบเรียลไทม์ จากนั้นสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวจะเข้าตรวจสอบ และหากยืนยันตัวบุคคลตรงกับหมายจับ ก็จะควบคุมตัวดำเนินคดีทันที

    พ.ต.ท.เทพทัฬห์ เปิดเผยว่า การจับกุมล่าสุดถือเป็น รายที่ 616 ในภาพรวมของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งระบบเอไอลักษณะนี้ในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น และอุดรธานี

    สำหรับพื้นที่นครราชสีมาพบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับที่ระบบสามารถตรวจพบรวม 238 ราย ส่วนใหญ่เป็นคดีบัญชีม้า แก๊งสแกมเมอร์ ยักยอก และฉ้อโกง ซึ่งระบบเอไอช่วยป้องปรามไม่ให้กลุ่มเหล่านี้เข้ามาก่อเหตุซ้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    พ.ต.ท.เทพทัฬห์ กล่าวฝากถึงผู้กระทำผิดว่า “ไม่ว่าจะมาจากเส้นทางไหน หากคิดไม่ดีหรือเข้ามาก่อเหตุในเมืองย่าโม ระบบเอไอและตำรวจท่องเที่ยวพร้อมตรวจสอบทันที เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเที่ยวโคราช รู้สึกปลอดภัยและมั่นใจสูงสุดในการเดินทาง.

    ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา รายงาน

    ปก web พัฒนาบุคลากรท่องเที่ยว

    25681118005

    โฮมไอเดียหลังบิ๊กซีน่าน มอบที่นอน 11 ผืน สนับสนุนศูนย์ดูแลสุขภาพเทศบาลเมืองน่าน

    “คุณลลิสา จงบารมี” เซเลปคนดัง เปิดบ้าน วิลล่า ลลิสา จงบารมี อ.ท่าเรือ แจกถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ

    นครปฐม ‘Kick Off’ ปฏิบัติการเข้ม! “รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ” สู้ศึก PM2.5

    นายกสมาคมท่องเที่ยวตราดเข้าพบผู้ว่าฯ คนใหม่ ผนึกกำลังดันตราดสู่เมืองท่องเที่ยวยั่งยืน คึกคักปลายปี ห้องพักเต็ม 90%–นักท่องเที่ยวทะลุ 2 ล้าน

    น่านจัดพิธีทำบุญ “หอประชุมนันทพัฒน์” เสริมสิริมงคล

    ญี่ปุ่นเตือนภัยพลเมืองตนเองขณะเที่ยวจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1394343&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14m9yaMPp8FOCN2ffM7U4O