Category: ท่องเที่ยว

  • กองทุนสื่อฯ เปิดรับสมัครเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม’Young จะเล่า’

    กองทุนสื่อฯ เปิดรับสมัครเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม’Young จะเล่า’

    กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดรับสมัครเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม ‘Young จะเล่า’ โครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ เฟ้นหาและสร้าง “มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม” ชวนนักเรียนวัยมัธยมต้น ส่งผลงานคลิปสั้นแนะนำแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใกล้บ้าน เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้าร่วมอบรม และ Workshop ฟรี กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงฟรี! อาทิ พ่อมดติ๊กต๊อก และอีกมากมาย พร้อมฝึกภาคปฏิบัติจริง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2569 ที่ FACEBOOK PAGE Young จะเล่า

    กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund) จัดกิจกรรม “Young จะเล่า” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมเฟ้นหาและสร้าง “มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม” นักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าความงดงามของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของไทย ผ่านการสื่อสารและการผลิตสื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยเปิดรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 1 – 3 หรือ Grade 7 – 9 หรือเทียบเท่า ที่มีความสนใจและชอบเล่าเรื่อง ทำคอนเทนต์ และสนใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย ส่งผลงาน คลิปวิดีโอความยาว
    1 – 3 นาที แนะนำแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใกล้บ้าน อาทิ วัด โบสถ์ มัสยิด หรือพิพิธภัณฑ์ในชุมชน เพื่อคัดเลือกเป็น 1 ใน 50 เยาวชน ที่จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการอบรมและ Workshop ฟรี ภายใต้โครงการนี้

    ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการอบรมตลอด 3 วัน กับผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่อง การผลิตสื่อ และมัคคุเทศก์
    มืออาชีพ ได้แก่ คุณศิลา พีรวัฒฑึก ‘พ่อมดติ๊กต๊อก’ นักสร้างคอนเทนต์ชื่อดัง, คุณยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ, อาจารย์ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และคุณเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้เชี่ยวชาญกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงการฝึกปฏิบัติงานจริงกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อเสริมประสบการณ์ตรง สร้างความเข้าใจเชิงลึกด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การสื่อสาร และบุคลิกภาพ พร้อมรับ โล่รางวัลและประกาศนียบัตร จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

    ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึกด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย ให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อมต่อการเป็น “มัคคุเทศก์น้อย” หรือ “นักเล่าเรื่องรุ่นใหม่” ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร บุคลิกภาพ และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ การผลิตสื่อ ในกลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมต้น หรือ เทียบเท่า ซึ่งเป็นวัยแห่งการวางรากฐานความคิด อัตลักษณ์ และทักษะการสื่อสาร สามารถต่อยอดการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและการสร้างสื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว และยังเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้และทักษะสามารถต่อยอดอาชีพในอนาคตได้อีกด้วย

    ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานคลิป แนะนำ วัด โบสถ์ มัสยิด พิพิธภัณฑ์ในชุมชน ความยาว 1 – 3 นาที เพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ‘Young จะเล่า’ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ม.ค. 2569 อัปโหลดผลงานและกรอกใบสมัคร ได้ที่ https://forms.gle/P15tZo6nM7pMCg3V7 ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE Young จะเล่า หรือ
    โทร 08 2086 3421 และ Line Official @youngstory

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/932311/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GYfTY1NfOU-Ab4H79sCFT

  • เริ่มแล้ว! บุญคูณลานดอนจาน กาฬสินธุ์ ขนข้าวขึ้นเล้า กินหลามปลา กระตุ้นท่องเที่ยวอีสาน

    เริ่มแล้ว! บุญคูณลานดอนจาน กาฬสินธุ์ ขนข้าวขึ้นเล้า กินหลามปลา กระตุ้นท่องเที่ยวอีสาน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/123333&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zYJbcKZXo8rirLjhYU_Tv

  • น่าน เปิดงานมหกรรม ส้มสีทอง 2569 ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ชุมชน | เดลินิวส์

    น่าน เปิดงานมหกรรม ส้มสีทอง 2569 ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ชุมชน | เดลินิวส์

    นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569” ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งจังหวัดน่าน โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569

    การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าชุมชน สร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

    นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า งานในปีนี้มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ผ่านการนำเสนออัตลักษณ์ “ส้มสีทองน่าน” และของดีเมืองน่าน ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการมีชีวิตส้มสีทอง โซนจำหน่ายสินค้ากว่า 50 บูธ การประกวดส้มสีทองเมืองน่าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประกวด Chef’s Table ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดระยะเวลาการจัดงาน

    ด้านนายชัยนรงค์ ว กล่าวว่า “ส้มสีทองน่าน” เป็นส้มสายพันธุ์สัมเขียวหวานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่น ทำให้มีสีเหลืองทอง รสหวานอมเปรี้ยว และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่า การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างการรับรู้คุณภาพสินค้า พัฒนาแบรนด์ และขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัดน่าน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานด้านความปลอดภัย และภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวน่านให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    จังหวัดน่านขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ “ส้มสีทองน่าน” และของดีเมืองน่าน พร้อมกิจกรรมหลากหลายตลอด 4 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 15–18 มกราคม 2569 ณ ถนนผากอง บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5506518/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lo0e3v3kFTsb23N5En1_O

  • น่านจัดใหญ่! มหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ปี 2569

    น่านจัดใหญ่! มหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ปี 2569

    จังหวัดน่าน – เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ ถนนผากอง บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดงาน มหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 15–18 มกราคม 2569

    การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับการท่องเที่ยวสู่คุณภาพสูงและยั่งยืน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าชุมชน สร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

    นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ผ่านการนำเสนออัตลักษณ์ “ส้มสีทองน่าน” และของดีเมืองน่าน โดยภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการมีชีวิตส้มสีทอง โซนจำหน่ายสินค้าของดีเมืองน่านกว่า 50 บูธ การประกวดส้มสีทองเมืองน่าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประกวด Chef’s Table ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดการจัดงาน

    ด้านนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวในพิธีเปิดว่า “ส้มสีทองน่าน” เป็นส้มสายพันธุ์ส้มเขียวหวานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่น ทำให้มีสีเหลืองทอง รสหวานอมเปรี้ยว และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สะท้อนถึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่า การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างการรับรู้คุณภาพสินค้า พัฒนาแบรนด์ และขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างยั่งยืน

    การจัดงานได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดน่าน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานด้านความปลอดภัย และภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวน่านให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    จังหวัดน่านขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ “ส้มสีทองน่าน” และของดีเมืองน่าน พร้อมกิจกรรมหลากหลายตลอด 4 วัน 3 คืน ในงานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 15–18 มกราคม 2569 ณ ถนนผากอง บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3865544/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sEdmI-E25U5WFfPDNr09-

  • เจาะมาตรการระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ประเทศ นัยสำคัญต่อประเทศไทย

    เจาะมาตรการระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ประเทศ นัยสำคัญต่อประเทศไทย

    การประกาศความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ (Immigrant Visa) หรือวีซ่าผู้พำนักถาวร สำหรับผู้สมัครจาก 75 ประเทศทั่วโลก ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย มาตรการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับเปลี่ยนระเบียบการเข้าเมือง แต่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การบริหารประเทศที่เน้นผลประโยชน์ภายในเป็นหลักภายใต้แนวคิด “America First” อย่างเต็มรูปแบบ

    ส่องมาตรการระงับวีซ่าผู้ถาวร 

    มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2569 โดยครอบคลุมประเทศในหลากหลายภูมิภาค อาทิ โซมาเลีย อิหร่าน รัสเซีย อัฟกานิสถาน ไนจีเรีย เยเมน บราซิล รวมถึง ประเทศไทย

    สาระสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อลดความตระหนกคือ การระงับนี้มีผลเฉพาะกับ “วีซ่าเพื่อการตั้งถิ่นฐานถาวร” เท่านั้น ไม่กระทบต่อวีซ่าประเภทท่องเที่ยวหรือเยือนชั่วคราว

    เปิดเหตุผลสหรัฐฯ ระงับวีซ่าผู้อพยพ

    ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมสหรัฐยุติให้ Visa สำหรับ Immigration หรือคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐ !!!

    ภาพข้างล่างคือสิ่งที่ President Trump ส่งสัญญาณโพสต์ ใน Truth Social เมื่อ 4 มกราคม 2569

    เจาะมาตรการระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ประเทศ นัยสำคัญต่อประเทศไทย

    ถ้าส่องดู จะเห็นรายชื่อของประเทศที่ผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้ เมื่อเข้าสหรัฐมาแล้ว เข้ามาอาศัยพึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐ ในการยังชีพ

    บางประเทศมีสัดส่วนครัวเรือน ที่ใช้สวัสดิการสหรัฐที่สูงมาก

    • Bhutan 81.4%
    • Yemen 75.2%
    • Somalia 71.9%
    • Marshall Island 71.4%
    • Dominican Republic 68.1%

    ประเทศไทย ก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วย
    อันดับที่ 46

    • Thailand 36.7%

    พูดง่ายๆ ประมาณ 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่ย้ายเข้าไป ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดี 
    สุดท้าย ก็ไปขอใช้ระบบสวัสดิการต่างๆ ของสหรัฐ
    ถ้าสหรัฐยังรวย มีฐานะดี 
    เขาก็จะมองข้าม

    ล่าสุด สหรัฐเริ่มมีหนี้มาก 
    รัฐขาดดุลการคลังสูง
    ระบบสวัสดิการสังคม ฐานะไม่ค่อยดี
    เขาก็เลยพยายามปิดช่องที่เป็นรายจ่ายภาครัฐ
    ที่เขาคิดว่า “ไม่จำเป็น”

    ก็เลยนำมาถึงข่าวว่า ทำไม่จึงจะต้องจัดการเรื่อง Visa ของ Immigrants หรือคนที่ย้ายเข้าไปอาศัยที่สหรัฐรอบนี้

    ส่วนคนอื่น ๆ ยังไม่ถูกกระทบ
    แต่เขาก็คงดูเพิ่ม ในสิ่งที่เป็นช่องโหว่ต่าง ๆ
    เพื่อให้เงินของสหรัฐ ใช้เฉพาะสำหรับคนสหรัฐเอง

    สะท้อนแนวทางนโยบายมากกว่ามิติใดมิติหนึ่ง

    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า การจำกัดวีซ่ารอบล่าสุดของทรัมป์ สะท้อนแนวทางนโยบายที่ควรพิจารณาในภาพรวมมากกว่ามิติใดมิติหนึ่ง 

    1. โลกมีเกือบ 200 ประเทศ การที่สหรัฐฯ ระงับวีซ่าการย้ายถิ่นจาก 75 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า หนึ่งในสามของประเทศทั่วโลก สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวมีขอบเขตกว้าง และไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นพิเศษ 

    2. มาตรการดังกล่าว เกี่ยวข้องกับวีซ่าการย้ายถิ่นและการตั้งถิ่นฐานถาวร ไม่ใช่การเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น ซึ่งช่วยแยกความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากพาดหัวข่าวในบางสื่อ 

    3. รูปแบบการสื่อสารของทรัมป์ในประเด็นนโยบายระหว่างประเทศ มักใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนและสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับฐานเสียงภายในประเทศเป็นหลัก มากกว่าจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในทันที 

    4. สิ่งที่ประเทศไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด อาจไม่ใช่เพียงผลกระทบโดยตรงของมาตรการวีซ่า แต่รวมถึงทิศทางและสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่โลกกำลังแบ่งขั้วมากขึ้น โดยรายชื่อประเทศที่ถูกจำกัดวีซ่าในรอบนี้ อาจสะท้อนแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ควรนำมาพิจารณาในเชิงนโยบายระยะยาว 

    สัญญาณ America First กลับมา

    นายกรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าฝ่ายงานวิจัย บล.กรุงศรี ให้มุมมองว่า US Visa สหรัฐฯ ไม่ได้ปิดประเทศ แต่คือสัญญาณ America First กลับมา

    กรณีสหรัฐฯ พักการพิจารณา Visa ถาวร (Work / Live ถาวร) กระทบเฉพาะกลุ่มที่ต้องการตั้งถิ่นฐานระยะยาว

    คนไทยได้รับผลกระทบจริงเพียง ประมาณ 3,000 คน/ปี ไม่กระทบ Visa กลุ่มท่องเที่ยว/การทำธุรกิจ ซึ่งมีคนไทยเดินทางเข้าสหรัฐราว 100,000 คน/ปี ดังนั้นการท่องเที่ยวไม่ควรได้รับผลกระทบ /ไม่ใช่การปิดประเทศ / ไม่ใช่การแบนคนไทย

    แต่สิ่งที่สะท้อนชัดคือ Trump กำลังส่งสัญญาณว่า “America First” กลับมาเต็มรูปแบบ เข้มงวดผู้อพยพถาวร ลดภาระรัฐ และคุมโครงสร้างแรงงานในประเทศ

    เป็นเรื่องนโยบาย-การเมือง มากกว่าเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    แม้ว่าในมิติของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจระยะสั้น มาตรการนี้อาจจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคนไทยส่วนใหญ่ แต่ในมิติของนโยบายระหว่างประเทศ นี่คือบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังปรับทิศทางสู่การเป็นรัฐที่เลือกเฟ้นผู้ที่จะเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพในการพึ่งพาตนเองและภาระทางเศรษฐกิจเป็นที่ตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/736514&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Dxdmn3J2WVOaEwkY1lhSb

  • มรภ.พระนครศรีอยุธยา มหกรรมศิลปวัฒนธรรม “อยุธยา เฟสติวัล”และรำลึก 259 ปี “วีระมหากษัตราพระเจ้าตากสินกู้แผ่นดิน” | TOPNEWS

    มรภ.พระนครศรีอยุธยา มหกรรมศิลปวัฒนธรรม “อยุธยา เฟสติวัล”และรำลึก 259 ปี “วีระมหากษัตราพระเจ้าตากสินกู้แผ่นดิน” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 15/01/2026 22:13

    มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธีบวงสรวง และแถลงข่าว เตรียมจัดงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม “อยุธยา เฟสติวัล”และรำลึก 259 ปี “วีระมหากษัตราพระเจ้าตากสินกู้แผ่นดิน”เพื่อเปิดการท่องเที่ยวเส้นทางเดินทัพพระเจ้าตากสินมหาราชด้วย Soft Power บนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่สากล

    วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ลานแสดงหลังวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา    สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีบวงสรวง และแถลงข่าว งานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม “อยุธยา เฟสติวัล”และรำลึก 259 ปี “วีระมหากษัตราพระเจ้าตากสินกู้แผ่นดิน”เพื่อเปิดการท่องเที่ยวเส้นทางเดินทัพพระเจ้าตากสินมหาราชด้วย Soft Power บนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่สากล โดยมี ดร.ธาตรี มหันตรัตน์  รองอธิการบดี รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธี   มี ผศ.วัชรากร พาหะนิชย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์  ผศ.ดร.ภิศักดิ์  กัลป์ยาณมิตร รองอธิการบดีมหาวิทยนาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์  ผศ.ดร.วยากร อุดมโภชน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี  และอาจารย์ ณฤทธิ์  ประจงแต่ง  ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี  ร่วมพิธีบวงสรวงและร่วมแถลง และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

    ดร.ธาตรี มหันตรัตน์  รองอธิการบดี รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ มีที่มาและความสำคัญสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ อันเป็นภารกิจที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา ต่อยอด และยกระดับภูมิปัญญาโบราณของท้องถิ่น ผ่านกระบวนการวิจัยและนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และส่งมอบคืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม  แกนหลักของการจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมในปีนี้สืบเนื่องจากโครงการร่วมระดับภูมิภาคกลุ่มภาคกลาง ห้าจังหวัดในภาคกลาง ได้แก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดปทมธานี จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นจุดสนใจของนานาชาติ สามารถนำมาพัฒนาเป็น Soft Power เพื่อสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีในระดับสากล

    สำหรับงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม “อยุธยา เฟสติวัล”และรำลึก 259 ปี “วีระมหากษัตราพระเจ้าตากสินกู้แผ่นดิน” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ณ ลานแสดงหลังวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา     ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “รำลึกวีระมหากษัตราพระเจ้าตากสิน กู้แผ่นดิน”  การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเครือข่ายต่าง ๆ และการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน

    เกียรติยศ ศรีสกุล บก.ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคกลาง

    SOCAIL 16-9

    1111

    ปากดีเหลือเกิน โซเชียลกระหน่ำสวน “ไอซ์ รักชนก” โพล่งประเทศถูกปกครองด้วย “กาลกิณี” รัวซัดเมื่อไหร่จะติดคุกจริงๆ

    “อุตุฯ” เผยทั่วไทยมีอากาศหนาวเย็นในช่วงเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาฯ ภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

    ฮือฮา! ร่างทรงทวดตาปู่ชีชี้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 240 ปี โผล่วัดดังเมืองคอน

    ผู้สมัครนายก อบต.เพิ่มพูนทรัพย์ ร้อง กกต.สุราษฎร์ฯ ขอให้นับคะแนนใหม่

    อาละวาดหนัก! ตัวตึงหมู่บ้านควงมีดขู่พระ ก่อนถูกจับคาบ้านร้าง

    มรภ.พระนครศรีอยุธยา มหกรรมศิลปวัฒนธรรม “อยุธยา เฟสติวัล”และรำลึก 259 ปี “วีระมหากษัตราพระเจ้าตากสินกู้แผ่นดิน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1456430&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FNmXN8QrsORQpHMJHcUpb

  • สัปดาห์การดูแลสุขภาพนานาชาติกลับมาอีกครั้งที่ประเทศไทยในปี 2569 พร้อมขยายการเข้าถึงอุตสาหกรรม

    สัปดาห์การดูแลสุขภาพนานาชาติกลับมาอีกครั้งที่ประเทศไทยในปี 2569 พร้อมขยายการเข้าถึงอุตสาหกรรม

    สัปดาห์การดูแลสุขภาพระหว่างประเทศ ปี 2026

    กรุงเทพฯ, 15 มกราคม 2026 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ – สัปดาห์การดูแลสุขภาพระหว่างประเทศจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 โดยมีการรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านสุขภาพและความงามจากทั่วภูมิภาค งานนี้จัดโดย Informa Markets และมีกิจกรรมหลักสามงานรวมถึง CPHI เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ Medtec เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 26,000 คน

    งานนี้ยังมีผู้แสดงสินค้าชั้นนำกว่า 1,000 ราย มุ่งเน้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพและการขยายเครือข่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพและความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพในชุมชน

    สัปดาห์การดูแลสุขภาพนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือและแบ่งปันความรู้ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพในภูมิภาค และเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพที่ทันสมัย.

    Source : สัปดาห์การดูแลสุขภาพนานาชาติกลับมาอีกครั้งที่ประเทศไทยในปี 2569 พร้อมขยายการเข้าถึงอุตสาหกรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailand-business-news.com/th/%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2598%25E0%25B9%258C/279538-%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22GByOXEQyawtP2QO8bXYd

  • ชี้เป้างานเด็ด “ช้อปแฟรนไชส์” งานเที่ยวที่อาจจะได้งานกลับบ้าน

    ชี้เป้างานเด็ด “ช้อปแฟรนไชส์” งานเที่ยวที่อาจจะได้งานกลับบ้าน

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เขามีไอเดียของฝากที่เด็ดกว่านั้น! เพราะเขาขนทัพ “ธุรกิจสำเร็จรูป” ขึ้นไปเสิร์ฟถึงกลางห้างดัง ให้คุณได้ช้อปกลับมาเปิดที่บ้าน เปลี่ยนสถานะจากนักท่องเที่ยว เป็น “ท่านประธาน” ได้เลย!

    ในงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2” ณ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เขาเปลี่ยนลานกิจกรรมให้กลายเป็น “ตลาดนัดธุรกิจ” ที่เดินเพลินมาก โดยคัดเฉพาะแบรนด์ตัวท็อปจากส่วนกลางกว่า 40 แบรนด์ ขึ้นไปหาชาวเหนือและนักท่องเที่ยวถึงที่ เดินชิมให้พุงกาง! ร้านไหนอร่อย ร้านไหนคิวยาว ดีลซื้อสูตรซื้อร้านกลับไปเปิดที่บ้านเราได้เลย ไม่ต้องคิดสูตรเองให้ปวดหัว

    และธุรกิจสายดูแลตัวเอง ร้านซักผ้า หรือบริการต่างๆ ที่กำลังเป็นเทรนด์ทำเงิน ก็มีมาให้เลือกครบ

    58949_0
    58950_0
    58951_0

    มางานนี้คุ้มกว่าดีลตั๋วโปรฯ เพราะมีสิทธิพิเศษที่หาไม่ได้จากหน้าเว็บ

    • ส่วนลดค่าแฟรนไชส์จุกๆ สูงสุด 30%: เซฟเงินลงทุนไปได้หลายหมื่น เอาไว้เป็นทุนหมุนเวียนสวยๆ
    • คุยตรงกับเจ้าของแบรนด์ (Business Matching): สงสัยอะไรถามได้เลย ต่อรองราคาได้หน้างาน
    • เงินทุนพร้อมเสิร์ฟ: ใครใจพร้อมแต่ทุนยังขาด มีสถาบันการเงินมาตั้งโต๊ะให้คำปรึกษาและปล่อยกู้ดอกเบี้ยพิเศษกันในงานเลย

    ใครที่มีแพลนไปเดินตากแอร์เล่นที่ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ช่วงนี้ แวะไปโฉบดูหน่อยครับ งานมีแค่ 4 วันเท่านั้น ตั้งแต่ 15 – 18 มกราคม 2569 ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453450/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WBu1HFUi4K9IcKi_lFi7n

  • พัทยาเอาจริง ปูพรมกวาดล้างขอทานกลางเมืองท่องเที่ยว ชูป้าย “หยุดให้ทาน หยุดปัญหา”

    พัทยาเอาจริง ปูพรมกวาดล้างขอทานกลางเมืองท่องเที่ยว ชูป้าย “หยุดให้ทาน หยุดปัญหา”

    พัทยาเอาจริง ปูพรมกวาดล้างขอทานกลางเมืองท่องเที่ยว ชูป้าย “หยุดให้ทาน หยุดปัญหา”

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เมืองพัทยาเดินหน้าแก้ปัญหาขอทานอย่างจริงจัง หลังสถานการณ์เริ่มบั่นทอนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก โดย นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางรัชนี วรรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์คนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดชลบุรี นำกำลังบูรณาการร่วมกับ นายณฐาภพ ยมจินดา ปลัดอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เทศกิจ และฝ่ายกิจการพิเศษ

    เจ้าหน้าที่ได้ ปล่อยแถวที่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา ก่อนกระจายกำลังเข้าตรวจสอบจุดเสี่ยงและย่านเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ถนนพัทยาสายสอง ชายหาดพัทยา และซอยบัวขาว พร้อมชูป้ายรณรงค์ “หยุดให้ทาน หยุดปัญหาขอทาน” ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเห็นสามารถแจ้ง สายด่วน พม. 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    จากการตรวจสอบ พบกลุ่มขอทานจำนวนหลายราย ทั้งที่นั่งขอทานริมฟุตปาธ บางรายหลับนอนข้างทางต่อหน้าสายตานักท่องเที่ยว สร้างความไม่สบายใจและกระทบต่อภาพลักษณ์เมือง โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ทั้งหมด 14 ราย แยกเป็น หญิงไทย 5 ราย ชายไทย 6 ราย ชาวเมียนมา 2 ราย และเด็ก 1 ราย อายุเพียง 1 ปี 2 เดือน

    ทั้งหมดถูกนำตัวไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อทำการคัดแยก ตรวจสอบประวัติ และประเมินสภาพความเป็นอยู่ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการ บันทึกประวัติ ตักเตือน และเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย สำหรับคนไทยที่ฝ่าฝืนกฎหมายขอทาน ส่วนชาวเมียนมาถูกส่งต่อให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและพิจารณาผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

    ด้านนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา การกวาดล้างครั้งนี้ไม่ใช่การจับกุมเพียงครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการระยะยาวในการจัดระเบียบสังคม ควบคู่การช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างถูกต้อง เพื่อคืนความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า การให้ทานอาจเท่ากับการส่งเสริมปัญหาโดยไม่รู้ตัว

    เครดิต Superball

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/64949&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LgLZejYrzQyUDvwW6h9m9

  • มท.4 ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามตรวจเยี่ยมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    มท.4 ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามตรวจเยี่ยมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    มท.4 ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามตรวจเยี่ยมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก


    15/01/2569 | 52 | |

    มท.4 ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามตรวจเยี่ยมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

    วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามและให้กำลังใจการดำเนินงานพัฒนาชุมชน การส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาชีพและการบริหารจัดการครัวเรือน สร้างทักษะอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงในชีวิตและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงานในพื้นที่อย่างพร้อมเพรียง

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มท.4 ได้ติดตามตรวจเยี่ยมพื้นที่สำคัญ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและแนวทางการต่อยอดศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงธรรมชาติ และเชิงเกษตรวัฒนธรรม ดังนี้

    – กลุ่มท่องเที่ยววิถีหมุย : เยี่ยมชมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ของชุมชน ซึ่งบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาทิ การทำลูกประคบสมุนไพร ซึ่งเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้การคัดเลือกสมุนไพร การผสมสูตร และการประยุกต์ใช้เพื่อสุขภาพ การทำเมี่ยงคำสมุนไพร ส่งเสริมอาหารพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพ สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมการกินของชุมชน การทำผ้าบาติก ผ่านกระบวนการออกแบบลวดลาย ย้อมสี และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย เชื่อมโยงสู่การจำหน่ายสร้างรายได้ในชุมชน

    – ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหินลาด : ลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหินลาด ซึ่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมรับฟังแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ การบริหารจัดการนักท่องเที่ยว และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวชุมชนเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์สู่คนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    – ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง : ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ฯ ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเชือกร่ม ศูนย์เรียนรู้สายพันธุ์มะพร้าวเกาะสมุย กลุ่มท่องเที่ยวนวัตวิถีบ้านหินลาดเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นพื้นที่รวมองค์ความรู้ด้านอาชีพ เกษตร และการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม

    – วิสาหกิจชุมชน ณ ดี เกาะสมุย ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย : เยี่ยมชมและให้กำลังใจกลุ่มผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ OTOP จากเชือกกล้วย พร้อมชมการสาธิตการทำเชือกกล้วย การทำสบู่

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมศักยภาพชุมชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

    #OTOPนวัตวิถี

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/309436&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LBEKK_0nYngNjwZk0v0ky