Category: ท่องเที่ยว

  • ปักหมุดจุดเช็กอิน5จังหวัดภาคใต้ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

    ปักหมุดจุดเช็กอิน5จังหวัดภาคใต้ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

    ภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสงขลา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย ที่ไม่เพียงจะช่วยเติมพลังใจด้วยความงดงามของภาคใต้ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมชวนนักท่องเที่ยวเตรียมตัวออกเดินทาง เลือกจุดหมายปลายทางที่ใช่ ตามสไตล์ที่ชอบ พร้อมเก็บโมเมนต์ดีๆ กับมุมเก๋ๆ ทั่วภาคใต้

    ปักหมุดจุดแรกกับ ชุมพร-ระนอง เปิดประตูสู่ภาคใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ จังหวัดชุมพร เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ใครมีเวลาเยอะแวะเที่ยวชุมพรก่อนได้เลย เพราะมีสถานท่องเที่ยวหลากหลาย สำหรับเส้นทางวันนี้จะไม่เข้าเมืองชุมพร แต่หักเลี้ยวไปทางตะวันตกสู่เมืองระนอง เมืองเงียบสงบที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ในฐานะหนึ่งในประตูสู่ภาคใต้ ระนองซ่อนธรรมชาติสมบูรณ์ไว้มากมาย ทั้งภูเขา ลำธาร และน้ำตกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการจัดทริปแบบสบายๆ ขับรถชิลๆ ไปบนเส้นทางที่สวยและท้าทายสำหรับคนที่ชอบขับรถเที่ยวเอง รับรองว่าสนุกและประทับใจแน่นอน ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ช่วยให้การเดินทางระยะยาวผ่อนคลายขึ้นตั้งแต่เริ่มออกจากตัวเมือง จังหวะขึ้นเขาและโค้งคดเคี้ยวให้ฟีลนุ่ม เงียบ และมั่นใจ เพราะกำลังจากระบบ e-POWER ตอบสนองทันทีที่แตะคันเร่ง

    และอีกจุดที่พลาดไม่ได้ต้องแวะคือ น้ำตกปุญญบาล สายน้ำใสที่ไหลรินริมถนนเพชรเกษมตลอดทั้งปี เป็นมุมพักขาและเก็บภาพบรรยากาศได้อย่างลงตัว การขับผ่านเส้นทางธรรมชาติแบบนี้ยิ่งทำให้เห็นความสบายของเซเรน่าได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งที่กว้าง หรือกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ที่ทำให้การเร่งขึ้นเนินและการขับต่อเนื่องหลายร้อยกิโลเมตรเป็นไปอย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารพื้นบ้านและร้านค้าชุมชนให้แวะชิมรสมือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเมนูพื้นเมืองรสเข้มหรืออาหารทะเลสดๆ ทำให้ระนองไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้น แต่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางสู่ภาคใต้

    หมุดที่ 2 ตะกั่วป่า พังงา เมืองกลางหุบเขาที่ต้องหลงรัก เมื่อพูดถึงพังงา หลายคนอาจนึกถึงทะเลและภูเขา แต่สำหรับสายชอบเมืองเก่าและบรรยากาศเงียบสงบแล้ว ต้องยกให้ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า เมืองเล็กในหุบเขาที่อบอวลด้วยเสน่ห์เรียบง่าย เหมาะทั้งสำหรับการแวะเที่ยวแบบวันเดียว หรือจะใช้เวลาพักผ่อนช้าๆ สักคืนเพื่อดื่มด่ำกับวิถีท้องถิ่นก็ลงตัวสุดๆ เมืองเก่าย่านนี้รายล้อมด้วยอาคารชิโน-โปรตุกีสเก่าแก่ ร้านเล็กๆ ของชุมชน และศาลเจ้าจีนที่สะท้อนรากวัฒนธรรมในพื้นที่อย่าง ศาลเจ้าซินใช่ตึ๋ง เดินเล่นไม่กี่นาทีก็เจอมุมถ่ายรูปใหม่ ทั้ง Street Art, โรงเรียนเต้าหมิง และสะพานเหล็กบุญสูง ที่เห็นวิวภูเขาสวยแบบเต็มตา เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์แบบพิเศษของตะกั่วป่า ที่แม้อยู่ในเมืองก็ยังมองเห็นภูเขาได้ใกล้จนเหมือนเอื้อมถึง

    หลังเดินชิลๆ ในเมืองเก่าแล้วสายกินต้องไม่พลาด ตั้งแต่ขนมจีนหน้าศาล, ไส้กรอกตะกั่วป่า, ไปจนถึงสะเต๊ะร้านเก่าแก่ที่ยังคงรสมือดั้งเดิม ทำให้การเดินเที่ยวในเมืองเก่าเต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องราวในทุกจุดแวะ ตะกั่วป่าจึงเป็นอีกมุมหนึ่งของพังงาที่ให้จังหวะชีวิตช้าลงแบบพอดี และเติมเสน่ห์ใหม่ๆ ให้การเดินทางภาคใต้มีมิติที่อบอุ่นมากขึ้น

    หมุดที่ 3 สุราษฎร์ธานี ธรรมชาติอิ่มตา บรรยากาศอิ่มใจ สุราษฎร์ธานีคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาสก หนึ่งในผืนป่าฝนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของไทย อายุนับร้อยล้านปี โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนและป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติรอบตัว เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบสบายๆ หรือใช้เป็นที่เติมเต็มความสงบได้เป็นอย่างดี

    ระหว่างทางที่ขับผ่านแนวภูเขาและผืนป่า ห้องโดยสารที่นั่งสบายของเซเรน่าทำให้การเดินทางรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย ความโปร่งโล่งของพื้นที่ภายในช่วยให้การนั่งรถยาวๆ ไม่รู้สึกอึดอัด กระจกใสบานใหญ่รอบคันเปิดมุมมองให้เห็นวิวเขาสกแบบเต็มตา และยิ่งสบายขึ้นไปอีกเมื่อมีม่านบังแดดที่ช่วยกรองแสงแรงระหว่างขับผ่านพื้นที่โล่ง เหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับธรรมชาติ พื้นที่รอบเขาสกมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ขับรถชมวิวเข้าไปยังจุดเดินป่าต่างๆ ไปจนถึงล่องแพชมวิวที่เขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีมรกตซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของภาคใต้

    ในตัวอำเภอบ้านตาขุนและพื้นที่รอบเขาสกยังมีคาเฟ่บ้านไม้ ร้านอาหารพื้นบ้าน และโฮมสเตย์ชุมชนที่แวะได้ระหว่างทางให้สัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของคนท้องถิ่น สุราษฎร์ธานีจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะขับรถเพื่อมาพักผ่อนหรือออกไปทำกิจกรรมสนุกๆ ก็ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ของคนที่รักการเดินทาง

    หมุดที่ 4 นครศรีธรรมราช เมืองวิวสวยที่ต้องแวะ นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ โดยเฉพาะที่หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศดีมีโอโซนเยอะที่สุดในประเทศ และลำธารใสเป็นพิเศษ ขับรถขึ้นมาเพื่อปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร นั่งจุ่มเท้าในน้ำเย็นๆ จิบกาแฟจากคาเฟ่ในหมู่บ้าน หรือแวะตามร้านงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่ขายผ้าย้อมสีธรรมชาติ บรรยากาศเรียบง่ายแต่ผ่อนคลาย เหมาะกับการใช้เวลาในช่วงเทศกาลที่สุด

    จากบรรยากาศสดชื่นของลำธารคีรีวง หาก ขับลงสู่โซนชายฝั่ง จะพบกับอีกมุมที่ต่างออกไปแต่งดงามไม่แพ้กัน นั่นคือจุดชมวิวอ่าวท้องยาง มุมเงียบๆ ที่มองเห็นทั้งทะเลและภูเขาในฉากเดียว ไม่ว่าจะขับมาช่วงเช้าเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือแวะพักระหว่างวันก็ได้บรรยากาศผ่อนคลายในคนละแบบ  ซึ่งรอบอ่าวยังเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลสไตล์บ้านๆ ที่จอดรถแวะได้สะดวก เน้นวัตถุดิบสดใหม่ ทั้งปลาย่าง ต้มส้ม ผักพื้นบ้าน และเมนูทะเลนึ่งรสเรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยความสด นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่บรรยากาศสบายๆ ให้ขับ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ไปแวะถ่ายรูปกับทะเล และเอนจอยช่วงเวลาชิลๆ ได้ตลอดวัน

    หมุดที่ 5 สงขลา เมืองเล็กที่มีเสน่ห์ใหญ่ ใครที่ขับรถจากนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าสู่สงขลา ตอนขับผ่านจังหวัดพัทลุง มีจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้ คือ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสะพานเอกชัย คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุด สะพานยาวกว่า 5 กิโลเมตร ทอดข้ามทะเลสาบสงขลา-ทะเลน้อย เชื่อมต่อจังหวัดพัทลุงกับสงขลา เหมาะทั้งสำหรับแวะถ่ายภาพหรือหยุดพักสายตาระหว่างการเดินทาง ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม

    เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองเก่าสงขลา ความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสกับวัฒนธรรมจีนจะสะดุดตาทันที อาคารเก่าอายุนับร้อยปีที่เรียงรายสองฝั่งถนนทำให้การเดินเล่นในย่านนี้มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย และเต็มไปด้วยมุมให้หยุดชมอย่างเพลิน ๆ ไฮไลต์แรกที่หลายคนเลือก เริ่มต้นที่ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำริมทะเลสาบสงขลา ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมก่อนเข้าสู่ย่านเมืองเก่า จากนั้นตามด้วยพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) ซึ่งเล่าเรื่องราวรากวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่าแก่ ซึ่งในย่านเมืองเก่าจะมีกลิ่นอาหารท้องถิ่นลอยมาเรียกให้ต้องแวะเสมอ ไม่ว่าจะเป็น โรตีร้อนๆ ไอติมโอ่งสูตรโบราณ หรือขนมจีบ-ซาลาเปาร้านเก่าแก่ที่มีให้เลือกแทบทุกซอย รวมถึงร้านคาเฟ่และของกินเล่นอีกหลากหลายแบบที่ทำให้การเดินชมเมืองสนุกขึ้นไปอีกขั้น

    ปิดท้ายทริปด้วยการแวะบ้านนครในและโซน Street Art เมืองเก่า ที่มีงานศิลปะกระจายอยู่ตามกำแพงให้ค่อยๆ เดินชมและเก็บภาพระหว่างจอดรถ อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ และปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581-news/932894/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AfjED99G5WUe50v_o2g7r

  • ททท. จัดสื่อสัญจร เปิดประสบการณ์ Exclusive Preview สัมผัสแลนด์มาร์กยามค่ำคืนแสง สี ศิลปะร่วมสมัย วันที่ 15 ม.ค.นี้ ในงาน

    ททท. จัดสื่อสัญจร เปิดประสบการณ์ Exclusive Preview สัมผัสแลนด์มาร์กยามค่ำคืนแสง สี ศิลปะร่วมสมัย วันที่ 15 ม.ค.นี้ ในงาน

    วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.54 น.

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดความยิ่งใหญ่รับปี พ.ศ. 2569 กับงาน “เชียงใหม่ Night Market” ภายใต้แนวคิด Tha Phae Remix Chiang Mai Remake และ San Kamphaeng Remix Chiang Mai Remake จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (Press Trip) วันที่ 15 ม.ค. 69 ชวนสัมผัส ถนนคนเดินสันกำแพงและถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) ที่เนรมิตรให้กลายเป็นแลนด์มาร์กยามค่ำคืนด้วยแสง สี ผสานมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมอันดั้งเดิม พร้อมจัดทริป สุดพิเศษนำทัพสื่อมวลชนและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ร่วมสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวและจุดเช็กอินสุดอลังการ ก่อนเปิดงานจริงในวันที่ 17 ม.ค. 69 – 1 มี.ค. 69 นี้

    โดยกำหนดการกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (Press Trip) จัดขึ้นในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569 เริ่มต้นจาก โหม้งสันกลาง ประตูสู่สิบโหม้งโหล่งผญ๋า โหล่งฮิมคาว ชุมชนหัตถกรรมสร้างสรรค์ พื้นที่เล็ก ๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มศิลปิน ผู้ประกอบการ รวมไปถึงผู้ที่มีความชื่นชอบงานหัตถกรรม ภูมิปัญญา ศิลปะเต็มไปด้วยงานมือและงานคราฟต์มากมาย

    เดินทางเยี่ยมชมและทํากิจกรรม Workshop ระบายสีร่มที่ โหม้งต้นเปา ศูนย์สาธิตการทําร่มกระดาษสาตามแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม แหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงและสืบทอดองค์ความรู้ท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ภายในโหม้งเปิดให้สัมผัสทุกขั้นตอนการผลิตอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเตรียมไม้ไผ่ การขึ้นโครงร่ม การขึงกระดาษสาที่ประณีต ไปจนถึงการแต่งแต้มลวดลายด้วยมือ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ถ่ายทอดจินตนาการลงบนชิ้นงานที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว

    ต่อด้วยการเยี่ยมชม บ้านจ๊างนัก โหม้งบวกค้าง ชุมปฏิมากรรมไม้แกะสลักที่รวบรวมสุดยอดงานแกะสลักช้างอันโดดเด่น รังสรรค์โดยช่างฝีมือเอกที่มีความรักในศิลปะการแกะสลักไม้แบบล้านนา พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงที่จัดแสดงงานศิลป์ แต่เป็นศูนย์รวมภูมิปัญญาที่สืบทอดจากครูช่างสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้กระบวนการคิด เทคนิคเชิงช่าง และเรื่องราวความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่าง “ช้าง” กับวิถีวัฒนธรรมล้านนาที่ถูกถ่ายทอดผ่านเนื้องานอย่างวิจิตรบรรจง

     ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชม บ้านป่าตาล โหม้งบวกค้าง ร่วมเรียนรู้งานหัตถศิลป์ผ่าน Workshop การทำ “ตะแหลว” เครื่องจักสานมงคล และสัมผัสศาสตร์การนวดตอกเส้น ภูมิปัญญาการบำบัดพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา นับเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ลงมือทำจริง เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากเหง้าทางวัฒนธรรมผ่านงานหัตถกรรมที่มีชีวิต พร้อมทั้งเป็นโมเดลต้นแบบในการสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

    งาน “เชียงใหม่ Night Market” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. 69 – 1 มี.ค. 69 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินสันกำแพง (ทุกวันเสาร์) และถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) (ทุกวันอาทิตย์) ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์  โดย ททท. เนรมิต ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) และถนนคนเดินสันกําแพง มาตกแต่งสร้างสีสัน สะท้อนอัตลักษณ์ตลอดระยะทางของถนนคนเดินให้มีความน่าสนใจ ด้วยการใช้เทคนิคของแสง สี และเทคโนโลยีสมัยใหม่

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น พร้อมสนุกสนานไปกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ได้แก่ 17 มกราคม 2569 : Scrubb, 18 มกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph, 25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented, 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom, 14 กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola, 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean Band และปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วย Season Five

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน โดย ททท. ได้จัดบริการรถรับ – ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง 2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง  ได้แก่ 1. One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร 2. ข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ – วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page: GoNorthThailand  และ TAT Contact Center หรือ โทร. 1672 Travel Buddy

    #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    #เชียงใหม่NightMarket

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/941288&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2434jhtQ330By8lKxRnDrl

  • เริ่มต้นปีแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของคุณที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เริ่มต้นปีแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของคุณที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เริ่มต้นปีแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของคุณที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท

    สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท ขอเชิญนักเดินทาง วางแผนการเข้าพักตลอดปี 2569 พร้อมรับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษผ่านโปรแกรม IHG One Rewards ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนช่วงซัมเมอร์ระยะยาว การพักผ่อนกลางปี หรือการพักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับความคุ้มค่าใจกลางกรุงเทพฯ

    สมาชิก IHG One Rewards รับส่วนลด 25% เมื่อจองห้องพัก โรงแรมให้บริการห้องสวีทขนาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว ออกแบบเพื่อความสะดวกสบาย พร้อมครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน เครื่องซักผ้าและอบผ้าในห้อง ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินกับอาหารเช้าฟรี และเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม อาทิ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และกิจกรรม The Social Night

    สมาชิก IHG One Rewards รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน IHG One Rewards รับโบนัส 500 คะแนน และรับคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับการเข้าพักเพิ่มเติมที่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 สมัครสมาชิกได้ฟรีที่ ihg.com/rewardsclub/gb/en/join

    ห้องสตูดิโอ สวีท ราคาเริ่มต้น 3,509++ บาท ต่อคืน

    • ระยะเวลาการจอง ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569
    • ระยะเวลาเข้าพัก ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร. +66 (0)2 779 8999 อีเมล [email protected] เว็บไซต์ https://bit.ly/bkkpp-GetawaySpecial

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12781542&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GavVR9sIdQSUhaSFmxo77

  • ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับชาวไนจีเรีย ค้ายาเสพติด

    ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับชาวไนจีเรีย ค้ายาเสพติด

    ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ชายอายุ 38 ปี สัญชาติไนจีเรีย

    กล่าวโทษข้อหา มียาเสพติดให้โทษเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่รับอนุญาต
    และถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย คดีหมายเลขดำที่ ยฝ50/2568 ที่ 89/2568 ลงวันที่ 22 เดือน เมษายน พุทธศักราช 2568 ในข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่รับอนุญาต และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน)”

    สถานที่จับกุม ริมถนนสาธารณะ หน้าบิ๊กซี ม.1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/64982&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xzg3UmAO14GSxKR1-MvkL

  • ปีนี้ GO! Hotel เตรียมทุ่ม 500 ล้าน ลงทุนเปิดอีก 5 โรงแรม

    ปีนี้ GO! Hotel เตรียมทุ่ม 500 ล้าน ลงทุนเปิดอีก 5 โรงแรม

    “ไทยเป็น National Travel Market แต่ไม่มี National Hotel Chain” คือคำอธิบายของ ‘ภูมิ จิราธิวัฒน์’ ถึงจุดเริ่มต้นของการปั้นแบรนด์ GO Hotel โรงแรมจากกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาที่มีเป้าหมายจะสร้างโรงแรมที่สามารถเปิดได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ในมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับและราคาที่ทุกคนจ่ายได้

    National Hotel Chain เปิดได้ 77 จังหวัด ทุกคนรู้ว่าจ่ายได้ มีมาตรฐาน

    ‘ภูมิ จิราธิวัฒน์’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน Hotel Business ของเซ็นทรัลพัฒนา อธิบายถึงจุดเริ่มต้นในการก่อร่างสร้างแบรนด์ GO Hotel ในปี 2022 ว่าเกิดจากเล็งเห็นว่า ประเทศไทยเป็น National Travel Market หรือว่า ชาติแห่งการท่องเที่ยว แต่กลับไม่มี National Hotel Chain หรือ เครือโรงแรมระดับชาติ ที่มีมาตรฐาน

    National Hotel Chain คือโรงแรมที่สามารถเปิดได้ในทุกเมืองทั่วประเทศ หรือถ้าประเทศไทยก็จะต้องเปิดได้ในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในมาตรฐานเดียวกันทุกแห่งและในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึง

    ผู้บริหารของ GO Hotel อธิบายเพิ่มเติมว่า ตลาดอเมริกาจะมีเครือโรงแรมหลายเครือที่คนอเมริกันรู้สึกอยู่แล้วว่า เป็นเครือโรงแรมที่มีมาตรฐานในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็น ibis, Motel Six, Best Western หรือแม้แต่ Novotel

    นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ CPN หมายมั่นปั้นมือจะสร้าง National Hotel Chain ให้กับประเทศไทยภายใต้ชื่อ GO Hotel และเชื่อว่าวันนี้จะสามารถพาแบรนด์ไปสู่ความท้าทายในการขยายสู่ทุกจังหวัดทั่วไป

    โมเดล ‘โรงแรมคู่ห้าง’ ทำเลดี ปลอดภัย เดินทางง่าย

    เมื่อมีแนวคิดหลักแล้ว GO Hotel จึงถูกนำมาพัฒนาต่อยอดด้วยทรัพยาการที่บริษัทแม่อย่าง ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ มีอยู่ สุดท้ายจึงออกมาเป็นโมเดลการเปิด ‘โรงแรมคู่ห้าง’ หรือศูนย์การค้าต่างๆ ในเครือเซ็นทรัล เพราะทั้งโลเคชันที่ดีและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ใกล้ถนน ไฟฟ้าสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้ศูนย์การค้า

    ก่อน GO Hotel จะเปิดโรงแรมแห่งแรกในปี 2022 และใช้เวลา 4 ปีหลังจากนั้น ขยายสาขามาเป็น 4 สาขา ได้แก่ GO Hotel บ่อวิน, GO Hotel ชลบุรี, GO Hotel ศรีราชา และ GO Hotel บ้างฉาง ระยอง

    โดยช่วงแรกเน้นโฟกัสโรงแรมในพื้นที่ EEC ที่มีทั้งคนทำงานและคนท่องเที่ยว และประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเข้าพัก 82% ในปีที่ผ่านมา จากปัจจัยเรื่องมาตรฐานและราคาที่เริ่มต้นเพียง 1,000 บาทบวกลบ ก่อน GO Hotel จะเริ่มมองหาโอกาสขยับขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อ

    ปีนี้ลงทุนทะลุ 500 ล้าน เปิดอีก 5 แห่ง

    ส่วน GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เป็นโรงแรมลำดับ 5 ของเครือ GO Hotel และปีนี้ CPN มีแผนขยาย GO Hotel อีก 5 สาขา ได้แก่ ขอนแก่น นครสวรรค์ เชียงราย เชียงใหม่ อยุธยา ทุกแห่งจะติดกับศูนย์การค้าของกลุ่มเซ็นทรัล งบลงทุนแห่งละกว่า 100 ล้านบาท

    โดยคาดว่าในปี 2026 นี้ท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีก่อน ปัจจัยหลักจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงเชื่อว่าคนไทยเองก็เริ่มออกท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ นอกจากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต สมุย กระบี่เพิ่มขึ้น

    ล่าสุด ยังเปิดโรงแรมอันดับ 5 ของเครือ ส่ง ‘GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต’ โรงแรมแฟล็กชิปแห่งแรกและเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ในทำเลทองย่านลาดกระบังใกล้สนามบิน พร้อมชูจุดเด่น “จ่ายง่าย หลับสบาย พักใกล้ บินทัน”

    แฟล็กชิปแห่งใหม่ ถึงสุวรรณภูมิใน 10 นาที

    GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต มีห้องพักทั้งหมด 179 ห้อง ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘หน้าต่างเครื่องบิน’ บ่งบอกความเป็น Airport Hotel จุดเด่นที่สุดของโรงแรมนี้ย่อมเป็น ‘ทำเล’ ที่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที และยังห่างกับสถานี Airport Railink ไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น

    นอกจากนั้น โรงแรมแฟล็กชิปแห่งนี้ยังอยู่บนพื้นที่เดียวแบบชิดติดกันกับ ‘โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง’ ทำให้ลูกค้าของโรงแรมสามารถเลือกกิน ช้อป เดินเล่น หรือแม้แต่ดูหนังได้สะดวกตลอดวัน

    ห้องพักโมเดิร์น เรียบง่าย เน้นใช้งานจริง

    ส่วนภายในห้องพักของ GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โทนสีสบายตา เน้นความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก มีเตียงนอนขนาด 6.5 ฟุต ผ้าม่านทึบแสง สมาร์ททีวี (มี Netflix) อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โต๊ะทำงาน และห้องน้ำผลิตภัณฑ์จาก Let’s Relax

    โดยโรงแรมประกอบด้วยห้องพัก 6 ประเภท ได้แก่

    • GO King เตียงเดี่ยวคิงไซส์ขนาด 6.5 ฟุต
    • GO Twin เตียงคู่ขนาด 3.25 ฟุต
    • GO Plus King Room เตียงคิงไซส์ ห้องขนาด 22 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมพักผ่อนเสริม
    • GO Plus Twin Room เตียงคู่ขนาด 3.25 ฟุต ห้องขนาด 22 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมพักผ่อนเสริม
    • GO King Corner Room เตียงคิงไซส์ขนาด 6.5 ฟุต ห้องมุมกว้าง 25 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมพักผ่อนเสริม
    • GO Family Room เตียงคิงไซส์ขนาด 6.5 ฟุต และ Bunk Bed ขนาด 3.25 ฟุต พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

    มีห้อง Pet-Friendly พื้นที่ทำงาน ร้านอาหารในตัว

    ที่สำคัญ โรงแรมแห่งนี้ยังมีห้องพัก Pet-Friendly บนชั้นพิเศษ สามารถรองรับสัตว์เลี้ยงขนาดไม่เกิน 10 กิโลกรัม พร้อมพื้นที่สีเขียวสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย

    ส่วนพื้นที่ส่วนกลางมีพื้นที่ Co-working Space สำหรับประชุมและทำงาน รวมถึงพื้นที่ Grab & Go Corner เปิดบริการให้ลูกค้าสามารถเติมท้องคลายหิวตลอด 24 ชั่วโมง

    อีกส่วนที่น่าสนใจคือ GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต มีร้านอาหารออลเดย์ไดน์นิ่งอย่าง Sunny Side Up : Steak and Bar ให้บริการอาหารว่าง เซ็ตอาหารเช้า อาหารสุขภาพ สเต็ก พาสต้า อาหารจานเดียว และของหวาน และยังมีบริการรถรับส่งสนามบินฟรี 2 เวลาด้วย

    โดย ‘ภูมิ’ เผยว่า ด้วยจุดแข็งราคาถูกกว่าคู่แข่งครึ่งหนึ่ง ราคาเริ่มต้นแค่คืนละ 1,000 บาทในพื้นที่ปลอดภัยและได้คุณภาพมาตรฐาน จึงทำให้ได้รับการตอบรับดีมาก อัตราการเข้าพักสูงถึง 80% นับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม โดยแบ่งเป็นลูกค้าต่างชาติ 60% และลูกค้าไทย 40%

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/go-hotel-model-77-city-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VP2x6bvRF3I9-KWaKtI77

  • อพท. ร่วมกับ กรมอุทยานฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ  เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง! พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนสู่ระดับสากล

    อพท. ร่วมกับ กรมอุทยานฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง! พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนสู่ระดับสากล

    อพท. ร่วมกับ กรมอุทยานฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง! พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนสู่ระดับสากล

    วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

    Tag :

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งเป้าบริหารจัดการให้ยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เชื่อมั่นกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงพร้อมเปิดบริการนักท่องเที่ยวปลายปี 2570

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้แนวทาง “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ที่เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2568 อพท. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการออกแบบกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง และเพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในระดับนโยบายและปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิผล จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ร่วมกันระหว่าง อพท. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 ได้แก่ การส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยมีเป้าหมายในการร่วมกันศึกษาวางแผน บริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่พิเศษในความรับผิดชอบขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และฉบับที่ 2 ได้แก่ การศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่พิเศษของ อพท. โดยมีเป้าหมายในการร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวในประเทศ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนข้อมูลในการปฏิบัติงาน และการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวต่อว่า บันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นร่วมกันของ อพท. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการสนับสนุนการพัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่พิเศษ ให้ดำเนินงานได้อย่างบรรลุวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเป็นประโยชน์สุขต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกเสียงคือพลังในการกำหนดทิศทางของพัฒนา และพร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อให้การพัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าแห่งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือ ความเข้าใจ และการพัฒนาอย่างสมดุลที่ยืนอยู่บนรากฐานของความรับผิดชอบร่วมกัน

    นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการการทำงานในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการของทั้งสองหน่วยงาน  เพื่อให้การดำเนินโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด  โดยยึดหลักการอนุรักษ์เป็นสำคัญ ควบคู่กับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม  ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมให้การสนับสนุนด้านข้อมูล วิชาการ และการกำกับดูแลตามภารกิจ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติในระยะยาว  นอกจากความร่วมมือในส่วนของโครงการศึกษาความเหมาสมและเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไปฟ้าภูกระดึงแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังมีความร่วมมือที่ขยายผลไปยังพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ที่มีความเหมาะสม ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่อยู่ในกรอบกฎหมายของทั้งสองหน่วยงานเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากร และประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

    สำหรับโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ ออกแบบรายละเอียดโครงสร้าง และจัดทำรายงาน EIA ฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอรายงาน EIA เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2569 (โดยประมาณ) และกำหนดปักหมุดเสาต้นแรก ในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมกำหนดการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ในช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม 2570

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/941202&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HDPGwK4JcGXTX98hpI3gZ

  • “ธนวรรธน์” ชี้ สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่า หากไม่กระทบวีซ่าท่องเที่ยว เศรษฐกิจไม่น่ากระทบ

    “ธนวรรธน์” ชี้ สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่า หากไม่กระทบวีซ่าท่องเที่ยว เศรษฐกิจไม่น่ากระทบ

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งระงับการออกวีซ่าใน 75 ประเทศ ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ในรายชื่อด้วยว่า ขณะนี้สิ่งที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ รอความชัดเจนจากสหรัฐฯ ว่าสุดท้ายแล้วมาตรการเกี่ยวกับวีซ่าจะออกมาในลักษณะใด และมีความผูกพันกับไทยอย่างไร

    ภาพจาก : ผู้สื่อข่าว PPTV
    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    โดยข้อมูลข่าวสารในช่วงแรกมีการระบุว่า สหรัฐระงับวีซ่ากับไทยทุกกรณี แต่ในระยะหลังข้อมูลเริ่มชี้ว่าอาจเป็นการระงับเฉพาะวีซ่าที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยอย่างถาวร ซึ่งอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียน ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่สุด คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและภาครัฐควรทำงานขนานกัน ทั้งการหาข้อมูล สอบทาน และชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงการประเมินแนวทางลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

    ทั้งนี้ แม้กรณีนี้ยังไม่เห็นภาพชัดเจน แต่มูลเหตุของการที่สหรัฐฯ อาจระงับวีซ่าในอดีต มักเกิดจาก 2–3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประเทศที่มีความผูกพันกับประเทศที่สหรัฐมองว่าไม่ได้ปฏิบัติต่อสหรัฐอย่างเหมาะสม ประเทศที่มีการดำเนินการเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามกติกาสากล หรือ ประเทศที่มีการดำเนินการส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจหรือผลประโยชน์ของสหรัฐ รวมถึงอาจเป็นกรณีเฉพาะกิจเฉพาะการ

    ซึ่งไทยไม่น่าจะเข้าข่ายมูลเหตุดังกล่าว เนื่องจากไทยมีอัตราภาษีการค้าอยู่ที่ 19% ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นมิตรกับสหรัฐ ไม่ได้ถูกตอบโต้ทางการค้าอย่างรุนแรง อีกทั้งกรณีที่สหรัฐอาจพิจารณาประเทศที่มีความผูกพันกับอิหร่าน จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์อิหร่านมีสัญญาณคลี่คลาย และสหรัฐเองก็ระบุว่ามีเพียงการติดตามเฝ้าระวัง

    อย่างไรก็ตาม อาจมีบางกรณีที่ประเทศซึ่งมีพลเมืองเดินทางเข้าไปใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีหรือสวัสดิการของสหรัฐเป็นจำนวนมาก จนเกิดผลกระทบต่อสหรัฐ อาจทำให้มีการจำกัดวีซ่าประเภทการอยู่อาศัยถาวรได้ แต่จากข้อมูลปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าไทยจะได้รับผลกระทบในเชิงลบหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด

    ส่วนมิติทางเศรษฐกิจนั้น นายธนวรรธน์ ระบุว่า การค้าไทยยังไม่ถูกตอบโต้จากสหรัฐอย่างรุนแรง ด้านการท่องเที่ยว ไทยมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐประมาณ 1 ล้านคนต่อปี และไม่มีมาตรการห้ามชาวอเมริกันเดินทางมาไทย จึงไม่น่ากระทบต่อภาคท่องเที่ยว ขณะที่ ด้านการค้า สหรัฐยังเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย โดยไทยส่งออกไปสหรัฐคิดเป็นประมาณ 18% หรือเกือบ 2 ล้านล้านบาท และไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะระงับการนำเข้าสินค้าไทยหรือปรับขึ้นภาษีเพิ่มเติม

    ดังนั้น หากการระงับวีซ่าไม่ได้ครอบคลุมวีซ่านักท่องเที่ยว วีซ่าการศึกษา หรือวีซ่าทั่วไป ก็คาดว่าไม่น่ากระทบต่อไทยในภาพรวม แต่ยังจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดต่อไป

    นอกจากนี้ นายธนวรรธน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีภาษีทรัมป์ออกไปว่า ไม่สามารถก้าวล่วงเหตุผลของศาลได้ เนื่องจากการเลื่อนพิจารณาคดีเป็นสิ่งที่ศาลดำเนินการด้วยความรอบคอบ ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน

    สำหรับไทย มองว่า การเลื่อนการตัดสินยังไม่มีผลกระทบในเชิงลบ เนื่องจากไทยยังคงเสียภาษีการค้าในอัตราเดิมที่ 19% และหากศาลพิจารณาว่าการจัดเก็บภาษีที่ผ่านมาไม่ครบถ้วนตามกระบวนการ ไทยอาจได้รับประโยชน์จากภาษีที่ลดลงด้วยซ้ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/266192&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yt0D7f7OrlpPKMhDXvazy

  • จีนมอบเงิน-สิ่งของ 20 ล้านหยวน ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ไทย เสียใจเหตุเครนตกทับรถไฟ

    จีนมอบเงิน-สิ่งของ 20 ล้านหยวน ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ไทย เสียใจเหตุเครนตกทับรถไฟ

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2908019&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-o6Mk2NPQDClLTgJeZ-t8

  • P

    P

    POP MART THAILAND ภายใต้การบริหารของ POP MART INTERNATIONAL ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาร์ตทอยส์รายใหญ่ระดับโลก เดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเกมรุกสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ด้วยการปักหมุดสาขาในภาคใต้เป็นครั้งแรก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ชูศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตในฐานะ Tourist Destination Hub ที่มีกำลังซื้อสูงจากทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ Brand Expansion Strategy และ Experience Marketing เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    POP MART เปิดเกมรุกภาคใต้ ส่ง

    การเปิดตัวครั้งนี้ มาพร้อม POP-UP STORE ภายใต้คอนเซปต์ “CRYBABY Vacation Mode On” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Pop Culture Lifestyle โดยนำคาแรกเตอร์ยอดนิยมอย่าง CRYBABY หนึ่งใน Top IPs (Intellectual Property) สำคัญของ POP MART มาเชื่อมโยงกับคอนเซปต์การท่องเที่ยวและการพักผ่อน นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับการเปิดตัว CRYBABY Vacation Mode On ในรูปแบบ POP-UP STORE เพื่อตอบโจทย์ทั้งนักสะสม แฟน Pop Culture และนักท่องเที่ยวเจเนอเรชันใหม่ POP MART เปิดเกมรุกภาคใต้ ส่ง

    POP-UP STORE แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่ถูกออกแบบให้เป็น Brand Experience Space ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมกับโลกของ Art Toy อย่างใกล้ชิด ผ่านสินค้าที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มนักสะสม โดยนำเสนอสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Thailand Limited, Rare Collection และ Hot Items ควบคู่กับการสร้าง Engagement บนโซเชียลมีเดีย ผ่านมุมถ่ายภาพและคอนเทนต์เช็กอินภายในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังรวบรวมสินค้าจากหลากหลาย IP ยอดนิยม อาทิ The Monsters, Molly, Hirono, Skullpanda, Dimoo และ Twinkle Twinkle ไว้อย่างครบครัน เพื่อตอบโจทย์ทั้งสายสะสม และผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ Art Toy ในรูปแบบไลฟ์สไตล์

    “การเปิด ‘CRYBABY Vacation Mode On’ POP-UP STORE ที่ภูเก็ตในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ POP MART ในการขยายแบรนด์สู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก เราเลือกศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบวงจร ตั้งแต่การช็อปปิ้ง จุดสร้างคอนเทนต์สำหรับสายเช็กอิน ไปจนถึงการส่งต่อเสน่ห์ของ Art Toy ผ่าน Brand Experience ที่เข้าถึงได้ทุกคน เราเชื่อว่าความร่วมมือกับเซ็นทรัลในครั้งนี้ จะเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ POP MART ในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง” คุณศิริพร แผลงจันทึก Country General Manager บริษัท ป๊อป มาร์ท (ประเทศไทย) กล่าว

    พบกับ POP-UP STORE “CRYBABY Vacation Mode On” ได้อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม เป็นต้นไป อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการยกระดับ Pop Culture ให้เป็นพลัง Soft Power ที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และสินค้าใหม่ ๆ ได้ที่ Facebook: POP MART THAILAND และ Instagram, Twitter, TikTok: popmartth

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ievp8lovh3zznib3z7orn0o7lxwstija&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2d5eWPDXmT0sRLvOcriSUr

  • ตร.ทุบกระจกรถเก๋ง จับชาวไนจีเรียค้ายาเสพติด | 16 ม.ค. 69 | ข่าวเช้าหัวเขียว

    ตร.ทุบกระจกรถเก๋ง จับชาวไนจีเรียค้ายาเสพติด | 16 ม.ค. 69 | ข่าวเช้าหัวเขียว

    16 ม.ค. 2569 10:40 น.

    ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ ตำรวจปฎิบัติการพิเศษ บุกจับกุมหนุ่มไนจีเรีย เครือข่ายค้ายาเสพติดบนเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ปิดล้อม แต่เป้าหมายไม่ยอมลงจากรถ เลยต้องทุบกระจกรถเพื่อจับกุมตัว #จับไนจีเรีย #ยาเสพติดเกาะพะงัน #ทุบกระจกจับ #ตำรวจท่องเที่ยว #TRC #ป๊อปปุ —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath-news/greenhead-morning-news/1178186&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lGiBycscCK5St-Yvg7TBz