Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยวปักกิ่งโตแรง ยอดขาเข้าพุ่ง 39% ยุโรป-เอเชียแห่เที่ยวหลังปรับปรุงระบบวีซ่า : อินโฟเควสท์

    ท่องเที่ยวปักกิ่งโตแรง ยอดขาเข้าพุ่ง 39% ยุโรป-เอเชียแห่เที่ยวหลังปรับปรุงระบบวีซ่า : อินโฟเควสท์

    สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลกรุงปักกิ่งของจีนเผยว่า ปักกิ่งมีปริมาณการท่องเที่ยวขาเข้า 5.48 ล้านครั้งในปี 2568 เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบรายปี โดยมีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวแตะ 5.05 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.27 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 44.7% เมื่อเทียบรายปี

    ตัวเลขดังกล่าวแบ่งเป็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน 9.23 แสนครั้ง เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบรายปี และเป็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีก 4.55 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 41.8% เมื่อเทียบรายปี

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในบรรดาการเดินทางของชาวต่างชาติ พบว่า มีการเดินทางจากเอเชีย 2.01 ล้านครั้ง จากยุโรป 1.56 ล้านครั้ง และจากทวีปอเมริกา 6.41 แสนครั้ง เพิ่มขึ้น 43%, 47.9% และ 35.6% ตามลำดับ

    ทั้งนี้ ปักกิ่งได้ยกระดับบริการสำหรับนักเดินทางขาเข้า ด้วยการอำนวยความสะดวกด้านการขอวีซ่าและพิธีการศุลกากร การชำระเงิน การซื้อสินค้า และการคืนภาษี พร้อมทั้งเปิดตัวรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนวัตกรรม อาทิ เส้นทางท่องเที่ยวตามธีม 10 เส้นทาง รวมถึงทัวร์แหล่งมรดกโลกและย่านหูท่ง ซึ่งเป็นย่านตรอกซอกซอยโบราณ

    สำนักฯ ระบุว่า ปักกิ่งมีแผนยกระดับบริการสำหรับนักท่องเที่ยวขาเข้าให้ดียิ่งขึ้นในปี 2569 และพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และการแพทย์แผนจีน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/562214&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eJMWkcxI2uEd2pyyBPjbp

  • เลือกตั้ง’69: “พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ทวงคืนโอกาส 30 ปี

    เลือกตั้ง’69: “พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ทวงคืนโอกาส 30 ปี

    เลือกตั้ง'69:

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำแม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง ซึ่งถือเป็นเวทีย่อย ครั้งที่ 10 สะท้อนการสู้ศึกเลือกตั้งที่เข้มข้น และการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องของพรรคภูมิใจไทย เพื่อนำไปสู่การจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง

    นายพิพัฒน์ กล่าวปราศรัยว่า เกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตถือเป็นศูนย์กลางการค้าการท่องเที่ยวของภาคใต้ ผู้คนจากทุกพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมาจับจ่ายใช้สอย แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จนถึงวันนี้ถือว่า “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ถอยหลัง

    เลือกตั้ง'69:

    พร้อมมองว่า หาดใหญ่ มีศักยภาพครบถ้วน ทั้งระบบถนน รถไฟ และการบิน เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ เชื่อมโยงไปยังมาเลเซีย และสิงคโปร์ แต่กลับเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ ถูกคิดตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบัน กลับได้รับงบประมาณก่อสร้างจริงเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น

    “คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จในยุคที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือ เหตุผลว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์ ระบุ

    นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ว่า การพัฒนาภาคใต้ ไม่อาจพึ่งพาเพียงถนนอย่างเดียว โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันจากกรุงเทพฯ มาหยุดเพียงจังหวัดชุมพร ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจ และลดต้นทุนการเดินทาง

    นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง ว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วย ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหา ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้คอขวดจราจร และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

    ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส. เขต 2 กล่าวถึงการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาการแก้ปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าการเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” ลดภาระความเดือดร้อนของประชาชนในยามวิกฤต

    นายศาสตรา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญของชาวหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่ กล้าตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้จริง พร้อมยืนยันว่า จะปักหลักทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทย พร้อมปักธงหาดใหญ่ และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างแท้จริง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq02/12781766&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yFXQS3cPAiD9kWHXx9-Xk

  • “ไชยา” หาเสียงดันโครงการโขง เลย ชีมูล”อภิมหาโปรเจค ผันน้ำโขงลงเขื่อนอุบลรัตน์ หนุนเกษตรอีสาน 6 จังหวัด เพิ่มเศรษฐกิจท่องเที่ยว – 1.69 ล้านไร่ ไม่ขาดน้ำ 

    “ไชยา” หาเสียงดันโครงการโขง เลย ชีมูล”อภิมหาโปรเจค ผันน้ำโขงลงเขื่อนอุบลรัตน์ หนุนเกษตรอีสาน 6 จังหวัด เพิ่มเศรษฐกิจท่องเที่ยว – 1.69 ล้านไร่ ไม่ขาดน้ำ 

    การเมือง

    “ไชยา” หาเสียงดันโครงการโขง เลย ชีมูล”อภิมหาโปรเจค ผันน้ำโขงลงเขื่อนอุบลรัตน์ หนุนเกษตรอีสาน 6 จังหวัด เพิ่มเศรษฐกิจท่องเที่ยว – 1.69 ล้านไร่ ไม่ขาดน้ำ 

    วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.37 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่  19 มกราคม 2569 นายไชยา พรหมา ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู เขต 2 พรรคกล้าธรรม โพสเฟสบุ๊ก ส่วนตัว ย้ำถึงโครงการ  “ โขง เลย ชีมูล” อภิมหาโปรเจค ผันน้ำ โขงลงเขื่อนอุบลรัตน์หนุนเกษตรอีสาน 6 จังหวัดเพิ่มเศรษฐกิจท่องเที่ยวเพิ่มพื้นที่เกษตร 1.69 ล้านไร่  และย้ำว่า อยากให้ความสำเร็จของโครงการนี้เพื่อชาวอีสาน เพราะชาวบ้าน จ.หนองบัวลำภู ต้องการ โครงการโขง เลย ชีมูล” เนื่องจากเป็นโครงการที่น่าสานต่อ พร้อมกันนี้ ยังนำข้อมูลจากสำนักบริหารสำนักบริหารโครงการกรมชลประทาน มาเปิดเผย 

    โดยในข้อมูลดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 มกราคม 2568 ที่เขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแวดล้อม สำนักบริหารสำนักบริหารโครงการกรมชลประทานได้อธิบายโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล  โดยแรงโน้มถ่วงระยะที่หนึ่งระบบส่งน้ำ หลังมีการสำรวจโครงการดังกล่าวโดยเริ่มผันน้ำโขง จากอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ผ่านจังหวัดหนองบัวลำภู มายังอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นต่อไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ และจังหวัดนครราชสีมา รวมพื้นที่ทางการเกษตรได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว 1.6 ล้านไร่

    โครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชีมูล โดยกรมชลประทานมีเป้าหมายผ่านน้ำจากแม่น้ำโขงผ่านหลายจังหวัดทางภาคอีสานได้แก่ จ.เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคามชัยภูมิ และจ.นครราชสีมาเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อใช้ในภาคการเกษตร คาดว่าจะเพิ่มพื้นที่การเกษตรได้ถึง 1.69 ล้านไร่ในระยะที่หนึ่งของโครงการมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างระบบส่งน้ำและทิ้งดินกว่า 85,000 ไร่และต้องเวนคืนที่ดินประมาณ 79,000 ไร่ใช้งบชดเชยกว่า 19,000 ล้านบาท กระทบประชาชน 28,580ราย ซึ่งมีแผนการเยียวยาแล้ว  เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะผ่านได้ 3500 ถึง 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีส่งผลให้ประชาชนใน 176 ตำบลได้ใช้น้ำตลอดปี ทั้งเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตรและการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและท่องเที่ยวควบคู่คลองส่งน้ำ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/462626&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2h4dpa02a7HOshKhT6ndmy

  • กิจกรรม “วิ่งกระซิบรัก กระซิบรักเฟสติวัล 2569” ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยว

    กิจกรรม “วิ่งกระซิบรัก กระซิบรักเฟสติวัล 2569” ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยว

    เช้าวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน เทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน และชมรมเดิน–วิ่งเพื่อสุขภาพ จัดกิจกรรม “วิ่งกระซิบรัก กระซิบรักเฟสติวัล 2569” โดยได้รับเกียรติจาก นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักวิ่ง แทน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

    ภายในงานมี นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานน่าน นายสมชาย เกตะมะ ท้องถิ่นจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน และนักวิ่งทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเดิน–วิ่ง ระยะทาง 5 กิโลเมตร มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกาย พร้อมสัมผัสเสน่ห์และบรรยากาศเมืองน่าน อันเป็นการส่งเสริมความรัก ความสุข และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมทุกเพศทุกวัย

    ทั้งนี้ กิจกรรม “วิ่งกระซิบรัก กระซิบรักเฟสติวัล 2569” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “หนาวนี้…กระซิบรักที่น่าน” ซึ่งเทศบาลเมืองน่านจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูท่องเที่ยวของจังหวัด โดยใช้ผลงานศิลปะ “กระซิบรัก” เป็นสื่อสร้างสรรค์ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเติมเต็มความรัก ความสุข และความเพลิดเพลิน อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างรายได้ และเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดน่านในฐานะเมืองเก่าที่มีชีวิต
    “น่าน…นครแห่งความสุข เมืองเก่าที่มีชีวิต”
    Nan The City of Happiness : A Lively Old Town

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3867297/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0j5cFLjgrqIcuRkZCSJ_hX

  • ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ควักเงินส่วนตัวให้รางวัล ตำรวจจับกุมอาวุธปืน กระบอกละ 1,000 บาท

    ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ควักเงินส่วนตัวให้รางวัล ตำรวจจับกุมอาวุธปืน กระบอกละ 1,000 บาท

    “ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทลุง สั่งเข้มจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย มอบรางวัลอัดฉีดกระบอกละ 1,000 บาท พร้อมทั้งสั่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเฉียบขาด”

    เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เผยว่า พื้นที่จังหวัดพัทลุงมีสถานที่ท่องเที่ยวประเภทเขา ป่า นา เล และศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ที่สำคัญของภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ได้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาท่องเที่ยว และพักผ่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงมีความปลอดภัย มีความสุข และสนุกกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ตนจึงได้คุมเข้มภาพลักษณ์ของจังหวัด โดยมีคำสั่งเข้มงวดในการจับกุมอาวุธปืนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยตนจะมอบรางวัลให้กับตำรวจชุดจับกุมอาวุธปืนกระบอกละ 1,000 บาท ซึ่ง ณ วันที่ 16 มกราคม 2569 นี้ มีการจับกุมอาวุธปืนไปแล้ว 6 กระบอก พร้อมทั้งสั่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเฉียบขาด

    ในส่วนของผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร อาทิ มีการดัดแปลงสภาพรถ มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ ขับขี่ยานพาหนะโดยประมาท หวาดเสียว ฯลฯ จนสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ประชาชนทั่วไป ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดเช่นกัน พร้อมทั้งประกาศร้องขอความร่วมมือไปยังกลุ่มบุคคลต่างๆ อย่าได้เข้ามาร้องขอ ขอร้อง มิให้ ตร.ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ก็มีพรรคพวกเพื่อนฝูงบางรายเข้ามาร้องขอมิให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด แต่หลังจากที่ตนได้นำเงินส่วนตัวไปชำระค่าปรับ การร้องขอก็หายไปในที่สุด ในส่วนของการแข่งรถซิ่งของกลุ่มวัยรุ่นก็มีการดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน และมีการลงโทษกับผู้ปกครองบางรายไปแล้วจำนวนหนึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2908536&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1035OmkmN2SfNyZKoj1xzf

  • เคลื่อนไหวแล้ว! บริษัททัวร์แจงยิบ หลังมีดราม่าทัวร์นรก

    เคลื่อนไหวแล้ว! บริษัททัวร์แจงยิบ หลังมีดราม่าทัวร์นรก

    จากกรณีดราม่าลูกค้าร้องเรียนบริษัททัวร์ หลังเหมาทัวร์เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนช่วงปีใหม่ มูลค่ากว่า 700,000 บาท แต่กลับเผชิญปัญหาหนักตลอดทริป ทั้งไกด์ไม่เดินทางไปด้วย ตั๋วเครื่องบินขาดตกบกพร่อง ตกเครื่อง ไม่มีที่พัก และขาดการดูแลด้านความปลอดภัย จนผู้เสียหายต้องควักเงินสำรองจ่ายเองและเข้าแจ้งความดำเนินคดี กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์

    ล่าสุด 18 มกราคม 2569 เพจ ท่านเปา ได้รายงานคำชี้แจงจากบริษัททัวร์ กรณีดราม่าลูกค้าร้องเรียนบริษัททัวร์ที่จัดไปท่องเที่ยวที่จีน

    คำชี้แจงจากบริษัททัวร์ กรณีดราม่าลูกค้าร้องเรียนบริษัททัวร์ที่จัดไปท่องเที่ยวที่จีน

    1) เรื่องการดูแลบาดแผลลูกค้า

    – ทางพนักงานยืนยันว่า ไม่ได้ให้แค่น้ำเกลือ ตอนลูกค้าประสบอุบัติเหตุ ไกด์จีนและทีมงานได้ ติดต่อโรงแรมเพื่อขออุปกรณ์ทำแผล และโรงแรมจัดเตรียมให้แล้ว

    – เมื่อย้ายไปพักโรงแรมนอกเมือง ซึ่ง ไม่มีอุปกรณ์ทำแผล ทีมงานจึง นำน้ำเกลือมาให้ลูกค้าใช้ล้างแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จากนั่นได้แจ้งลูกค้าว่าโรงแรมไม่มีผ้าก๊อต ลูกค้าจึงใช้ พลาสเตอร์และผ้าอนามัยปิดแผลชั่วคราว พร้อมกับแจ้งว่าเมื่อเข้าเมืองแล้วจะไปซื้อให้ ซึ่งระหว่างทางเจอร้านขายยาจึง ลงไปซื้อผ้าก๊อตให้ลูกค้าทันที

    – ยอมรับว่าในตอนนั้นอาจดูแลลูกค้าไม่ดีพอ และไม่ได้คิดถึงว่าจะต้องการพาลูกค้าไปโรงพยาบาล โดยยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นตรงนี้

    2) เรื่องไม่มีไกด์จากไทยเดินทางไปด้วย ซึ่งเดิมสามารถหาไกด์จากไทยได้ แต่เกิดความผิดพลาดเรื่องตั๋วเครื่องบินของบริษัทเอง ทำให้ไม่สามารถซื้อตั๋วให้ไกด์ได้ทัน แต่ทางบริษัทฯ ได้จ่ายค่าไกด์ให้แล้ว (ประมาณหนึ่งหมื่นกว่าบาท)

    – ระหว่างเดินทาง ลูกค้าบางรายหา ใบ ตม. ไม่เจอ ทำให้ตกเครื่อง

    – ทีมงานได้โทรและ วิดีโอคอลช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่สนามบิน พร้อมแนะนำเส้นทางการเดินและรอเจ้าหน้าที่ออกตั๋วรอบถัดไปให้ใหม่ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

    3) เรื่องห้องพักโรงแรม บริษัทใช้แลนด์ในประเทศจีนเป็นผู้ดำเนินการจองโรงแรม แต่โรงแรมที่จองไว้ ยังไม่ได้ชำระเงิน และมีห้องว่างเพียง 4 ห้อง ทั้งที่ต้องใช้ 6 ห้อง ทางบริษัทจึงหาและจองโรงแรมใหม่ใกล้เคียงทันทีและเป็นผู้ ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดรวมถึงจัดรถ 7 ที่นั่งรับส่งลูกค้าจากโรงแรมเดิมไปโรงแรมใหม่

    – ลูกค้าถามเรื่องกระเป๋าเดินทางบริษัทแจ้งว่า จะขนกระเป๋าให้เองทั้งหมดและทีมงานเป็นผู้ขนย้ายกระเป๋าให้ลูกค้าเองในคืนนั้น

    4) เรื่องความล่าช้าวันที่ 4 ลูกค้านัดออกเดินทาง 08.30 น. บริษัทชี้แจงว่า คนขับรถไปกินข้าวตามที่ไกด์ท้องถิ่นแจ้งจริง

    5) เรื่องการพาไปเดินถนนคนเดินลูกค้าแจ้งความต้องการว่าจะไปเคานต์ดาวน์ที่งานไอซ์ ทางไกด์และคนขับเห็นว่ายังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงจึงแนะนำว่าให้ ไปเดินถนนคนเดินรอก่อน แล้วค่อยเดินทางไปงานช่วงค่ำ

    6) เรื่องตั๋วหมู่บ้านรัสเซียและงานไอซ์ (วันที่ 5) บริษัทได้ จองตั๋วไว้แล้วจริง มีการนำ พาสปอร์ตลูกค้าไปสแกน เพื่อดำเนินการออกตั๋วแต่ต้องรอรหัสยืนยันจากทางจีนสุดท้ายบริษัทแก้ปัญหาโดยจองตั๋วใหม่หน้างาน หลังจากที่ทางจีนยกเลิกตั๋วเดิมให้เรียบร้อยแล้ว

    – ในส่วนของรถคนขับแจ้งว่าขอรอเจ้านายมาเอารถต่อ ลูกค้าสามารถลงจากรถได้ตามปกติช่วงนั้นเด็กๆ ลงไปเล่นหิมะระหว่างรอและสุดท้ายรถได้ แวะซื้ออาหารให้ลูกค้าก่อนกลับโรงแรม

    7) เรื่องตั๋วเครื่องบินขากลับ ลูกค้าทั้งหมด 16 คน บริษัทสามารถ จองตั๋วกลับได้ 9 คนในรอบแรก และอีก 7 คนในรอบถัดไป กลุ่ม 7 คนต้องไปพักรอต่อเครื่องอีก 1 คืน บริษัทเดินทางไฟลท์เดียวกับลูกค้าและยืนยันว่าได้ขึ้นเครื่องกลับมาพร้อมลูกค้า

    8.เรื่องแท็กซี่ไปสนามบิน (คืนสุดท้าย) บริษัทแจ้งว่าได้จองรถแท็กซี่ไว้ให้ลูกค้าแล้วแต่ยอมรับว่าในวันนั้น บริษัทต้องดูแลกลุ่ม 7 คนที่ตกเครื่องก่อนและทำให้เกิดความล่าช้าลูกค้าจึง เรียกรถแท็กซี่ไปสนามบินเอง

    9) เรื่องเงินค่าใช้จ่ายที่บริษัทสำรองจ่าย บริษัทระบุว่ามีการ สำรองจ่ายค่าโรงแรมและค่าเดินทางให้ลูกค้าเองและกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาและรับผิดชอบในส่วนที่ผิดพลาด ยอมรับว่าช่วงปลายปีเกิด ปัญหาด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์แต่ยืนยันว่าในบางส่วนที่ถูกกล่าวหา ไม่เป็นความจริงหรือเกินจริง

    ทางยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดเรื่องการจัดการตั๋วและการประสานงานบางส่วนแต่ยืนยันว่าได้ดูแลลูกค้าได้สำรองค่าใช้จ่าย ได้จัดการโรงแรมและการเดินทางใหม่เอง และหลายประเด็นที่ผู้เสียหายกล่าวหา ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/social/36542&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TOhCoKPyllTU866XRQmTB

  • ท่องเที่ยวไทยปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

    ท่องเที่ยวไทยปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

    โดย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า การแข่งขันในภูมิภาคเอเชียเวลานี้รุนแรงกว่าที่เคย โดยเฉพาะ “จีน” ซึ่งกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในนาทีนี้ หลังรัฐบาลจีนเร่งผลักดันการท่องเที่ยวภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเป็นระบบ ด้วยจุดขายด้านครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ความปลอดภัยสูง โครงสร้างพื้นฐานทันสมัย สินค้าและบริการท่องเที่ยวครบวงจร ไปจนถึงการทำตลาดเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและ KOL ระดับโลก

    ขณะที่ “ญี่ปุ่น” ได้แรงหนุนจากเงินเยนอ่อนค่า ทำให้ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดย 11 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวแล้วราว 39 ล้านคน ส่วน “เวียดนาม” อาศัยความได้เปรียบด้านต้นทุนการท่องเที่ยวที่ถูกกว่าไทย ทั้งที่พัก อาหาร และการเดินทาง หนุนให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ คาดแตะ 21 ล้านคน

    ในมุมของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ประเมินว่า ปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีแนวโน้มทรงตัวหรือเติบโตเพียงเล็กน้อยใกล้เคียงกับปี 2568 โดยตลาดจีนซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์หลักยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศจีน และการแข่งขันจากจุดหมายปลายทางอื่นในเอเชีย ขณะที่ตลาดระยะไกลยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการเดินทางและความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

    ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งเดินเกมรุกเชิงรุกเพื่อประคองอุตสาหกรรม โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ททท. จับมือกับ Tencent และ WeTV สร้างสรรค์คอนเทนต์วาไรตี้ท่องเที่ยวและรายการเชิงไลฟ์สไตล์ อาทิ “TASTEFUL THAILAND” และ “FOREVER by YOUR SIDE” ถ่ายทอดเสน่ห์อาหาร วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานรวมกันหลายร้อยล้านคนต่อเดือน พร้อมร่วมกับ Sichuan TV จัดทำภาพยนตร์โฆษณาภายใต้แคมเปญ “Play the New Thai Way” โดยดึง KOL ชื่อดัง “CHU YI” ถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z

    โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ระบุว่า ททท. มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยในฐานะ Quality Leisure Destination ที่ทันสมัย ปลอดภัย และพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่านโครงการ Trusted Thailand ควบคู่กับการเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี่เจียชิน” หรือ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” ตลอดปี 2569 โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนกว่า 260,204 ล้านบาท

    ขณะเดียวกัน ททท. ยังเดินหน้าขยายตลาดยุโรปตอนเหนือ โดยเข้าร่วมงาน MATKA Travel Fair 2026 ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์ ตอกย้ำจุดยืนประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมของนักท่องเที่ยวนอร์ดิก ผ่านการผสานเสน่ห์ไทย (SANEH THAI) กลยุทธ์ Airline Focus และแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืน เพื่อลดการพึ่งพาปริมาณนักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่ารายได้ในระยะยาว

    อย่างไรก็ตาม ภาพรวมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อปัจจัยลบทั้งเศรษฐกิจ ค่าเงิน การแข่งขัน สงคราม ความขัดแย้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดึงนักท่องเที่ยวให้ “มาไทย” แต่คือการทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ “คุ้มค่า น่าเชื่อถือ และแตกต่าง” ท่ามกลางสมรภูมิท่องเที่ยวโลกที่ร้อนระอุกว่าที่ผ่านมา.

    กัลยา ยืนยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/933383/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DUYKSFjiaWBGCnxMen120

  • คบ.นฤบดินทรจินดา ร่วมเปิดเทศกาล “นฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจชุมชนปราจีนบุรี

    คบ.นฤบดินทรจินดา ร่วมเปิดเทศกาล “นฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน” ครั้งที่ 2 หนุนเศรษฐกิจชุมชนปราจีนบุรี

    โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา ร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานพันธมิตร เปิดเทศกาลท่องเที่ยวนฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน ครั้งที่ 2 ณ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อำเภอนาดี ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวนฤบดินทรฯ กินปลา ชมเขื่อน ครั้งที่ 2” ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี ที่ว่าการอำเภอนาดี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา และวิสาหกิจชุมชนเขื่อนห้วยสโมง จัดขึ้นเพื่อสร้างความคึกคักและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตให้กับจังหวัดปราจีนบุรีอย่างยั่งยืน โดยมีนายชนาธิป โคกมณี และนายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายวิเชียร เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา สำนักงานชลประทานที่ 9 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและภาคีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของอ่างเก็บน้ำในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่มุ่งหวังจะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้โดยตรงให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ผ่านกิจกรรมที่ดึงเอาอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาเป็นจุดขาย โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญอย่างบูธจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาในเขื่อน พร้อมด้วยเมนูปลาหายากตามฤดูกาลที่รังสรรค์จากฝีมือชาวบ้านทั้ง 12 หมู่บ้านรอบพื้นที่อ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสดท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย และกิจกรรมแคมป์ปิ้งสำหรับสายท่องเที่ยวธรรมชาติที่ต้องการชมทัศนียภาพอันกว้างขวางของเขื่อนนฤบดินทรจินดาในช่วงค่ำคืน

    การจัดเทศกาลกินปลาชมเขื่อนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานที่สามารถต่อยอดจากการชลประทานไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/123761&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-IymNTbqiRytl1TIVbCNq

  • สุพรรณบุรี ซ้อมใหญ่การแสดงยุทธหัตถีงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ครั้งที่ 67

    สุพรรณบุรี ซ้อมใหญ่การแสดงยุทธหัตถีงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ครั้งที่ 67

    วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.14 น.

    จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนราชการและภาคเอกชน จัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ครั้งที่ 67 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 18 ม.ค. -1 ก.พ.69 ณ บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และร่วมรำลึกถึงมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยมีความเป็นอิสระมาจนถึงทุกวันนี้

    ซึ่งคืนวันที่ 17 ม.ค.2569 นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว จำนวนมาก ร่วมชมการแสดงซ้อมใหญ่ ยุทธหัตถี เสมือนวันแสดงจริง เป็นการแสดง แสง สี เสียง สงครามยุทธหัตถี อันยิ่งใหญ่ตระการตาด้วย ช้างจริง ม้าจริง ในสถานที่จริง เป็นสงครามยุทธหัตถี ในปี พ.ศ. 2135 ประวัติศาสตร์ เมื่อกว่า 400 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมหาวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ชัยชนะ พระมหาอุปราชา ถูกฟันพระอังสะขวาด้วยพระแสงของ้าวแสนพลพ่าย บนคอช้าง โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย วันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีและมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชา

    จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้จัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ครั้งที่ 67 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ประชาชนชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสชมพระบรมเดชานุภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งนอกจากจะเป็นการจัดงานเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรีและสร้างความรักความสามัคคีของปวงชนชาวไทยอีกด้วย

    โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมาเป็นประธานพิธีเปิดงาน วันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 17.30 น. ณ เวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรม (เวทีกลาง) หน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ พร้อมร่วมชมการแสดงยุทธหัตถี ประกอบแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งจัดให้มีการแสดง แสง สี เสียง สงครามยุทธหัตถีอันยิ่งใหญ่ ตระการตา ด้วยช้างจริง ม้าจริง พร้อมเอฟเฟค แสง สี เสียง

    ปีนี้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นปีแรกที่เปิดให้ “เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย” จำนวน 11 รอบ วันละ 1 รอบ เริ่มตั้งแต่เวลา 19.30 – 21.30 น. ประกอบด้วยรอบซ้อมใหญ่ วันที่ 17 มกราคม 2569 ส่วนรอบแสดงจริง วันที่ 18, 22, 23, 24, 25, 28, 29, 30, 31 มกราคม 2569 และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกัดผู้ชม วันละ 3,000 คน ต่อวัน จองที่นั่งได้เฉพาะหน้างานเท่านั้น ไม่มีการจองที่นั่งล่วงหน้า สามารถจองที่นั่งได้ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป

    สำหรับการแสดงเวทีกลาง วันที่ 26 มกราคม 2569 ชมการเดินแบบผ้าไทย วันที่ 27 มกราคม 2569 ชมการประกวดธิดาดอนเจดีย์ การแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต การแสดงเบญจภาคี ดนตรีสุพรรณ 5 สายธาร การประกวดรำวงมาตรฐาน การแสดงเพลงอีแซว การแสดงชาติพันธุ์ ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม อีกมากมายทุกค่ำคืน

    นอกจากนี้ยังมีการออกร้านธารากาชาดของเหล่ากาชาด กิจกรรมเฮฮาพาโชค การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP “บ้านฉัน สุพรรณบุรี” การจำหน่วยสินค้าธงฟ้า การจัดแสดงนิทรรณการพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช การจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากมาย เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้เกิดการสร้างรายได้แก่ภาคประชาชน และภาคธุรกิจในจังหวัดสุพรรณบุรี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/462576&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kCrfWZ5BlS6f9CLw53y8y

  • เทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9

    เทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9

    เทศบาลตำบลแม่เมาะ จัดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9″Maemoh Touring Bike 2026″ ปีที่ 9 ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น


    18/01/2569 | 17 |

            นายธรรมการ ชุมศรี นายกเทศมนตรีตำบลแม่เมาะ เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลแม่เมาะ ผนึกกำลัง กฟผ.แม่เมาะ และภาคเอกชน เปิดกิจกรรม “ปั่นกับพี่ เที่ยวกับน้อง ปีที่ 9” (Maemoh Touring Bike 2026) เพื่อส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพให้ยั่งยืน โดยมี นายพนมพร ตุ้ยกาศ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานเปิดงาน ในปีนี้ได้รับความสนใจจากนักปั่นทั่วสารทิศรวม 230 คน เข้าร่วมพิชิตเส้นทางรวม 49 กิโลเมตร
            ไฮไลต์สำคัญของงานเริ่มต้นด้วยการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและชมรมจักรยานในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนปล่อยตัวนักปั่นมุ่งหน้าสู่เส้นทางธรรมชาติผ่านชุมชนต่างๆ แวะเช็กอินรับลมหนาวที่เขื่อนแม่ขาม สัมผัสวิถีชีวิตและทัศนียภาพอันงดงามของอำเภอแม่เมาะ
         การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันการท่องเที่ยวระดับชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอแม่เมาะในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    บรรหาร สุยะ สวท.ลำปาง รายงาน/////
     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1970/iid/466834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QnwvS3cWnfoQk-g0DHufq