Category: ท่องเที่ยว

  • เที่ยวไต้หวัน 2026 เจาะลึกพิกัดลับไต้หวันฉบับคนเท่ “TITF#31”

    เที่ยวไต้หวัน 2026 เจาะลึกพิกัดลับไต้หวันฉบับคนเท่ “TITF#31”

    “กลางวันเสพงานศิลป์ จิบชาบนยอดเขา แล้วตกกลางคืนวาร์ปไปเดินสตรีทฟู้ดท่ามกลางแสงไฟนีออน” นี่คือสิ่งที่ ไต้หวัน จะมอบให้นักท่องเที่ยวทุกคน

    ในงาน เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ครั้งที่ 31 (TITF#31) ที่กำลังจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 การท่องเที่ยวไต้หวันยกทัพของดีแห่งเมืองแห่งชานมไข่มุก ด้วยคอนเซปต์ “Taiwan – Waves of Wonder” ที่จะทำให้หลงรักเกาะแห่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    เที่ยวไต้หวัน 2026 เจาะลึกพิกัดลับไต้หวันฉบับคนเท่

    เมื่อ AI พาวาร์ปสู่เทศกาลระดับโลก

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่บูธไต้หวัน สิ่งที่สะดุดตาคือการออกแบบพื้นที่ที่สะท้อนสโลแกน “กลางวันก็สนุก กลางคืนก็มีเสน่ห์” ได้อย่างแยบคาย บรรยากาศภายในบูธถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ผสมผสานธรรมชาติทั้งภูเขาและทะเลเข้ากับแสงสีของเมืองยามค่ำคืนได้อย่างลงตัว

    ความเจ๋งที่สายคอนเทนต์ต้องกรี๊ด คือการนำเทคโนโลยี AI สุดล้ำ มาสร้างประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Experience) ให้ได้ลองถ่ายภาพเช็กอินกับบรรยากาศจำลองของ เทศกาลโคมไฟไต้หวัน และ พิธีแห่เจ้าแม่ทับทิม เสมือนได้วาร์ปไปยืนอยู่กลางงานเทศกาลที่ไต้หวันจริงๆ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปะร่วมสมัยอย่าง Diabolo Walker (ลูกดิ่งจีน) ที่หาชมยาก มาโชว์ลวดลายสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมตลอดงาน

    แต่ถ้าเป็นสายคราฟต์ ก็มีกิจกรรม DIY มาให้เล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพ้นท์พัดไม้ไผ่ ทำที่คั่นหนังสือลายชนพื้นเมือง หรือไฮไลต์อย่างการ ออกแบบถุงชาอาหลี่ซาน ในสไตล์ของตัวเองที่มีชิ้นเดียวในโลก ระหว่างทำกิจกรรมก็ได้กลิ่นหอมๆ ของ “ขนมล้อรถ” (เชอหลุนปิ่ง) แป้งนุ่มไส้แน่นที่ทำสดใหม่จากเตามายั่วน้ำลาย ให้รสชาติความเป็นไต้หวันแท้ๆ อบอวลไปทั้งงาน

    เที่ยวไต้หวัน 2026 เจาะลึกพิกัดลับไต้หวันฉบับคนเท่

    มุ่งสู่ “เจียอี้” เมืองแห่งแสงไฟและ Nintendo!

    ถ้าถามว่าปี 2026 ต้องไปเช็กอินที่ไหนในไต้หวัน? คำตอบเดียว คือ “เมืองเจียอี้ (Chiayi)” เพราะปีนี้ไต้หวันเล่นใหญ่เตรียมจัดงาน Taiwan Lantern Festival 2026 หรือเทศกาลโคมไฟไต้หวันอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 3-15 มีนาคม 2569 ณ เมืองเจียอี้

    ความพิเศษของปีนี้คือธีมงานที่ล้ำสมัยและการคอลแลบระดับโลก เช่น การจับมือกับ Nintendo เพื่อนำคาแรกเตอร์สุดฮิตอย่าง Super Mario มาร่วมสร้างสีสันในโซนโคมไฟ พร้อมเปิดตัวโคมไฟรูป “บล็อกปริศนา (Question Block)” สุดลิมิเต็ด นอกจากนี้ยังมีโคมไฟหลักขนาดยักษ์สูง 21 เมตร ในธีม “Light Bathing—Alishan of the World” ที่นำเสนอความงดงามของป่าอาหลี่ซานผ่านแสงสีดิจิทัล

    นอกจากนี้เจียอี้ยังเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติอาหลี่ซาน และเต็มไปด้วยคาเฟ่สไตล์บ้านไม้ญี่ปุ่นโบราณ (Hinoki Village) ที่ถ่ายรูปสวยจนเมมโมรี่เต็ม การไปเยือนเจียอี้ช่วงเดือนมีนาคมจึงถือเป็น Golden Time ที่คุณจะได้เสพทั้งงานศิลปะระดับโลกและธรรมชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ไม่แปลกใจเลยที่ล่าสุด “กรุงไทเป” (ซึ่งเป็นฮับการเดินทางหลัก) จะคว้าอันดับ 15 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกจาก Euromonitor International ในปี 2025 แซงหน้าเมืองดังๆ อย่างฮ่องกงและเกียวโตไปเรียบร้อย

    เที่ยวไต้หวัน 2026 เจาะลึกพิกัดลับไต้หวันฉบับคนเท่

    ดีลเดือดส่งท้าย & ฟรีวีซ่ายาวๆ

    เรื่องความคุ้มค่า ไต้หวันไม่เคยทำให้ผิดหวัง ข่าวดีที่สุดสำหรับคนไทยคือมาตรการ “ฟรีวีซ่า” ที่ขยายเวลาไปจนถึง สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ทำให้การตัดสินใจแพ็คกระเป๋าเป็นเรื่องง่ายขึ้นทันที

    ส่วนใครที่มาจองตั๋วหรือแพ็กเกจในงาน TITF#31 นี้ เตรียมรับโชคหลายต่อ โดยเฉพาะโปรโมชั่น ตั๋วรถไฟความเร็วสูง (THSR) ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่จะนั่งรถไฟความเร็วสูงจากไทเปลงไปเที่ยวงานโคมไฟที่เจียอี้ นอกจากนี้ เพียงแค่ซื้อตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ/เชียงใหม่ ไปยังไทเปหรือเกาสง ภายในงาน ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับ บัตรกำนัลที่พัก และของที่ระลึกรุ่น Limited Edition อีกเพียบ

    งาน TITF#31 มีถึงวันพรุ่งนี้ (25 มกราคม 2569) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 บูธไต้หวัน (โซน AC)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1218085&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lEvvrDH-i4R25y4DbJ7aK

  • ราชกิจจาฯ เคาะผ่อนปรนพิเศษ เปิดจุดค้าชายแดนธาตุพนม รับงานใหญ่พระธาตุพนม 2569

    ราชกิจจาฯ เคาะผ่อนปรนพิเศษ เปิดจุดค้าชายแดนธาตุพนม รับงานใหญ่พระธาตุพนม 2569

    วันที่ 24 มกราคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ณ จุดผ่อนปรนการค้าอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ลงวันที่ 19 ม.ค. 69 ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อคืนวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สาระสำคัญของการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ฉบับดังกล่าว คือ มีการอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยและลาวสามารถใช้หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรผ่านแดน (Border Pass) หรือบัตรผ่านแดนชั่วคราว เป็นเอกสารเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยได้เป็นกรณีพิเศษ เฉพาะในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างเวลา 06.00 – 24.00 น. ทั้งนี้ ครอบคลุมเฉพาะบุคคลทั่วไปที่ประสงค์เดินทางเข้าร่วมงานประเพณีดังกล่าว โดยไม่รวมถึงบุคคลสัญชาติอื่น และไม่รวมถึงการนำพาหนะหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าเชิงการค้า และต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง การสาธารณสุข และการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติตามกฎหมาย

    “สืบเนื่องจากจังหวัดนครพนมมีกำหนดจัดงานมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นประเพณีต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยจะมีประชาชนชาวลาวเดินทางข้ามมาสักการะองค์พระธาตุพนม และประชาชนชาวไทยเดินทางข้ามไปสักการะพระธาตุศรีโคดตะบองและพระธาตุตุมภวังค์ จึงเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ (ไทย – สปป.ลาว) และเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เห็นชอบการเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในช่วงงานมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ณ จุดผ่อนปรนการค้าอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569”

    ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ มท.

    ราชกิจจาฯ เคาะผ่อนปรนพิเศษ เปิดจุดค้าชายแดนธาตุพนม รับงานใหญ่พระธาตุพนม 2569

    ราชกิจจาฯ เคาะผ่อนปรนพิเศษ เปิดจุดค้าชายแดนธาตุพนม รับงานใหญ่พระธาตุพนม 2569

    .

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/travel-shopping/649764&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ppsh-RHaLq9y_9YfSm4_8

  • พ่อเมืองสุโขทัยสุดปลื้ม BMX สนาม 1 ส่งเสริมการท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    พ่อเมืองสุโขทัยสุดปลื้ม BMX สนาม 1 ส่งเสริมการท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    ไทยรัฐออนไลน์

    24 ม.ค. 2569 17:42 น.

    English version

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    พ่อเมืองสุโขทัยสุดปลื้ม BMX สนาม 1 ส่งเสริมการท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/others/2909857&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3esNB4bxsHJpHWiQCCd9TI

  • เลือกตั้ง 2569 : เปิดจุดเปราะบาง ‘ภาคท่องเที่ยวไทย’ ความไม่มั่นใจความปลอดภัยของชาวจีน ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้

    เลือกตั้ง 2569 : เปิดจุดเปราะบาง ‘ภาคท่องเที่ยวไทย’ ความไม่มั่นใจความปลอดภัยของชาวจีน ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้

    ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เป็นพระเอก แต่ปัจจุบันเครื่องยนต์นี้กำลังสะดุด จุดเปราะบางหรือความเสี่ยง รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ หลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ มีปัญหาสำคัญอะไรรออยู่

    จากมุมมองของ ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในรายการ WEALTH Roundtable ในบางช่วงตอน ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า ปัญหาความเสี่ยงที่ผ่านมา และ ในอนาคตของภาคการท่องเที่ยวของไทย ที่มองเห็นขณะนี้ คือ การขาดความมั่นใจในด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาประเทศไทยจากเหตุการณ์ในอดีตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางพื้นที่ คือ ชาวจีน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนจากทางภาครัฐ ที่จะมาช่วยฟื้นความมั่นใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มนี้อย่างไร

    โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยในการเดินทาง และการใช้ชีวิตในประเทศไทย ส่วนกลุ่มที่ไม่มีความอ่อนไหวในประเด็นความปลอดภัย เช่น ยุโรป อินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีความกังวลในประเด็นนี้ แต่ประเทศไทยก็ไม่ควรละเลย

    ภาพประกอบแสดงถึงความเปราะบางของภาคท่องเที่ยวไทยจากปัญหาความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน 4
     


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-tourism-chinese-tourist-safety/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z3JcJVzBlAMI0aeJg53gd

  • ​“ดร.ยงยุทธ” เปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ปี 69

    ​“ดร.ยงยุทธ” เปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ปี 69

    ​“ดร.ยงยุทธ” เปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ปี 69 ชูยุทธศาสตร์ดึงอัตลักษณ์ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 13 หมู่บ้าน

    อดีตประธานรัฐสภา “ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช” เป็นประธานเปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ ประจำปี 2569 ด้านผู้นำชุมชนตำบลแม่กรณ์ผนึกกำลังโชว์ศักยภาพ 13 หมู่บ้าน เน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม หวังแก้จน-ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้านอย่างยั่งยืน

    ​เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 69 ณ บริเวณลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ บ้านปางป่าอ้อ ม.11 ต.แม่กรณ์ จ.เชียงราย ได้มีการจัดพิธีเปิด “เทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ ประจำปี 2569” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอิทธิพล สลีสองสม (เลขาเอ็ม) หัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    ​นายนพดล จันทรฝ่าย ผู้ใหญ่บ้านปางมุ้ง ในฐานะผู้รักษาการแทนกำนันตำบลแม่กรณ์ ได้กล่าวต้อนรับคณะประธาน โดยระบุว่า ตำบลแม่กรณ์เป็นพื้นที่ที่มีความรุดหน้าทางธรรมชาติสูง มีน้ำตกและแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ประกอบด้วย 13 หมู่บ้านที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ที่หลากหลาย อาทิ หมู่บ้านแม่กรณ์, หนองเขียว, แม่สาด, เมืองรวง, เวียงหวาย, สวนดอก, ป่าสักทอง, ฝั่งหมิ่น, บ้านใหม่, ปางมุ้ง, ปางกอก, ปางริมกรณ์ และปางป่าอ้อ ซึ่งพร้อมใจกันเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน

    ​ด้าน นางภัทรศรินทร์ มารดา ผู้ใหญ่บ้านปางป่าอ้อ หมู่ที่ 11 ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการจัดงาน ได้แถลงถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานในครั้งนี้ว่า มุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ คือ ​การยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและลดปัญหาความยากจนในชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้ฐานราบ บริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่นโดยคนในพื้นที่ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน ​พัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ เสริมสร้างทักษะการบริการและการบริหารจัดการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

    ​การจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ในปีนี้ ถูกจับตามองว่าเป็นโมเดลสำคัญในการดึงเอาต้นทุนทางธรรมชาติมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและกระจายรายได้สู่ครัวเรือนอย่างแท้จริง

    นายอิทธิพล สลีสองสม หรือ เลขาเอ็ม กล่าวว่า วันนี้เป็นพิธีเปิดเทศกาลท่องเที่ยวน้ำตกขุนกรณ์ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ตั้งใจที่จะผลักดันที่ท่องเที่ยวตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก พี่น้องชาวบ้านก็มีรายได้กินดีอยู่ดี โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในการสร้างรายได้ ปีนี้เราก็ยกระดับการท่องเที่ยวเพิ่มคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน สินค้าที่นำมาจำหน่าย มีคณะกรรมการมาคอยตรวจสอบคุณภาพและราคา ตลอดจนดูในรักษาความปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ กรมอุทยาน รวมถึงกรมทางหลวง ได้มาร่วมบูรณาการในการดูแลนักท่องเที่ยว ก็อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้มาเที่ยวกันที่แพริมน้ำบ้านปางป่าอ้อ ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย

    ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช กล่าวว่า วันนี้ได้มีการเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านปางป่าอ้อ ซึ่งเรามีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นล่าหู่ ลีซู ไทยใหญ่ และอีกหลายชนเผ่า ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจในการที่จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวนี้ให้เป็นจุดขาย โดยปีนี้ตนก็ได้มอบหมายให้เลขาเอ็มมาช่วยประสานงานกับทางผู้นำในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมในการจัดงาน ที่ตรงจุดนี้มีธรรมชาติสวยงาม มีร้านค้าชุมชนบริเวณริมทาง โดยเราจะมีการจัดเก็บขยะไม่ให้ถูกทิ้งลงไปในแม่น้ำ สามารถเป็นที่ท่องเที่ยวคลายร้อน พักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของน้ำตกขุนกรณ์ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวที่บ้านปางป่าอ้อ ซึ่งนอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติแล้ว ก็ยังมีประเพณีวัฒนธรรมชนเผ่า ถือเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนอีกแห่งของ จ.เชียงราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/chiangrai/3871398/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3upwSUoEFAKsBjXgy5POYW

  • มท. เปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569

    มท. เปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569

    การเมือง

    มท. เปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569

    วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ มท. เปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ณ จุดผ่อนปรนการค้าอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สำหรับชาวไทยและ สปป.ลาว ระหว่าง 26 ม.ค. – 3 ก.พ. 69 เวลา 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน

    เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569   นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ณ จุดผ่อนปรนการค้าอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ลงวันที่ 19 ม.ค. 69 ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อคืนวันที่ 23 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา
      
    ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สาระสำคัญของการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ฉบับดังกล่าว คือ มีการอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยและสัญชาติลาวสามารถใช้หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรผ่านแดน (Border Pass) หรือบัตรผ่านแดนชั่วคราว เป็นเอกสารเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยได้เป็นกรณีพิเศษ เฉพาะในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างเวลา 06.00 – 24.00 น. ทั้งนี้ ครอบคลุมเฉพาะบุคคลทั่วไปที่ประสงค์เดินทางเข้าร่วมงานประเพณีดังกล่าว โดยไม่รวมถึงบุคคลสัญชาติอื่น และไม่รวมถึงการนำพาหนะหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าเชิงการค้า และต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง การสาธารณสุข และการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติตามกฎหมาย
     
    “สืบเนื่องจากจังหวัดนครพนมมีกำหนดจัดงานมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นประเพณีต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยจะมีประชาชนชาวลาวเดินทางข้ามมาสักการะองค์พระธาตุพนม และประชาชนชาวไทยเดินทางข้ามไปสักการะพระธาตุศรีโคดตะบองและพระธาตุตุมภวังค์ จึงเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ (ไทย – สปป.ลาว) และเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เห็นชอบการเปิดจุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในช่วงงานมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2569 ณ จุดผ่อนปรนการค้าอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569”
     
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/463364&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tcL1mYFXmrIDNsRSXFSD-

  • เชียงใหม่ยกระดับเทศกาลการบินนานาชาติ “เชียงใหม่แอร์โชว์ 2026″

    เชียงใหม่ยกระดับเทศกาลการบินนานาชาติ “เชียงใหม่แอร์โชว์ 2026″

    เชียงใหม่ยกระดับเทศกาลการบินนานาชาติ “เชียงใหม่แอร์โชว์ 2026″ ตั้ง Cluster Aerospace ภาคเหนือ ยกระดับ MRO ศูนย์ซ่อมเครื่องบิน

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จับมือสมาคมการบินภาคเหนือ ยกระดับ งานแสดงเทศกาลการบินนานาชาติ “Chiang Mai International Airshow 2026″ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาล ยกระดับจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมการบินระดับนานาชาติ ตั้งเป้าสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าตั้ง Cluster Aerospace-Aviation ภาคเหนือ ขับเคลื่อนจัดตั้งศูนย์ซ่อม บำรุงอากาศยาน เดินหน้าผลักดันจัดตั้งสถาบันพัฒนาทักษะแรงงาน ด้านการซ่อมบำรุงอากาศ ยาน (Aircraft Maintenance Skills Development Institute : AMSDI) ภาคเหนือ เพื่อ รองรับการเป็นศูนย์กลาง

    เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 นายสันติ ป่าหวาย ผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พันจ่าเอกวิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัด อบจ.เชียงใหม่ นายดำรงค์ องอาจ นายกสมาคมการบินภาคเหนือ และนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันเสวนาโครงการสัมมนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอากาศยาน (Aviation Tourism) และการสร้างคลัสเตอร์การบินทั่วไป Northern Thailand Aviation Cluster เชื่อมโยง ในระดับภูมิภาคและเชื่อมโยงประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน GMS Aviation Tourism Cluster 2026 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

    ดร.มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ อุปนายกสมาคมการบินภาคเหนือ กล่าวว่า การจัดงาน Chiang Mai International AIRSHOW Festival 2026 ครั้งที่ 5 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2569 จังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดให้ อยู่ในปฏิทิน 12 เดือน 12 เทศกาล ซึ่งจะเป็นเทศกาลสำคัญที่ช่วย ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด สร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจ และเป็นเทศกาล ระดับนานาชาติที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นกิจกรรมใน การกระตุ้นภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ผ่านยุทธศาสตร์การ ท่องเที่ยวเชิงอากาศยาน (Aviation Tourism) เพื่อจะได้ต่อยอดในระดับชาติและนานาชาติใน อนาคต สร้างรายได้หมุนเวียนสำหรับชุมชน และภาคการค้าการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีผู้ร่วม ชมงานไม่น้อยกว่า 20,000 คนสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

    โดยการจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นที่ สนามบินเล็กเชียงใหม่แอร์สปอร์ต บ้านบวกค้าง ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะการแสดงการบินของการบินส่วนบุคคล (General Aviation) ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วม มากกว่า 40 อากาศยาน ที่จะมาแสดงการบินสาธิตให้กับผู้เข้า ชมโดยไม่มีค่าเข้าชม สอจากนั้นภายในงานทั้ง 3 วันจะมีนิทรรศการการบิน การออกบูธ-Pavillion ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการบิน สถาบันการศึกษา และสายการบิน เทศกาลอาหาร ในพื้นที่ รวมถึงการจัด แสดงบอลลูน การบินของกลุ่มร่มบินภาคเหนือ เครื่องบินเจ็ทบังคับ เป็นต้น

    นายอาคม สุวรรณกันธา เลขาธิการสมาคมการบินภาคเหนือ กล่าวเสริมว่า ภายใต้งานนี้ยังมี การจัดสัมมนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอากาศยาน (Aviation Tourism) และการสร้างคลัสเตอร์การ บินทั่วไป Northern Thailand Aviation Cluster เชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและเชื่อมโยงประเทศใน กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน GMS Aviation Tourism Cluster 2026 ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว โดยจะมีการบรรยายพิเศษ “แนวทางการส่งเสริม อุตสาหกรรมการบินทั่วไปเพื่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาคเหนือ” โดยมีวิทยากรจาก การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สภา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

    การเสวนาหัวข้อ โอกาสการท่องเที่ยวเชิงอากาศยาน (Aviation Tourism) ในพื้นที่อนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน และการสร้าง Northern Thailand Aviation Cluster โดย พลอากาศเอก พิบูลย์ วรวรรณปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด นพ.กรพรหม แสงอร่าม CEO Airamb Air Chartered นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ รักษาการ รองกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานมาตรฐานท่าอากาศยานและการบิน) การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และนายอาคม สุวรรณกันธา เลขาธิการสมาคมการบินภาคเหนือ รวมถึง การประชุมเชิงปฏิบัติการ และแนวทางการจัดตั้ง Northern Thailand Aviation Cluster ในอนาคต และการสร้างเครือข่าย นักบินและสนามบินขนาดเล็กทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงอากาศยานในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำโขงและอาเซียน

    เป้าหมายในอนาคต สมาคมการบินภาคเหนือ มีแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่ ก้าวสู่ศูนย์กลางการบินทั่วไป (General Aviation) โดยเฉพาะศูนย์ซ่อมบำรุง รวมถึงการเป็นเมืองการ บินในอนาคต นอกจากจะสร้างการจ้างงาน ยกระดับรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ ก็จะเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวให้ผู้รักการบินได้มาเรียนรู้พัฒนาการ เทคโนโลยี ด้านการบิน และประวัติศาสตร์การบินของ จังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือต่อไป ซึ่งในปีนี้จะได้มีแผนความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน นานาชาติเชียงแสน และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จัดตั้ง สถาบันพัฒนาทักษะแรงงาน ด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อเป็นการยกระดับแรงงานฝีมือรายได้ สูงในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคสังคม จะสร้างเครือข่ายด้านธุรกิจการบินในพื้นที่เพื่อเป็น Cluster การบินภาคเหนือในอนาคต ใน การจัดกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3871317/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_hn3Uobwg4n2PmoAbLziv

  • รวบชาวอิสราเอล ปาร์ตี้ยาเสพติด บนเกาะพะงัน

    รวบชาวอิสราเอล ปาร์ตี้ยาเสพติด บนเกาะพะงัน

    วันนี้ (24 ม.ค.2569) ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เข้าแสดงตัวตรวจค้นวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับแจ้งว่ามีการจัดปาร์ตี้เสียงดัง และมีชาวต่างชาติเข้า-ออกผิดปกติตลอดทั้งวัน

    ขณะเข้าตรวจสอบ พบชายชาวอิสราเอล 4 คน อายุระหว่าง 27-29 ปี ภายในห้องพบเศษผงสีขาวกระจายตามโต๊ะ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยึดของกลางยาเสพติดหลายรายการ เช่น โคเคน และยาอี รวมทั้งยาเสพติดชนิดใหม่ที่เรียกว่า “ลาบูบู้” ซึ่งมีลักษณะอัดเม็ด สีฟ้า รูปการ์ตูน อาร์ตทอย ซึ่งยาเสพติดประเภทนี้ มีส่วนผสมยาหลายชนิด ในความเข้มข้นสูง ส่งผลทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิตได้ทันที

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนวีซ่าเพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

    ด้าน พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เน้นย้ำนโยบาย กวดขันอาชญากรรมในแหล่งท่องเที่ยว โดยสนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีในพื้นที่เกาะพะงัน ยกระดับการท่องเที่ยว และความปลอดภัยแบบเป็นรูปธรรมที่ยั่งยืน

    รวบชาวอิสราเอล ปาร์ตี้ยาเสพติด บนเกาะพะงัน

    ตร.รวบหญิงอังกฤษวัย 40 ปี เปิดสอน “โยคะเซ็กซ์” บนเกาะพะงัน

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบ 2 ชาวอาเซอร์ไบจาน ลอบทำงาน “ช่างไฟฟ้า” แย่งอาชีพคนไทย

    ชุดเฉพาะกิจฯ ตรวจค้นเป้าหมายเข้าข่าย “ธุรกิจนอมินี” เกาะพะงัน

    จับต่างชาติทำผิด กม. เปิดโรงแรมไม่มีใบอนุญาตบนเกาะพะงัน

    บุกจับต่างชาติทำธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหารผิดกฎหมายบนเกาะพะงัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/501388&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A5fedhcjXLFpmE8xbMk6S

  • ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ‘ททท.’ ยกทัพผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยร่วมงาน FITUR 2026 เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพสเปนและละตินอเมริกา ด้วยแนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ มุ่งสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวสเปน 2.5 แสนคน ภายในปี 2569

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพสเปนและละตินอเมริกา หนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยนำทัพผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย 26 ราย เข้าร่วมงาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Feria de Madrid กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงวัฒนธรรมของไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience) แก่นักท่องเที่ยวตลาดสเปนและละตินอเมริกา มุ่งสู่เป้าหมาย New High Record นักท่องเที่ยวสเปนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย 250,000 คนภายในปี 2569

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดสเปนถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีศักยภาพในการเติบโต ททท. จึงมุ่งทำตลาดเชิงรุกเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่ม Quality Leisure ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทยสู่ตลาดสเปน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวกลุ่ม Health and Wellness และเชิงวัฒนธรรม โดยนำเสนอภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อเชิญชวนนักเดินทางทุกคนมาร่วมค้นหานิยามใหม่ของ “ความหรูหรา” ซึ่งไม่ได้วัดจากราคา แต่คือช่วงเวลาของประสบการณ์อันล้ำค่าในการท่องเที่ยวประเทศไทย

    ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์ว่าการเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ในครั้งนี้จะมีจำนวนนัดหมายในการเจรจาธุรกิจรวมไม่น้อยกว่า 780 นัดหมาย สามารถสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวได้มากกว่า 745 ล้านบาท

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    งาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) เป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรสเปน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยครั้งนี้นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 46 ในส่วนของประเทศไทย ททท. เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมงานในฐานะผู้ขาย (Sellers) เพื่อพบปะเจรจาธุรกิจกับตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ (Buyers) โดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่เข้าร่วมงานในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 26 ราย จาก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ภูเก็ต และ กระบี่ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต จำนวน 12 ราย DMCs จำนวน 13 ราย และ สายการบิน จำนวน 1 ราย

    ภายในคูหาประเทศไทยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยจัดกิจกรรมสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสอาหารไทย ได้แก่ สาธิตการทำค็อกเทลเมี่ยงคำและค็อกเทลสมุนไพรไทย ซึ่งทำมาจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ให้คุณประโยชน์และเป็นตัวอย่างของสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้รับชม ได้แก่ การแสดงมโนราห์ภาคใต้ การแสดงฟ้อนอีสาน การแสดงระบำไก่ชน พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้จัดแสดง“ชุดไทยพระราชนิยม” และการแสดงโขนฉบับย่อ ซึ่งพระองค์ทรงฟื้นฟูให้กลับมามีความรุ่งเรืองอีกครั้ง เพื่อนำเสนอเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวโลก รวมทั้งเชิญชวนและสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายและประทับใจอย่างไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience)

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ในการเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ครั้งนี้ ททท. ยังได้กำหนดจัดงาน Amazing Thailand Networking Lunch โดยเชิญสื่อมวลชนจากตลาดสเปนและละตินอเมริกา (Spanish-speaking countries) เข้าร่วมฟังแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 สำหรับตลาดสเปนและละตินอเมริกา อีกทั้งได้มีการเชิญ Influencer ชื่อดังชาวสเปน Mrs. Carla Royo-Villanova ร่วมถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อให้เกิดการพบปะเครือข่ายพันธมิตรทั้งสื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ ส่งผลให้เกิดการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและหารือการทำงานเชิงรุกร่วมกันในอนาคต อาทิ การผลักดันให้มีการเพิ่มเที่ยวบินจากราชอาณาจักรสเปนสู่ประเทศไทยมากขึ้น เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการบรรลุเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวสเปนที่ ททท. กำหนด

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวสเปนถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพของภูมิภาคยุโรป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยมาเติมเต็มดีมานด์ช่วงโลว์ซีซั่นของประเทศไทยได้ โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวจากราชอาณาจักรสเปนเดินทางมายังประเทศไทย จำนวน 216,249 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.11 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 13,778 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติ New High Record ของนักท่องเที่ยวสเปนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ทางด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยวมีจำนวนวันพักเฉลี่ย 16 คืน และค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 63,717 บาท/คน/ทริป ส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมผนวกกับการท่องเที่ยวชายทะเล โดยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสเปน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ และสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน) ตามลำดับ

    ทั้งนี้ ททท. พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวสเปนเดินทางเข้าประเทศไทย 250,000 คน ในปี 2569

    ททท. ยกทัพท่องเที่ยวไทย บุกเทรดโชว์ FITUR 2026 เจาะตลาดสเปน-ละตินอเมริกา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1218053&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kvpDAJoQ6uCbvNJ28kkjL

  • สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

    ภูมิภาค

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

    วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 24 ม.ค.69 ที่บริวณหน้าหอนาฬิกาหัวหิน จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีปล่อยขบวนแข่งขันแรลลี่การกุศลของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ภายใต้ชื่อ “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-25 ม.ค.69 โดยมี นางสาวบุษบา โชคสุชาติ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน 80 คัน ให้การต้อนรับ

    นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบ 27 ปีของสมาคมฯ จึงได้จัดกิจกรรมแรลลี่การกุศลขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง หัวหิน–เพชรบุรี–ราชบุรี–กาญจนบุรี พร้อมทั้งนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปใช้ในกิจกรรมเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ในท้องถิ่น กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงเป็นโอกาสในการศึกษาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของ จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปต่อยอดการทำตลาดและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันในอนาคต

    “นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมงาน “Art Music & Wellness Festival” ที่ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี จัดขึ้น เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผสานศิลปะและดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและมิตรภาพ การจัด “แรลลี่ปักหมุดเที่ยว” ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงต้นปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯและจังหวัดใกล้เคียงอย่างยั่งยืน.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/463384&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cdCY3-OVyiUItajYT9DrY