Category: ท่องเที่ยว

  • ปลัดท่องเที่ยวฯสั่งดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดงหลังฟีเวอร์ตามรอย “ลิซ่า” ดันยอดเที่ยวพุ่ง | เดลินิวส์

    ปลัดท่องเที่ยวฯสั่งดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดงหลังฟีเวอร์ตามรอย “ลิซ่า” ดันยอดเที่ยวพุ่ง | เดลินิวส์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจากภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆตามรอย Lisa ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่คึกคักอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และสะท้อนพลัง เสน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมั่นใจ ได้สั่งการ ให้เข้มงวดด้านความปลอดภัย คนขับเรือ มาตรฐานเรือชนิดต่างๆ การบริหารจัดการเพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องรอนาน และดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลบัวแดงอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

    น.ส.นัทรียา  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยัง ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว กำกับดูแลผู้ประกอบการและการให้บริการด้านต่าง ๆ ไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้าและบริการแก่ นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่

    ขณะเดียวกัน ได้ให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (กมก.) จัดส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ลงพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และรับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลในภาพรวม

    น.ส.นัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

    “การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการจัดระบบตรวจคนเข้าเมืองที่มีความหนาแน่น ซึ่งได้พูดคุยกับ APT และ สตม เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วย “ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    สำหรับทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดอกบัวบานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน และกำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5534438/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S_DEIq4Rm3vMzQUmq4L0w

  • ก.ท่องเที่ยวสั่งบูรณาการดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดงหลังตามรอย”ลิซ่า”ดันยอดเที่ยวพุ่ง : อินโฟเควสท์

    ก.ท่องเที่ยวสั่งบูรณาการดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดงหลังตามรอย”ลิซ่า”ดันยอดเที่ยวพุ่ง : อินโฟเควสท์

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจากภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆตามรอย Lisa ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่คึกคักอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และสะท้อนพลัง เสหน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมั่นใจ ได้สั่งการ ให้เข้มงวดด้านความปลอดภัย คนขับเรือ มาตรฐานเรือชนิดต่างๆ การบริหารจัดการเพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องรอนาน และดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลบัวแดงอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว กำกับดูแลผู้ประกอบการและการให้บริการด้านต่าง ๆ ไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้าและบริการแก่ นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่

    ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (กมก.) จัดส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ลงพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และรับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลในภาพรวม

    นางสาวนัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

    “การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการจัดระบบตรวจคนเข้าเมืองที่มีความหนาแน่น ซึ่งได้พูดคุยกับ APT และ สตม เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วย ” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    สำหรับทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดอกบัวบานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน และกำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมต่อไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/563833&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pqNJ30Cwe3aT3bRD_0BCR

  • ก.ท่องเที่ยวสั่งบูรณาการดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดงหลังตามรอย”ลิซ่า”ดันยอดเที่ยวพุ่ง

    ก.ท่องเที่ยวสั่งบูรณาการดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดงหลังตามรอย”ลิซ่า”ดันยอดเที่ยวพุ่ง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ม.ค. 69)

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจากภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆตามรอย Lisa ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่คึกคักอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และสะท้อนพลัง เสหน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมั่นใจ ได้สั่งการ ให้เข้มงวดด้านความปลอดภัย คนขับเรือ มาตรฐานเรือชนิดต่างๆ การบริหารจัดการเพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องรอนาน และดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลบัวแดงอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว กำกับดูแลผู้ประกอบการและการให้บริการด้านต่าง ๆ ไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้าและบริการแก่ นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่

    ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (กมก.) จัดส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ลงพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และรับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลในภาพรวม

    นางสาวนัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

    “การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการจัดระบบตรวจคนเข้าเมืองที่มีความหนาแน่น ซึ่งได้พูดคุยกับ APT และ สตม เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วย ” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    สำหรับทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดอกบัวบานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน และกำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมต่อไป

    โดย ธนวัฏ เสือแย้ม/เสาวลักษณ์ อวยพร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRCO0IQF5BCEUW5D96VRQ5MTK994R77H&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yakVNJsR32kxV6Wjg9ZKN

  • ‘พัคโบกอม’ สวมบททูตท่องเที่ยวเกาหลีอ้อนแฟนไทย แจกลายแทงเที่ยวโซล-ปูซานจัดเต็ม! | เดลินิวส์

    ‘พัคโบกอม’ สวมบททูตท่องเที่ยวเกาหลีอ้อนแฟนไทย แจกลายแทงเที่ยวโซล-ปูซานจัดเต็ม! | เดลินิวส์

    สมมงทูตท่องเที่ยวเกาหลีจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มรอยยิ้มละลายใจ “พัคโบกอม” มาเขย่าหัวใจแฟนคลับชาวไทยกิจกรรมสุดพิเศษ Korea Tourism Showcase 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31 (TITF 31) ณ Korea Tourism Pavilion งานนี้ไม่ได้มาแค่ความหล่อ แต่ขนเอาลายแทงเที่ยวแดนกิมจิฉบับเอ็กซ์คลูซีฟมาป้ายยาชุดใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “Korea Welcomes You” ทำเอา Korea Pavilion แทบแตกด้วยพลังรักของแฟนคลับ

    งานนี้หนุ่ม “พัคโบกอม” ปรากฏตัวในฐานะทูตการท่องเที่ยวเกาหลี เปิดใจสุดตื่นเต้นที่ได้แลนดิ้งไทยเป็นครั้งแรกของปี 2026 พร้อมหยอดคำหวานขอบคุณพลังรักจากงานแฟนมีตติ้ง “Be With You” เมื่อปีก่อน โดยเจ้าตัวแนะพิกัดเด็ดให้แฟนๆ ตามรอยไปที่ย่าน “จงโน” ศูนย์รวมประวัติศาสตร์และพระราชวัง หรือใครสายชิลล์ต้องไปเดินเล่นที่ “ฮันยางโดซอง” สัมผัสธรรมชาติควบประวัติศาสตร์ ย้ำชัดไปช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วงคือที่สุด

    ที่สำคัญโบกอมยังแชร์ทริคที่คนไทยต้องรู้คือเกาหลี “ไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิป” และถ้าอยากแสดงความจริงใจให้พูดว่า “โคมับซึมนิดา โตโอลเกโย” (ขอบคุณครับ แล้วจะกลับมาใหม่) ส่วนเมนูต้องโดนคือ “คัลบิทัง” และอย่าลืมซื้อสาหร่าย-โสมแดง กลับมาเป็นของฝาก

    สีสันยังไม่หมดแค่นั้น เพราะหนุ่มๆ วง “DICE” มาร่วมแชร์ความจึ้งจากรายการ “DICE in Busan” ยันชัดปูซานไม่ได้มีดีแค่ทะเลพร้อมชวนเหล่าอาร์มี่ไปเช็กอินหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน ถ่ายรูปคู่เจ้าชายน้อยและภาพวาด “จองกุก-จีมิน” ส่วนเรื่องกินจัดเต็มทั้งบะหมี่เย็น, ปลาหมึกดิบ และไก่ทอดเกาหลีที่กินคู่กับกิมจิกรอบๆ

    บรรยากาศทวีความสนุกสนานด้วยสองพิธีกรสุดฮอต “เป็นต่อ จีรภัทร” และ “Bangkokboy” ที่มาช่วยตบมุก รับส่งอารมณ์กับเหล่าศิลปินและผู้ชมอย่างเป็นกันเอง ทำให้ Korea Pavilion เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดทั้งวัน ถือเป็นการปิดฉากงาน Showcase ที่สร้างความประทับใจและเชื่อมสัมพันธ์ไทย-เกาหลีผ่านเรื่องราวการท่องเที่ยวที่จริงใจที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5533268/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cdE9Ol9eKrnxSPgBd7CPy

  • ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลุยช่วยหาเสียงบ้านเกิดทักษิณขอแรงหนุนทวงเก้าอี้คืน  

    ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลุยช่วยหาเสียงบ้านเกิดทักษิณขอแรงหนุนทวงเก้าอี้คืน  

    “อุ๊งอิ๊ง”แพทองธาร ยังลุยช่วยผู้สมัครเพื่อไทยเขต 3 เชียงใหม่ บ้านเกิดบิดา”ทักษิณ” ขอแรงหนุนทวงเก้าอี้คืนร่วมพูดคุยหารือประเด็นการท่องเที่ยวและเดินทักทางผู้ประกอบการประชาชนและนักท่องเที่ยว “แม่กำปอง” ต้อนรับอบอุ่น

    25 ม.ค.  2569 – – นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทยยังลุยช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงในพื้นที่เชียงใหม่บ้านเกิดของครอบครัวหลังลงพื้นที่เขต 1 ในตัวเมืองก็มุ่งตรงสู่เขต 3 บ้านเกิดของบิดาและครอบครัว “ชินวัตร” อ.สันกำแพงและแม่ออน โดยได้มีการประชุมพูดคุยรับฟังข้อเสนอกับกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชาวบ้านที่แม่กำปอง แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อด้วยเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมาและมีกำหนดลุยขอเสียงสนับสนุนต่อในวันนี้(25 ม.ค.) ภายใต้การกิจปิ๊กบ้านเฮา จะลงพื้นที่มาพบปะพี่น้องชาวเชียงใหม่ที่กาดหลวงหรือตลาดวโรรส แหล่งสินค้าของฝากย่านธุรกิจเก่าแก่ของเมืองและจุดต่างไปก่อนปิดท้ายย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่กาดหลัง มช. โดยระหว่างลงพื้นที่มีเสียงตอบรับให้อย่างอบอุ่น ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างให้กำลังใจขอถ่ายรูปทางทีมผู้ช่วยหาเสียงและคณะต่างอ้อนขอคะแนนเพื่อสนับสนุนขอเก้าอี้ สส.กลับมาให้พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากเสียที่นั่งให้กับพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2566 ขณะนั้นไปถึง 7 เขต รวมทั้งพื้นที่เขต 3 บ้านเกิดของบิดาด้วย

    ทั้งนี้นางสาวแพทองธารได้ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียตนเองว่า ลงพื้นที่หมู่บ้านแม่กำปอง กับ พี่ท็อป จักรพล ตั้งสุทธิธรรม เจ้า หมู่บ้านแม่กำปองกับการพัฒนาชุมชนเชิงอนุรักษ์ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเคารพวิถีชุมชนและอย่างยั่งยืนค่ะ สิ่งที่พี่ท็อป อยากผลักดันต่อ คือการต่อยอด OTOP ร่วมกันไปกับการยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้สินค้ามีคุณภาพขึ้น สวยงามขึ้น ทำตลาดได้มากขึ้น และขายได้ในราคาที่สูงขึ้น ชาวบ้านได้ Upskill Reskill พัฒนาทักษะในทุกระดับ ทำให้แม่กำปองเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ทุกๆ คนอยากมาท่องเที่ยวกันค่ะ 

    เชียงใหม่เขต 3 ฝากพี่ท็อป เบอร์ 8 ไว้ในอ้อมใจเจ้า พร้อมติดแฮชแท็ก

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/936555/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OZlgxLjXXmAVEkhoPdf1X

  • เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” 3 ภาษาไกด์ส่วนตัวพาเที่ยว

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” 3 ภาษาไกด์ส่วนตัวพาเที่ยว

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” 3 ภาษาไกด์ส่วนตัวพาเที่ยว

    ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวไทย เมื่อคณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระพรหมวัชรเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราราม มอบหมายให้พระเดชพระคุณ พระวชิรรัตนาภรณ์ ดร. เลขานุการวัด เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างแอปพลิเคชัน “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” เพื่อยกระดับการเยี่ยมชมโบราณสถานให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น 

    ล่าสุดแอปพลิเคชัน “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” เปิดให้บริการในระบบภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้สามารถชื่นชมความสวยงามของวัดอรุณฯ ได้ผ่านระบบเสมือนจริง 360 องศา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้งานได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะเดินทางมาสแกน QR Code เพื่อนำทางภายในวัด หรือจะรับชมจากที่บ้านผ่านสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้สะดวกสบาย 

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    โดยแอปพลิเคชัน “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” กำหนดให้มี 3 ภาษาคือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก สามารถเข้าถึงและเข้าใจประวัติการสร้างของโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆภายในพระอารามได้โดยละเอียด ปัจจุบันระบบพร้อมให้บริการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาจีนกำลังอยู่ในขั้นตอนเร่งพัฒนาให้แล้วเสร็จในเร็ววันนี้
     

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    สำหรับความสำเร็จของระบบภาษาอังกฤษนี้ เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคณะทำงาน นำโดยอาจารย์ณัฐกาญจน์ ทรัพย์โภค ผู้ประสานงาน และนายนิธิศ สมีเพ็ชร นิสิตชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นผู้ให้เสียงบรรยายภาษาอังกฤษ พร้อมทีมสนับสนุนอย่างนางสาวลลิตวดี ทรัพย์โภค และนางสาวพสธร กมลนาวิน ที่ร่วมกันผลักดันให้แอปพลิเคชันนี้สมบูรณ์พร้อม เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างยั่งยืน

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    เที่ยววัดอรุณฯ ง่ายกว่าเดิม เปิดตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/612671&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nPvcIoyeEAKA–U-MuPgS

  • สัมผัสมาเก๊ามุมใหม่ใน TITF 2026 ชูไลฟ์สไตล์และเมืองอัจฉริยะสุดล้ำ

    สัมผัสมาเก๊ามุมใหม่ใน TITF 2026 ชูไลฟ์สไตล์และเมืองอัจฉริยะสุดล้ำ

    มาเก๊าเปิดตัวในงาน TITF 2026 ชวนสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ใหม่ พร้อมความสะดวกด้วยการจ่ายเงินดิจิทัลผ่าน TrueMoney ตอบโจทย์เมืองอัจฉริยะเพื่อคนไทยทุกคน

    การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย เตรียมเปิดตัว “Macao Pavilion” อย่างยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Travel Fair 2026 (TITF #31) ระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

    โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ผสมผสาน ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย วัฒนธรรมท้องถิ่น และเทคโนโลยีการเดินทางที่สะดวกสบาย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
     

    สัมผัสมาเก๊ามุมใหม่ใน TITF 2026 ชูไลฟ์สไตล์และเมืองอัจฉริยะสุดล้ำ

    เจาะลึกไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมการท่องเที่ยวท้องถิ่น มาเก๊านำเสนอสีสันใหม่ของการเดินทางผ่านย่านท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ย่าน ZAPE / NAPE, ย่าน Three Lamps District และ Northern District 

    สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และเสน่ห์ท้องถิ่นที่แตกต่างจากที่เคยสัมผัส นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอาหารผ่านโซน Taste of Macao Café ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูเอกลักษณ์อย่าง ทาร์ตไข่มาเก๊าและชานม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้มาเก๊ากลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวทุกเจเนอเรชัน สัมผัสมาเก๊ามุมใหม่ใน TITF 2026 ชูไลฟ์สไตล์และเมืองอัจฉริยะสุดล้ำ

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ ไฮไลต์สำคัญของการท่องเที่ยวมาเก๊าในปีนี้

    คือการมุ่งเน้น ความสะดวกสบายในรูปแบบดิจิทัล (Smart City) โดยได้ผนึกกำลังกับ TrueMoney พาร์ตเนอร์หลักเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการ ชำระเงินดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ ความร่วมมือนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวและได้รับสิทธิพิเศษที่มากขึ้นในปี 2569

    สัมผัสมาเก๊ามุมใหม่ใน TITF 2026 ชูไลฟ์สไตล์และเมืองอัจฉริยะสุดล้ำ

    ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายผ่านเทคโนโลยีการเงินที่ทันสมัย

    ดีลพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ ภายใน Pavilion ยังรวบรวมพันธมิตรทางการท่องเที่ยวระดับโลก อาทิ

    Air Macau, Galaxy Macau Integrated Resort, MGM, SJM Resorts และ Chimelong Resort ที่มาร่วมนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวและโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมกิจกรรมสนุกสนานอย่าง Lucky Spin และการปรากฏตัวของมาสคอต “น้องมากมาก” ที่จะมาสร้างสีสันให้กับการสัมผัสประสบการณ์มาเก๊ามุมใหม่ในครั้งนี้

    สัมผัสมาเก๊ามุมใหม่ใน TITF 2026 ชูไลฟ์สไตล์และเมืองอัจฉริยะสุดล้ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/736986&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28lT5kRM34HH_s_ZV20fME

  • ‘พรรครักชาติ’ สวมชุด ‘บ่าบ๋า’ ลุยเมืองเก่าภูเก็ต อนุรักษ์วัฒนธรรม-ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ‘พรรครักชาติ’ สวมชุด ‘บ่าบ๋า’ ลุยเมืองเก่าภูเก็ต อนุรักษ์วัฒนธรรม-ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    วันที่ 24 ม.ค. 69 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนระหว่างหาเสียง ตลาดเช้า ที่ จ.ภูเก็ต 

    พร้อมด้วยทีมพรรครักชาติ (เบอร์ 35) อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6), นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9) และนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค โดยสวมชุด “บ่าบ๋า” ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ตและกลุ่มเพอรานากัน เพื่อลงพื้นที่ย่านเมืองเก่า (Phuket Old Town) พบปะพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว

    ซึ่งการแต่งกายของทีมพรรครักชาติครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสีสัน แต่เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจของพรรคที่จะ “อนุรักษ์วัฒนธรรม” และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจภูเก็ต โดยทีมพรรครักชาติ ได้เดินเท้าไปตามถนนถลางและซอยรมณีย์ ท่ามกลางตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีส บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ต่างโบกมือทักทาย ให้การต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับทีมงานในชุดบ่าบ๋าอย่างไม่ขาดสาย พร้อมให้กำลังใจ “สู้ ๆ” และเข้ามารับใบปลิวนโยบายด้วยความสนใจ

    ​”วันนี้เราตั้งใจใส่ชุดบ่าบ๋ามา ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อบอกพี่น้องชาวภูเก็ตว่า พรรครักชาติเข้าใจและภูมิใจในรากเหง้าของที่นี่ เราพร้อมที่จะผลักดันภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ยังคงเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์” นายเจษฎ์ กล่าว

    ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นการปรับกลยุทธ์การหาเสียงเชิงสร้างสรรค์ ที่นอกจากจะเน้นขายนโยบายแล้ว ยังเน้นการเข้าถึงใจคนในท้องถิ่นผ่านวัฒนธรรม หรือ Soft Power ของจังหวัดอีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5531756/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mMZu47oNNSvfqJXkROkmN

  •  ทำไม ชาวต่างชาติถึงชอบอยู่อาศัยในไทย ทำเลไหนยอดนิยมที่สุด

     ทำไม ชาวต่างชาติถึงชอบอยู่อาศัยในไทย ทำเลไหนยอดนิยมที่สุด

     ทำไม ชาวต่างชาติถึงชอบอยู่อาศัยในไทย ทำเลไหนยอดนิยมที่สุด

    ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกปั่นป่วน หลายประเทศประสบปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเมืองร้อนแรงมีการสู้รบ รวมถึงสภาพอากาศไม่อำนวยในบางช่วงโดยเฉพาะฤดูที่หนาวเหน็บ ความรุนแรงของภัยพิบัติ แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว แม้จะเป็นประเทศเล็กในสายตา ประเทศมหาอำนาจแต่มีชัยภูมิที่ดีเยี่ยมโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาสำคัญที่คอยกำบังให้รอดปลอดภัยจากพายุใหญ่

    ที่สำคัญยัง ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรอินโดจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีตำแหน่งเป็นศูนย์กลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ของอาเซียน ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างภาคพื้นทวีปและคาบสมุทรทางทะเล มีพรมแดนติดกับเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการคมนาคมขนส่ง การค้า และโลจิสติกส์ในภูมิภาค ที่เหมาะทั้งการลงทุน การเชื่อมโยงการค้าการลงทุนทั้งบก น้ำ อากาศ รวมถึงระบบรางที่มีการขยายเส้นทางออกไปในหลายจังหวัดภูมิภาค และเชื่อต่อประเทศเพื่อนบ้าน  

    ขณะเดียวกันประเทศไทยมีความพร้อมทางด้านระบบความปลอดภัย ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ สนามบินขนาดใหญ่  ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า โครงข่ายถนน ระบบราง เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดใกล้เคียงและจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกรวดเร็ว  

    ยิ่งกว่านั้นประเทศไทยมีอาหารอร่อย มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่น่าสนใจ อีกทั้งค่าครองชีพที่ต่ำ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจำนวนมากหลากหลาย ไม่มีความรุนแรงทางการเมือง สภาพอากาศเย็นสบายไม่มีภัยพิบัติรุนแรง เป็นต้น องค์ประกอบเหล่านี้ส่งผลให้ ชาวต่างชาติให้ความสนใจ เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกันมาก

    ต่างชาติกับทำเลอยู่อาศัยในไทย

    โดยเฉพาะ คนทำงานระยะยาว (expats), รีไทร์, ดิจิทัลโนแมด, หรือ ครอบครัวที่ย้ายมาอยู่ไทย มักเลือกอยู่อาศัยในเมืองและทำเลต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ ความสะดวกสบาย การเชื่อมต่อการเดินทาง และชุมชนต่างชาติที่เข้ากันได้ง่าย นี่คือทำเลยอดนิยมในไทยที่ต่างชาติชอบอยู่กัน

    กรุงเทพฯ – เมืองยอดนิยมที่สุดของต่างชาติ

     สุขุมวิท (Sukhumvit)

    • ย่านหลักที่ชาวต่างชาติมาอยู่เยอะที่สุดในกรุงเทพฯ
    • มีร้านอาหารนานาชาติ คาเฟ่ บาร์ ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ทำงาน
    • BTS/MRT เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับคนทำงานและดิจิทัลโนแมด 

    ทองหล่อและพร้อมพงษ์ (Thonglor & Phrom Phong)

    • ย่านหรูสำหรับคนต่างชาติ ชาวญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป
    • ชุมชนค่อนข้างเป็นสากล ร้านอาหารชั้นนำ บาร์ และโซเชียลไลฟ์สไตล์เต็มไปหมด 

    เอกมัย  (Ekkamai)

    • ใกล้กับ Thonglor แต่ราคาย่อมกว่าเล็กน้อย
    • มีร้านกาแฟ สถานที่ทำงานร่วม และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ 

    สาทร – สีลม (Sathorn – Silom)

    • โซนย่านธุรกิจ เหมาะสำหรับผู้บริหารและคนทำงาน
    • ใกล้สำนักงาน บริษัทข้ามชาติ และสถานฑูตต่าง ๆ 

    อารีย์ (Ari)

    ย่านสุดฮิปใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนพหลโยธิน (ช่วงซอยพหลโยธิน 5-7) แขวงพญาไท/สามเสนใน เขตพญาไท เดินทางสะดวกด้วย BTS อารีย์ เป็นแหล่งรวมคาเฟ่ ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ออฟฟิศสำนักงาน และที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัย ขึ้นชื่อเรื่องทำเลน่าอยู่และมีความร่มรื่น 

    • ย่านเงียบสงบ มีคาเฟ่เก๋ ๆ ตลาดท้องถิ่น และชุมชนที่อบอุ่น
    • เหมาะกับคนต่างชาติที่อยากได้ความสงบแต่ยังอยู่ใจกลางเมือง 

    อโศก  (Asok)

    • จุดเชื่อม BTS และ MRT เหมาะสำหรับคนที่อยากเดินทางสะดวกทั่วเมือง 

     บางนา -กรุงธุนบุรี (Bang Na / Krung Thonburi)

    • เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่อยากได้พื้นที่มากกว่าและราคาที่ไม่สูงเกินไป 

    ต่างจังหวัด ภูเขา-เมืองชายทะเล & เกาะ – ไลฟ์สไตล์สบาย ๆ

     เชียงใหม่ (Chiang Mai)

    • เมืองภาคเหนือมีบรรยากาศเงียบสงบ อาหารดี และชุมชน expat ที่อบอุ่น
    • ย่าน นิมมานเหมินทร์ (Nimman) มีคาเฟ่ coworking และกิจกรรมสำหรับชาวต่างชาติ 

     เกาะสมุย (Koh Samui)

    • เป็นจุดที่ดึงดูดทั้งดิจิทัลโนแมดและผู้ที่ต้องการอยู่แบบสบายริมทะเล
    • มีโรงเรียนนานาชาติ สนามบิน และบริการพื้นฐานครบ 

     ภูเก็ต (Phuket) & พัทยา (Pattaya)

    • เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งชายหาดและสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย
    • พัทยาโดยเฉพาะโซน Jomtien ก็เป็นจุดที่ชาวต่างชาติเข้าอยู่อาศัยมากขึ้น 

     หัวหิน (Hua Hin)

    • เมืองชายทะเลที่เงียบสงบและเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มรีไทร์ 

    เมืองรองที่ต่างชาติเริ่มสนใจ

    นอกเหนือจากเมืองใหญ่แล้ว ยังมีเมืองอื่น ๆ ที่ชาวต่างชาติชอบอยู่เพราะค่าครองชีพไม่สูงและวิถีชีวิตช้าลง เช่น

    • เชียงราย – วิถีชีวิตเงียบสงบ เหมาะกับผู้พักอาศัยระยะยาว 
    • ขอนแก่น / อุดรธานี – เมืองภาคอีสานที่ชุมชนอบอุ่นและราคาที่พักไม่สูง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/649795&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EkJju7aaFqbS9egCJN7B9

  • รถเมล์ไฟฟ้าเชียงรายมาแน่! กรีนบัสจัดหนักตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม ดีเดย์ ก.ค. 69 เส้นทางแม่สาย

    รถเมล์ไฟฟ้าเชียงรายมาแน่! กรีนบัสจัดหนักตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม ดีเดย์ ก.ค. 69 เส้นทางแม่สาย

    กรีนบัสรุกคืบ “รถเมล์ไฟฟ้า EV” เชียงราย–แม่สาย ดีเดย์ ก.ค. 2569 ชู “ตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม” พร้อมปั้นสถานีชาร์จ 24 ชม. หนุนเศรษฐกิจชายแดน ลดแรงกดดัน PM2.5

    เชียงราย, 24 มกราคม 2569 – หาก “ฝุ่น” คือภาษาที่เมืองเหนือถูกบังคับให้พูดทุกฤดูกาล การขยับตัวของระบบขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็น “นโยบายคุณภาพชีวิต” ที่คนเมืองสัมผัสได้จริงตั้งแต่หน้าป้ายรถเมล์ไปจนถึงรายจ่ายรายเดือนของครัวเรือน โดยล่าสุด บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ประกาศแผนยุทธศาสตร์ Green Mobility เตรียมเปิดให้บริการ รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) บนเส้นทางเศรษฐกิจ เชียงราย–แม่สาย ภายใน เดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมแนวคิด “ตั๋วเดือน” ที่ตั้งเป้าให้ ราคาเฉลี่ยต่อเที่ยวเท่ากับรถพัดลมเดิม เพื่อไม่เพิ่มภาระค่าครองชีพของคนท้องถิ่น

    ในเชิงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลกชี้ชัดว่า มลพิษอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจหลอดเลือด ซึ่งทำให้แนวคิด “ลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดในเมือง” ถูกยกขึ้นเป็นวาระในหลายประเทศ.

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ EV Bus ยังไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องตอบให้ได้ทั้ง “ความคุ้มค่า” “ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานชาร์จไฟ” และ “มาตรฐานบริการ” ที่ผู้โดยสารคาดหวังโดยเฉพาะเส้นทางชายแดนอย่างแม่สายที่พ่วงนัยเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ข้ามแดนอย่างแยกไม่ออก

    ดีเดย์ “เชียงราย–แม่สาย” เส้นทางเศรษฐกิจสู่ EV Bus เปลี่ยนรถ เปลี่ยนประสบการณ์เดินทาง

    นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท คำพรพัฒนา จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ระบุว่า บริษัทมีแผนจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า ขนาด 8 เมตร ประมาณ 20 กว่าที่นั่ง เพื่อทดแทนรถโดยสารแบบพัดลมเดิมในเส้นทาง เชียงราย–แม่สาย โดยคาดว่าจะได้รับมอบรถช่วง มิถุนายน–กรกฎาคม และเริ่มให้บริการภายใน กรกฎาคม 2569

    ประเด็นที่สะท้อน “การออกแบบบริการ” มากกว่า “การเปลี่ยนเครื่องยนต์” คือ ผู้บริหารชี้ว่า EV Bus ไม่สามารถทำเป็น “รถพัดลม” ได้ เนื่องจากช่องเก็บแบตเตอรี่จำเป็นต้องมี ระบบหล่อเย็น ส่งผลให้รถต้องติดตั้ง ระบบปรับอากาศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน ซึ่งในทางกลับกันทำให้ผู้โดยสารจะได้ใช้บริการรถที่ “ทันสมัยกว่าเดิม” โดยอัตโนมัติ

     “ตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลม” กลไกสำคัญลดแรงเสียดทานการเปลี่ยนผ่าน

    หากมองจากประสบการณ์ประเทศต่าง ๆ การเปลี่ยนระบบขนส่งให้สะอาดขึ้นมักติดกับดักเดียวกันคือ “ต้นทุนสูงขึ้นแล้วผลักไปที่ค่าโดยสาร” จนคนรายได้น้อยถูกตัดออกจากระบบ แต่กรณีนี้ กรีนแคปปิตอลเลือกวางโจทย์แบบกลับหัว ให้เทคโนโลยีใหม่ “เข้าหาคน” มากกว่าบังคับให้คน “ไล่ตามเทคโนโลยี”

    นายกฤษฏิภาชย์ระบุว่า บริษัทจะทำ ตั๋วเดือนสำหรับผู้เดินทางประจำทุกวัน และตั้งเป้าว่าเมื่อเฉลี่ยเป็นรายเที่ยวแล้ว จะมีราคาใกล้เคียงรถพัดลมเดิม เพราะ “ต้องให้บริการตรงกับความต้องการของคนจังหวัดเชียงรายเป็นหลัก”

    ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการลด “ค่าเปลี่ยนผ่าน” (Switching Cost) ของผู้ใช้บริการ ซึ่งมีผลโดยตรงต่ออัตราการยอมรับ (Adoption) หากทำได้จริง EV Bus จะไม่ใช่บริการพรีเมียมเฉพาะกลุ่ม แต่เป็น “มาตรฐานใหม่” ที่คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุเข้าถึงได้

    โครงสร้างพื้นฐานคู่ขนาน สถานีชาร์จ “Fair Super Charge” เปิด 24 ชม. ให้ประชาชนใช้ได้

    อีกหัวใจที่ขาดไม่ได้คือ “สถานีชาร์จ” เพราะต่อให้มีรถดีแค่ไหน หากชาร์จไม่สะดวกหรือค่าไฟแพงเกิน ระบบก็วิ่งไม่ยั่งยืน ผู้บริหารระบุว่า บริษัทเตรียมขยายสถานีชาร์จมายังเชียงราย โดยจะเปิดให้ รถยนต์ไฟฟ้าของประชาชนทั่วไป เข้าใช้บริการได้ ตลอด 24 ชั่วโมง คล้ายโมเดลที่ทำในจังหวัดเชียงใหม่ และคาดว่าค่าบริการจะอยู่ราว 6 บาทกว่าต่อหน่วย

    ด้านข้อมูลอัตราค่าบริการชาร์จในตลาดไทย พบว่าเครือข่ายบางรายมีการประกาศอัตราแบบแยกช่วงเวลา (On-peak/Off-peak) และแยกประเภทหัวชาร์จ ซึ่งช่วยสะท้อน “เพดานความเป็นไปได้” ของราคาที่ผู้ใช้ยอมรับ.

    นอกจากนี้ นายกฤษฏิภาชย์ให้เหตุผลเชิงต้นทุนว่า ราคาไฟฟ้าเท่ากันทั่วประเทศ ต่างจากราคาน้ำมันดีเซลที่พื้นที่ปลายทางอย่างอำเภอชายแดนอาจมีต้นทุนขนส่งสูงกว่า และมองว่าแม่สายเป็นพื้นที่ที่ราคาดีเซล “แพงมาก” เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น

    เศรษฐกิจชายแดน ท่องเที่ยว เส้นทางระยะไกล ทำไม “แม่สาย” จึงเป็นสนามจริงของ Green Mobility

    เส้นทางเชียงราย–แม่สายไม่ใช่แค่เส้นทางประจำวันของคนทำงาน แต่เป็น “เส้นเลือดเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมกิจกรรมการค้า การเดินทาง และการท่องเที่ยวชายแดน หากระบบขนส่งสาธารณะมีต้นทุนพลังงานที่เสถียรกว่าและภาพลักษณ์ที่ “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” มากกว่า ก็อาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเมืองปลายทางได้ในทางอ้อม

    ผู้บริหารยังอธิบายภาพรวมเครือข่ายว่า บริษัทมองเส้นทางในภาพ “ภาคเหนือเชื่อมภาคใต้” และยกตัวอย่างเส้นทาง เชียงราย–ภูเก็ต รวมถึงเส้นทางเชื่อมภาคอีสานตอนบน โดยระบุว่าเป็น “รูตสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เดินทางเป็นวงรอบ (ลงกรุงเทพฯ พัทยา อีสาน ขึ้นเหนือ ลงใต้ บินกลับ) และย้ำว่าหลังจากเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาที่เชียงราย

    อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ บริษัทอ้างอิงสถิติภายในว่า สัดส่วนผู้โดยสารชาวต่างชาติ เพิ่มจาก 5% ในปี 2567 เป็น 15% ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการเดินทางของต่างชาติในเส้นทางเชื่อมภูมิภาค “เริ่มยกระดับ” และต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานมากขึ้น

    ในระดับมหภาค ภาพรวมการท่องเที่ยวขาเข้าต้นปี 2569 ยังมีความผันผวน โดยมีรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวที่เผยแพร่ผ่านช่องทางหน่วยงานด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุข้อมูลเชิงสัปดาห์/สะสมช่วงต้นปี ซึ่งชี้ว่าตลาดหลักอย่างจีนยังคงมีบทบาทสูง.

    แคมเปญ “ส่วนลดร้านค้า ที่พัก” และแนวคิด “Green Park” ทำให้รถเมล์ไม่ใช่แค่รถเมล์

    แผนงานที่น่าจับตาคือ บริษัทเตรียมทำแคมเปญร่วมกับร้านค้าและที่พักในเชียงราย เพื่อมอบส่วนลดให้ผู้โดยสาร EV Bus โดยมีเป้าหมายชัดคือ “ดึงนักท่องเที่ยวให้ใช้จ่ายในพื้นที่มากขึ้น” ซึ่งหากออกแบบได้เหมาะสม จะทำให้ขนส่งสาธารณะกลายเป็น “แพลตฟอร์มการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น” ไม่ใช่เพียงบริการเดินทาง

    ขณะเดียวกัน ผู้บริหารกล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่สถานี/ศูนย์บริการให้เป็น Green Park เพื่อรองรับทั้งคนเชียงรายและผู้เดินทางจากต่างถิ่น/ต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่า “สถานีขนส่ง” อาจถูกยกระดับเป็น “ประตูเมือง” (Gateway) ที่ทำหน้าที่มากกว่าจุดรอรถ

    ปมท้าทายที่ต้องจับตา ต้นทุนลงทุน ความพร้อมไฟฟ้า มาตรฐานบริการ ความเป็นธรรม

    เพื่อให้ข่าวอยู่บนความเป็นกลางตามมาตรฐานวิชาชีพ จำเป็นต้องชี้ปัจจัยเสี่ยงและเงื่อนไขความสำเร็จควบคู่กันไป ได้แก่

    1. ต้นทุนลงทุนและการซ่อมบำรุง
      EV Bus ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูงกว่า (ตัวรถ ระบบชาร์จ การฝึกอบรมช่าง อะไหล่เฉพาะทาง) ความสำเร็จจึงผูกกับ “อัตราการใช้บริการจริง” และ “การบริหารรอบวิ่ง/รอบชาร์จ” ให้คุ้ม
    2. ความน่าเชื่อถือของบริการ (Reliability)
      ผู้โดยสารจะยอมเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเมื่อรถมา “ตรงเวลา” วิ่ง “สม่ำเสมอ” และมีแผนสำรองเมื่อระบบชาร์จหรือแบตเตอรี่มีปัญหา
    3. โครงข่ายชาร์จและราคาค่าไฟ
      แม้ผู้ประกอบการตั้งเป้าค่าบริการชาร์จราว 6 บาท/หน่วย แต่ตลาดมีความหลากหลายด้านอัตราค่าบริการตามประเภทหัวชาร์จและช่วงเวลา ดังนั้น “ต้นทุนจริงต่อกิโลเมตร” ต้องติดตามจากการปฏิบัติการจริง.
    4. ความเป็นธรรมด้านค่าโดยสารและการเข้าถึง
      แนวคิดตั๋วเดือนราคาเท่ารถพัดลมเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ต้องดูรายละเอียด เช่น เงื่อนไขการใช้งาน การครอบคลุมกลุ่มนักเรียน/ผู้สูงอายุ และความชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำใหม่
    5. ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
      ประเด็นลด PM2.5 เป็นเป้าหมายเชิงสังคมที่ใหญ่ แต่การวัดผลต้องอาศัยข้อมูลหลายมิติ ทั้งแหล่งกำเนิดฝุ่นจากการเผาในที่โล่ง/ไฟป่า/คมนาคม และข้อมูลสุขภาพประชาชน ซึ่ง WHO ย้ำว่า PM2.5 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพ.

     “รถเมล์ไฟฟ้า” คือการลงทุนในเวลาของคน และลมหายใจของเมือง

    ในภาพใหญ่ ดีเดย์ EV Bus เส้นทางเชียงราย–แม่สาย ไม่ใช่แค่การเพิ่มรถรุ่นใหม่ แต่คือการทดสอบว่า “เมืองชายแดน” จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านขนส่งสาธารณะได้จริงเพียงใด โดยยุทธศาสตร์สำคัญที่บริษัทพยายามชู คือ (1) ทำให้เทคโนโลยีใหม่ไม่แพงขึ้นสำหรับคนท้องถิ่นผ่านตั๋วเดือน (2) สร้างโครงสร้างพื้นฐานชาร์จที่ประชาชนใช้ได้ 24 ชั่วโมง และ (3) ผูกขนส่งเข้ากับเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านแคมเปญร้านค้า ที่พักและแนวคิด Green Park

    หากทำได้ตามที่ประกาศ นี่อาจเป็นโมเดลที่ส่งสัญญาณไปยังอำเภอเศรษฐกิจอื่นของเชียงรายว่า “การลดมลพิษและเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง” ไม่จำเป็นต้องเป็นภาระทางการเงินของประชาชนเสมอไป แต่ต้องอาศัยการออกแบบนโยบายค่าโดยสาร การจัดการต้นทุนพลังงาน และการบริการที่รักษามาตรฐานได้จริงในชีวิตประจำวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/greenbus-chiang-rai-maesai-ev-bus/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OCQFhP1iInadz68zzBtn3