Category: ท่องเที่ยว

  • ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    ลัดเลาะ ล่องกรุง: สัมผัสเสน่ห์วิถีคลองเส้นทางใหม่ จากบางลำพูสู่โอ่งอ่าง

    เตรียมตัวให้พร้อมกับการเดินทางรูปแบบใหม่ที่จะทำให้คุณหลงรักกรุงเทพฯ มากกว่าเดิม! เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย 

    เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวปฐมฤกษ์ “ลัดเลาะ ล่องกรุง” เชื่อมโยงคลองบางลำพูสู่คลองโอ่งอ่าง เพื่อยกระดับวิถีชีวิตริมน้ำสู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและย่านสร้างสรรค์ระดับโลก
     

    ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอย่างมีสไตล์ที่ พิพิธบางลำพู แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ย่านการค้าเก่าแก่ ก่อนจะลง เรือแท็กซี่ไฟฟ้า ล่องชมทัศนียภาพสองฝั่งคลองที่เงียบสงบ มุ่งหน้าสู่ย่านบ้านพานถมเพื่อสัมผัสวิถีชุมชนที่ยังคงกลิ่นอายอดีต

    ไฮไลต์ที่คุณไม่ควรพลาด

    • ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน: ศาลแห่งเดียวในฝั่งพระนครที่ชาวบางลำพูศรัทธา นิยมมาขอพรด้านความสำเร็จ

    • ตรอกบ้านพานถม: เดินชมชุมชนเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานช่างเครื่องเงินดุนลายอันประณีตมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

    • ย่านคลองโอ่งอ่าง – จักรวรรดิ: สัมผัสย่านพหุวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ ลัดเลาะชมสตรีทอาร์ตและแหล่งค้าส่งสมุนไพรไทย-จีน

    • ตรอกอาม่า และ AMA Hostel: แวะถ่ายภาพในโฮสเทลบ้านจีนโบราณอายุกว่า 200 ปี ท่ามกลางบรรยากาศโคมจีนและของกินพื้นถิ่น

    ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    • วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร: ชมพลับพลาไม้เรือนขนมปังขิง (Gingerbread Style) ที่เคยใช้รับเสด็จฯ รัชกาลที่ 5 ซึ่งปัจจุบันได้รับการบูรณะเป็นแหล่งเรียนรู้และคาเฟ่

    • หอมปรุง บาย ใบห่อ: ปิดท้ายด้วยคาเฟ่สมุนไพรในอาคารโบราณ ที่มีทั้งเมนูขนมหวานสูตรพิเศษและเวิร์กช็อปทำยาดมหรือชาสมุนไพรด้วยตัวเอง
     

    ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่าเส้นทางนี้ไม่เพียงแต่เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น แต่ยังมุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิสังคม โดยเส้นทางนี้จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนริมน้ำอย่างแท้จริง

    ล่องเรือชมเมือง! เปิดเส้นทางเชื่อมบางลำพู-โอ่งอ่าง ปลุกย่านสร้างสรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/737088&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jg_RWEm6MZJWjr_qeA6u9

  • “ยศชนัน” หาเสียงลพบุรี เล็งผลักดันท่องเที่ยว ทำคน-ลิง อยู่ด้วยกันให้ได้

    “ยศชนัน” หาเสียงลพบุรี เล็งผลักดันท่องเที่ยว ทำคน-ลิง อยู่ด้วยกันให้ได้

    “ยศชนัน” หาเสียงลพบุรี เล็งผลักดันท่องเที่ยว ทำคน-ลิง อยู่ด้วยกันให้ได้ ปิดจบออนทัวร์อีสาน-กลาง เดินสายล่องใต้พรุ่งนี้

    วันนี้ (27 ม.ค.69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และคณะ เดินทางพบปะประชาชน และขึ้นเวทีปราศรัยต่อเนื่องไปที่ สวนสุขภาพตำบลป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อช่วยนายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ผู้สมัคร สส. ลพบุรี เขต 2 หาเสียง

    โดยประชาชนยังคงให้การต้อนรับ ขอถ่ายรูป ผูกผ้าขาวม้า มอบดอกไม้ พวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยขนม พวงมาลัยตุ๊กตาลิง ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณของจังหวัดลพบุรี

    นายยศชนัน กล่าวว่า ลพบุรีต้องแดงทั้งแผ่นดิน วันนี้มีความจำเป็นต้องสามัคคีกัน ขอพี่น้องสนับสนุนทั้ง 4 เขต ให้เข้าไปช่วย “ยศชนัน” ทำงาน วันนี้มาพร้อมความหวัง ความฝัน ของชาวลพบุรี ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมจะเปลี่ยนความหวัง ความฝัน ให้เป็นความจริง

    ตนเองเคยมาทำงานวิจัยอยู่ลพบุรี มีโอกาสนอนที่นี่ ซึ่งที่นี่เป็นเมืองประวัตรศาสตร์ เมืองสวยงาม เมืองอู่ข้าวอู่น้ำทางการเกษตร ดังนั้น หากเราได้เข้าไปครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงลพบุรีได้แน่นอน ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิต ทุกคนต้องไม่มีหนี้ พร้อมแก้หนี้ทั้งระบบ หนี้นอกระบบ หนี้ผู้สูงอายุ พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ดูแลน้ำทั้งระบบ ต้องไม่ท่วม ไม่แล้ง

    ขณะที่การท่องเที่ยวลพบุรีปัจจุบันซบเซา เพราะยังขาดเรื่องราว เรื่องเล่า ดังนั้นจะต้องทำให้คนและลิง อยู่ด้วยกันให้ได้ ยืนยันจะดูแลการท่องเที่ยวทั้งระบบให้ชาวลพบุรี ต้องเป็นเมืองสะอาด เมืองปลอดภัย โดยพรรคเพื่อไทยจะหาเงินเข้ามา และจะทำให้งบประมาณลงสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ พร้อมสานต่อกองทุน SML เพื่อให้พี่น้องได้พัฒนาชุมชนต่อไป

    นายยศชนัน ยืนยัน ลูกหลานชาวลพบุรี อยากเรียนต้องได้เรียน รวมถึงจะส่งเสริมการเข้าถึงสาธารณสุข สานต่อโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ เป็น 30 บาท AI พร้อมเติมเงิน 3,000 ให้คนที่ไม่มีรายได้ และจะทำให้ชาวลพบุรีทันที ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องให้โอกาสผู้สมัคร สส. ลพบุรี ทั้ง 4 เขต และเลือกพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะได้ “ยศชนัน” เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าไปเปลี่ยนแปลงลพบุรี

    ทั้งนี้ หลังจบการออนทัวร์ภาคอีสานและภาคกลาง 2 จังหวัดคือสระบุรีและลพบุรี ในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.)นายยศชนัน จะลงพื้นที่ภาคใต้ เปิดเวทีปราศรัยใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหสัดพัทลุง ก่อนเดินสายออนทัวร์ 7 จังหวัดภาคเหนือต่อในวันที่ 29-31 ม.ค.69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/456045&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16gQ47g56l16crjMi9hzQT

  • กรุงเทพฯติดท็อปท่องเที่ยวตรุษจีน

    กรุงเทพฯติดท็อปท่องเที่ยวตรุษจีน

    โดยในปีนี้พัทยาได้รับความนิยมพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 รองมาจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต แซงหน้าแชมป์เก่าอันดับ 3 ของปีที่แล้วอย่างหาดใหญ่ นักเดินทางจำนวนมากต่างหลั่งไหลมายังกรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่

    ไม่ว่าจะเป็นถนนเยาวราชที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงตระการตาตลอดแนว พร้อมชมการเชิดสิงโต เพลิดเพลินกับตลาดนัดกลางคืน และกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลที่วัดมังกรกมลาวาส ส่วนภูเก็ตนั้นยังคงเปี่ยมเสน่ห์ด้วยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส นักเดินทางยังสามารถนั่งเรือไปตามเกาะต่างๆ เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของพัทยาก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพักผ่อนริมชายฝั่ง ที่นักเดินทางสามารถทั้งสัมผัสความงดงามของขนบธรรมเนียมและความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    ในส่วนของการเดินทางภายในประเทศ ข้อมูลจากอโกด้าเผยให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในปีนี้ โดยเชียงใหม่ได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 สลับตำแหน่งกับพัทยาซึ่งครองอันดับ 2 ในปีที่ผ่านมา ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการสัมผัสอากาศหนาวทางภาคเหนือ ซึ่งมีศูนย์กลางการเฉลิมฉลองอยู่ที่ตลาดวโรรสและตรอกเล่าโจ๊ว นอกจากนี้ นักเดินทางยังสามารถสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองผ่านขบวนพาเหรดมังกรที่เริ่มต้นจากประตูท่าแพ การประกวดนางงาม ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรม ณ ศาลเจ้าปุงเถ่ากงได้อีกด้วย

    สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ โตเกียว โอซากา และไทเป คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยไทเปเป็นเมืองที่ก้าวเข้ามาติดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก การที่ไทเปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนติด 3 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) เชิงวัฒนธรรม โดยนักเดินทางมักไปรวมตัวกันที่วัดหลงซานเพื่อกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคล

    ปีมะเมียหรือปีม้านี้เป็นสัญลักษณ์ของพลังและการผจญภัย ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย โดยเทศกาลตรุษจีนไม่เพียงแต่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งใหม่และการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการกลับมาพบคนที่รัก รวมไปถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการออกไปค้นหาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปเยือนสถานที่ที่คุ้นเคย หรือการเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในต่างแดน

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนเข้าสู่ปีม้าทำให้เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชีย และเป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นนักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกเดินทางมายังประเทศไทย โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของภูมิภาคนี้ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เหมาะกับการเฉลิมฉลอง เป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาใช้ชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการผสมผสานกลิ่นอายมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการเฉลิมฉลองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้เทศกาลนี้มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเลือกพักผ่อนในเมืองไทยหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางไปต่างประเทศ อโกด้าพร้อมนำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมต่างๆ ไว้เพื่อให้การฉลองปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำตลอดไป”

    อย่างไรก็ดี หากมองถึงเทรนด์ความนิยมของนักเดินทางทั่วเอเชีย จะพบว่าเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่นยังคงครองใจผู้คนในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมี โตเกียว ครองอันดับ 1 ตามมาด้วย กรุงเทพฯ, ไทเป, โอซากา และโซล เป็น 5 อันดับแรก ตามมาด้วย ฟุกุโอกะ, กัวลาลัมเปอร์, ซัปโปโร, สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็น 10 อันดับยอดนิยม.

    รุ่งนภา สารพิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/937444/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13DCI0i8fuF3Zdx4NNHwM0

  • ปั่นท้าลมพิชิต “ช่องเย็น” กำแพงเพชร กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

    ปั่นท้าลมพิชิต “ช่องเย็น” กำแพงเพชร กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    ปั่นท้าลมพิชิต “ช่องเย็น” กำแพงเพชร กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

    ไทยรัฐออนไลน์

    26 ม.ค. 2569 23:23 น.

    English version

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    ปั่นท้าลมพิชิต “ช่องเย็น” กำแพงเพชร กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/others/2910264&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0982UI6pW3CT8xGphWGjmx

  • กล้าธรรม ดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นลำปาง เมืองรองท่องเที่ยวหลัก

    กล้าธรรม ดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นลำปาง เมืองรองท่องเที่ยวหลัก

    กล้าธรรม ดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นลำปาง เมืองรองท่องเที่ยวหลัก

    ‘ธรรมนัส-นฤมล’ นำทัพ“กล้าธรรม“อ้อนชาวลำปางขอยกจังหวัด ประกาศดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นเมืองรองเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก กระจายงบสู่ภูมิภาค

    เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น.ที่โรงเรียนเถินวิทยา ต.แม่ปะ อ.เถิน จังหวัดลำปาง พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดลำปาง ของพรรค ประกอบด้วย

    เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 1 นายอริวัฒน์ ศรีไชยานุนท์,เขตเลือกตั้งที่ 2‘หมายเลข 5 นายดาชัย เอกปฐพี,เขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 1 นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง และเขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำพู โดยบรรยากาศการเมืองที่จังหวัดลำปางเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น

    กล้าธรรม ดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นลำปาง เมืองรองท่องเที่ยวหลัก

    โดยนางปวีณา ขึ้นเวทีร่วมปราศรัยถึงปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องรายได้ไม่พอ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกันทั้ง ที่ดินทำกิน หนี้สิน ความมั่นคงของครอบครัว โอกาสทางการศึกษา และสวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งหากไม่แก้พร้อมกัน ก็จะทำให้คนรุ่นใหม่ต้องวนกลับเข้าสู่วงจรความยากจนซ้ำเดิม ซึ่งนโยบายพรรคกล้าธรรม หลายข้อที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนฐานรากและเกษตรกร อย่างเช่น เราจะผลักดันการปรับที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิในที่ดินอย่างมั่นคง สามารถต่อยอดทางเศรษฐกิจ เข้าถึงแหล่งทุน และลดวงจรความยากจนซ้ำซาก 

    นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม จะเปลี่ยนเมืองรอง เป็นเมืองหลัก กระจายงบประมาณ โอกาส และการพัฒนาเข้าสู่ภูมิภาค ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างงานในพื้นที่ ลดการย้ายถิ่น โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อย่างเช่น จ.ลำปาง ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวและเป็นจังหวัดรองที่น่าสนใจอย่างมากซึ่งพรรคกล้าทำมีแนวนโยบายชัดเจนที่จะพัฒนาลำปางให้เติบโตทางด้านการท่องเที่ยวเหมือนเช่นพะเยาที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นเมืองทองแต่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในแถบภาคเหนือแล้ว

    “การพัฒนาประเทศต้องมองทั้งมิติเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน โดยเฉพาะการสร้างหลักประกันให้ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนอยู่ได้ และคนรุ่นใหม่มีโอกาสในบ้านเกิดของตนเอง”นางปวีณา กล่าว

    กล้าธรรม ดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นลำปาง เมืองรองท่องเที่ยวหลัก

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า มีคนถามว่าบางพรรคบอกจะไม่จับมือกับเรา อยู่ดีๆเปลี่ยนใจบอกจับกับเราก็ได้ ถามว่าตนอยากจะตอบโต้อะไรหรือไม่ เราบอกไม่ เพราะเราเคารพเสียงประชาชน ยังไม่เข้าคูหาเลยนอกจากผิดมารยาททางการเมืองที่มาประกาศว่าจับมือกับใครหรือไม่แล้ว ถือเป็นการดูถูกประชาชน ยังไม่ได้เลือกแต่มาถือวิสาสะประกาศว่าจะจับกับใคร จะได้ถึง 25 เสียงหรือไม่ยังไม่ทราบ กล้าดีมาประกาศว่าจะไม่จับกับใคร

    นอกจากนี้ยังทำการเมืองแบบโบราณป้ายสี ว่าพรรคนั้นเป็นสีนั้นสีนี้ ตอนนี้ไม่กล้าใช้เรื่องนี้แล้วเพราะเข้าตัวหมด สีส้มก็อมดำ สีฟ้าก็อมเทา เหลือแต่ของเราเขียวขจีอยู่สีเดียว แต่ละพรรคส่งแคนดิเดตหลายคนงงไปหมดว่าเลือกแล้วจะได้คนไหน แต่กล้าธรรมส่งเพียง ร.อ.ธรรมนัส แน่นอนว่าถ้าเลือกร.อ.ธรรมนัส ได้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นนายกฯแน่นอน

    “พรรคกล้าธรรมขอแรงสนับสนุนจากชาวลำปางให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 เขต การตัดสินใจทางการเมืองหลังเลือกตั้งควรตั้งอยู่บนพื้นฐานเสียงของประชาชน ไม่ใช่การกำหนดล่วงหน้า การประกาศจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคใดก่อนการเลือกตั้ง เป็นการไม่ให้เกียรติประชาชน แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง“

    ขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมรับฟัง พร้อมระบุว่า ลำปางเป็นจังหวัดที่ตนเดินทางมาเยือนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง อำเภอเถิน เป็นโครงการสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เแนวคิดโครงการมีมานานตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไม่คืบหน้า

    จนกระทั่งตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงสั่งการให้เร่งศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และผลักดันเข้าสู่แผนงบประมาณปี 2569 วงเงินประมาณ 700 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง พร้อมยืนยันว่า จะทำหน้าที่ในสภาเพื่อผลักดันและปกป้องงบประมาณโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

    ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาของจังหวัดลำปางว่า ในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญของภาคเหนือ มีความเจริญทัดเทียมจังหวัดใหญ่หลายแห่ง แต่ช่วงหลังการพัฒนากระจุกตัวในเมืองหลัก ทำให้หลายจังหวัดรวมถึงลำปางชะลอตัว กลายเป็นเพียงเมืองทางผ่าน เขามองว่าการพัฒนาขาดความต่อเนื่องด้านผู้นำและการผลักดันเชิงนโยบาย พร้อมเสนอว่าต้องมีโครงการพัฒนาและการเชื่อมโยงกับส่วนกลางอย่างจริงจัง เพื่อให้จังหวัดกลับมามีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

    กล้าธรรม ดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นลำปาง เมืองรองท่องเที่ยวหลัก

    “ไม่มีนักการเมืองคนใดเป็นผ้าขาวอย่างสมบูรณ์ สิ่งสำคัญคือผลงานและความสามารถในการแก้ปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีทางภาพลักษณ์ พร้อมชี้ว่าการเมืองควรตัดสินจากการทำงานที่เป็นรูปธรรม บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ว่า ผู้แทนราษฎรต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนอย่างแท้จริง ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และไม่หายไปหลังการเลือกตั้ง เลือกแล้วต้องใช้งานได้”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ประชาชนเปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นของใหม่ เข้ามาทำงานแทนของเก่าที่ประชาชนคุ้นเคยมานานแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยคนภาคเหนือ และต้องการเป็นพรรคของคนในภูมิภาคเหนืออย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/737052&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FSJJB5gluYsg4tztmzj7v

  • C

    C

    บริการ Cross-Border QR Payment กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ช่วยหนุนบรรยากาศการท่องเที่ยว ของประเทศไทย ในช่วงปลายปีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังการขยายความร่วมมือด้านระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน ทำให้นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน สามารถใช้แอปพลิเคชันชำระเงิน จากประเทศต้นทาง ของตนเอง สแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย จนขึ้นเป็นประเทศที่มีมูลค่าการใช้จ่ายผ่าน Thai QR สูงสุดเป็นอันดับ 1

    Cross-Border QR Payment หนุนท่องเที่ยวปลายปีนักท่องเที่ยวจีนครองอันดับ 1 ใช้จ่ายผ่าน Thai QR

    บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแห่งชาติ ในฐานะ Interbank Transaction Management and Exchange ของประเทศไทย เดินหน้าขยายความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยจับมือกับ 3 ผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่จากจีน ได้แก่ UnionPay International, Ant International (เชื่อมต่อกับ Alipay ผ่านแพลตฟอร์ม Alipay+) และ Tenpay Payment Technology (ผู้ให้บริการ WeChat Pay) เพื่อเชื่อมโยงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยและจีนอย่างเต็มรูปแบบ

    หลังจากมีการลงนามบันทึกความเข้าใจและพัฒนาการเชื่อมต่อระบบอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือไทย-จีน ด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริการ Cross-Border QR Payment ภายใต้การบริหาร จัดการของ NITMX เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ข้อมูลล่าสุดประจำเดือนธันวาคม 2568 ของ NITMX ระบุว่า มูลค่าธุรกรรม Cross-Border QR Payment ขาเข้า (Inbound) มีมูลค่ารวมสูงถึง 809.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 143% สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ประเทศที่มีมูลค่าธุรกรรมสูงสุด 3 อันดับแรกในเดือนธันวาคม 2568 ได้แก่
    อันดับ 1 จีน มูลค่า 409.92 ล้านบาท
    อันดับ 2 มาเลเซีย มูลค่า 174.99 ล้านบาท
    อันดับ 3 ลาว มูลค่า 70.56 ล้านบาท

    ความร่วมมือระหว่าง NITMX กับ UnionPay International, Ant International (Alipay+) และ Tenpay Payment Technology (WeChat Pay) ไม่เพียงเป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระหว่างไทยและจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่อระบบการเงินไทยเข้ากับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก ช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการชำระเงินดิจิทัลแห่งเอเชีย ภายใต้ระบบที่มีความปลอดภัย มั่นคง และได้มาตรฐานสากล นักท่องเที่ยวจีนขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ด้านมูลค่าการใช้จ่ายผ่าน Thai QR จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่า ความร่วมมือไทย-จีนด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงเชิงนโยบาย แต่เป็นระบบที่ใช้งานได้จริง ช่วยลดอุปสรรคในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม

    NITMX ยังคงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และรองรับการขยายตัวของธุรกรรมทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่บทบาทศูนย์กลางการชำระเงินดิจิทัลของภูมิภาค และเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.newswit.com/th/ievz8fjdppn5sz7nl3j9wuws6ll6xm5u&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NBZkkZV-IZeapHE2cq3FP

  • อโกด้าเผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชีย

    อโกด้าเผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชีย

    อโกด้าเผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชีย สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน

    อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยลว่า กรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 ของจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียสำหรับนักเดินทางต่างชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนในด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ในใจนักเดินทางชาวไทย นอกจากนี้ข้อมูลของอโกด้ายังระบุอีกว่า โตเกียว เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน เช่นเดียวกับที่ ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ แซงหน้าประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนปีนี้

    การเดินทางขาเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน นำโดยนักเดินทางจากจีนตามมาด้วยมาเลเซียและเกาหลีใต้ โดยในปีนี้พัทยาได้รับความนิยมพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 รองมาจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต แซงหน้าแชมป์เก่าอันดับ 3 ของปีที่แล้วอย่างหาดใหญ่ นักเดินทางจำนวนมากต่างหลั่งไหลมายังกรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นถนนเยาวราชที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงตระการตาตลอดแนว พร้อมชมการเชิดสิงโต เพลิดเพลินกับตลาดนัดกลางคืน และกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลที่วัดมังกรกมลาวาส ส่วนภูเก็ตนั้นยังคงเปี่ยมเสน่ห์ด้วยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส นักเดินทางยังสามารถนั่งเรือไปตามเกาะต่าง ๆ เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของพัทยาก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพักผ่อนริมชายฝั่ง ที่นักเดินทางสามารถทั้งสัมผัสความงดงามของขนบธรรมเนียมและความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    ในส่วนของการเดินทางภายในประเทศ ข้อมูลจากอโกด้าเผยให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในปีนี้ โดยเชียงใหม่ได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 สลับตำแหน่งกับพัทยาซึ่งครองอันดับ 2 ในปีที่ผ่านมา ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการสัมผัสอากาศหนาวทางภาคเหนือ ซึ่งมีศูนย์กลางการเฉลิมฉลองอยู่ที่ตลาดวโรรสและตรอกเล่าโจ๊ว นอกจากนี้ นักเดินทางยังสามารถสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองผ่านขบวนพาเหรดมังกรที่เริ่มต้นจากประตูท่าแพ การประกวดนางงาม ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรม ณ ศาลเจ้าปุงเถ่ากงได้อีกด้วย

    สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ โตเกียว โอซาก้า และไทเป คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยไทเปเป็นเมืองที่ก้าวเข้ามาติดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก การที่ไทเปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนติด 3 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) เชิงวัฒนธรรม โดยนักเดินทางมักไปรวมตัวกันที่วัดหลงซานเพื่อกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคล

    ปีมะเมียหรือปีม้านี้เป็นสัญลักษณ์ของพลังและการผจญภัย ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย โดยเทศกาลตรุษจีนไม่เพียงแต่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งใหม่และการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการกลับมาพบคนที่รักรวมไปถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการออกไปค้นหาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปเยือนสถานที่ที่คุ้นเคย หรือการเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในต่างแดนนางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนเข้าสู่ปีม้าทำให้เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชีย และเป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นนักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกเดินทางมายังประเทศไทย โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของภูมิภาคนี้ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เหมาะกับการเฉลิมฉลอง เป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาใช้ชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการผสมผสานกลิ่นอายมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการเฉลิมฉลองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้เทศกาลนี้มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเลือกพักผ่อนในเมืองไทยหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางไปต่างประเทศ อโกด้าพร้อมนำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ ไว้เพื่อให้การฉลองปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำตลอดไป”หากมองถึงเทรนด์ความนิยมของนักเดินทางทั่วเอเชีย จะพบว่าเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่นยังคงครองใจผู้คนในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมี โตเกียว ครองอันดับ 1 ตามมาด้วย กรุงเทพฯ, ไทเป, โอซาก้า และ โซล เป็น 5 อันดับแรก ตามมาด้วย ฟุกุโอกะ, กัวลาลัมเปอร์, ซัปโปโร, สิงคโปร์ และ ฮ่องกง เป็น 10 อันดับยอดนิยม

    สำหรับนักเดินทางที่กำลังวางแผนทริปตรุษจีนสามารถเลือกข้อเสนอที่หลากหลายของอโกด้า ซึ่งครอบคลุมทั้งที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมต่าง ๆ อีกกว่า 300,000 รายการ นอกจากนี้ อโกด้ายังจัดโปรโมชัน Mega Sale ระหว่างวันที่ 14-28 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อมอบส่วนลดที่พักสูงสุดถึง 60% พร้อมดีลพิเศษ Flash Sale ลดสูงสุดถึง 70% เฉพาะวันที่ 17 กุมภาพันธ์ รวมถึงข้อเสนอสำหรับเที่ยวบินและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับสมาชิก Agoda VIP จะได้รับข้อเสนอพิเศษก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ โดยสามารถติดตามข้อเสนอล่าสุดได้ทางแอปพลิเคชัน Agoda หรือที่เว็บไซต์ agoda.com/deals


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12783845&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NH_rPhhs4sKO0-3Incru-

  • ตรุษจีนปีม้าคึกคัก! “กรุงเทพฯ” มาแรงครองอันดับ 2 จุดหมายยอดฮิตในเอเชียบนอโกด้า

    ตรุษจีนปีม้าคึกคัก! “กรุงเทพฯ” มาแรงครองอันดับ 2 จุดหมายยอดฮิตในเอเชียบนอโกด้า

    ตรุษจีนปีม้าคึกคัก!

    อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 ของจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียสำหรับนักเดินทางต่างชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนในด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ในใจนักเดินทางชาวไทย

    นอกจากนี้ข้อมูลของอโกด้ายังระบุอีกว่า โตเกียว เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน

    เช่นเดียวกับที่ ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ แซงหน้าประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนปีนี้

    ตรุษจีนปีม้าคึกคัก!

    การเดินทางขาเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน นำโดยนักเดินทางจากจีนตามมาด้วยมาเลเซียและเกาหลีใต้ โดยในปีนี้พัทยาได้รับความนิยมพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 รองมาจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต แซงหน้าแชมป์เก่าอันดับ 3 ของปีที่แล้วอย่างหาดใหญ่ นักเดินทางจำนวนมากต่างหลั่งไหลมายังกรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นถนนเยาวราชที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงตระการตาตลอดแนว พร้อมชมการเชิดสิงโต เพลิดเพลินกับตลาดนัดกลางคืน และกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลที่วัดมังกรกมลาวาส ส่วนภูเก็ตนั้นยังคงเปี่ยมเสน่ห์ด้วยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส นักเดินทางยังสามารถนั่งเรือไปตามเกาะต่าง ๆ เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของพัทยาก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพักผ่อนริมชายฝั่ง ที่นักเดินทางสามารถทั้งสัมผัสความงดงามของขนบธรรมเนียมและความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    ในส่วนของการเดินทางภายในประเทศ ข้อมูลจากอโกด้าเผยให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในปีนี้ โดยเชียงใหม่ได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 สลับตำแหน่งกับพัทยาซึ่งครองอันดับ 2 ในปีที่ผ่านมา ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการสัมผัสอากาศหนาวทางภาคเหนือ ซึ่งมีศูนย์กลางการเฉลิมฉลองอยู่ที่ตลาดวโรรสและตรอกเล่าโจ๊ว นอกจากนี้ นักเดินทางยังสามารถสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองผ่านขบวนพาเหรดมังกรที่เริ่มต้นจากประตูท่าแพ การประกวดนางงาม ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรม ณ ศาลเจ้าปุงเถ่ากงได้อีกด้วย

    ส่วนนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ โตเกียว โอซาก้า และไทเป คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยไทเปเป็นเมืองที่ก้าวเข้ามาติดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก การที่ไทเปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนติด 3 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) เชิงวัฒนธรรม โดยนักเดินทางมักไปรวมตัวกันที่วัดหลงซานเพื่อกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคล

    สำหรับปีมะเมียหรือปีม้านี้เป็นสัญลักษณ์ของพลังและการผจญภัย ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย โดยเทศกาลตรุษจีนไม่เพียงแต่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งใหม่และการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการกลับมาพบคนที่รักรวมไปถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการออกไปค้นหาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปเยือนสถานที่ที่คุ้นเคย หรือการเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในต่างแดน

    น.ส.อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า การเปลี่ยนเข้าสู่ปีม้าทำให้เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชีย และเป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นนักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกเดินทางมายังประเทศไทย โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของภูมิภาคนี้ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เหมาะกับการเฉลิมฉลอง เป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาใช้ชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการผสมผสานกลิ่นอายมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการเฉลิมฉลองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้เทศกาลนี้มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเลือกพักผ่อนในเมืองไทยหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางไปต่างประเทศ อโกด้าพร้อมนำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ ไว้เพื่อให้การฉลองปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำตลอดไป

    ทั้งนี้ หากมองถึงเทรนด์ความนิยมของนักเดินทางทั่วเอเชีย จะพบว่าเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่นยังคงครองใจผู้คนในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมี โตเกียว ครองอันดับ 1 ตามมาด้วย กรุงเทพฯ, ไทเป, โอซาก้า และโซล เป็น 5 อันดับแรก ตามมาด้วย ฟุกุโอกะ, กัวลาลัมเปอร์, ซัปโปโร, สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็น 10 อันดับยอดนิยม


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12783881&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eeY9OienYes1NB0DLrSTg

  • รองผู้ว่าฯ เลย พอใจ เชียงคานขยับรับนโยบาย “ไร้ขยะ” หลังสั่งเข้มแก้ปัญหาเมืองท่องเที่ยว

    รองผู้ว่าฯ เลย พอใจ เชียงคานขยับรับนโยบาย “ไร้ขยะ” หลังสั่งเข้มแก้ปัญหาเมืองท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    รองผู้ว่าฯ เลย พอใจ เชียงคานขยับรับนโยบาย “ไร้ขยะ” หลังสั่งเข้มแก้ปัญหาเมืองท่องเที่ยว

    วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.04 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เลย – ความคืบหน้ากรณีก่อนหน้านี้ที่ นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอำเภอเชียงคาน และพบปัญหาขยะกระจัดกระจายตามถนน ริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณลานวัฒนธรรม ถนนชายโขง และระเบียงริมโขง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด จนต้องลงมือเก็บขยะด้วยตนเอง สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง

    ล่าสุด นายประยูร เปิดเผยว่า ภายหลังได้กำชับให้เทศบาลตำบลเชียงคานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พบว่าพื้นที่มีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบาย “เชียงคานไร้ขยะ”

    ทั้งนี้ มาตรการที่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การเพิ่มจุดทิ้งขยะและถังขยะให้เพียงพอ ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ให้เห็นชัดเจน ไม่ปล่อยให้เป็นจุดอับสายตา การเพิ่มความถี่ในการจัดเก็บขยะ เพื่อลดปัญหาขยะล้นถัง รวมถึงการรณรงค์ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองท่องเที่ยว

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ระบุว่า อำเภอเชียงคานถือเป็นหน้าตาของจังหวัด และลานวัฒนธรรมเป็นจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมา จึงไม่สามารถปล่อยให้ขยะกระทบภาพลักษณ์ได้ พร้อมแสดงความพึงพอใจและชื่นชมเทศบาลและทุกหน่วยงานที่ร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ให้สะอาดเป็นระเบียบมากขึ้น

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/463528&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02w8QRGqwzGJiyeYAuQ4UB

  • GMM SHOW ปั้นเทศกาลดนตรี ‘นั่งเล่นกาญ’ หนุนเศรษฐกิจฐานราก คาดสร้างเม็ดเงินท่องเที่ยวทะลุ 100 ล้านบาท

    GMM SHOW ปั้นเทศกาลดนตรี ‘นั่งเล่นกาญ’ หนุนเศรษฐกิจฐานราก คาดสร้างเม็ดเงินท่องเที่ยวทะลุ 100 ล้านบาท

    ท่ามกลางความพยายามของหลายจังหวัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและดึงเม็ดเงินท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ การจัดอีเวนต์ระดับประเทศกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับพื้นที่

    ล่าสุด จังหวัดกาญจนบุรีก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายใหม่ของอุตสาหกรรมดนตรี เตรียมจัดงานเฟสติวัล ‘นั่งเล่นกาญ’ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งชาวไทยและต่างชาติ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

    วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ผู้จัดงานคอนเสิร์ตรายใหญ่อย่าง GMM SHOW เลือกกาญจนบุรีเป็นสถานที่จัดเทศกาลดนตรี ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของจังหวัดในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งซึ่งเดินทางสะดวก ใกล้กรุงเทพฯ แหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งประวัติศาสตร์และทัศนียภาพที่โดดเด่น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน ที่พัก และศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

    ทั้งนี้ งานนั่งเล่นกาญยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยการถ่ายทอดบรรยากาศงานผ่านโซเชียลมีเดียของนักท่องเที่ยว จะช่วยทำหน้าที่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดในวงกว้าง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณภาครัฐ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของกาญจนบุรีถูกยกระดับให้ทันสมัย และมีอัตลักษณ์ชัดเจน ที่สามารถจัดกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี

    อีกทั้งยังช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างเป็นวงกว้าง ตั้งแต่โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ระบบขนส่ง ไปจนถึงร้านค้าของฝาก ทั้งหมดนับเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยคาดว่าในช่วงสุดสัปดาห์ของการจัดงาน จะเกิดการใช้จ่ายรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

    ด้าน สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกาญจนบุรี ย้ำว่า งานดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการพักค้างคืนของนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลุ่มผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และมีแนวโน้มใช้จ่ายทั้งในพื้นที่จัดงานและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ททท. กาญจนบุรี ที่มุ่งขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อทริป

    โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ สกายวอล์กกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ถ้ำกระแซ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายสไตล์

    อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของการจัดงานไม่ได้จำกัดเพียงระยะสั้น แต่ยังส่งผลเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเฉพาะด้าน City Branding ที่จะทำให้กาญจนบุรีถูกจดจำในฐานะเมืองสร้างสรรค์ ที่สามารถรองรับงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ระดับสากลได้ และคนในพื้นที่ยังจะได้รับการพัฒนาทักษะจากการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดงาน ทั้งด้านบริการ การขนส่ง และการบริหารจัดการ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานในพื้นที่ และเปิดโอกาสใหม่ทางอาชีพให้กับเยาวชนในจังหวัดในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/gmm-show-music-festival-kanchanaburi-economy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YEx7wKx9h76GLUJIkuKgu