Category: ท่องเที่ยว

  • ตราดเปิดตัว น้องพลายเกาะ มาสคอตเกาะช้าง ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว

    ตราดเปิดตัว น้องพลายเกาะ มาสคอตเกาะช้าง ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว

    ตราดเปิดตัว น้องพลายเกาะ มาสคอตเกาะช้าง ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.

    29 มกราคม 2569 นายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอเกาะช้างแล้ว พบว่า อำเภอเกาะช้างมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวกันปีละนับล้านคน และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดและอำเภอเกาะช้างมาก ด้วยความสวยงามทางธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำทะเล ชายหาด ป่าไม้ หรือ ประการังใต้ทะเล แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปก็คือ สิ่งดึงดูดทางการท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาะช้าง จึงหารือร่วมกันกับทาง อพท.ตราด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ด้วยการจัดการประกวดสัญลักษณ์หรือมาสคอตขอลเกาะช้างขึ้น และได้มีการดำเนินการประกวดและได้ผู้ชนะการประกวดออกแบบ ซี่งจะใช้เป็นมาสคอตในการโปรโมทการท่องเที่ยวของเกาะช้างต่อไป 

    “การทำเพื่อมาสคอตเกาะช้าง เพื่อสร้างสัญลักษณ์การจดจำ (Brand Identity) สร้างตัวแทนที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของเกาะช้าง (เช่น ช้าง หรือทรัพยากรทางทะเล) ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: ใช้มาสคอตเป็นสื่อกลางในการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม และโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ บนเกาะช้าง​กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรม และสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านสินค้าที่ระลึก (Merchandise) ของมาสคอต​สร้างปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ใช้มาสคอตเป็นตัวแทนในการต้อนรับและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้มาเยือนทุกเพศทุกวัย จึงได้มีการจัดประกวดออกแบบมาสคอตเกาะช้าง จนได้ผู้ชนะเลิศ นำสู่การเปิดตัว “น้องพลายเกาะ” มาสคอตเกาะช้างในครั้งนี้”

    ด้านนายรักศักดิ์ นวพรภักดี ผู้ชนะการออกแบบมาสคอตเกาะช้าง “น้องพลายเกาะ” กล่าวว่า  การออกแบบเลือกใช้ “ช้าง” เป็นคาแรคเตอร์เพื่อสื่อถึงความเป็น “เกาะช้าง” ได้อย่างชัดเจน เชื่อมโยงความเป็นธรรมชาติ สัตว์ และความเป็นอยู่วิถีชีวิตของผู้คนรวมไว้ในการออกแบบให้ สามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถนำไปใช้ร่วมประชาสัมพันธ์ในชื่อต่างๆได้ง่าย  โดยตัวของ “น้องพลายเกาะ” จะออกแบบหมวกให้มีรูปทรงเหมือนเกาะ มีต้นไม้ลักษณะเหมือนต้นมะพร้าว ประดับด้วยดอกไม้ กฤษณา (ดอกไม้ประจำจังหวัดตราด) ซึ่งเป็นจังหวัดที่ ตั้งของ “เกาะช้าง” ใช้สีเขียว (แทนพืชพรรณธรรมชาติ) สีครีม(แทนหาดทราย) ทอดผ่านไปส่วนของตัวมาสคอต ซึ่งเป็น “ข้างสีฟ้า” แทนความสวยงามของท้องทะเล ซึ่ง เป็นจุดเด่นของ “เกาะช้าง” ทั้งยังแสดงถึงความสุขและ ความบริสุทธิ์อีกด้วย 

    ทั้งนี้ “น้องเกาะช้าง” จะสามารถสวมใส่เสื้อผ้าปรับเปลี่ยนได้ ไปตามกิจกรรมที่มีมากมายบนเกาะ หรือประเพณีต่างๆได้ตามความเหมาะสม เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วม กับงานต่างๆได้ง่ายและมีความสอดคล้องกันเพื่อให้น้องพลายเกาะ เป็นเสมือนตัวแทนเกาะช้างที่จะพาทุกคนไปสัมผัสถึงความสวยงามและเสน่ห์ เฉพาะตัวของเกาะช้างใช้กับทุกคนที่ได้มาเยือน  

    ที่ผ่านมานายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยดร.สมจินต์ ชาญกระบี่ รองผู้อำนวยการ ด้านปฏิบัติการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้จัดการ อพท.หมู่เกาะช้าง ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานตราด นายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง และนายรักศักดิ์ นวพรภักดี ผู้ชนะการออกแบบมาสคอตเกาะช้าง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว “น้องพลายเกาะ” มาสคอตเกาะช้าง  ต่อสื่อมวลชนในจังหวัดตราด รวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์ สื่อออนไลน์ต่างๆ จัดที่ห้องประชุมร้าน HAPA โรงแรมตราดซิตี้ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/943871&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fRFULQFYSlPHLHDYa2qCb

  • ซีนงดงาม “ลิซ่า” ขึ้นแท่นทูตท่องเที่ยวคนใหม่ ทัพคนดังร่วมงานแน่นเฟรมวัดอรุณฯ

    ซีนงดงาม “ลิซ่า” ขึ้นแท่นทูตท่องเที่ยวคนใหม่ ทัพคนดังร่วมงานแน่นเฟรมวัดอรุณฯ

    เปิดตัว “ลิซ่า” นั่งแท่น Amazing Thailand Ambassador ททท. กลางวัดอรุณฯ ทัพดาราตบเท้าร่วมงานแน่น

    กรี๊ดสลบกันทั้งประเทศ! ถือเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่ทำเอาวงการท่องเที่ยวไทยคึกคักรับต้นปี 2026 แบบสุดปัง เมื่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเปิดตัวศิลปินระดับโลกอย่าง “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ขึ้นแท่นเป็น Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ 

    งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเนรมิตแลนด์มาร์กสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” ให้กลายเป็นเวทีประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ภายใต้แคมเปญเก๋ๆ “Feel All the Feelings”

    เป้าหมายหลักคือการดึงพลังของ “ลิซ่า” ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก มาถ่ายทอดเสน่ห์ไทยในมุมมองใหม่ ให้ชาวโลกได้สัมผัสถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และ “ความรู้สึก” ลึกซึ้งที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากเมืองไทย

    พรมแดงไฟลุก! คนดังตบเท้าร่วมยินดีคับคั่ง

    นอกจากความปังของ ลิซ่า แล้ว บรรยากาศภายในงานยังคึกคักไปด้วยเหล่าซุปตาร์และเซเลบคนดังในวงการบันเทิงไทย ที่ตบเท้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในค่ำคืนประวัติศาสตร์

    นำทีมโดยนางเอกหน้าหวาน แต้ว ณฐพร, สาวสวยสุดสตรอง โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เดียร์น่า ฟลีโป และอีกมากมายที่แต่งตัวจัดเต็ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9870802/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vn44B6xWqbcBGiBKrxLJz

  • เผยเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68ยังไปต่อ ‘คลัง’ ชี้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศหนุน

    เผยเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68ยังไปต่อ ‘คลัง’ ชี้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศหนุน

    ‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 2568 ยังไปต่อ อานิสงส์ส่งออกโตกระหึ่ม 18 เดือนติด พ่วงการบริโภค-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน พร้อมจับตาทิศทางค่าเงินบาท-นโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน หวั่นกระทบไทย

    29 ม.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ธ.ค. 2568 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือน ธ.ค. 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 28,928.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 16.8% และการขยายตัวของการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 26.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.6% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลง อยู่ที่ 3.37 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -7.1%

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทิศทางค่าเงินบาท และนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    สำหรับการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน เช่นเดียวกันการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนธ.ค. 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -0.03% ตามการลดลงในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ข้าว และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือน ธ.ค. 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 88.2 จากระดับ 89.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจาก 1. เหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย- กัมพูชา 2. ความกังวลด้านความต่อเนื่องการดำเนินนโยบายของรัฐบาลหลังมีการประกาศยุบสภา และ 3. การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนพ.ย. 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ที่ระดับ 57.4 จากระดับ 56.8 ในเดือนก่อนหน้า

    ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ธ.ค. 2568 อยู่ที่ -0.28% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.59% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2568 อยู่ที่ 65.7% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 281.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/939118/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a08Tz1gVjg25TvYl8Hvn9

  • ยศชนัน บุกลำปาง ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดันชามตราไก่ขายทั่วโลก

    ยศชนัน บุกลำปาง ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดันชามตราไก่ขายทั่วโลก

    ยศชนัน บุกลำปาง ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดันชามตราไก่ขายทั่วโลก

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.25 น.

    “ยศชนัน”บุกลำปางขอยกจังหวัด ชูพลิกโฉมท่องเที่ยว ดัน”ชามตราไก่ไปขายทั่วโลก” ด้าน”ณัฐวุฒิ”โต้กลับวาทกรรม”รักชาติ” ย้ำขอโอกาส”อ.เชน”เป็นนายกฯ แก้หนี้-ฟื้นเศรษฐกิจ

    เมื่อวันที่ 29 มกรารม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ปิดทริปเพื่อไทยออนทัวร์ ลงพื้นที่หาเสียง 4 จังหวัดภาคเหนือ เวทีปราศรัยสุดท้ายที่ จ.ลำปาง โดยคณะแกนนำชุดใหญ่ อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร 2 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง ร่วมขอคะแนนเสียงยกจังหวัด 4 เขต ให้กับผู้สมัคร สส.ลำปาง นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เขต 1 , นายธนากร โล่สุนทร เขต 2 , นายบุญเลิศ แสนเทพ เขต 3 และนางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เขต 4 ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน และคณะได้เข้ากราบสักการะมณฑปหลวงพ่อเกษม เขมโก ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ และขึ้นรถแห่เข้าสู่เวทีปราศรัย ที่มิวเซียมลำปาง มีประชาชนมารอต้อนรับและรอฟังปราศรัยแน่นเต็มลาน มีมอบดอกไม้พวงมาลัยของดีลำปางให้กำลังใจ

    นายยศชนัน ปราศรัยมุ่งเน้นปั้นให้ลำปางเป็น “นครแห่งความสุข” และศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของภาคเหนือตอนบน พร้อมย้ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเป็นวันเปลี่ยนอนาคตหากชาวลำปางเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 4 เขต

    “ผมมีความฝันที่อยากเห็นลำปางยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยเฉพาะเซรามิกตราไก่ที่ขึ้นชื่อ เราห้ามเก็บไว้แค่ในลำปาง แต่ผมจะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปนำเสนอสู่สายตาชาวโลก เพื่อสร้างรายได้ให้พี่น้อง” นายยศชนัน กล่าว พร้อมทั้งได้ย้ำเรื่องการท่องเที่ยวว่า “เราจะไม่ยอมให้ลำปางเป็นเมืองผ่านที่นักท่องเที่ยวอยู่เพียงคืนเดียวแล้วจากไป พรรคเพื่อไทยจะพลิกโฉมการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก เพื่อให้ลำปางเป็นเมืองที่น่าอยู่และสร้างความสุขให้กับทุกคน”

    นอกจากนี้ ยังได้ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ทั้งแก้หนี้แบบครบวงจร พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี และ ประกันราคาสินค้าเกษตร 30% เพื่อดึงประชาชนออกจากวิกฤตความยากจน

    ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยตอบโต้กรณีแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ใช้วาทกรรม “เลือกพรรครักชาติ” มาหาเสียง โดยระบุว่า เป็นการสร้างสมมติฐานจากความเห็นส่วนตัวที่อาจสร้างความขัดแย้ง พร้อมฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้กำกับดูแลลูกพรรคไม่ให้ใช้วาทกรรมแบ่งแยกประชาชนเช่นนี้

    “ในฐานะคนเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ต่อสู้ทางการเมือง ผมไม่เคยตราหน้าใครว่าไม่รักชาติ เพราะทุกคนต่างหวังดีต่อบ้านเมืองในมุมที่ต่างกัน แม้แต่กรณีที่ดินเขากระโดงหรือคดีฮั้ว สว. ผมก็ไม่เคยกล่าวหาว่าใครเกลียดชาติ” นายณัฐวุฒิ กล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ชี้แจงประเด็นกองทุนประกันสังคมว่า พรรคเพื่อไทยรับรู้ถึงปัญหามาตลอด แต่ที่ผ่านมาอยู่ในความดูแลของพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อเพื่อไทยเข้ามากำกับดูแลกระทรวงแรงงานเพียง 2 เดือน ก็ได้เร่งตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องทันที และให้คำมั่นว่าหากได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล “จะยกเครื่องระบบประกันสังคมให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน”

    ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิ ได้ย้ำเตือนทิ้งท้ายถึงคู่แข่งทางการเมืองว่า “สีแดงไม่ใช่อาหารหนู” และหากพรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะเป็นอันดับ 1 ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวคือ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เท่านั้น

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/943997&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xCztPBNTxJXIOMb-itwv1

  • “พิพัฒน์” ชูเมกะโปรเจกต์ ดัน ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ – ศูนย์รวมความบันเทิง  มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก

    “พิพัฒน์” ชูเมกะโปรเจกต์ ดัน ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ – ศูนย์รวมความบันเทิง  มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก


    “พิพัฒน์” ชูเมกะโปรเจกต์ ดัน “Disneyland Thailand” ผุด Entertainment Complex ใน EEC ย้ำชัด “ทำได้จริง-ไร้กาสิโน” มุ่งปั้นไทยสู่ฮับท่องเที่ยวโลก

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รวม.คมนาคม เผยถึงแนวคิดการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ฮับเศรษฐกิจระดับโลก” โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงและการท่องเที่ยวครบวงจร โดยระบุว่า โครงการ ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ และศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex plus ) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว  แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง หากมีรัฐบาลที่กล้าตัดสินใจและลงมือทำผนึกกำลัง กกท. เตรียมที่ดินชลบุรีพร้อมลุย

    นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้มีความพร้อมในด้านทรัพยากรอย่างมาก โดยเฉพาะที่ดินขนาดใหญ่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งEEC  มีพื้นที่เตรียมรองรับเมกะโปรเจกต์นี้ไว้แล้ว ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานใน EEC ที่มีความพร้อมสูงสุด ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอู่ตะเภา เหลือเพียงขั้นตอนการดึงเอกชนมาร่วมลงทุน (PPP) และการผลักดันเชิงนโยบายอย่างจริงจัง ก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที

    โครงการนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่สวนสนุกเท่านั้น แต่ถูกวางแผนให้เป็น “Entertainment & Lifestyle Complex” มาตรฐานสากล ซึ่งภายในจะประกอบด้วย:
    • Concert & Event Hall: พื้นที่จัดแสดงดนตรีและอีเวนต์ระดับโลก
    • National Stadium: สนามกีฬาแห่งใหม่ ความจุ 80,000 ที่นั่ง เพื่อดึงดูดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ
    • Theme Park: สวนสนุกระดับโลกที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

    ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทา นายพิพัฒน์ ยืนยันหนักแน่นว่า “โครงการนี้จะไม่มีกาสิโน และไม่มีการมอมเมาประชาชน” โดยจุดประสงค์หลักคือการสร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรี และกีฬา สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขาวสะอาดและยั่งยืน

    ทางด้านประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ได้ประเมินว่าหากโครงการนี้สำเร็จ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเทียบเท่ากับโมเดลความสำเร็จของ Tokyo Disneyland, Shanghai Disneyland หรือ Hongkong Disneyland  เกิดการสร้างงาน โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งวิศวกร นักแสดง การจัดการอีเวนต์ และภาคบริการ มึเวทีคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีระดับโลก ที่สำคัญมีการ กระจายรายได้ เม็ดเงินสู่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    นายพิพัฒน์ ทิ้งท้ายโดยยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีต ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ได้ผลักดันโครงการ “Phuket Sandbox” จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและกู้เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยกลับมาได้ ผมมั่นใจว่า สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ทำได้ คนไทยก็ทำได้ ขอเพียงโอกาสในการผลักดัน เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39821&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bFvIBg-IP8RAb3F3wGDSq

  • “อภิสิทธิ์” ขนทัพแคนดิเดตนายกฯ บุกกรุงเก่า ชูนโยบายท่องเที่ยว-ระบบราง ปลุกพลังชาวอยุธยาสร้าง “บ้านเมืองสุจริต”

    “อภิสิทธิ์” ขนทัพแคนดิเดตนายกฯ บุกกรุงเก่า ชูนโยบายท่องเที่ยว-ระบบราง ปลุกพลังชาวอยุธยาสร้าง “บ้านเมืองสุจริต”


    “อภิสิทธิ์” นำทีมแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ตลาดเจ้าพรหม อยุธยา อ้อนขอคะแนนชาวกรุงเก่าครบ 5 เขต ชูกระจายอำนาจ-ยกระดับท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ประกาศสงครามคนซื้อเสียง ยันไม่ใช้คดีปี 53 หาเสียง

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมแคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และแกนนำคนสำคัญ เดินทางลงพื้นที่ตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคหาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเอง

    บรรยากาศตลอดการเดินตลาดเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีประชาชนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมามอบให้ และขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายอภิสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลท์สำคัญคือนักเรียนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์สมัยตนเองอายุเพียง 3 ขวบมาขอลายเซ็น ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวแซวอย่างอารมณ์ดีว่า “ตอนนั้นคุณ 3 ขวบ ผมก็เพิ่ง 16” นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนเข้ามาสวมกอดและกล่าวขออโหสิกรรมที่เคยตำหนิในอดีต ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เพียงแต่หัวเราะและยืนยันว่าไม่เป็นไร สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น

    นายอภิสิทธิ์เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า พรรคเล็งเห็นศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ โดยมีแนวทางหลักคือการ “กระจายอำนาจ” ให้ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเองเพื่อแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จ และลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ

    โครงสร้างพื้นฐาน: รัฐบาลส่วนกลางจะเน้นสนับสนุนการเดินทางผ่าน “ระบบราง” เพื่อเชื่อมต่อการท่องเที่ยวให้สะดวกขึ้น

    เศรษฐกิจฐานราก: ใช้การแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) จากภาครัฐให้เอกชนนำไปวางแผนพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ภายหลังการเดินตลาด นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยย่อย โดยย้ำจุดยืนเรื่อง “บ้านเมืองสุจริต” และกล่าวถึงกระแสข่าวการทุจริตเลือกตั้งในภาคใต้ว่า ตนได้ตกลงกับชาวใต้แล้วว่าจะไล่คนซื้อเสียงออกไป พร้อมประกาศตารางปราศรัยใหญ่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ในพื้นที่ นครศรีธรรมราช, สงขลา, ตรัง และพัทลุง เพื่อยืนยันว่าประชาธิปัตย์จะเข้าไปคุมทิศทางรัฐบาลให้มีความซื่อสัตย์และยึดประโยชน์ส่วนรวม

    สำหรับกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้เรื่องเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าตนไม่ได้นำเรื่องนี้มาหาเสียง แต่เป็นการตอบคำถามตามข้อเท็จจริง และย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินต่อไปเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39804&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Lk0vo9naFhCxX8S7yT1Nt

  • แอร์เอเชีย ผนึก HYROX รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา  ตั้งเป้าดึงนักกีฬาทั่วเอเชียกว่า 2.5 แสนคน

    แอร์เอเชีย ผนึก HYROX รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตั้งเป้าดึงนักกีฬาทั่วเอเชียกว่า 2.5 แสนคน

    แอร์เอเชีย เดินเกมรุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬาเต็มสูบ ผนึก HYROX สนับสนุนการเดินทางของนักกีฬากว่า 250,000 คน ใน 15 เมืองทั่วเอเชียแปซิฟิกตลอดปี 2026 เชื่อมโยงคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพ

    แอร์เอเชีย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Fitness Travel) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ HYROX APAC อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 มกราคม 2026 

    ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว แอร์เอเชียจะก้าวเข้ามาเป็น “สายการบินพันธมิตรอย่างเป็นทางการ” ให้กับ HYROX ตลอดปี 2026 เพื่ออำนวยความสะดวกและเชื่อมโยงเครือข่ายทัพนักกีฬากว่า 250,000 คน ที่จะเดินทางไปแข่งขันในกว่า 15 เมืองทั่วเอเชียแปซิฟิก

    “กีฬาฝังอยู่ใน DNA ของแอร์เอเชียมาโดยตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราให้การสนับสนุนวงการกีฬามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสโมสรฟุตบอลอาเซียน, กีฬาซีเกมส์ หรือ UFC เราไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับส่งนักกีฬาไปยังสนามแข่ง แต่เรากำลังเชื่อมโยงคอมมูนิตี้คนรักการออกกำลังกายทั่วอาเซียนและภูมิภาคอื่นให้เป็นหนึ่งเดียวกัน” – Amanda Woo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของแอร์เอเชีย เอ็กซ์

    การประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ สอดคล้องกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ HYROX นับตั้งแต่รุกตลาดเอเชียแปซิฟิกเมื่อสองปีก่อน HYROX ขยายการแข่งขันไปแล้วถึง 9 ตลาด รวม 26 อีเวนต์ มีผู้เข้าร่วมสะสมกว่า 196,000 คน  และยังมีผู้ที่ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมลงแข่ง HYROX อยู่อีกกว่า 100,000 คนทั่วภูมิภาค

    แอร์เอเชีย ผนึก HYROX รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา  ตั้งเป้าดึงนักกีฬาทั่วเอเชียกว่า 2.5 แสนคน

    ชูจุดแข็งเครือข่ายการบิน เชื่อมต่อนักกีฬาข้ามพรมแดน

    ด้วยเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมกว่า 130 จุดหมายปลายทางและเที่ยวบินเกือบ 5,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ แอร์เอเชียจึงเข้ามาเติมเต็มกลยุทธ์การเติบโตของ HYROX ได้อย่างลงตัว 

    ข้อมูลสถิติเผยให้เห็นเทรนด์ที่น่าสนใจว่า โดยเฉลี่ยแล้ว 30% ของผู้แข่งขัน HYROX ยอมบินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาร่วมการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึง 40% ในบางสนาม

    “การผนึกกำลังกับเครือข่ายของแอร์เอเชีย จะช่วยให้นักกีฬาของเราเดินทางไปแข่งขันได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น” Gary Wan กรรมการผู้จัดการ HYROX APAC กล่าว

    “สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การพานักกีฬามาที่สนามแข่ง แต่คือการผสานเรื่องของฟิตเนส การท่องเที่ยว และคอมมูนิตี้ ให้เป็นประสบการณ์เดียวกันได้อย่างไร้รอยต่อ”

    ปูพรมจัดอีเวนต์ใหญ่ เจาะตลาดใหม่ “อินโดฯ-มาเลย์”

    ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว แอร์เอเชียจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก (Title Sponsor) ให้กับการแข่งขัน HYROX จำนวน 7 สนามในปี 2026 โดย Amanda Woo เปิดเผยว่าปฏิทินการแข่งขันจะโฟกัสไปที่อีเวนต์ใหญ่ใน “กรุงจาการ์ตา” ช่วงเดือนมิถุนายน และงานส่งท้ายปีที่ “มาเลเซีย” รวมถึงสนามอื่นๆ ในญี่ปุ่น

    ในส่วนของอีเวนต์ใหญ่อยู่ที่  AirAsia HYROX Jakarta ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาตินูซานตารา (NICE) และ AirAsia HYROX Kuala Lumpur ในเดือนธันวาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว HYROX ครั้งแรกในตลาดมาเลเซียและอินโดนีเซีย

    “การขยายตลาดสู่มาเลเซียและอินโดนีเซียในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของเรา  เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้นำการแข่งขันเข้าไปแนะนำให้คอมมูนิตี้ที่รอคอยมาอย่างยาวนานได้สัมผัส” Gary Wan กล่าวเสริม

    ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะ เปิดฉากสนามแรก ด้วยรายการ AirAsia HYROX Osaka ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการรุกตลาดทั่วทั้งภูมิภาคในทันที

    แอร์เอเชีย ผนึก HYROX รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา  ตั้งเป้าดึงนักกีฬาทั่วเอเชียกว่า 2.5 แสนคน

    มากกว่าตั๋วเครื่องบินคือคอมมูนิตี้ที่ยั่งยืน

    แอร์เอเชียและ HYROX ยังได้วางแผนจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนตลอดทั้งปี  เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มคนรักการออกกำลังกาย โดยจับมือกับยิมพันธมิตร (HYROX Training Clubs) ในเมืองหลักอย่าง กรุงเทพฯ, สิงคโปร์, ฮ่องกง และโอซาก้า 

    ในด้านสิทธิประโยชน์ แอร์เอเชียมอบส่วนลดพิเศษ 10% สำหรับนักกีฬาที่ลงทะเบียนแข่งขันในรายการที่แอร์เอเชียเป็นพาร์ทเนอร์ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการเดินทางแข่งหลายสนาม

    พร้อมกันนี้ ภายในงานแถลงข่าวยังได้มีการเผยโฉมลวดลายเครื่องบินรุ่นพิเศษ (Livery) ภายใต้คอนเซปต์ “Keep Moving, Keep Rising”  ซึ่ง Amanda Woo อธิบายว่า

    ดีไซน์ดังกล่าวเน้นการผสมผสานสีเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ คือ สีแดงและเทาของแอร์เอเชีย กับสีดำของ HYROX เพื่อสร้างอัตลักษณ์ร่วมกันตลอดแคมเปญปี 2026

    แอร์เอเชีย ผนึก HYROX รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา  ตั้งเป้าดึงนักกีฬาทั่วเอเชียกว่า 2.5 แสนคน  

    ยุทธศาสตร์ Sport & Wellness และเทรนด์ Racecation

    ความร่วมมือกับ HYROX ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านกีฬาและสุขภาพ (Sports and Wellness Strategy) ของแอร์เอเชียในปี 2026 ซึ่งรวมถึงโปรเจกต์งานวิ่ง AirAsia RedRun ที่จะจัดขึ้นใน 10 เมืองใหญ่ตลอดทั้งปีนี้ โดยมีอินโดนีเซียเป็นสนามหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ

    “ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ได้มองแค่เรื่องเม็ดเงินหรือกำไร  แต่คือการสร้างคุณค่าให้กับชุมชน ในฐานะสายการบินที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในอาเซียน เราอยากพาผู้โดยสารเดินทางไปทำกิจกรรมที่พวกเขารัก แต่อีเวนต์ส่วนใหญ่มักจัดในช่วงสุดสัปดาห์ ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้โดยสารได้รับทั้งความคุ้มค่าและได้เติมเต็มแพสชันของตัวเองไปพร้อมกัน” Woo กล่าว

    เสน่ห์ของ HYROX คือรูปแบบการแข่งขันวิ่ง 1 กม. สลับกับฐานออกกำลังกาย 8 ฐาน รวม 8 รอบ ทำให้คนหลากหลายกลุ่มให้ความสนใจตั้งแต่นักกีฬาอาชีพไปจนถึงผู้ที่รักสุขภาพ โดยมีเวลาเฉลี่ยในการจบการแข่งขันอยู่ที่ประมาณ 90 นาที

    “ถ้าลงแข่งประเภทเดี่ยว เวลาจบเฉลี่ยคือ 1 ชั่วโมง 30 นาที  จบการแข่งแล้วร่างกายก็ไม่บอบช้ำจนเกินไป ยังมีแรงไปเที่ยวในเมืองต่อ ไปปาร์ตี้ หรือพักผ่อนได้เต็มที่” Gary Wan กล่าว

    พร้อมนิยาม HYROX ว่าเป็นต้นแบบของ “Racecation” (การแข่งขันกึ่งท่องเที่ยว) ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ที่มีความหมาย

    บทพิสูจน์ความสำเร็จที่ชัดเจนคือสนามกรุงเทพฯ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งบัตรขายหมด (Sold out) ภายในเวลา 7 ชั่วโมง และมีชาวต่างชาติเข้าร่วมกว่า 60% โดยส่วนใหญ่บินมาจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    แอร์เอเชีย ผนึก HYROX รุกตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา  ตั้งเป้าดึงนักกีฬาทั่วเอเชียกว่า 2.5 แสนคน

    ปักหมุดสู่ Destination Event

    สำหรับก้าวต่อไป ทั้งสองฝ่ายมองเห็นโอกาสที่จะยกระดับความร่วมมือให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น โดย Gary Wan แย้มถึงแผนการจัดงานแบบ “Multi-day events” หรือมหกรรมที่กินเวลาหลายวัน

    เพื่อจัดอีเวนต์ใหญ่และปักหมุดให้เป็นสนามแข่งระดับ Destination ของภูมิภาค ซึ่งรูปแบบการแข่งในร่มของ HYROX เอื้อต่อการจัดงานยาวตลอดสุดสัปดาห์ และยืดหยุ่นกว่ามาราธอนที่ต้องมีการปิดถนน

    ส่วนแผนการขยายตลาดในประเทศไทย Wan ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด แต่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “เกิดขึ้นแน่นอน”

    “เราตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับคอมมูนิตี้กีฬาในเอเชียอย่างจริงจัง เพราะที่แอร์เอเชีย เราเชื่อเสมอว่าการเดินทางเป็นมากกว่าการนำส่งไปยังจุดมุ่งหมาย แต่คือการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย” Woo กล่าวทิ้งท้าย

    ด้วยวิสัยทัศน์ของ HYROX ที่มุ่งมั่นสร้างแรงบันดาลใจให้คนกว่า 100 ล้านคน พร้อม ผลักดันกีฬาชนิดนี้เข้าสู่เวทีโอลิมปิก ผนวกเข้ากับศักยภาพเครือข่ายการบินของแอร์เอเชีย

    ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนส่วนผสมทางธุรกิจที่ลงตัว เพื่อ รุกตลาดใหม่ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผสานเรื่องของฟิตเนส การท่องเที่ยว และกีฬาในเอเชียแปซิฟิกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/advertorials/general-news/lifestyle/117&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hyVLK3NjiesUAtp-A-DeO

  • เซ็นทาราร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

    เซ็นทาราร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

    เซ็นทาราร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

    ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ ดร. ดำรงค์ ศรีพระราม (ที่ 3 จากขวา) รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และสร้างบุคลากรคุณภาพที่มีความรู้ ความสามารถ และจิตสำนึกด้านความยั่งยืน โดยมี ไมเคิล เฮนสเลอร์ , ศิริวรรณ หวังธำรง, ผศ. ดร. ธงรบ รื่นบรรเทิง และรศ. ดร. สุภาภรณ์ ประสงค์ทัน หัวหน้าภาควิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมพิธี ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

    ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ผ่านการฝึกงานและสหกิจศึกษา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ และการนำโจทย์จริงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance – ESG) อาทิ การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และบุคลากร มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนานิสิตนักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยต่อไปในอนาคต


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12784665&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QsuVquiAkXkf–jgyPujB

  • 10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    เมื่อ “ความเป็นตัวเอง” กลายเป็นนิยามใหม่ของยุคทองแห่งการท่องเที่ยว

    ในปี 2569 การเดินทางจะไม่ใช่เรื่องของการตามแพลนเดียวกันทั้งกลุ่มอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนตัวตน ความเชื่อ ความหลงใหล และช่วงเวลาสำคัญของชีวิตแต่ละคนอย่างชัดเจนที่สุด

    จากแบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางฉบับครบรอบ 10 ปีของ Booking.com ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้เดินทางกว่า 29,000 คนใน 33 ประเทศและดินแดนทั่วโลก พบว่าผู้คนกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคทองของทุกคน” (The Golden Era of Everyone) ยุคที่การเดินทางถูกออกแบบมาเพื่อเราแต่ละคนโดยเฉพาะ ไม่ต้องเหมือนใคร และไม่ต้องรู้สึกผิดที่จะเป็นตัวเอง

    การท่องเที่ยวในปี 2569 จะเปลี่ยนจากแนวคิด “หนึ่งแผนใช้ได้ทั้งทริป” ไปสู่การเดินทางที่ยืดหยุ่น เปิดรับการลองผิดลองถูก และกล้าที่จะหลุดออกจากกรอบเดิม ๆ ผู้เดินทางจะเลือกประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ตัวตนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบความสัมพันธ์กับคนร่วมทริป การหลบหนีเข้าสู่โลกแฟนตาซีในจินตนาการ หรือการพักผ่อนในบ้านตากอากาศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมีเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสำคัญในการวางแผน คัดเลือก และปรับแต่งประสบการณ์ให้ตรงใจมากกว่าที่เคย

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Romantasy Retreats – เมื่อการเดินทางคือการก้าวเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซี

    หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Romantasy Retreats หรือการเดินทางหลบหนีสู่โลกโรแมนตาซี เมื่อกระแสนิยายและภาพยนตร์แฟนตาซีกลับมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ผู้เดินทางไม่ได้ต้องการเพียงอ่านหรือรับชมเรื่องราวเหล่านั้นอีกต่อไป แต่ต้องการ “เข้าไปใช้ชีวิต” ในโลกแห่งมังกร ปราสาทต้องมนต์ ป่าลึกลับ งานเลี้ยงยุคกลาง และงานเต้นรำสวมหน้ากาก

    โดย 91% ของผู้เดินทางชาวไทยสนใจเยือนจุดหมายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายโรแมนตาซี และกว่า 81% เปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทจากหนัง เกม หรือหนังสือที่ชื่นชอบ เทคโนโลยี AI จึงเข้ามามีบทบาทในการแนะนำที่พัก จุดถ่ายทำ หรือสถานที่จริงที่ให้บรรยากาศราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ทำให้ความแฟนตาซีกลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Humanoid Homes – บ้านพักอัจฉริยะที่ไม่ได้แค่พัก แต่ “ดูแล” คุณ

    ขณะเดียวกัน Humanoid Homes หรือบ้านพักตากอากาศอัจฉริยะ กำลังนิยามอนาคตของการพักผ่อนใหม่ บ้านพักไม่ใช่แค่พื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรม ตั้งแต่หุ่นยนต์ทำความสะอาด หุ่นยนต์เชฟ ไปจนถึงระบบจัดการพลังงาน น้ำ และของเสียอัจฉริยะ

    ผู้เดินทางชาวไทยถึง 94% เปิดใจจองที่พักที่มีหุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ และกว่าหนึ่งในสี่ต้องการให้เทคโนโลยีช่วยดูแลเรื่องความยั่งยืน ความล้ำสมัยเหล่านี้ไม่ได้ให้แค่ความสะดวกสบาย แต่ยังสร้างความรู้สึกตื่นเต้น ภาคภูมิใจ และทำให้การพักผ่อนกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำราวกับอยู่ในโลกไซไฟ

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Turbulence Test – ทริปที่ไม่ได้แค่เที่ยว แต่ทดสอบใจและความสัมพันธ์

    อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ Turbulence Test การเดินทางเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ เมื่อทริปวันหยุดกลายเป็นสนามทดลองความเข้ากันได้ของคู่รัก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน ผู้เดินทางชาวไทยกว่า 92% เปิดรับการเดินทางรูปแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการไปยังจุดหมายห่างไกล การเผชิญข้อจำกัดด้านงบ ภาษา หรืออินเทอร์เน็ต รวมถึงการสลับบทบาทผู้นำทริป เทรนด์นี้สะท้อนว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เข้าใจ และประเมินความสัมพันธ์ในชีวิตจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่เปิดรับการทดลองรูปแบบใหม่มากที่สุด

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Shelf-ie Souvenirs – ของที่ระลึกที่เล่าเรื่องผ่านชั้นวางในบ้าน

    ความเป็นตัวตนยังแสดงออกผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างของที่ระลึกในเทรนด์ Shelf-ie Souvenirs เมื่อเครื่องครัว เครื่องปรุง และวัตถุดิบท้องถิ่นกลายเป็นตัวแทนความทรงจำ ผู้เดินทางชาวไทย 87% เลือกซื้อของใช้ในครัวที่มีดีไซน์และเรื่องราวระหว่างการเดินทาง และมองว่าชั้นวางของในบ้านคือพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรมจากทั่วโลก ของที่ระลึกเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าทางสุนทรียภาพเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงอารมณ์ ความทรงจำ และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Roadtrip Rewired – โร้ดทริปที่ปลายทางไม่สำคัญเท่าคนและเรื่องราวระหว่างทาง

    ด้านการเดินทางบนท้องถนน Roadtrip Rewired กำลังเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของโร้ดทริป จากการขับรถไปถึงจุดหมาย กลายเป็นการเปิดรับผู้คนใหม่ เรื่องไม่คาดฝัน และประสบการณ์ระหว่างทาง ผู้เดินทางชาวไทย 95% เปิดรับการใช้รถร่วมกัน และ 81% ยินดีใช้แอปเพื่อหาเพื่อนร่วมเส้นทาง ขณะที่ AI และรถยนต์ไร้คนขับกำลังเข้ามามีบทบาทในการออกแบบเส้นทางที่สวยงาม แปลกใหม่ และเหมาะกับความสนใจเฉพาะบุคคล โดยคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่นำเทรนด์นี้อย่างชัดเจน

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Destined-ations – เมื่อดวงดาวกลายเป็นเข็มทิศการเดินทาง

    ในอีกมุมหนึ่ง Destined-ations หรือการเดินทางตามดวงดาว กำลังสะท้อนการแสวงหาความหมายทางจิตวิญญาณ ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากยอมปรับหรือยกเลิกแผนการเดินทางหากได้รับคำแนะนำจากหมอดู หรือได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ทางโหราศาสตร์ เช่น ดาวพุธถอยหลัง การเลือกวันเดินทางตามข้างขึ้นข้างแรม หรือการไปเยือนสถานที่ที่เชื่อว่ามีพลังงานสูง กลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบทริป โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennial

    • 72% ของผู้เดินทางชาวไทยพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกแผนการเดินทางของพวกเขาหากผู้ปรึกษาทางจิตวิญญาณหรือหมอดูแนะนำว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
    • 75% ของพวกเขาจะพิจารณาทริปการเดินทางใหม่อีกรอบหากมีคำเตือนจากโชคชะตา
    • มากกว่าครึ่ง (58%) จะปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางหากดาวพุธโคจรถอยหลังซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสื่อสารที่ผิดพลาดหรือการเดินทางล่าช้า

    นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนการเดินทางตามหลักจักรวาลแล้ว ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากยังแสวงหาประสบการณ์การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับหรือโหราศาสตร์เช่นกัน

    • 55% ของพวกเขาระบุว่าเมื่อต้องวางแผนการเดินทาง พวกเขาจะพิจารณาจากอิทธิพลทางโหราศาสตร์เหล่านี้ ตั้งแต่กำหนดการออกเดินทางที่ตรงกับข้างขึ้นข้างแรมหรือวันครีษมายันซึ่งมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ไปจนถึงกำหนดการการเยี่ยมชมสถานที่ที่มีพลังงานสูง
    • ผู้เดินทาง Gen Z ชาวไทย (65%) และมากกว่าครึ่งของ Millennial (56%) มีความสนใจในการค้นหาจิตวิญญาณเป็นพิเศษซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสำหรับพวกเขาแล้ว เส้นทางของการค้นพบตัวเองนั้นอาจถูกกำหนดไว้แล้ว

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Glow-cations – ทริปเพื่อผิวสวย สุขภาพดี และการฟื้นฟูจากภายใน

    เทรนด์สุขภาพก็ลึกซึ้งและเฉพาะตัวมากขึ้นกับ Glow-cations การเดินทางเพื่อผิวเปล่งประกาย ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์ผิวด้วย AI กระจกอัจฉริยะ การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อการนอนหลับ ไปจนถึงทรีตเมนต์ที่ปรับตามสภาพอากาศและกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ผู้เดินทางชาวไทยกว่า 90% สนใจทริปที่ช่วยฟื้นฟูผิวและคุณภาพการนอนควบคู่กันไป

    • ผู้เดินทางชาวไทย 91% สนใจที่จะจองทริปวันหยุดสำหรับการดูแลสุขภาพผิวโดยเฉพาะ โดยมีทรีตเมนต์สำหรับผิวกายหลายประเภทซึ่งปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผิวตามแต่ละบุคคล
    • จากการพักผ่อนในสปาแบบเดิม ๆ กำลังกลายเป็นการเดินทางแบบไฮเทค และผู้เดินทางชาวไทย (78%) ระบุว่าพวกเขาอาจจะใช้ AI สำหรับช่วยระบุจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมกับความต้องการทางด้านผิวพรรณของพวกเขาอย่างพิถีพิถัน
    • ความต้องการเฉพาะตัวของทริปดังกล่าวลึกซึ้งกว่าที่เคย โดยผู้เดินทางชาวไทย 88% เปิดใจให้กับบริการปรนนิบัติผิวที่เน้นไปยังการเติมความชุ่มชื้น ซึ่งถูกออกแบบและปรับให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพอากาศของแต่ละท้องถิ่น 
    • ขณะที่ 85% ให้ความสนใจกับกระจกอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์รูขุมขนและความชุ่มชื้นของผิวเพื่อให้คำแนะนำด้านการดูแลผิว
    • การปรับปรุงคุณภาพการนอนยังเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โดย 90% ของผู้เดินทางชาวไทยสนใจที่พักที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอน ภายใต้สภาวะแสงและเสียงที่สอดคล้องเกี่ยวข้องกับนาฬิการ่างกายซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Hushed Hobbies – ความเงียบที่กลายเป็นประสบการณ์ล้ำค่า

    ขณะเดียวกัน ความเงียบกลับดังขึ้นในเทรนด์ Hushed Hobbies เมื่อผู้คนโหยหาการเชื่อมโยงกับธรรมชาติผ่านกิจกรรมแสนสงบ เช่น ดูนก ตกปลา ส่องแมลง หรือเก็บของป่า เทคโนโลยีไม่ได้หายไป แต่กลับทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเงียบ ๆ ในการให้ข้อมูลสายพันธุ์ เส้นทาง และฤดูกาล ทำให้การพักผ่อนคือการลดความเร็วชีวิต ไม่ใช่การเพิ่มกิจกรรม

    • ผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (54%) ระบุว่าพวกเขาตั้งใจที่จะไปพักผ่อนในสถานที่ที่ทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น
    • 33% หันไปสนใจงานอดิเรกที่เงียบสงบมากขึ้นในช่วงวันหยุด โดยผู้เดินทางชาวไทยจะมองหากิจกรรมที่ฝึกความอดทน การทบทวนตัวเอง และการคลายเครียด
    • 84% ของพวกเขาอาจลองทำกิจกรรมส่องผีเสื้อกลางคืนหรือแมลง ส่วน 87% เลือกที่จะตกปลาหรือดูนก
    • 91% ระบุว่าพวกเขาต้องการที่จะเข้าพักในสถานที่ที่พวกเขาจะได้ทำกิจกรรมเก็บหาของป่าในพื้นที่ธรรมชาติของชุมชนสำหรับนำมาปรุงอาหารของตัวเอง โดยกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เดินทางได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    PastPorts – เดินทางย้อนอดีต เพื่อเข้าใจตัวเองในวันนี้

    อดีตก็กลายเป็นจุดหมายใน PastPorts เมื่อ AI ช่วยแปลงความทรงจำ ภาพถ่ายเก่า และเรื่องเล่าของครอบครัวให้กลายเป็นแผนการเดินทาง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากต้องการย้อนกลับไปยังสถานที่แห่งความทรงจำ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนข้ามรุ่น ทำความเข้าใจอดีต และสร้างความหมายใหม่ให้กับชีวิต

    สำหรับผู้เดินทางชาวไทยหลายคน ทริปเหล่านี้ล้วนเป็นทริปที่มีความหมายกับพวกเขาอย่างลึกซึ่งและยังคงต้องการย้อนเวลากลับไปสัมผัสช่วงเวลานั้น ๆ อีกครั้งเพื่อแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นได้

    • 91% ของผู้เดินทางชาวไทยกล่าวว่าพวกเขาต้องการที่จะสร้างความทรงจำหรือรูปภาพในอดีตใหม่อีกรอบโดยใช้เทคโนโลยีในการช่วยระบุตำแหน่งของสถานที่ในความทรงจำ และเดินทางไปเยือนที่ดังกล่าว
    • เกือบครึ่งของผู้เดินทางชาวไทย (49%) ระบุว่าแรงบันดาลใจหลักของทริปนี้คือการกลับไปยังความทรงจำนั้น ๆ อีกครั้งกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท
    • ขณะที่ 55% ต้องการที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก เชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต และได้กลับบ้าน
    • พวกเขามองทริปเที่ยวในอดีตเหล่านี้เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต (31%) ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนการเติบโตของตัวเองหรือกลับไปเชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต (32%) รวมถึงการกลับไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำในช่วงยากลำบากเพื่อทำความเข้าใจและปล่อยวางความรู้สึกนั้นไป (36%)

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Modern Milestone Missions – ฉลองความสำเร็จในแบบของตัวเอง

    ท้ายที่สุด Modern Milestone Missions สะท้อนว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอ “เหตุการณ์สำคัญแบบเดิม” อีกต่อไป ผู้คนออกเดินทางเพื่อฉลองความสำเร็จในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการได้งานใหม่ การดูแลสุขภาพสำเร็จ หรือแม้แต่การเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ การเดินทางจึงกลายเป็นรางวัลของความพยายาม และเป็นการยืนยันคุณค่าของตัวตน

    • 77% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับเมื่อตัดสินใจจองการเดินทาง
    • เกือบหนึ่งในห้า (19%) กล่าวว่าพวกเขาต้องการที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝันโดยที่ไม่ต้องรอเหตุการณ์สำคัญแบบเดิม ๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของการเดินทางในครั้งนี้

    กระแสของทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่ตอกย้ำให้เห็นว่าผู้เดินทางกำลังให้ความสำคัญกับความสำเร็จส่วนตัวในรูปแบบของตัวเอง และใช้การออกเดินทางเป็นวิธีการเฉลิมฉลองตัวตนของพวกเขา

    • 87% ของผู้เดินทางชาวไทยมองว่าการเดินทางคือรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก
    • ยังมีเหตุผลใหม่ ๆ สำหรับการออกเดินทางปรากฏให้เห็นมากขึ้น ทั้งการฉลองที่ได้งานใหม่หรือได้เลื่อนขั้น (24%) การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด (14%) การจบความสัมพันธ์ (15%) และการอวดเสื้อผ้าใหม่ ๆ (12%)
    • ความสำเร็จด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ทรงพลังเช่นกัน ด้วยผู้เดินทางชาวไทยเกือบหนึ่งในห้า (23%) เดินทางเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของพวกเขา เช่น การเลิกแอลกอฮอล์หรือการเปลี่ยนแปลงด้านรูปร่าง

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    คุณบรานาวัน อรุลโจธี Area Manager ของ Booking.com สรุปว่า ปี 2569 การเดินทางคือกระจกสะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง และ Booking.com มุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถออกไปค้นพบโลกในแบบของตัวเองได้ง่าย ยืดหยุ่น และเต็มไปด้วยความหมายมากกว่าที่เคย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/737162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gYOuNVNpMEQLRgvfLv9rb

  • ททท.เผยไวรัสนิปาห์ ยังไม่กระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยพุ่ง 20%

    ททท.เผยไวรัสนิปาห์ ยังไม่กระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยพุ่ง 20%

    ททท.เผยไวรัสนิปาห์ ยังไม่กระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยพุ่ง 20%

    วันนี้ (วันที่ 28 มกราคม 2569) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ททท.ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสนิปาห์ (NIPAH) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ซึ่งมีการประกาศล็อคดาวน์พื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

    โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดพบว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยากับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความกังวลและตื่นตระหนกจากข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง

    ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ : ยังไม่ส่งผลกระทบชัดเจน

    ทั้งนี้จากสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ  พบว่าในภาพรวมยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย แม้อาจจะมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่วิตกกังวลบ้างก็ตาม

    จากข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรายวัน โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ระบบ TATIC) ณ วันที่ 26 มกราคม 2569 ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1-25 มกราคม 2569 มีจำนวน 2.62 ล้านคน หดตัวเฉลี่ย 10 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
     

    อย่างไรก็ตาม การหดตัวดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากไวรัสนิปาห์ แต่เป็นผลต่อเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และวิกฤตน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วงปลายปี 2568 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อตลาดมาเลเซียที่เดินทางผ่านด่านทางบกเป็นหลัก  กอปรกับพื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่บางส่วนยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่เต็มที่

    สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดอินเดียเข้าไทย : ยังไม่ได้รับผลกระทบ

    ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียยังแกร่ง ยอดนักท่องเที่ยวพุ่งสวนกระแส เป็นที่น่าสนใจว่า นักท่องเที่ยวจากอินเดีย เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 1-25 มกราคม 2569 มีจำนวนสะสมกว่า 1.89 แสนคน เพิ่มขึ้น 20 % เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่มีรายงานข่าวการระบาด (20-26 มกราคม 2569) จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียยังคงขยายตัวเฉลี่ยถึง 35 % เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568

    ทั้งนี้ เส้นทางการบินจากอินเดีย ยังคงมีทิศทางเป็นบวก โดยเฉพาะท่าอากาศยานหลักที่มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

    • ท่าอากาศยานภูเก็ต เพิ่มขึ้น 51%
    • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มขึ้น 33%
    • ท่าอากาศยานดอนเมือง เพิ่มขึ้น 15%

    ทั้งนี้ แนวโน้มทั้งเดือนมกราคม 2569 คาดว่า จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 2.0 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

    สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดอื่น ๆ : ต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

    แม้ในภาพรวมจะยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน แต่การนำเสนอข่าว/ประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ในสื่อหลักและโซเชียลมีเดียของต่างประเทศ อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดที่มีค่อนข้างอ่อนไหวสูงและวิตกกังวลต่อความปลอดภัย อาทิ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อาจชะลอการเดินทางเพื่อรอดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้

    อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ประเทศต้นทางอย่างทันท่วงที รวมทั้งการวางแนวทางคัดกรองนักท่องเที่ยวอินเดียจากพื้นที่ดังกล่าวมายังประเทศไทย โดยเฉพาะท่าอากาศยานหลัก (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต) อาจช่วยลดทอนความรุนแรงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว

    ผลกระทบเชิงจิตวิทยาและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย : อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

    จากการติดตามรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศโดย ททท. สำนักงาน พื้นที่อินเดีย (นิวเดลีและมุมไบ) และ Social Listening จากกองประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ ททท. (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2569) สรุปดังนี้

    • สถานการณ์การระบาดอยู่ในวงจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์ ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ และในพื้นที่เมืองโกลกาตา ไม่มีการสวมหนากากอนามัยในที่สาธารณะ และการเดินทางท่องเที่ยวยังดำเนินไปตามปกติ
    • ยังไม่มีการประกาศเตือนห้ามเดินทาง การยกเลิกการเดินทาง หรือการลดเที่ยวบินจากเหตุดังกล่าวที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางระหว่างประเทศ มีเพียงความกังวลจากข่าวและโซเชียลที่เผยแพร่ในวงกว้างเท่านั้น
    • เนื้อหาการนำเสนอข่าว/ Social Listening ส่วนใหญ่เป็นการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและยังไม่ส่งผลกระทบภาพรวม sentiment การเดินทางมายังประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/650044&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iZSj3m5sFf99nr7QPBdvk