Category: ท่องเที่ยว

  • Soft Power ที่จับต้องได้! ‘ลิซ่า’ เอฟเฟกต์ดัน ทะเลบัวแดง นักท่องเที่ยวพุ่ง

    Soft Power ที่จับต้องได้! ‘ลิซ่า’ เอฟเฟกต์ดัน ทะเลบัวแดง นักท่องเที่ยวพุ่ง

    เมื่อ 28 มกราคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว ‘ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล’ ซึ่งเป็นนักร้อง, นักแสดง, นักเต้น และแรปเปอร์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ ‘Feel All the Feelings’

    การเปิดตัว Amazing Thailand Ambassador ในครั้งนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แลนด์มาร์กสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศไทย พร้อมตอกย้ำเสน่ห์อันโดดเด่นของไทยที่ผสานความวิจิตรประณีตแบบดั้งเดิมเข้ากับพลังแห่งการสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัยได้อย่างงดงามและลงตัว

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. เชื่อว่าการถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของประเทศไทยผ่านมุมมองของ ‘ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล’ จะเปิดประสบการณ์การรับรู้ใหม่ให้กับผู้คนได้เห็นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวชั้นนำคุณภาพสูง ที่มีความลึกซึ้งมากกว่าความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่เต็มไปด้วย ‘คุณค่า’ ที่ซ่อนอยู่ในทุกประสบการณ์ และ ‘ความหมาย’ ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางในทุกช่วงเวลา

    “หลังจากที่เราได้เริ่มประชาสัมพันธ์ภาพแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ออกไป ไม่ว่าจะเป็น วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ทะเลบัวแดง พบว่ากระแสตอบรับจากทั้งประชาชนชาวไทยและ ลิลลี่ (ชื่อแฟนคลับของลิซ่า) ทั่วโลกนั้นดีเยี่ยมมาก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ยอดการมีส่วนร่วม หรือการแชร์เรื่องราวในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริงในพื้นที่” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว

    จากข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเรือประมงและนำเที่ยวทะเลบัวแดง ท่าเรือบ้านเดียม อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 25 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมจำนวนทั้งหมด 50,306 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 26,019 คน คิดเป็นร้อยละ 51.73

    และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 24,287 คน คิดเป็นร้อยละ 48.27 อาทิ ประเทศจีน, ลาว, เยอรมัน และ ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วทะเลบัวแดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มหลัก แต่ในฤดูกาลนี้พบว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกือบเทียบเท่านักท่องเที่ยวชาวไทย สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมจากตลาดต่างประเทศที่ขยายตัวมากขึ้นอย่างชัดเจนจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น

    ถ่ายภาพ ทะเลบัวแดง ตามรอย ลิซ่า

    นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลต์ในการเที่ยวตามรอยลิซ่าในครั้งนี้ คือ ความตั้งใจของนักท่องเที่ยวในการถ่ายภาพตามลิซ่า โดยการเลือกใช้บริการเรือสำหรับนั่งถ่ายภาพความสวยงามของทะเลบัวแดง จากการรายงานในพื้นที่ พบว่า วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 มีเรือใหญ่ให้บริการ 254 เที่ยว เรือเล็ก 70 เที่ยว รวมจำนวนนักท่องเที่ยว 1,664 คน สร้างรายได้จากการบริการเรือชมทะเลบัวแดง จำนวน 148,000 บาท

    ในส่วนวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 มีเรือใหญ่ให้บริการ 457 เที่ยว เรือเล็ก 97 เที่ยว รวมจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 2,937 คน สร้างรายได้จากการบริการเรือชมทะเลบัวแดง จำนวน 257,600 บาท รวม 2 วัน เกิดรายได้จากการบริการเรือชมทะเลบัวแดงสูงถึง 405,600 บาท

    ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดงในปี 2569 (เดือนพฤศจิกายน 2568 – กุมภาพันธ์ 2569) จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 120,000 คน

    “ในบทบาทของการเป็น Amazing Thailand Ambassador น้องลิซ่าถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เปรียบเสมือนบุคลากรทรงคุณค่าที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมความทันสมัยเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย น้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการบอกเล่าเรื่องราวผ่านกิริยา ทัศนคติ และเสน่ห์ของความเป็นไทย ได้อย่างงดงาม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเราในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่การเป็น Quality Premium Destination หรือจุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมอย่างสมบูรณ์แบบ”

    ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า สำหรับเป้าหมายทางเศรษฐกิจนั้นให้ความสำคัญกับ ‘มูลค่ารายได้’ เป็นหัวใจหลัก โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท

    อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งของลิซ่าทั่วโลก เราคาดการณ์ว่าอาจมีส่วนช่วยผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวให้สูงถึง 35-36.7 ล้านคน รวมถึงปรับสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะใกล้และระยะไกลให้มีความสมดุลมากขึ้น นอกจากนี้ อิทธิพลของลิซ่ายังช่วยต่อยอดโอกาสไปสู่นักลงทุนและวงการอื่น ๆ เช่น วงการกีฬา ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยในหลายมิติ

    ABOUT THE AUTHOR

    ถนัดกิจ จันกิเสน

    Content Creator ประจำกองบรรณาธิการ THE STANDARD WEALTH ผู้เสพติดโลกธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี และชอบสำรวจโลกออฟไลน์และออนไลน์มาถอดรหัสความเคลื่อนไหวให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และได้ไอเดียใหม่ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/lisa-effect-red-lotus-sea-tourism/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-zQXSFnYDakX5Yw8YA9t7

  • บิ๊กบุรีรัมย์จี้รัฐแก้ขนส่ง-กู้เชื่อมั่นชายแดน ดันจังหวัดสู่เมือง MICE

    บิ๊กบุรีรัมย์จี้รัฐแก้ขนส่ง-กู้เชื่อมั่นชายแดน ดันจังหวัดสู่เมือง MICE

    นายประณัย สายชมภู กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกจดจำในฐานะ “เมืองกีฬา” จากการเป็นเจ้าภาพอีเวนต์กีฬาระดับประเทศและนานาชาติ ส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ รวมถึงธุรกิจบริการอย่างโรงแรมและร้านอาหารจำนวนมาก

    อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงโครงสร้างการท่องเที่ยวระยะยาวมองว่ารากฐานที่แท้จริงของบุรีรัมย์ไม่ได้อยู่ที่กีฬาเพียงมิติเดียว แต่คืออารยธรรมและทรัพยากรทางธรณีวิทยาโดยเฉพาะภูเขาไฟโบราณ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัด และยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าท่องเที่ยวเชิงคุณค่าได้ตลอดปี

     สำหรับภาพรวมปี 2568 บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีมิติทางการเมืองค่อนข้างสูงในสายตาคนนอก ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าการเติบโตของพื้นที่เป็นผลจากการเมืองควบคู่กับเศรษฐกิจ แต่ในมุมของผู้ประกอบการ การเติบโตของจังหวัดไม่ได้เกิดจากการเมืองเพียงอย่างเดียว เพราะภาคเอกชนในพื้นที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจ

    “สำหรับผู้ประกอบการ ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เมืองเติบโต เราก็มีโอกาสเติบโตตาม แต่สิ่งที่ตามมาคือการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามามากขึ้น เอกชนจึงต้องยกระดับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการจัดอีเวนต์ใหญ่อย่าง MotoGP หรือแรงสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ถ้าฝั่งซัพพลายไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นที่พัก การบริการ หรือบุคลากร โอกาสก็ไม่ตกมาถึงผู้ประกอบการ เอกชนหลังบ้านจึงต้องเตรียมตัวหนักมาก”

    จุดแข็งสำคัญของบุรีรัมย์ คือการที่ผู้ประกอบการมีความเป็นกลุ่มเป็นก้อน และขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เมื่อโอกาสมาถึงจังหวัดสามารถรองรับได้อย่างมีคุณภาพ

    แม้บุรีรัมย์ยังถูกจัดเป็นเมืองรองไม่ใช่จุดหมายหลักของนักท่องเที่ยว แต่ในช่วงหลังเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยมีนักท่องเที่ยวหน้าใหม่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งกลุ่มคาราวานท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ไม่เคยพบเห็นในอดีต เช่น นักท่องเที่ยวชาวจีนจากมณฑลยูนนานที่เดินทางเข้ามาเป็นกรุ๊ปคาราวาน จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะสนามแข่งรถหรือสนามฟุตบอล ปัจจุบันเริ่มกระจายตัวออกไปสู่แหล่งท่องเที่ยวรอบนอกมากขึ้น

    “ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา หรือ สปป.ลาว แต่ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของผู้ประกอบการในพื้นที่”

    ขณะเดียวกันยังพบว่า นักท่องเที่ยวแบบ FIT (เดินทางอิสระ) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สะท้อนพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เริ่มมองบุรีรัมย์เป็นปลายทางมากกว่าจุดแวะผ่าน

    ททท.หนุนแฟมทริป เปิดตลาดยุโรป–ญี่ปุ่น

    การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจัดกิจกรรมแฟมทริป โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่พาคณะจากต่างประเทศเข้ามาสำรวจพื้นที่อีสานใต้

    ยกตัวอย่าง กลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป เช่น เวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่เดินทางมาจากการประสานงานของสำนักงาน ททท. แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ประกอบการในพื้นที่แทบไม่เคยต้อนรับมาก่อน

    นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับการที่บุรีรัมย์เป็นที่ตั้งของสนามแข่งรถระดับโลก ทำให้บริษัทเอกชนและผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกีฬาเริ่มรู้จักจังหวัดมากขึ้น และขยายการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่

    นายประณัย สายชมภู

    เหตุการณ์ลบกระทบความเชื่อมั่น ยอดจองหายเกือบ 80%

    อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งเหตุอุบัติเหตุรถบัสนักเรียนไฟไหม้ช่วงปลายปี 2567 การเลือกตั้งที่ทำให้การจัดสัมมนาหน่วยงานรัฐไม่ต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์ปะทะชายแดนในช่วงกลางปี 2568 ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์จังหวัด แม้พื้นที่จริงอย่างอำเภอคูเมืองจะอยู่ห่างจากแนวชายแดนกว่า 140 กิโลเมตร

    “เฉพาะเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวหายไปเกือบ 80% เพราะนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดเห็นชื่อบุรีรัมย์แล้วเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทั้งที่พื้นที่จริงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง”

    สนามบินนานาชาติ จุดเปลี่ยนสู่เมือง MICE

    นายประณัยมองว่า การเปิดสนามบินนานาชาติบุรีรัมย์ในปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับจังหวัดจากเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา ไปสู่การเป็นเมืองไมซ์ (MICE) อย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่เริ่มขยับตัว เตรียมความพร้อมรองรับการจัดประชุม สัมมนา และฟอรัมขนาดใหญ่ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาโครงสร้างรองรับกิจกรรมระดับองค์กรและระดับประเทศ

    อย่างไรก็ตามการผลักดันบุรีรัมย์สู่เมืองไมซ์จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มศักยภาพ จำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งในด้านการลดต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะต้นทุนแรงงาน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของจังหวัดในปัจจุบัน

    แหล่งท่องเที่ยวชุมชนหลายแห่งของบุรีรัมย์มีศักยภาพสูง แต่การเข้าถึงยังจำกัด หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ทำให้การกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบนอกเป็นไปได้ยาก หากภาครัฐไม่เร่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถสองแถวหรือรถแดงในรูปแบบเดียวกับจังหวัดเชียงใหม่ โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะออกไปใช้จ่ายนอกตัวเมืองจะยังคงจำกัดอยู่

    บิ๊กบุรีรัมย์จี้รัฐแก้ขนส่ง-กู้เชื่อมั่นชายแดน ดันจังหวัดสู่เมือง MICE

    นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดน ถือเป็นปัจจัยที่อ่อนไหวอย่างมากต่อการตัดสินใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัวและโรงเรียน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบุรีรัมย์ หากมีข่าวความไม่สงบหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จะส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางทันที

    ในมุมของผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจต้องการให้รัฐช่วยลดภาระด้านภาษีและสวัสดิการ รวมถึงเร่งกระบวนการจดแจ้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้มีความรวดเร็วและทันต่อการแข่งขันในตลาด เนื่องจากสมุนไพรและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งของจังหวัด

    คาดว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวผลของบุรีรัมย์ จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสนามบิน ควบคู่กับการปรับโมเดลธุรกิจของผู้ประกอบการ จากการพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้และฐานการผลิตสมุนไพร หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดน เศรษฐกิจของบุรีรัมย์จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ และมีความหลากหลายมากกว่ายุค Sport City ในอดีต

    บิ๊กบุรีรัมย์จี้รัฐแก้ขนส่ง-กู้เชื่อมั่นชายแดน ดันจังหวัดสู่เมือง MICE

    อีสานดึกดำบรรพ์ ใช้ฟอสซิล–ช้าง สร้าง Story ใหม่

    จากผลกระทบสถานการณ์ชายแดน เพลาเพลินจึงร่วมมือกับจังหวัดใกล้เคียง และ ททท. พัฒนาโครงการ “อีสานดึกดำบรรพ์” ภายใต้แนวคิด FOSSIL IN THE GARDEN เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และอารยธรรมมนุษย์ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยว 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

    โครงการเลือกใช้ “ช้างดึกดำบรรพ์” เป็นตัวชูโรง แทนการขายเส้นทางปราสาทหินแบบเดิม โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ฟอสซิลช้างบนดินแดนภูเขาไฟ ไปจนถึงวัฒนธรรมเมืองช้างของสุรินทร์และบุรีรัมย์ และวิถีชีวิตของชาวกูย

    กลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักท่องเที่ยว Gen X และ Gen Y ที่สนใจประวัติศาสตร์ อนุรักษ์นิยม และต้องการลงพื้นที่จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพื้นที่อีสานใต้ยังปลอดภัยและมีคุณค่ามากกว่าภาพข่าวเชิงลบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/650726&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w2r4aaVNAS9yzqVDksQyG

  • “พิพัฒน์”กางเมกะโปรเจกต์ 3 แสนล้านปลดล็อกท่องเที่ยวไทยสร้างแหล่งรายได้ใหม่

    “พิพัฒน์”กางเมกะโปรเจกต์ 3 แสนล้านปลดล็อกท่องเที่ยวไทยสร้างแหล่งรายได้ใหม่

    วันพุธ ที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.36 น.

    20 ปีที่รอคอยสู่แผนจริง Disneyland Thailand “พิพัฒน์” กางเมกะโปรเจกต์ 3 แสนล้าน ปลดล็อกท่องเที่ยวไทย สร้างแหล่งรายได้ใหม่

    กระแส “Disneyland Thailand” กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยแนวคิดผลักดันเมกะโปรเจกต์สวนสนุกระดับโลกในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดชลบุรี ในรูปแบบโครงการ Mixed-Use ขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีเพียงสวนสนุก แต่รวมศูนย์กีฬา ความบันเทิง และพาณิชยกรรมไว้ในพื้นที่เดียวกัน

    นายพิพัฒน์ยอมรับว่า แนวคิดดึง Disneyland มายังประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่แตกต่างจากอดีตคือ “ความพร้อม” ของประเทศในวันนี้ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ขนาดใหญ่ และศักยภาพของภาคเอกชนในการร่วมลงทุน

    แผนเบื้องต้นระบุการใช้พื้นที่ราว 5,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ Disneyland ประมาณ 3,000 ไร่ มูลค่าลงทุนเกือบ 200,000 ล้านบาท และพื้นที่ศูนย์กีฬาและเอ็นเตอร์เทนเมนต์อีก 2,000 ไร่ มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการราว 300,000 ล้านบาท

    รูปแบบการลงทุนจะเป็น PPP (Public-Private Partnership) โดยภาครัฐทำหน้าที่จัดหาที่ดิน ประสานการเจรจา Licensing กับ Disney และสนับสนุนด้านการอำนวยความสะดวก ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการ เพื่อลดภาระงบประมาณรัฐและเปิดทางให้มืออาชีพเข้ามาบริหารโครงการ

    นายพิพัฒน์ระบุว่า ปัจจัยชี้ขาดสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากสนามบินถึงพื้นที่โครงการใช้เวลาประมาณ 45 นาที

    ส่วนเหตุผลสำคัญที่ไทย “ต้องมี” Disneyland นั้น นายพิพัฒน์ ชี้ว่า เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอยู่ในภาวะอิ่มตัว ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32–38 ล้านคนต่อปีแทบไม่ขยับ ขณะที่แนวโน้มการท่องเที่ยวโลกเปลี่ยนไปสู่การท่องเที่ยวแบบครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายสูง หากไทยต้องการยกระดับนักท่องเที่ยวสู่ 50–60 ล้านคนต่อปี จำเป็นต้องมีแลนด์มาร์กด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก มีการประเมินว่า หากโครงการเกิดขึ้นจริง จะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวได้เกือบ 20 ล้านคนต่อปี เกิดการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจราว 150,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมกระจายรายได้สู่พื้นที่รอบข้าง ทั้งทะเลภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ

    อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และการเจรจา Licensing กับ Disney โดยการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องเชิงนโยบาย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในเสถียรภาพการพัฒนาในระยะยาว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/464896&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mx99dHzKWCIQ-4tqvLIIy

  • สมุทรสงคราม ขับเคลื่อนแผนพร้อมเตรียมคิกออฟปฏิทินท่องเที่ยวปี 69

    สมุทรสงคราม ขับเคลื่อนแผนพร้อมเตรียมคิกออฟปฏิทินท่องเที่ยวปี 69

    ภูมิภาค

    สมุทรสงคราม ขับเคลื่อนแผนพร้อมเตรียมคิกออฟปฏิทินท่องเที่ยวปี 69

    วันพุธ ที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยนางสาวปิ่มรัก หลักทอง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม รายงานสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี 2568 สรุปว่าจังหวัดสมุทรสงครามมีผู้เยี่ยมเยือนรวม 5,415,587 คน อยู่ในลำดับที่ 17 ของประเทศเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 5,247,204 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 168,383 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 7,627 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.96 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย  7,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.84 และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  294 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.80 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1,200 บาทต่อวัน โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,200 บาทต่อคนต่อวัน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,500 บาทต่อคนต่อวัน

    จังหวัดสมุทรสงครามมีโรงแรมและสถานที่พักรวม 236 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรม 60 แห่ง ห้องพัก 1,543 ห้อง และที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม 176  แห่ง นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พัก เช่น มาตรฐานโฮมสเตย์ไทยและการท่องเที่ยวโดยชุมชนอาเซียน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้แก่ วิสาหกิจชุมชนบ้านบางพลับ มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทรีสอร์ท ได้แก่ โรงแรม ณ ทรีทารา ริเวอร์ไซต์ และมาตรฐานเรือรับจ้างนำเที่ยว ได้แก่ ท่าเรือคุณย่า เป็นต้น

    อย่างไรก็ตามในที่ประชุม คณะกรรมการได้เสนอปัญหาและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า การจัดงานอีเวนท์ของหน่วยงานภาครัฐควรมีการประเมินความคุ้มค่า ทั้งในด้านสถานที่และรูปแบบ เพื่อให้งานที่จัดเกิดประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้

    ด้านนายวีระนิจ เหลืองรัตนเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม และร้อยโทพัชโรดม อุนสุวรรณ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลอัมพวากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวถึงปัญหาการขาดความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ ส่งผลให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ เกิดปัญหาสถานที่จอดรถไม่เพียงพอและการจราจรติดขัด อีกทั้งยังขาดการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในจังหวัด ซึ่งการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำจะช่วยกระจายโอกาสและรายได้ให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาปฏิทินท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปี 2569 ซึ่งจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามยังเตรียมจัดงานเปิดตัวปฏิทินท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม ปี 2569 เพื่อคิ๊กออฟการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมประชาสัมพันธ์กิจกรรมเด่นและงานสำคัญที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปี 2569 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจัดขึ้นบริเวณสะพานแขวนวัดใหญ่ราชพงษ์ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรสงคราม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/464835&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ATzhPXS5DBu_HwpAzHqCF

  • เดอะมอลล์ ยกระดับตรุษจีน อัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ ดันเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

    เดอะมอลล์ ยกระดับตรุษจีน อัดแคมเปญกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ ดันเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

    กลุ่มเดอะมอลล์ ยกระดับตรุษจีนสู่เวทีเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวผนึกพันธมิตรระดับโลกสร้าง Chinese Festive Destination ผสานวัฒนธรรม ความเชื่อ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ภายใต้แคมเปญ JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 ภายใต้แนวคิด ‘มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง’ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม- 4 มีนาคม 69 สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทั้งในมิติค้าปลีก การท่องเที่ยว และบริการ คาดแคมเปญส่งให้เงินสะพัดกว่า 4,200 ล้านบาท 

    4 ก.พ. 2569 – นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดศักราชปีมะเมียธาตุไฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์  “มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” สัญลักษณ์ของพลัง ความกล้าหาญ และความสำเร็จในการเริ่มต้นปีใหม่ โดยผนึกกำลังพันธมิตรจีนระดับโลก ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล การเงิน คอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์ อาทิ Alipay, UnionPay, WeChat Pay, iQIYI และพันธมิตรจีนอีกหลากหลายมิติ เพื่อสร้าง  Retail Ecosystem ส่งมอบประสบการณ์ ‘ตรุษจีน’ ที่ครบและแตกต่าง ภายใต้งบประมาณ 240 ล้านบาท

    จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่า วันจ่ายยังคงเป็นวันที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุด กับการเตรียมของไหว้ อาหารมงคล ขณะที่วันไหว้เป็นวันที่มีความหมายทางอารมณ์ของครอบครัวมากที่สุด  ความหมายของการอยู่พร้อมหน้า อาหารที่ไหว้ได้ กินต่อได้ และสร้างเรื่องราวร่วมกัน  วันเที่ยวถือเป็นวันที่มีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายสูงที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร แฟชั่น และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ สะท้อนพฤติกรรมการออกจากบ้าน ใช้เวลา กิน เที่ยว ถ่ายภาพ และเริ่มต้นปีใหม่ร่วมกัน โดยอินไซต์ดังกล่าวถูกนำมาสู่การออกแบบประสบการณ์ตรุษจีนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในปีนี้อย่างเป็นระบบด้วยกลยุทธ์ Customer-Centric Festive ผ่าน  3 แกนหลัก ได้แก่ JOY • LUCK • LOVE

    นางสาววรลักษณ์ กล่าวต่อว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป มองตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเราจึงออกแบบตรุษจีนในฐานะ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนและมีความหมายทั้งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และเมื่อเทศกาลถูกออกแบบจากชีวิตจริงของผู้คนจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การเดินทาง และการใช้เวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติและทำให้ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสซ้ำทุกปี

    JOY – ECOSYSTEM & PARTNERSHIP

    กลุ่มเดอะมอลล์ จับมือ พันธมิตรแบรนด์จีนระดับโลกในทุกมิติ ได้แก่  แพลตฟอร์มการเงินและไลฟ์สไตล์ดิจิทัลอย่าง Alipay, UnionPay, WeChat Pay, แบรนด์เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์จีนยุคใหม่ เช่น Xiaomi, Haier, CHAGEE, แพลตฟอร์มคอนเทนต์และการท่องเที่ยวอย่าง  iQIYI, Trip.com  รวมถึงสายการบินจีนระดับประเทศ Zeekr , Air China, China Southern, Shandong Airlines, China Eastern, Shenzhen Airlines ร่วมยกระดับ ‘ตรุษจีน’ ให้เป็นมากกว่า ‘อีเว้นต์’   สร้าง Cross-border Customer Journey ที่สร้าง Brand Experience ร่วมกันในเชิงการตลาด

    โดยความร่วมมือจาก Partnership จะเป็นในรูปแบบการมอบของสมนาคุณพิเศษภายใต้แคมเปญ อาทิ TRIP.COM ที่ร่วมสนับสนุน การเดินทาง ที่พักนักแสดงวัฒนธรรมจากจีน และCode ส่วนลดในแพลตฟอร์มการให้บริการ  จนถึงการร่วมส่งมอบประสบการณ์จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ ได้แก่ ความร่วมมือกับ iQIYI แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่มียอดดาวน์โหลดอันดับ 1 และความนิยมสูงถึง 60% ในปี 2025 โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ชมอายุ  18-35  ปี มาร่วมออกแบบประสบการณ์จากซีรีย์ดัง  “How Dare You ทะลุมิติตะลุยวังหลวง”  ซีรีส์ย้อนยุคโรแมนติก ที่จำลองบรรยากาศสวยงามจากซีรีย์มาให้ผู้ติดตามซีรีย์เรื่องนี้ในเมืองไทย ได้มาฟินนอกจอถ่ายรูปสวยๆ พร้อมกับการได้เลือกซื้ออาหารมงคลในอาณาจักรอาหารมงคลที่มีมากกว่า 3,000 เมนู ซึ่งนับเป็นการ Co Branded Experience ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จะสามารถสร้างความสนใจให้กับกลุ่มลูกค้าเจน Z เพิ่มขึ้น 

    LUCK – CULTURAL TRUST 

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป นับว่าเป็น ‘ต้นตำรับ’ ของพิธีสักการะสิ่งศักดิ์ตามศาสตร์ประเพณีจีนในวันขึ้นปีใหม่ โดยเฉพาะพิธีการอัญเชิญอันศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนการจัดชุดเซ่นไหว้ที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมจากกูร์เมต์มาร์เก็ต ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ คือ นำ ‘ศรัทธา’ ที่ถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ มาสร้างประสบการณ์ที่มอบสิริมงคลแก่ลูกค้า 

    ในปีม้าไฟนี้ ได้จำลองดินแดนวิหารสวรรค์เทพเจ้ากวนอู 3 ปาง เป็นครั้งแรกในประเทศไทย อัญเชิญ ‘เทพเจ้ากวนอู’ องค์จำลองจากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน ที่มีตำนานความศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 200 ปี  ผ่านการทำพิธีถูกต้อง โดย อ.คฑา ชินบัญชร  ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-จีน ตลอดจนอัญเชิญเทพเจ้าที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมสักการะในวันตรุษจีน มาประดิษฐาน  ให้ประชาชนร่วมสักการะขอพรรับพลังบารมีแห่งความสำเร็จตามความเชื่อ รวมถึงการจัดพิธีแก้ชง สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาโดยสมาคมเต็กก่า ตั้งแต่วันที่ 12 -22 ก.พ นี้ ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน 

    ไม่เพียงเท่านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลวันวาเลนไทน์ ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 14 ก.พ ได้มีการอัญเชิญเทพเจ้า ‘หยุคโหลว’ (Yue Lao) เทพเจ้าแห่งความรักและการแต่งงาน มาร่วมเสริมพลังความรัก โดย 2 อาจารย์ดัง ได้แก่ อ.คฑา ชินบัญชร ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และ ซินแสเป็นหนึ่ง ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ 

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน อันเป็นมงคลในเทศกาลตรุษจีน ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม  ได้แก่ เชิดสิงโต และมังกรเรืองแสง,การแสดงเอ็งกอ, การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก, การแสดงเจ้าแม่กวนอิมพันมือ และการแสดงโชว์หน้ากากพันหน้า เป็นต้น  ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ตลอดจนการรวบรวมเมนูมงคลจากร้านดังมากกว่า 3,000 ร้าน, ร้านดังระดับตำนาน การันตีรางวัล Michelin Guide Bib Gourmand 2021 – 2026 มาให้เลือกอิ่ม อร่อย เป็นมงคลในเทศกาลตรุษจีน  รวมถึง โปรโมชั่นพิเศษจากศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เพื่อให้รับโชคจากการใช้จ่ายด้วยอั่งเปามหาเฮง รวมมูลค่าสูงสุด 8 ล้านบาท 

    โดยภายในห้างสรรพสินค้าลดราคาสูงสุด 70% ทุกวัน ศุกร์ -เสาร์-อาทิตย์ สมาชิก M CARD และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับ M CASH COUPON รวมสูงสุด 7,600 บาท  อาทิ เซตซองอั่งเปา ม้าไฟพาเฮง, คะแนนสะสมพิเศษ หรือการใช้คะแนนแลกรับ E-Coupon

    ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สมาชิก M CARD  รับสมนาคุณพิเศษ ถุงส้มมงคล อั่งเปา ลูกค้าบัตรเครดิต BANGKOK BANK M VISA รับส่วนลด 500 บาท เมื่อรับประทานอาหารในร้านดังภายในศูนย์ฯ และเมื่อช้อป 5,000 บาท รับ Cash Coupon มูลค่า 800 บาท และเฉพาะวันที่ 13 ก.พ. 69 –17 ก.พ. 2569 ช้อปครบ 25,000 บาท รับทองคำแท่งมะเมียมหาเฮง มูลค่า 6,000 บาท และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ตลอดจนโปรโมชันพิเศษจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต ในการซื้อชุดเซ่นไหว้ ซึ่งมีบริการพรีออเดอร์ผ่าน  Call Chat Shop 1480 และ Line @gourmetmarketth ตั้งแต่วันที่ 6 – 16 ก.พ. 69

    LOVE – EMOTIONAL ENERGY

    พลังของ ‘ความรักจากครอบครัว ความผูกพัน’  จะสามารถผลักดันให้ปี ‘มะเมียทะยานไกล’ สู่ความรุ่งโรจน์  จากแนวคิดดังกล่าว ได้รวบรวมพลังของความรักจากคู่ขวัญในซีรีย์บอยเลิฟที่เป็นกระแส มาร่วมสร้างทราฟฟิกในเทศกาลตรุษจีนปีนี้  เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกของการเฉลิมฉลอง “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026  มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” จะเริ่มด้วยพิธีมงคลสักการะเทพเจ้ากวนอูที่ปลุกเสกและอัญเชิญจากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วานในช่วงเช้าและช่วงบ่ายที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค จะมีการฉลองด้วยการแสดงสุดตระการตา พร้อมการแสดงโชว์พิเศษจากนักแสดง เติ้ล – เฟิร์สวัน คู่ขวัญจากซีรีย์บอยเลิฟ “เขมจิราต้องรอด”

    สำหรับวันที่ 13 ก.พ. มอส-ภาณุวัฒน์ และ แบงค์-มณฑป ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, วันที่ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์พบกับ  บีเวอร์-พรรษพล และ ต้นหลิว-เมธาพัฒน์ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่ 17 ก.พ. ซึ่งเป็นวันตรุษจีน พบกับ ปอนด์ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ จากซีรีย์ดัง ‘มีสติหน่อยคุณธีร์’  ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และ จาว่า-พบธรรม ที่เดอะมอลล์ โคราช

    อย่างไรก็ตาม การยกระดับตรุษจีนในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างสีสันให้กับเทศกาลแต่ยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้เศรษฐกิจ และความน่าสนใจของประเทศไทยในระยะยาว ด้วยการออกแบบ Chinese Festive Destination ที่เชื่อมศรัทธา วัฒนธรรม และพันธมิตรระดับโลกเข้ากับประสบการณ์ค้าปลีกไทยอย่างมีความหมาย จะสามารถเพิ่มคุณค่าของ Brand Experience เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทั้งกับลูกค้าและคู่ค้า  โดยคาดว่าจะมียอดเงินสะพัดในธุรกิจประมาณ 4,200 ล้านบาท ตลอดแคมเปญ 35 วัน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/942179/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FD-_-z29FWh8LrfBliY7K

  • กาฬสินธุ์ลุยประชาคมหาดแคนคำ แลนด์มาร์คท่องเที่ยวสหัสขันธ์

    กาฬสินธุ์ลุยประชาคมหาดแคนคำ แลนด์มาร์คท่องเที่ยวสหัสขันธ์

    ภูมิภาค

    กาฬสินธุ์ลุยประชาคมหาดแคนคำ แลนด์มาร์คท่องเที่ยวสหัสขันธ์

    วันพุธ ที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ที่ศาลาประชาคมบ้านตาดงเค็ง  ตำบลนิคม อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์  นางสาวกัญญาภัค  แจ่มใส  นายอำเภอสหัสขันธ์  เป็นประธานในการเปิดเวทีรับฟังควาคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวหาดแคนคำ  โดย นายวิจิตร  งามชื่น  โยธาธิการและผังเมือง จ.กาฬสินธุ์  ได้เสนอข้อมูลและแบบแปลนในการพัฒนาพื้นที่ จากพื้นที่สาธารณะรกร้างริมเขื่อนลำปาว ให้เป็นจุดแลนมาร์คแห่งใหม่ของชาวกาฬสินธุ์ และนักท่องเที่ยว  โดยมี  นายวิญญู  ขันผง  นายกเทศมนตรีต.นิคม  นางอรวิภา แก้วยิ่ง ปลัดเทศบาลตำบลนิคม  และชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ตำบลนิคมและใกล้เคียงร่วมให้ข้อความคิดเห็นก่อนลงประชาคม มีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินการตามโครงการ

    นายวิจิตร  งามชื่น  โยธาธิการและผังเมือง จ.กาฬสินธุ์   กล่าวว่า  โครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวหาดแคนคำ  เป็นงบประมาณต่อเนื่อง 3 ปี งบประมาณกว่า 55 ล้านบาท โดยทางกายภาพบริเวณหาดแคนคำ เนื้อที่กว่า 26 ไร่  ติดกับเขื่อนลำปาว มองเห็นสะพานเทพสุดาระยะไกลได้อย่างสวยงาม  ในการออกแบบเพื่อพัฒนาพื้นที่ได้เน้นการสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม เป็นทั้งสวนสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย ลานจุดชมวิว และลานกิจกรรมกลางแจ้งที่จะสามารถต่อยอดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต 

    นางสาวกัญญาภัค  แจ่มใส  นายอำเภอสหัสขันธ์  กล่าวว่า  งบประมาณได้รับแล้วแต่ติดปัญหาการลงมือก่อสร้างที่ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างได้ เนื่องจากปัญหาของการขออนุญาตกาใช้พื้นที่  ด้วยเพราะหาดแคนคำ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว โดยการขออนุญาตยังติดปัญหาขั้นตอนยังล่าช้า ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยนายสุวรรธณ์  เข็มธนเพชร ได้กำชับในเร่งดำเนินการในการขออนุญาตใช้พื้นที่และสอบถามถึงความคืบหน้า   เนื่องจากโครงการนี้ฯ เป็นโครงการที่ดีที่จะต่อยอดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน ด้านการท่องเที่ยวที่จะทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น

    ด้านนายวิญญู ขันผง  นายกเทศมนตรีตำบลนิคม  กล่าวว่า  ในการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตรการพัฒนาอำเภอสหัสขันธ์ และจังหวัดกาฬสินธุ์ ทางเทศบาลตำบลนิคมจึงได้จัดทำโครงการเพื่อเสนอของบประมาณ ผ่านทางกรมโยธาธิการและผังเมือง  จนได้มีการออกแบบอย่างสวยงาม โดยขออนุญาตใช้พื้นที่กับทางธนารักษ์ และชลประทานเรียบร้อยเหลือเพียงแต่ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว ที่ยังไม่ได้รับอนุยาติ ถึงแม้ว่าจะขออนุญาตไปแล้ว  แต่ยังล่าช้า กระทั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการและประสานไปยังหน่วยงานที่เกียวข้อม จึงได้ทำประชาคมขึ้นมา  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี  พี่น้องชาวตำบลนิคม มีความยินดีและต้องการให้ดำเนินโครงการพัฒนาและประปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวหาดแคนคำ  ส่วนนี้ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือจนทำให้การทำงานสำเร็จไปอีก 1 ขั้น

    สำหรับหาดแคนคำ เป็นพื้นที่สาธารณะของตำบลนิคม  มีทัศนียภาพที่สวยงาม ติดกับเขื่อนลำปาว ในอดีตมีการสร้างปรับปรุงและถมพื้นที่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่กับแหลมโนนวิเศษ แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนา และถูกปล่อยทิ้งร้างมาอย่างยาวนาน
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/464848&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vi7Nkha2zkgySxo3I4TbV

  • กระทรวงวัฒนธรรม ปูพรมเส้นทางท่องเที่ยวสายมูภาคเหนือ นำร่องทดสอบเส้นทาง “สักการะพระธาตุ” (เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง) มุ่งเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นรายได้ที่ยั่งยืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

    กระทรวงวัฒนธรรม ปูพรมเส้นทางท่องเที่ยวสายมูภาคเหนือ นำร่องทดสอบเส้นทาง “สักการะพระธาตุ” (เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง) มุ่งเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นรายได้ที่ยั่งยืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

    กระทรวงวัฒนธรรม ปูพรมเส้นทางท่องเที่ยวสายมูภาคเหนือ นำร่องทดสอบเส้นทาง “สักการะพระธาตุ” (เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง) มุ่งเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นรายได้ที่ยั่งยืนสู่เศรษฐกิจฐานราก


    4/02/2569 | 66 |

    กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการภาคีเครือข่ายรุกขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจวัฒนธรรม จัดกิจกรรม Faith Soul Thailand ลงพื้นที่เปิดประสบการณ์และทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงคุณภาพภายใต้ธีม “สักการะพระธาตุ” นำร่องในพื้นที่ภาคเหนือเชื่อมโยง 3 จังหวัด ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะผู้บริหาร วัฒนธรรมจังหวัด สื่อมวลชน อาทิ ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน อัมรินทร์ TV รายการซุปตาร์พาตะลุย The People Show และทัพอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อาทิ ซัน ประชากร, อายจิงจิง, ลูกพีช Channel, อ้ายติ๊ก บะดาย, CM 108 ร่วมลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพและถอดบทเรียนการยกระดับทุนวัฒนธรรมสู่สากล

    สำหรับการลงพื้นที่เปิดประสบการณ์ในครั้งนี้ คณะได้สัมผัสกับความเป็นสิริมงคลและความงดงามของเส้นทางที่ร้อยเรียงเรื่องราวพุทธศิลป์และวิถีชีวิตชาวล้านนาไว้อย่างไร้รอยต่อ โดยเริ่มต้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการกราบนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนา ก่อนจะเดินทางสู่ความเงียบสงบของวัดผาลาดที่ซ่อนตัวอยู่กลางผืนป่าดอยสุเทพ และมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางสูงสุด ณ วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อร่วมพิธีห่มผ้าพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณสถานสมัยพญากือนาวัดอุโมงค์ ชมวัดศรีสุพรรณอุโบสถเงินและศึกษาการสืบสานภูมิปัญญาช่างเครื่องเงินท้องถิ่นย่านวัวลาย สกายวอล์ควัดดอยติ 

    จากนั้น คณะได้เดินทางต่อเนื่องสู่จังหวัดลำพูน เพื่อซึมซับประวัติศาสตร์แห่งนครหริภุญชัย ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ร่วมกันบวงสรวงอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี พร้อมสัมผัสความประณีตของภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายแบบดั้งเดิมหมู่บ้านหัตถกรรมดอนหลวง Work Shop ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ชมความงามผ้าไหมยกดอกอันเป็นอัตลักษณ์ ณ สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย สุดประทับใจกับศิลปะการแสดงหาชมได้ยาก ณ โบราณสถานกู่ช้าง ศึกษาประวัติศาสตร์และความเชื่อท้องถิ่น และเช็กอินความคลาสสิกของสะพานขาวทาชมภู ก่อนจะเดินทางเข้าสู่จังหวัดลำปาง เพื่อย้อนรอยอดีตผ่านสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล ณ บ้านพระยาสุเรนทร์ และสัมผัสสีสันของย่านเศรษฐกิจชุมชน ณ กาดกองต้า โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ การเข้าสู่ใจกลางศรัทธา ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง เพื่อชมเงาพระธาตุกลับหัวและสถาปัตยกรรมไม้ที่สมบูรณ์ที่สุด ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมหอศิลป์เสรี (SERI ART GALLERY) ตื่นตากับงานปูนปั้นยักษ์ 3,000 ตน ณ วัดศรีล้อม สักการะวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม และนั่งรถม้าสัมผัสเสน่ห์วิถีบ้านไม้สักโบราณในชุมชนท่ามะโอ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจและพลังศรัทธาอย่างสูงสุด

    การจัดโครงการในครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมสู่ “กระทรวงเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการจำหน่ายอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่พบจริงจากการทดสอบเส้นทาง เช่น การยกระดับการเล่าเรื่อง (Storytelling) ให้มีเสน่ห์ และการพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้มีความร่วมสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y-Z และกลุ่มสายมูวัยทำงาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ยั่งยืนกลับคืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

    ทั้งนี้ ข้อมูลจากการถอดบทเรียนการลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางสักการะพระธาตุทั้งหมดจะถูกนำไปพัฒนาคุณภาพของเส้นทางท่องเที่ยวให้สมบูรณ์และได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแรงดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสล้านนาในมุมมองใหม่ ก่อนที่จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการต่อไป

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/161334


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/472875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P2fIoy215kS3r5Ab-O-AU

  • ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงนำเข้าสุรา ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงนำเข้าสุรา ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงนำเข้าสุรา ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี ส่งเสริมการท่องเที่ยว


    4/02/2569 | 157 |

    📌 บทสรุป
    คณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมจากกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีข้อจำกัดบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ โดยแก้ไขใน 4 ประเด็น ดังนี้ (1) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 5 (2) ยกเลิกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 1 (3) เพิ่มช่องทางการยื่นคำขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ และ (4) ยกเลิกขั้นตอนเกี่ยวกับการอนุมัติฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรในกรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตประเภทที่ 1 ทั้งนี้ร่างกฎกระทรวงไม่ได้เป็นการปรับลดอัตราภาษีหรือยกเว้นภาษี และฐานภาษียังคงอยู่ในระดับเดิม จึงไม่กระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าสุรา อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนเพิ่มความสะดวกแก่ผู้นำเข้า ซึ่งจะช่วยผลักดันและสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว สร้างแรงจูงใจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว

    📌 รายละเอียด 
    (3 ม.ค. 69) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าว มีข้อจำกัดบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและส่งผลกระทบต่อการบริหารการจัดเก็บภาษีภายใต้ระบบใบอนุญาต ดังนั้น เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการพิจารณาและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้าในการขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร ลดข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในทางธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับควบคุมการจัดเก็บภาษีสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรภายใต้ระบบใบอนุญาตโดยการปรับปรุงกฎหมายและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยผลักดันและสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว สร้างแรงจูงใจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (28 พฤศจิกายน 2566) กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จึงได้ยกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวขึ้น โดยมีสาระสำคัญใน 4 ประเด็น ดังนี้

    1. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 5 ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกรมสรรพสามิตจะประกาศกำหนดใบอนุญาตประเภทที่ 5 เช่น ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการอุตสาหกรรมอื่นที่มิใช่สุรา ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าหรือเพื่อบริโภคครั้งละไม่เกิน 200 ลิตร และใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเป็นสุราสามทับ (สุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 80 ดีกรีขึ้นไป) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเอทิลีนที่ผลิตจากพืช

    2. ยกเลิกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 1 โดยไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) และกำหนดข้อยกเว้นให้อธิบดีกรมสรรพสามิตมีอำนาจกำหนดให้ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตประเภทที่หนึ่งต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวก็ได้ เนื่องจากในระยะแรกกรมสรรพสามิตจะกำหนดให้เฉพาะการนำเข้าสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เท่านั้น ประกอบกับปัจจุบันกรมสรรพสามิตได้ใช้ระบบตรวจสอบข้อมูลสุรานำเข้าเพื่อประเมินมูลค่าและควบคุมการจัดเก็บภาษีเป็นเครื่องมือในการบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าสุรา ซึ่งมีสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เป็นสินค้านำร่องจึงสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นของสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เทียบกับราคาของแหล่งผลิตได้จากราคาอ้างอิงในระบบฐานข้อมูลฯ และสามารถตรวจสอบราคาขายปลีกจริงของสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ที่มีการนำเข้าแต่ละรายได้ด้วย นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบข้อมูลฯ ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อลดการลักลอบนำเข้าสินค้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่อาจยังไม่อยู่ในระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบควบคุมทางสรรพสามิตได้ตามกฎหมาย

    3. เพิ่มช่องทางการยื่นคำขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถยื่นคำขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่จะปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

    4. ยกเลิกขั้นตอนเกี่ยวกับการอนุมัติฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร ในกรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตประเภทที่ 1 เพื่อลดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ เนื่องจากเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายเกี่ยวกับการนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร มิได้เป็นการปรับลดอัตราภาษีหรือยกเว้นภาษีและฐานภาษียังคงอยู่ในระดับเดิม จึงไม่กระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าสุรา

    กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ประกอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาแล้ว เห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่า การบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวควรเป็นไปอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นว่า ควรมอบหมายให้กระทรวงการคลังติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายฉบับดังกล่าว ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตสุรา และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการท่องเที่ยว รวมถึงผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภาพรวม


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/472789&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39qLssLO0S27Zcu-FLKpBV

  • สุราษฎร์ธานี ชวนปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวขอพรเทพเจ้า รับเทศกาลตรุษจีน 2569

    สุราษฎร์ธานี ชวนปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวขอพรเทพเจ้า รับเทศกาลตรุษจีน 2569

    สุราษฎร์ธานี ชวนปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวขอพรเทพเจ้า รับเทศกาลตรุษจีน 2569

    ใกล้เทศกาลตรุษจีน 2569 ใครที่อยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือใกล้เคียงสามารถมาร่วมกิจกรรม ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี สมาคมส่งเสริมการค้า การลงทุน ไทย จีน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี และบริษัท ไชยรักษ์ ทราเวล จำกัด เตรียมจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสายศรัทธา ต้อนรับปีมะเมียในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อกิจกรรม “เที่ยวสุราษฎร์ธานี เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ” ในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569

    สำหรับกิจกรรม “เที่ยวสุราษฎร์ธานี เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ” เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวไหว้ขอพรเทพเจ้าจำนวน 9 จุดด้วยรถตุ๊กตุ๊ก และจะเปิดเส้นทางท่องเที่ยวไหว้ขอพรเทพเจ้า 2 วัน ซึ่งรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น “ฐานเศรษฐกิจ“มัดรวมข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มานำเสนอดังนี้

    ต้อนรับตรุษจีน 2569 กิจกรรม“เที่ยวสุราษฎร์ธานี เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ” จัดวันไหนบ้าง

    • วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 รอบเวลา 12.30 น. จำนวน 60 คน 
    • วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 รอบเวลา 08.30 น. จำนวน 30 คน และรอบเวลา 13.30 น. จำนวน 30 คน

    ต้อนรับตรุษจีน 2569 กิจกรรม“เที่ยวสุราษฎร์ธานี เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ” จะพาไปที่ไหนบ้าง

    1. ศาลเจ้าโป๊ยเซียน   
    2. ศาลไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ    
    3. ศาลเจ้าเจ้าจี้กง    
    4. ศาลเจ้าฮกเกี้ยน   
    5. ศาลเจ้าไหหลำ   
    6. ศาลเจ้าแต้จิ๋ว ปึงเถ้ากง  
    7. ศาลเจ้าพ่อกวนอู            
    8. ศาลเจ้าหลวงปู่ไต่ฮงกง  
    9. องค์กวนอู 5 ปาง และองค์ไฉ่ซิ้งเอี๊ย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี

    สุราษฎร์ธานี ชวนปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวขอพรเทพเจ้า รับเทศกาลตรุษจีน 2569

    ต้อนรับตรุษจีน 2569 กิจกรรม“เที่ยวสุราษฎร์ธานี เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ” จะต้องขึ้นรถที่ไหน

    • กำหนดจุดขึ้น-ลง ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี

    ติดต่อลงทะเบียนร่วมกิจกรรม ต้อนรับตรุษจีน 2569 “เที่ยวสุราษฎร์ธานี เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ”ผ่านช่องทางใดบ้าง

    • ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 กุมภาพันธ์ 2569
    • สมาคมส่งเสริมการค้า การลงทุน ไทย จีน โทร 092-955-2838

     ต้อนรับตรุษจีน 2569

    นอกจากกิจกรรมรับเทศกาลตรุษจีน 2569 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังมีอีเวนต์กิประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อีกมากมายให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจแวะมาสัมผัส โดยจะมีงานอะไรบ้างนั้น สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่นี่

    ฤดูกาลดนตรีท่ามกลางขุนเขา – Music Lover

    • วันที่ 13–15 กุมภาพันธ์ 2569
    • สถานที่ ลานอเนกประสงค์หน้าเทศบาลตำบลบ้านเชี่ยวหลาน อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • พบกับการประกวดควายไทยและไก่ชน
    • เมาท์เท่นไบค์แรลลี่
    • รถคลาสสิกโชว์
    • แข่งนกกรุงหัวจุก
    • บอลลูนโชว์

    ฤดูกาลดนตรีท่ามกลางขุนเขา – Music Lover

    MUANG NGOA MARATHON 2026 วิ่งเพลิน ชิลล์กับวิถีชุมชน “เมืองเงาะนาสาร”

    • วันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569
    • สถานที่ ริมคลองฉวาง อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี
    • ชวนวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ
    • สัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นในโซน “หลงเสน่ห์นาสาร Craft”
    • กิจกรรมคราฟต์ ผ้าบับย้อมสีธรรมชาติจากเมล็ดเงาะนาสาร ,ลูกประคบสมุนไพรจากขมิ้นชัน GI ,เครื่องเล่นกีฬากะลามะพร้าว + นวดไทยแชมป์โลก , เพ้นท์เปลือกหอยนางรม เพิ่มคุณค่าสิ่งเหลือใช้
    • ตลาด TAT CRAFT และกิจกรรมชุมชนตลอดงาน

    ที่มาข้อมูล-ภาพ

    • ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี : TAT SuratThani Office
    • ข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 
    • องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/travel-shopping/650673&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UPqgrFU_yqFOj0Ai1cxV2

  • ‘ททท.’ เปิดตัวโปรดักต์ไฮไลต์ ‘ท่องเที่ยวไทย’ ดันเป้ารายได้รวม ‘3 ล้านล้านบาท’ ปี 2569

    ‘ททท.’ เปิดตัวโปรดักต์ไฮไลต์ ‘ท่องเที่ยวไทย’ ดันเป้ารายได้รวม ‘3 ล้านล้านบาท’ ปี 2569

    “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) มุ่งสร้างการรับรู้ถึงความพร้อมและศักยภาพของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เส้นทาง และประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยให้สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวโลกในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ ความสมดุลชีวิต และการเดินทางที่มีความหมาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายรัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ เดินหน้าผลักดันให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ด้วย 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ 1.การส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ ด้วยการออกแบบและเล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้น่าสนใจและพร้อมขาย

    2.การส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายต่อทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับชุมชน วัฒนธรรมและวิถีท้องถิ่น

    และ 3.การยกระดับผู้ประกอบการด้วย TAT Certified ไม่ว่าจะเป็นโครงการ STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการเดินทาง และทำให้การท่องเที่ยวไทยเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย มีคุณค่า และน่าประทับใจไปพร้อมกับการยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก

    “ททท. เชื่อมั่นว่าการเพิ่มมูลค่าและนำเสนอสินค้าและบริการเชิงคุณค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวสู่เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทในปี 2569 และยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการฟื้นฟูสุขภาวะและการเดินทางที่มีความหมายอย่างแท้จริง”

    ‘ททท.’ เปิดตัวโปรดักต์ไฮไลต์ ‘ท่องเที่ยวไทย’ ดันเป้ารายได้รวม ‘3 ล้านล้านบาท’ ปี 2569

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ทั้งนี้ ททท.ได้นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวไฮไลต์ “Tourism Product Highlight 2026” ที่สะท้อนศักยภาพความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ดังนี้ “Luxury Voyage Thailand” เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหรูหรา มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน อาทิ Classic car tour, Private Jet Charter, Helicopter tour, Yacht Charter, Diving Live เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มหรูหรามีระดับ (Luxury Tourist)

    “Romance in Thailand” เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รักและนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยผสานความงดงามของธรรมชาติ บริการระดับ World-class อาทิ ล่องเรือสุริยันจันทรา นุ่งโจง ห่มสไบ ชิมรสไทย…เพลินใจกลางนาวาแห่งรัก จ.พระนครศรีอยุธยา

    “From Dusk till Dawn” 60 จุดหมายปลายทาง แห่งมนต์เสน่ห์ยามค่ำคืน ประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนรุ่งสาง ที่เข้มข้นด้วยกิจกรรมและบรรยากาศธรรมชาติในยามค่ำคืน อาทิ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก, ณ สัทธา อุทยานไทย จ.ราชบุรี

    “Thai Craft Destination” สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน “เครื่องดื่มคราฟต์” (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่น และความพิถีพิถันจากผู้ผลิต อาทิ CAFFEINE ROUTE จ.เชียงใหม่ หรือ FRESH FRUITY ROUTE จ.จันทบุรี

    “Local Experience” เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม อาทิ TOUCH EXPERIENCE จ.เชียงใหม่ และ จ.อุดรธานี  “Worth-Life Balance” ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง อาทิ THE BARAI หัวหิน, KLAI Spa กรุงเทพฯ

    “5 Must Do in Thailand” เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกที่สะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience อาทิ Must Taste หมูย่างเมืองตรัง , MUST TRY กิจกรรมต้องลองลุย กิจกรรมเรียนมวยไทย

    “Travel with Care” เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้จะมาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care, Nature Care และ Culture Care

    “UNESCO Thailand” 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ จ.เชียงใหม่ UNESCO Creative City of Craft and Folk Art ขณะเดียวกันยังมี “Krabi Prototype” โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของ จ.กระบี่ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และกิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ และ “Rail Rover Thailand” 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของประเทศไทย โดยเน้นการเดินทางอย่างช้าๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต และชุมชนตลอดทาง อาทิ เส้นทางรถไฟสายชิม (Taste Track) กรุงเทพฯ – หัวหิน – สงขลา

    นอกจากนี้ ททท.ยังมุ่งมั่นยกระดับผู้ประกอบการและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปสู่ความยั่งยืนผ่านมาตรฐานหรือเกณฑ์ความยั่งยืนของ ททท. (TAT Certified) ประกอบการด้วย 151 รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี ปี 2568 ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โครงการ STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating (STGs STAR) ช่วยผลักดันผู้ประกอบการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน และยังมีตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ที่มุ่งเน้นด้านมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1219631&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tFlXb-Bp2l_k-DkkBQ3Yn