Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยวตราดฟื้นแรง! นักท่องเที่ยวพุ่ง 80% คาดเงินสะพัดทะลุ 2 พันล้าน เกาะช้างนำโด่ง 

    ท่องเที่ยวตราดฟื้นแรง! นักท่องเที่ยวพุ่ง 80% คาดเงินสะพัดทะลุ 2 พันล้าน เกาะช้างนำโด่ง 

    ททท. ตราด เผยสถิติท่องเที่ยวเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สัญญาณบวกพุ่ง! คาดรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท พร้อมชูอีเวนต์ “สีสันตราด” ตลอดเดือน สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว,ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวบอกนนท.เพิ่ม80%

    จ.ตราด/การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด เปิดเผยถึง สถานการณ์การท่องเที่ยวและตัวเลขคาดการณ์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เผยทิศทางการเติบโตที่สดใสอย่างต่อเนื่องจากต้นปี โดยเฉพาะกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะที่ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญ พร้อมเปิดตารางกิจกรรมท่องเที่ยว “สีสันกิจกรรมตราด” กระตุ้นการเดินทางตลอดเดือนแห่งความรัก

    ว่าที่ ร.ต. กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด เปิดเผยว่า “จากสถิติคาดการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ จังหวัดตราดจะเห็นการเติบโตของรายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ เกาะช้าง ที่คาดว่าจะสร้างรายได้สูงสุดกว่า 1,600.23 ล้านบาท มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนกว่า 1.5 แสนคน-ครั้ง ขณะที่ เกาะหมาก และเกาะกูด ยังคงรักษาแชมป์อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ได้สูงสุดที่ 88-90% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เลือกตราดเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนคุณภาพในช่วงไฮซีซัน”

    ส่วนสถิติท่องเที่ยวรายพื้นที่คาดการณ์ กุมภาพันธ์ 2569 เกาะช้าง: นักท่องเที่ยว 150,701 คน รายได้ 1,600.23 ล้านบาท (OR 73.86%) – ครองแชมป์รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยว,เกาะกูด: นักท่องเที่ยว 30,753 คน รายได้ 276.96 ล้านบาท (OR 88.22%) – โดดเด่นด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และที่เกาะหมาก: นักท่องเที่ยว 14,334 คน รายได้ 125.07 ล้านบาท (OR 89.98%) – อัตราเข้าพักสูงสุดในจังหวัด ส่วนในเมืองตราด: นักท่องเที่ยว 24,177 คน รายได้ 171.66 ล้านบาท (OR 44.91%) – เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญสู่กิจกรรมทางวัฒนธรรม ทั้งนี้มีสีสันกิจกรรมตราด” ต้อนรับเดือนแห่งความรักได้สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้คึกคัก ททท. สำนักงานตราด ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร จัดกิจกรรมครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์

    “เรามั่นใจว่าด้วยตัวเลขสถิติที่แข็งแกร่งและกิจกรรมที่หลากหลาย จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดตราดในฐานะ ‘Trat The New Experience’ ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด กล่าวสรุป

    ขณะนายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการ บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจ.ตราดตั้งแต่ต้นปี 2569 ได้รับผลกระทบมากจากเหตุการณ์การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชามซึ่งจังหวัดตราดก็เป็นพื้นที่สู้รบทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวตราดหายไปกว่า 50-60% แต่หลังจากเหตุการณ์สงบทางททท.สำนักงานตราดและภาคเอกชนจังหวัดได้ช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นทำให้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่มีวันหยุดและวันสำคัญทั้งงานวันวาเลนไทน์ และตรุษจีนนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาตราดเพิ่มขึ้นมากถึง 80% แต่หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเดินทางกลับแล้ว แต่หลังจากนั้น นักท่องเที่ยวไทยจะกลับมาอีกครั้งในช่วงสงกรานต์ และมั่นใจว่า จังหวัดตราดจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มาก

    สำหรับกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดตราดนั้น มีทั้งด้านสายศรัทธา ที่มีงานปรจำปีศาลเจ้าพ่อบ่อไร่ เจ้าพ่อหนองบอน รวมทั้งงานสืบสานตำนานเกาะกูด (วันที่ 1 – 10 ก.พ. งานประจำปีศาลเจ้าพ่อบ่อไร่,วันที่ 5 – 9 ก.พ.  งานประจำปีศาลเจ้าพ่อหนองบอน อ.บ่อไร่ และวันที่ 11 – 14 ก.พ.  งานสืบสานตำนานเกาะกูด ณ อบต.เกาะกูด)

     หรือกิจกรรมสายโรแมนติก & ไลฟ์สไตล์ ที่มีงานรักกันนะสระสีเสียด หรืองาน Trat Twilight Kite & Music Festivalและงาน Valentine’s Day ทั้งในเกาะช้างและในตัวเมืองตราด(วันที่ 12 – 16 ก.พ.  งาน “รักกันนะ สระสีเสียด” ณ อ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง ,วันที่ 13 – 15 ก.พ.  Trat Twilight Kite & Music Festival ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัด และวันที่14 ก.พ. (Valentine’s Day) : จดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ เกาะช้าง และงาน Orion Valentine Night ในเมืองตราด และสายอาร์ต & มิวสิค ในวันที่ 28 ก.พ. LaemNgop Craft Music Festival ณ หาดทรายเทียม อ.แหลมงอบ

    ภูมิภาค-24

    #ทททตราด #เที่ยวตราด #เกาะช้าง #เกาะกูด #เกาะหมาก #TratTheNewExperience #ข่าวท่องเที่ยว #ท่องเที่ยวไทย #Trat #TravelThailand #ข่าวเศรษฐกิจท่องเที่ยว #สีสันตราด #เทศกาลตราด #ValentineTrat #TratFestival #เที่ยวทะเลไทย #ข่าววันนี้ #BreakingNews #ท่องเที่ยวภาคตะวันออก #OccupancyRate #รายได้ท่องเที่ยว #นักท่องเที่ยวเพิ่ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129426&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cuFjO5_646eLtxbzP65TD

  • “รองฯหวาน”กำชับตำรวจทั่วประเทศความปลอดภัย ตรุษจีน 3 วันเต็ม

    “รองฯหวาน”กำชับตำรวจทั่วประเทศความปลอดภัย ตรุษจีน 3 วันเต็ม

    รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจทั่วประเทศ เข้มงวดระวังเหตุ และดูแลความปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” 15-17 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ได้กำชับตำรวจทั่วประเทศดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตามประเพณีปฏิบัติของคนไทยเชื้อสายจีนจะมีการออกมาจับจ่ายใช้สอยจัดเตรียมสิ่งของเพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ ประกอบกับผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือบริษัท หยุดทำการติดต่อกันหลายวัน และจะมีพนักงาน ลูกจ้าง เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก

    พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้กำชับตำรวจทั่วประเทศให้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ ดังนี้

    วันจ่าย (15 กุมภาพันธ์ 2569) : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะตลาด ร้านทอง ธนาคาร และร้านสะดวกซื้อ เพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูง

    วันไหว้ (16 กุมภาพันธ์ 2569) : เน้นการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้จากการจุดธูปเทียน และการเผากระดาษเงินกระดาษทอง โดยให้สถานีตำรวจในพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเตรียมแผนเผชิญเหตุ และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

    วันเที่ยว (17 กุมภาพันธ์ 2569) : จัดกำลังสายตรวจลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงย่านที่พักอาศัยของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งอาจมีการปิดบ้านพักอาศัยเพื่อเดินทางท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินและการก่อเหตุในเคหสถาน

    นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่อาจฉวยโอกาสลักลอบกระทำความผิดในช่วงเทศกาล พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับ และดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด โดยห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์อันมิชอบโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและหลักประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน

    พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำความผิด เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39BgtWgd785xcNe0LiBe9p

  • รวบมาเฟียอิสราเอล พ่อค้ายานรกรายใหญ่ ขายให้นทท.เกาะพะงัน ยึดของกลาง50ล้าน

    รวบมาเฟียอิสราเอล พ่อค้ายานรกรายใหญ่ ขายให้นทท.เกาะพะงัน ยึดของกลาง50ล้าน

    วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    รวบมาเฟียอิสราเอล
    พ่อค้ายานรกรายใหญ่
    ขายให้นทท.เกาะพะงัน
    ยึดของกลาง50ล้าน

    ตำรวจท่องเที่ยวบุกรวบมาเฟียอิสราเอล พ่อค้ายารายใหญ่เกาะพะงัน ยึดยาเสพติดได้ เป็นจำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันจึงสนธิกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.เกาะพะงัน วางแผนกวาดล้างยาเสพติด หลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ตรวจสอบข้อมูลทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่เกาะพะงันรายใหญ่ ทำการขายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชั่นวอชแอป (WhatsApp) เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนแน่ชัด นายชาย อัลฟาซี (Mr. Shai Alfasi) อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน

    เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัว นายชาย อัลฟาซี (Mr. Shai Alfasi) อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล เจ้าของร้านอาหารบริเวณหาดหินกอง หลังจากเจ้าหน้าที่วางแผนล่อซื้อคีตามีนจำนวน 2 กรัม ราคา 6,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน วอชแอป บิซสิเนส (WhatsApp Business) โดยใช้ภาษาฮิบรูสื่อสาร และนัดรับ-วางเงินแบบ “ดรอปพิกัด” โดยซุกยาเสพติดไว้ในถุงเท้าสีดำตามจุดที่ตกลงรับยาเสพติด จากนั้นนายชาย อัลฟาซี ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาจอดตรงจุดนัดหมายพร้อมหยิบเงินสดที่ใส่ไว้ในถุงเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อตรงตามที่ลงประจำวันล่อซื้อไว้

    จากการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก ได้แก่ โคเคน 3 กิโลกรัม, คีตามีน 3 กิโลกรัม, MDMA ชนิดผง 3.5 กิโลกรัม และชนิดเม็ด 262 เม็ด, LSD น้ำหนักรวม 1,778 กรัม, เฮโรอีน 15 กรัม, เห็ดขี้ควาย 58 กรัม และยาอีอีก 4 เม็ด ตีเป็นมูลค่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้กว่า 50 ล้านบาท

    สำหรับการจับกุม นายชาย อัลฟาซี ชาวอิสราเอลรายนี้พบว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาและเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ โดยพฤติกรรมของนายชาย อัลฟาซี จะเปิดร้านอาหารบังหน้าแต่เบื้องหลังสุดแสบค้าขายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวอิสราเอลด้วยกัน

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาแก่นายชาย อัลฟาซี ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1, 2 และ 5 เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจาย รวมถึงเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดี และขยายผลเครือข่ายข้ามชาติต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/947178&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ENBPv0ZjobKVP-qY-FAlr

  • เชียงใหม่นำร่อง “โคมลอยลูกโป่งรักษ์โลก” ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดความเสี่ยงเกิดอัคคีภัย

    เชียงใหม่นำร่อง “โคมลอยลูกโป่งรักษ์โลก” ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดความเสี่ยงเกิดอัคคีภัย

    ในช่วงใกล้ เทศกาลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เราจะเห็นร้านค้า แหล่งผลิตโคมลอย นำโคมลอยออกมาวางจำหน่าย เพราะการปล่อยโคมลอยถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ได้ ที่ผ่านมาได้มีหน่วยงานต่างๆ ด้านการท่องเที่ยวมักโปรโมท (promote) ด้วยกันปล่อยโคมลอยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่นวันส่งท้ายปีเก่า ขึ้นต้นปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน ประเพณีสงกรานต์ และวันลอยกระทง

    แม้จะมีการออกประกาศห้ามปล่อยโคมลอยจำนวนมากในพื้นที่หวงห้ามเขตการบิน และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีการลักลอบปล่อยโคมลอย ซึ่งส่งผลกระทบทั้งสิ่งแวดล้อม และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo05.jpg

    พ.ต.ท.มกรา ศรีสกุลพิสุทธิ์ สวญ.ส.ทท.1  กล่าวว่า เรื่องการปล่อยโคมลอยของจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ที่มีการประกาศห้ามปล่อยโคมลอย แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวคาดหวังในการมาเที่ยวเชียงใหม่ก็คือการได้ปล่อยโคมลอยช่วงเทศกาลสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นในความไม่รู้ นักท่องเที่ยวก็ไปซื้อโคมลอยที่ลักลอบขาย แล้วมาปล่อย ซึ่งโคมลอยนั้นมีการจุดไฟ หากตกลงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้อาคารบ้านเรือนได้ ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่ามีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นเกือบทุกปี

    “หากเรามีนวัตกรรมตรงนี้ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเรานำร่องที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง และด้วยบทบาทหน้าที่ในการเป็นตำรวจท่องเที่ยว ก็จะประชาสัมพันธ์ เพราะที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลสำคัญนักท่องเที่ยวมักจะจะถามว่าปล่อยโคมได้จุดไหนบ้าง ซึ่งในเมืองปล่อยไม่ได้จำเป็นต้องปล่อยนอกเมือง ต้องเดินทางไกล ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวแอบซื้อและก็ปล่อยในพื้นที่ตัวเมือง แต่หากเรามีทางเลือกในการทำโคมรักษ์โลกขึ้นมา ซึ่งก็จะช่วย ลดผลกระทบลงได้จำนวนมาก”

    “ล่าสุดจึงเกิดความร่วมมือระหว่าง ตำรวจท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัทเอกชน คิดค้น “โคมลอยลูกโป่งรักษ์โลก” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย  โดยนำร่องที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง เชียงใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาร่วมกันปล่อยโคมลอย เสมือนจริง และไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาอัคคีภัยในยามค่ำคืนได้” พ.ต.ท.มกรา กล่าว

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ธัญอินทร์ กิ่งรัตน์ ผู้ประกอบการบริษัทเอกชน กล่าวว่า การทำโคมรักษ์โลกนั้น ใช้นวัตกรรม โดยการใส่ลูกโป่งก๊าซฮีเลียมเข้าไป ที่มีความปลอดภัยไม่ติดไฟ 100% เพราะปกติแล้วผลกระทบจากการปล่อยโคมลอยทั่วไป มักจะตกใส่อาคารบ้านเรือน จะส่งผลทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ธัญอินทร์ กล่าวต่อว่า “ทางบริษัทจึงมีโอกาสได้ร่วมงานกับนักศึกษา ปริญญาโทหลักสูตร Ex-MBA มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้คิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นการทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ

    และตัวโคมลอยนั้นไม่ได้ใช้ไฟจริงจะใช้เพียงไฟที่มีแบตเตอรี่ ซึ่งโคมลอยนี้ สามารถกำหนดความสูงได้ เพราะเราไม่ได้ปล่อยแล้วปล่อยเลย เพราะมีเชือกยึดอยู่ ส่วนข้างในลูกโป่งนั้นจะเป็นก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็น ก๊าซที่ปลอดภัย กว่าไฮโดรเจนเพราะไม่ติดไฟ 100%”

    “โดยนวัตกรรมนี้ ถือเป็นการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม “โคมลอยลูกโป่ง” ครั้งแรกในไทย หวังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ประเพณีล้านนาเดินหน้าคู่กับความยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลความร่วมมือที่แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมและการบริหารจัดการที่ดี สามารถรักษาคุณค่าของประเพณีไว้ได้อย่างสง่างามในโลกยุคใหม่”

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ด้าน กรัณฑ์ อุทัย อาจารย์ด้านพิธีกรรมศาสตร์ล้านนา วัดศรีสุวรรณ เชียงใหม่  กล่าวว่า สำหรับการปล่อยโคมลอย ก็เป็นเรื่องของพระพุทธศาสนา ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน เดิมทีการปล่อยโคมลอยตามความเชื่อนั้นมีมากกว่า 100 ปี ตามความเชื่อเดิมนั้นเป็นการปล่อยเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ในช่วงวันเพ็ญเดือน 12 แต่ปัจจุบันความเชื่อก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยที่เชื่อว่าการปล่อยโคมลอยจะเป็นการปล่อยปล่อยทุกข์

    และ ในยุคปัจจุบันการท่องเที่ยวที่พบเห็นก็คือการท่องเที่ยวเชิงศรัทธามีมากขึ้น ตามวัดต่างๆ ก็ได้มีการจัดกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้เรียนรู้ในเชิงศรัทธา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่เป็นเรื่องงมงายมากจนเกินไป และจะส่งผลดีคือทำให้คนศรัทธา รักษาพระพุทธศาสนา นำไปสู่ปัญญาในอนาคตมากยิ่งขึ้น และจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจกิจกรรมเชิงศรัทธามากยิ่งขึ้น

    ทำให้ปัจจุบันจึงมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เน้นภาพของการปล่อยโคมลอยมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความศรัทธา กับการท่องเที่ยว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหากมีการปล่อยโคมลอยในแต่ละครั้งจำนวนมาก มักส่งผลกระทบให้เกิดเกิดขึ้นได้

    “หลักๆ คือด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีความพยายามแก้ไขปัญหานี้ จนเกิดแนวคิดร่วมกัน ก็คือ “โคมลอยลูกโป่ง” ที่มีความใกล้เคียงกับการปล่อยโคมลอยที่สุด ซึ่งการปล่อยโคมที่วัดแห่งนี้เราได้นำนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับก๊าซฮีเลียมที่บรรจุในลูกโป่งและนำมาใส่ไว้ในโคมลอยเพื่อให้เสมือนกับการปล่อยโคมจริงๆซึ่งตามหลักกฎหมายแล้วห้ามปล่อยในพื้นที่เขตการบิน แต่เราสามารถควบคุมไม่ให้ลอยขึ้นฟ้าได้ ก็จะเป็นการบูชาเชิงศรัทธา และอธิษฐานได้อย่างเต็มที่”

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ทั้งนี้ ในแต่ละปี จังหวัดเชียงใหม่มีการยื่นขออนุญาตปล่อยโคมลอยรวมประมาณ ไม่ต่ำกว่า 100,000 ลูก กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นการจัดกิจกรรมในพื้นที่ควบคุม เช่น อำเภอแม่ริม สันทราย และดอยสะเก็ด เพื่อความปลอดภัยทางอากาศ และมีแนวโน้มการควบคุมเข้มงวดมากขึ้นในปัจจุบัน 

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fuXHlCvjq45OSQ-XlcdFF

  • ตลาดร่องสวนยายแพง เตรียมเปิดครัวปรุงเองตามชอบ พร้อมท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีสวนบางคนที เริ่ม21 ก.พ. นี้ | เดลินิวส์

    ตลาดร่องสวนยายแพง เตรียมเปิดครัวปรุงเองตามชอบ พร้อมท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีสวนบางคนที เริ่ม21 ก.พ. นี้ | เดลินิวส์

    นางสาวเรณู เล็กนิมิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางคนที-ยายแพง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโปรแกรมใหม่ “ครัวร่องสวนยายแพง ปรุงเองตามชอบ” เป็นกิจกรรมต่อยอดตลาดร่องสวนยายแพง หลังจากที่ผ่านมาได้รับการตอบรับในการเปิดตลาดชุมชนทุกเสาร์-อาทิตย์ เป็นอย่างดีมีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก จนต้องขยายพื้นที่เป็น 3 ไร่ พร้อมจอดรถได้มากกว่า 50 คัน

    ขณะนี้ได้เตรียมเปิดครัวเป็นซุ้มไม้ไผ่และจัดชุดเตาฟืนแบบชาวบ้านบางคนที-ยายแพง ให้นักท่องเที่ยวที่ชอบทำอาหารรับประทานเองได้ทำเมนูเซ็ต “ครัวปรุงเองบ้านยายแพง” ประกอบด้วย ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ใช้กุ้งแม่น้ำสดที่ชาวบ้านตกได้จากลำคลอง พร้อมมีผักสดจากสวนในพื้นที่ เช่น คะน้า กวางตุ้ง มะเขือเปราะ มะเขือยาว ถั่วฝักยาว และถั่วพลู เป็นต้น นำมาปรุงอาหารได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง หรือจะตำน้ำพริกกะปิ ส่วนเครื่องปรุง ยังได้ใช้น้ำตาลมะพร้าวแท้เคี่ยวกันสดๆจากเตาสาธิตภายในตลาดมาทำอาหารด้วย นอกจากนี้หลังจากทำเสร็จแล้ว นักท่องเที่ยวได้ชิมอาหารฝีมือตัวเอง ทานอาหารกับข้าวสวยท่ามกลางสวนมะพร้าวบรรยากาศฟินเว่อร์

    นางสาวเรณู กล่าวว่า ตลาดร่องสวนยายแพงก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายในการสร้างพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตร อาหารปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของเกษตรกรรายย่อย ภายใต้แนวคิด “ตลาดโดยชุมชน เพื่อชุมชน” เพื่อให้คนในพื้นที่มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานนอกชุมชน

    โดยตลาดร่องสวนยายแพงตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศบนร่องสวนมะพร้าวแบบดั้งเดิม เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภายในตลาดมีสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารพื้นบ้าน อาหารปรุงสด และผลิตภัณฑ์จากชุมชน อาทิ สลัดโรล ผักปลอดสารพิษ ข้าวเหนียวส้มตำ กล้วยทอด ลูกชิ้นปิ้ง ทับทิมกรอบ ข้าวโพดย่าง ข้าวต้มมัด หอยทอด กะหรี่ปั๊บ และอาหารรับประทานง่ายอีกจำนวนมาก เน้นราคาย่อมเยาเริ่มต้นเพียง 10 บาท นอกจากนี้ยังมีกุ้งแม่น้ำธรรมชาติจากลำคลองในพื้นที่ ซึ่งสมาชิกชมรมคนตกกุ้งยายแพงนำมาจำหน่ายและย่างสดภายในตลาด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ

    ทั้งนี้จากกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจึงได้ร่วมกันพัฒนากิจกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวและสร้างการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ล่าสุดได้เตรียมเปิดตัวโปรแกรม “ครัวร่องสวนยายแพง ปรุงเองตามชอบ” ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเองกลางร่องสวน

    โปรแกรมดังกล่าวจัดเป็นครัวจำลองขนาดเล็กใช้เตาถ่านแบบพื้นบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้การทำอาหารวิถีชาวสวน โดยจัดเป็นเซ็ตสำหรับ 3–4 คน ภายในเซ็ตประกอบด้วยเมนูหลัก ได้แก่ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ผัดผักสด และน้ำพริกกะปิรับประทานคู่ผักสดหรือผักต้ม ซึ่งจะมีการจัดชุดวัตถุดิบพร้อมเครื่องปรุงให้ รวมทั้งให้นักท่องเที่ยวเดินไปเก็บผักจากแปลงผักของชุมชนเพื่อนำมาปรุงอาหารด้วยตนเอง ผู้สนใจขอให้โทรแจ้งสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่โทรศัพท์ 081-8481921 เปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ภายในตลาดร่องสวนยายแพง ตั้งแต่เวลา 09.00–15.00 น. และหากไปไม่ถูกปักหมุด “ตลาดร่องสวนยายแพง” ได้เลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5602450/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t4cqdGe8yUqkl0FL_Fm8T

  • กีฬามวยไทย เปิดประตูมิตรภาพไทย-ซาอุฯ

    กีฬามวยไทย เปิดประตูมิตรภาพไทย-ซาอุฯ

    กีฬามวยไทย เปิดประตูมิตรภาพไทย-ซาอุฯ

    14 ก.พ. 2569 22:45 น.

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , การกีฬาแห่งประเทศไทย , สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ร่วมกับสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ อิฟม่าพร้อมด้วย นักมวยไทย ครูมวยไทย และเหล่าบรรดานักแสดงมวยไทยโบราณ ร่วมจัดกิจกรรมในโครงการ Sports Tourism Muaythai Master class ประจำปี 69 ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาปรินซ์ ไฟซัล บิน ฟาห์ด สปอร์ต ซิตี้ กรุงริยาด ประเทศซาอุฯ มีตัวแทน “ทูตมวยไทย” นำโดย บัวขาว บัญชาเมฆ . #มวยไทย #ทูตมวยไทย #บัวขาว #กกท #ไทยรัฐสปอร์ต #ไทยรัฐทีวี32 #เรื่องรอบขอบสนาม —————————————————– กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://www.youtube.com/@ThairathSport/?sub_confirmation=1 . ไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย #Thairathsports #ไทยรัฐสปอร์ต #เพื่อนกีฬามหาชน #ไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #THAIRATHTV . ติดต่อโฆษณา โทร. 02-126-1644 โทร. 02-127-1111 ต่อ 2144

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/rueng_rop_khop_sanam/1180774&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03gcf33AHvV8m0BTlrNZKD

  • นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    14 ก.พ.69 เวลา 18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ณ เวทีกลาง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของ จ.ลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาสให้ได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติรักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้จนถึงทุกวันนี้

    “ผมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับคำว่า บ้านเกิดเมืองนอน เพราะมีความเชื่อว่า ถ้ามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด ก็จะทำทุกอย่าง เพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ไว้ให้ลูกหลาน”

    การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน จ.ลพบุรี

    นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนใน จ.ลพบุรี ที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ เป็นที่ภาคภูมิใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66579&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ko0FKHWYxeP5m2QUlPzV8

  • กาญจนบุรี/// สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คคึกคัก! ครอบครัวและคู่รักแห่เที่ยววันวาเลนไทน์ | TOPNEWS

    กาญจนบุรี/// สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คคึกคัก! ครอบครัวและคู่รักแห่เที่ยววันวาเลนไทน์ | TOPNEWS

    กาญจนบุรี สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คคึกคัก! ครอบครัวและคู่รักแห่เที่ยววันวาเลนไทน์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ที่ สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีกลุ่มครอบครัวและคู่รักเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

    ท่ามกลางอากาศสดใส นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทยต่างพาบุตรหลานนั่งรถชมสัตว์แบบใกล้ชิดในโซนซาฟารี พร้อมให้อาหารยีราฟ ม้าลาย และกวาง ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ขณะที่คู่รักหลายคู่เลือกเก็บภาพความประทับใจท่ามกลางธรรมชาติและสัตว์นานาชนิด เพื่อเป็นที่ระลึกในวันแห่งความรัก

    นายปราโมช ประสพสุขโชคมณี รองผู้จัดการบริษัท สวนสัตว์เปิดซาฟารี ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท จำกัด อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า วันวาเลนไทน์ปีนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทยเพิ่มขึ้นกว่าปกติ

    โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน และกลุ่มแฟนที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศแตกต่างจากร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ ทางสวนสัตว์ยังจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับวันแห่งความรัก อาทิ มุมถ่ายภาพธีมวาเลนไทน์ และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคู่รัก ทั้งนี้ สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค

    ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศธรรมชาติ และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนในช่วงวันหยุดพิเศษ ซึ่งสวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค แอนด์ แคมป์ บ่อพลอย เปิดให้บริการทุกวัน (รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น.

    รายละเอียดการเข้าชมและค่าบริการ:
    ค่าเข้าชม (ชาวไทย): ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก (สูง 90-120 ซม.) 100 บาท (เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าฟรี)
    ค่าเข้าชม (ชาวต่างชาติ): ผู้ใหญ่ 550 บาท และเด็ก 350 บาท


    ตารางการแสดงโชว์:
    โชว์ช้าง: 10:00 / 13:00 / 14:30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 11:30 และ 15:30 น.)
    โชว์จระเข้: 11:00 / 14:00 / 15:30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 13:30 / 15:00 / 16:30 น.)


    หมายเหตุ: โซนโชว์จระเข้อาจมีการปิดปรับปรุงชั่วคราวเป็นช่วงๆ กิจกรรมแนะนำ:คุณสามารถนำรถส่วนตัวเข้าไปขับชมสัตว์ในโซนสวนสัตว์เปิดได้เอง หรือใช้บริการรถบัสของทางสวนสัตว์ (ฟรีรวมในค่าตั๋ว) เพื่อให้อาหารยีราฟและม้าลายอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายรูปบนรถกับยีราฟแบบส่วนตัว แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่านทาง Facebook Safari Park Kanchanaburi เนื่องจากคิวเต็มค่อนข้างเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488240&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fs2PsTn2C4cTEEMhN-gHG

  • ททท.อุดรฯ จับมือ จ.ขอนแก่น ผลักดันผู้ประกอบการฯ 2 จังหวัด ขับเคลื่อนพืชสวนโลก | เดลินิวส์

    ททท.อุดรฯ จับมือ จ.ขอนแก่น ผลักดันผู้ประกอบการฯ 2 จังหวัด ขับเคลื่อนพืชสวนโลก | เดลินิวส์

    นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.สำนักงานอุดรธานี นางสาวธนวัน กาสี ผอ.ททท.สำนักงานขอนแก่น ร่วมกับนางสาวณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์ จ.ขอนแก่น นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ขอนแก่น จัดเส้นทางศึกษาดูงานเพื่อเตรียมเส้นทางท่องเที่ยว ทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เชื่อมโยง งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ซึ่งจัดกำหนดจัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี

    ทั้งนี้ได้มีการหารือเพื่อวางแผนการทางท่องเที่ยวในเส้นทางดังกล่าว เบื้องต้นมีผู้ประกอบการสนใจในการจัดรถโดยสารจาก จ.ขอนแก่น เป็นรถบัสและรถตู้โดยสาร โดยความร่วมมือกับบริษัทขนส่งและหน่วยงานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวในการบริการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้าสู่งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี โดยมีนายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับและนำชมภาพรวม ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี และนายธนกร วีรชาติยานุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.อุดรธานี นายทินกร ทองเผ้า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุดรธานี พันธมิตรด้านการท่องเที่ยว จ.อุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมอัมมาน ยูนิก โฮเทลอุดรธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5601487/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ivj8WMchrhmbRvaPi0fvB

  • ตร.ท่องเที่ยว จับชาวอิสราเอล ลอบค้ายาเสพติด บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    ตร.ท่องเที่ยว จับชาวอิสราเอล ลอบค้ายาเสพติด บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    วันนี้ (14 ก.พ.2569) ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณหาดหินกอง หลังควบคุมตัวนายชาย อัลฟาซี ชาวอิสราเอล เจ้าของร้านได้ ขณะถูกวางแผนล่อซื้อยาเสพติด

    จากการตรวจค้น พบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ มีน้ำหนักมากผิดปกติ เมื่อตรวจค้นพบช่องลับภายในมียาเสพติดหลายชนิด ทั้ง โคเคน ยาอี เฮโรอีน เห็ดขี้ควาย รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท จึงแจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ พร้อมควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลถึงเครือข่ายชาวต่างชาติที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว

    การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามี ชายชาวอิสราเอลลักลอบค้ายาเสพติดให้นักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน จึงวางแผนล่อซื้อโดยติดต่อผ่าน “WhatsApp” เพื่อเจรจาซื้อขาย ก่อนจะระบุพิกัด รับ-ส่งสินค้า โดยผู้ขายจะไม่ปรากฏตัว ครั้งนี้ผู้ขายใช้วิธีบรรจุยาเสพติดไว้ในถุงเท้า และวางไว้ทิ้งเพื่อให้ลูกค้ามารับ จากนั้นลูกค้าจ่ายเงินสดไว้ในถุงเท้าเหมือนเดิม โดยลูกค้าต้องถ่ายคลิปเป็นหลักฐานส่งให้ผู้ขาย จนกระทั่งนายชาย อัลฟาซี ปรากฏตัวและหยิบเงินในถุงเท้า เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัว

    บุกทลายฟาร์มกัญชาทุนต่างชาติ กลางเมืองท่องเที่ยวจ.กระบี่ พบใช้คนไทยเป็น “นอมินี”

    รวบชาวอิสราเอล ปาร์ตี้ยาเสพติด บนเกาะพะงัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502196&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PhA8_bdayIn-R8i9zNmgd