Category: ท่องเที่ยว

  • ทลายทัวร์เถื่อนคกไผ่! รวบ 2 หนุ่มเปิดเพจขายแพ็กเกจ ‘เที่ยวลาว’ ผิดกฎหมาย

    ทลายทัวร์เถื่อนคกไผ่! รวบ 2 หนุ่มเปิดเพจขายแพ็กเกจ ‘เที่ยวลาว’ ผิดกฎหมาย

    วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.31 น.

    ตำรวจท่องเที่ยวเลย รวบ 2 หนุ่มเปิดเพจขายทัวร์เถื่อน ลอบพานักท่องเที่ยวข้ามด่านคกไผ่ไป ‘เมืองเฟือง-วังเวียง’ ไร้ใบอนุญาต

    วันที่ 16 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท. นิธิศ เอกทัศน์ สว.ส.ทท.6 กก.1 บก.ทท.2 (เลย) สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าสกัดกั้นและจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ บริเวณด่านพรมแดนบ้านคกไผ่ อ.ปากชม จ.เลย

    จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ประกอบด้วย นาย ก. (อายุ 30 ปี ชาว ต.ศรีสองรัก) และ นาย ข. (อายุ 30 ปี ชาว ต.นาอาน) พร้อมของกลางสำคัญ ได้แก่ สำเนาหลักฐานการผ่านแดน , ไฟล์ภาพและวิดีโอบันทึกพฤติการณ์การนำเที่ยว , รายการนำเที่ยวที่เสนอขายผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) และเอกสารหลักฐานการโอนเงินจากลูกค้า

    โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 รายถูกแจ้งข้อหา ‘ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต’ ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    ด้าน ว่าที่ ร.ต.กฤษณ์ชาณัฏฐ์ กุลรัชชหิรัญ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ปัจจุบันด่านคกไผ่ อ.ปากชม และด่านบ้านวัง เมืองหมื่น ได้ยกระดับเป็นด่านสากลแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้เส้นทางนี้เดินทางไปยังเมืองเฟืองและวังเวียง สปป.ลาว มากขึ้นเนื่องจากสะดวกและใกล้กว่าจุดอื่น

    ‘นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุทัวร์เถื่อนในพื้นที่ จึงอยากให้ทุกหน่วยงาน ทั้งกรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว และท่องเที่ยวกีฬาจังหวัด บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและจริงใจ เพื่อกวาดล้างกลุ่มผลประโยชน์ที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งหากจัดการได้สำเร็จ จะช่วยให้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลหมุนเวียนในพื้นที่และเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศได้อย่างแน่นอน’ ว่าที่ ร.ต.กฤษณ์ชาณัฏฐ์ กล่าวทิ้ง

    ////////////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/947309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3K-BFTAotosDCfeMMQ8cs4

  • ‘ธรรมนัส’ ล่องหน! ‘กล้าธรรม’ ลุ้นหนักร่วมรัฐบาล ‘อนุทิน 2’

    ‘ธรรมนัส’ ล่องหน! ‘กล้าธรรม’ ลุ้นหนักร่วมรัฐบาล ‘อนุทิน 2’

    ‘ธรรมนัส’ ไม่เข้ากระทรวง ไร้เงาเข้าพรรค จับตา ‘กล้าธรรม’ ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังสะพัด ‘ภท.’ ยึดคืนโควตา ‘เกษตรฯ-ท่องเที่ยว’

    16 ก.พ. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำการพรรคกล้าธรรม ยังคงไร้วี่แวว ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแกนนำคนสำคัญ เดินทางเข้าพรรค ท่ามกลางสื่อหลายสำนักปักหลักกันตั้งแต่เช้าเพื่อรอความชัดเจนถึงการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังช่วงกลางดึกที่ผ่านมา กระแสข่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำขาดให้พรรคกล้าธรรม คืนโควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หากไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ จะผลักพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้านทันที โดยจะดำเนินการทาบทาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมรัฐบาลแทน

    โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด มีรายงานว่า วันนี้ ร.อ. ธรรมนัส ไม่ได้ทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่แกนนำพรรคกล้าธรรม คนอื่น ๆ อยู่ระหว่างรอสัญญาณจาก ร.อ.ธรรมนัส ว่าจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/948362/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f-fcd8acVBotkJR3auoTY

  • เริ่มแล้ว! พัทยาเมืองฮอด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังช่วงหน้าร้อน นทท.หลบไปคลายร้อน

    เริ่มแล้ว! พัทยาเมืองฮอด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังช่วงหน้าร้อน นทท.หลบไปคลายร้อน

    เริ่มแล้ว! พัทยาเมืองฮอด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังช่วงหน้าร้อน นทท.หลบไปคลายร้อน

    16 Feb 69

    หลังจากอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งสัญญานเข้าสู่ฤดูร้อน สภาพเริ่มร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวัน ชี่งพัทยาเมืองฮอด จ.เชียงใหม่ หลักกม.31 ถนนสายฮอด-แม่สะเรียง ติดกับน้ำแม่แจ่ม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง

    ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวอุ้มลูกจูงหลาน หรือ หนุ่มๆสาวๆ พากันไปเล่นน้ำคลายร้อน เนื่องจากบริเวณระดับน้ำแจ่มไม่ลึกมาก มีหาดทรายขาว น้ำใสเห็นตัวปลาเล็ก จึงเป็นที่นิยมของน้ดท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปี๋ใหม่เมืองของชาวล้านนา มีน้กท่องเที่ยวจำนวนมากเต็มผืนน้ำคีกคักมาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3882870/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2M3hs00Ip3sGmzBCemMo7k

  • ญี่ปุ่นหลุดท็อป10 ลิสต์ยอดฮิตชาวจีนไปเที่ยวช่วงตรุษจีน หลังปมไต้หวันร้อนแรง

    ญี่ปุ่นหลุดท็อป10 ลิสต์ยอดฮิตชาวจีนไปเที่ยวช่วงตรุษจีน หลังปมไต้หวันร้อนแรง

    วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.50 น.

    วันหยุดตรุษจีน 9 วันเริ่มคึกคัก แต่ญี่ปุ่นหลุด 10 อันดับจุดหมายยอดนิยม หลังจีนเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเดินทาง ปมพิพาทไต้หวัน

           16 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เทศกาลวันหยุดยาวติดต่อกัน 9 วันเนื่องในวันตรุษจีนเริ่มขึ้นแล้วในวันนี้ โดยที่ญี่ปุ่นหลุดจาก 10 จุดหมายสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศสำหรับชาวจีนที่จะเดินทางในปีนี้ หลังจากทางการจีนเรียกร้องประชาชนไม่ให้เดินทางไปจีนเพราะผู้นำญี่ปุ่นจุดกระแสพิพาทเรื่องไต้หวัน

           เว็บไซต์สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานอ้างสื่อจีนว่า คาดกันว่าเกาหลีใต้จะเป็นจุดหมายท่องเที่ยวในต่างประเทศเป็นอันดับหนึ่งของชาวจีนในช่วงวันหยุดยาวตรุษจีนปีนี้ โดยจะมีชาวจีนเดินทางไปเที่ยวราว 250,000 คน เพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากตรุษจีนปีก่อน รองลงไปได้แก่ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม ตุรกี และรัสเซีย ขณะที่ญี่ปุ่นอาจจะมีชาวจีนมาเที่ยวลดลงถึงร้อยละ 60 จากช่วงวันหยุดยาวตรุษจีนปีก่อน

    นายแพทย์ชาวเซี่ยงไฮ้วัย 45 ปี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพาครอบครัวไปฉลองตรุษจีนที่ญี่ปุ่นเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้ได้เปลี่ยนจุดหมายเป็นนิวซีแลนด์ เพราะไม่อยากถูกตำหนิ ขณะที่พนักงานรัฐวิสาหกิจในกรุงปักกิ่งคนหนึ่งยอมรับว่า ไม่กล้าบอกเพื่อนร่วมงานว่ากำลังจะไปทำธุระหรือพักผ่อนที่ญี่ปุ่นเพื่อ แต่สตรีเซี่ยงไฮ้วัย 30 ปีเศษรายหนึ่งกล่าวว่า เธอและบิดามารดากำลังจะไปท่องเที่ยวจังหวัดยามานาชิ เธอมองว่าคำเตือนของรัฐบาลจีนที่อ้างว่าชาวจีนตกเป็นเป้าหมายอาชญากรรมในญี่ปุ่นมากขึ้น เป็นเพียงการโฆษณาเพื่อโจมตีญี่ปุ่นเท่านั้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/947290&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03-pytDNnX16GepuEto91h

  • จับตา ‘คิงส์โรมัน’ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ อนาคต อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

    จับตา ‘คิงส์โรมัน’ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ อนาคต อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

    เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ หรือ คิงส์โรมัน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ยังคงมีการดำเนินการก่อสร้างตึก อาคารอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมีการวางแผนที่จะทำโครงการขนาดใหญ่ในเชิงการท่องเที่ยว และการเกษตรอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้จะไม่ได้คึกคักเหมือนกับเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ซึ่งหลายฝ่ายก็จับตามองว่าในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และจะเป็นเพื่อนบ้าน คู่ค้า ที่ดีกับไทยอยู่ไหม หรือจะกลายเป็นคู่แข่งกัน

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พบกานต์ อาวัชนาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำเงียบเหงา จากศูนย์กลางความคึกคัก สู่บรรยากาศที่เงียบลง พื้นที่ดอกงิ้วคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เคยถูกคาดหวังให้เป็น “Growth Pole” ฝั่งลาว เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การบริการ และเงินทุนจากภายนอกเข้าสู่ลุ่มน้ำโขงตอนบน แต่ภาพปัจจุบันสะท้อนการชะลอตัวอย่างชัดเจน ร้านค้าและกิจกรรมพาณิชย์โดยรอบจำนวนมากปิดตัวลง เหลือเพียงกาสิโนที่ยังดำเนินการอยู่เป็นหลัก ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการพัฒนาแบบพึ่งพากิจกรรมเดี่ยว ซึ่งแม้จะดึงดูดเม็ดเงินจำนวนมากในระยะหนึ่ง แต่กลับสร้างการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยรอบได้จำกัด

    ในส่วนของการท่องเที่ยวข้ามแดน ก็มีปริมาณที่ลดลง และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การเดินทางท่องเที่ยวจากอำเภอเชียงแสนข้ามไปยังคิงโรมันในปัจจุบันมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับช่วงที่พื้นที่ฝั่งลาวกำลังได้รับความนิยมสูง เหตุผลไม่ได้จำกัดอยู่ที่มาตรการด้านการเดินทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนรสนิยมของนักท่องเที่ยว และการรับรู้ต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่

    จากมุมมองเศรษฐศาสตร์ชายแดน สะท้อนว่าการเชื่อมต่อทางกายภาพเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ หากขาดการเชื่อมต่อด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ แม้เชียงแสนและคิงส์โรมันจะอยู่ใกล้กันทางภูมิศาสตร์ แต่ระดับการพึ่งพาซึ่งกันและกันในเชิงเศรษฐกิจกลับมีจำกัด รายได้และการจ้างงานในเชียงแสนไม่ได้ผูกโยงกับกิจกรรมในคิงส์โรมันอย่างแน่นแฟ้น กิจกรรมจำนวนมากทำหน้าที่เป็น “ทางผ่านของมูลค่า” มากกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ฝังอยู่ในพื้นที่ไทย กรณีนี้สะท้อนลักษณะคลาสสิกของเศรษฐกิจชายแดนแบบ enclave economy คือ มีการลงทุนขนาดใหญ่ แต่การกระจายผลประโยชน์สู่พื้นที่รอบข้างเกิดขึ้นน้อย

    สำหรับเชียงแสน จุดเปลี่ยนสำคัญอาจไม่ใช่การรอการฟื้นตัวของคิงส์โรมัน หากแต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของตนเองในฐานะเมืองชายแดนที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และชุมชน เป็นแกนหลักของการพัฒนา

    ในมุมนี้ ชายแดนไม่ได้เป็นเพียง “ปลายทางของการข้ามแดน”แต่เป็นพื้นที่ที่ต้องเลือกอย่างรอบคอบว่าจะเชื่อมโยงกับอะไร และเชื่อมโยงเพื่อสร้างคุณค่าแบบใดให้กับพื้นที่ของตนเองในระยะยาว

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo01.jpg

    “เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ กับอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงราย ก็ยังคงต้องเป็นคู่ค้า เมืองพี่เมืองน้องกันต่อไป เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นไทย ลาว หรือจีน แต่การที่ให้ทุกฝ่ายจะรับประโยชน์ที่เท่ากันก็ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากหากจะทำโครงการหรือความร่วมมืออะไรทุกฝ่ายต้องมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้เหล่านี้ก็ต้องมีการจับตามองเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจจะไปแฝงตัวอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจแห่งนี้ ซึ่งหากจะให้คนไปเที่ยวเพิ่มพื้นที่ตรงนี้ก็ต้องทำให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่อยากจะไปเยือนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย” ผศ.ดร.พบกานต์ กล่าว

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ด้าน ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในสายตาของนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอย่างสหรัฐอเมริกาค่อนข้างจะมีปัญหากับทางเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้เพราะเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจขบวนการค้ายาเสพติด เป็นแหล่งฟอกเงิน ในขณะที่รัฐบาลไทยก็ไม่ได้แสดงจุดยืนที่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ยังมีการไปมาหาสู่กันอยู่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกับพื้นที่นี้ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน

    ในช่วงหลังมานี้พื้นที่แห่งนี้เงียบเหงา ซึ่งโดยปกติแล้วเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองราตรีจะมีสีสันในยามค่ำคืน ผู้คนจะออกมาท่องเที่ยวใช้ชีวิตในช่วงเวลากลางคืนอย่างคึกคัก แต่ปรากฏว่าปัจจุบันนี้คนมันหายไปมาก ซึ่งจุดนี้ตนคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับมาตรการและเฝ้าจับตามองของนานาประเทศเกี่ยวกับกรณีของสแกมเมอร์ ซึ่งพื้นที่นี้เป็นหนึ่งในจุดที่ถูกปักหมุดว่าเป็นพื้นที่ที่มีการตั้งของแก๊งหลอกลวงออนไลน์

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ผศ.ดร.ณัฐกร กล่าวต่อว่าดังนั้นเมื่อกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกเฝ้าระวัง ส่วนหนึ่งก็ไปเข้าหูถึงรัฐบาลจีน ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะเห็นภาพของความร่วมมือจากรัฐบาลจีน และทางเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ จับกุมคนที่เชื่อว่าพัวพันกับเรื่องของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงธุรกิจพนันออนไลน์ที่ลักลอบตั้งอยู่ในพื้นที่ มีการจับกุมตัวและส่งกลับไปในประเทศจีน ก็ทำให้สถานการณ์การอยู่อาศัยการใช้ชีวิตในพื้นที่อาจจะยาก ซึ่งทางเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้เองก็ได้ออกมาตรการและประกาศว่าหากมีการพบเบาะแสเกี่ยวกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้ ที่ยังอยู่ภายในเขตก็จะมีรางวัลนำจับให้กับคนที่ชี้เบาะแส

    “แสดงว่าตัวของเขตเศรษฐกิจพิเศษเองก็พยายามแสดงจุดยืนว่าไม่ได้สนับสนุนให้มีธุรกิจสีเทาหรือธุรกิจผิดกฎหมายหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้มันก็ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของกลุ่มอาชญากรรมที่จะมองหาที่ทางใหม่ๆ ที่จะทำธุรกิจผิดกฎหมายต่อไป ดังนั้น คิงโรมันก็อาจจะไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มอาชญากรรมอีกต่อไป”

    “ขณะเดียวกันเชียงใหม่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย ที่กลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติต้องการที่จะมาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมในทุกมิติ ที่สามารถรองรับกลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านี้ได้ ทั้งที่อยู่อาศัย ความสะดวกสบาย เพราะกลุ่มคนพวกนี้ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีเงินติดความสบายความหรูหรา แต่พฤติกรรมก็อาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่อยู่รวมกันจำนวนมากภายในตึกเดียว ก็ต้องมีการแยกย้ายกันอยู่คนละที่ แบ่งงานกันทำ กระจายอยู่ตามพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกเพ่งเล็งได้ง่าย อาจจะอยู่ตามหมู่บ้านจัดสรรตามชานเมือง

    ซึ่งที่ผ่านมาเราก็จะเห็นการจับกลุ่มหลายครั้งในลักษณะของคฤหาสน์หรือพูลวิลล่า ซึ่งข้อมูลในเชิงลึกที่ทราบมาคือกลุ่มคนเหล่านี้ก็มีการโยกย้ายมาจากทางเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ” ผศ.ดร.ณัฐกร กล่าว

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ขณะที่ วิโรจน์ ชายา ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวให้ข้อมูลว่า ระหว่างอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ในเชิงการท่องเที่ยว หากทำให้เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับการทำตลาดของเรา อย่างเช่นการที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงรายแล้วพ่วงการท่องเที่ยวไปเที่ยวที่เขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย ซึ่งมันก็อยู่ที่แนวคิดในการขายโปรแกรมท่องเที่ยว แต่ตอนนี้เงียบเหงามาก

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo07.jpg

    วิโรจน์ กล่าวต่อว่า เมื่อก่อนนี้จะมีสีสันกว่านี้ หากดูการพัฒนาของทางเขตเศรษฐกิจพิเศษก็มีความพยายามที่จะปรับรูปแบบของเมืองให้เป็นการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น อย่างตลาดน้ำที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในเวลาค่ำคืน แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เท่าที่ควร

    “หากถามว่าการท่องเที่ยวเป็นคู่แข่งกับจังหวัดเชียงรายหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน เราก็พยายามที่จะขายการท่องเที่ยวเชื่อมโยง แต่ก็ขายไม่ค่อยได้เพราะว่าภาพลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวทราบเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้ค่อนข้างไปในทิศทางลบ ส่วนคนจีนที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ไม่ค่อยจะได้ข้ามมาเที่ยวไทยเท่าไหร่ถือว่าข้ามมาน้อยมาก คนจีนในจังหวัดเชียงรายในปัจจุบันถือว่าน้อยมาก”

    สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปเที่ยวในคิงส์โรมัน ส่วนใหญ่ก็จะไปกลับ ไม่ค่อยจะค้างคืน เนื่องจากในโรงแรมภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถสูบบุหรี่ภายในห้องพัก หรือในตัวโรงแรมได้ ซึ่งคนไทยจำนวนมากยังไม่ชอบบุหรี่เพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง แต่ปัจจัยสำคัญคือคนไทยยังมองว่าพื้นนี้ยังคงน่ากลัว

    “ส่วนตัวคิดว่า การท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างอำเภอเชียงแสนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในอนาคต น่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบวันเดียวกลับ หรือนอนอาจจะนอนคืนเดียว และอาจจะไม่ได้มีการจับจ่ายใช้สอยมากนักคิดว่าน่าจะไปดูให้เป็นประสบการณ์ว่าลักษณะพื้นที่เป็นอย่างไร ทั้งนี้ตนก็คิดว่าพื้นที่นี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใครอยากจะไปเที่ยวก็สามารถไปได้ก็ทำตามขั้นตอนของการผ่านแดนให้ถูกต้อง” วิโรจน์ กล่าว

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo08.jpg

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo09.jpg

    Keep-an-eye-on-Kings Romans-a-promising-area-for-the-future-of-Chiang Saen-District-Chiang Rai-Province-SPACEBAR-Photo10.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/keep-an-eye-on-kings-romans-a-promising-area-for-the-future-of-chiang-saen-district-chiang-rai-province&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1741vWGF1yyaIAwPFp_YpX

  • ‘ททท.’ ปลุกสีสันท่องเที่ยว ‘ตรุษจีน 2569’ ปักหมุดความปัง ‘กรุงเทพฯ-หาดใหญ่’

    ‘ททท.’ ปลุกสีสันท่องเที่ยว ‘ตรุษจีน 2569’ ปักหมุดความปัง ‘กรุงเทพฯ-หาดใหญ่’

    “ททท.” จัดกิจกรรมสุดพิเศษ ปลุกสีสัน “เทศกาลตรุษจีน” ปีม้าทอง 2569 ปักหมุดเฉลิมฉลอง 2 พื้นที่ “กรุงเทพฯ – หาดใหญ่” ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติจับจ่าย ดันรายได้สะพัดกว่า 4.2 หมื่นล้านบาททั่วไทย สานสัมพันธ์ยิ่งใหญ่มิตรภาพไทย-จีน ครบรอบ 51 ปี

    ความพิเศษของเทศกาล “ตรุษจีน 2569” ในประเทศไทย มาพร้อมกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองปีม้าทองอย่างยิ่งใหญ่! เมื่อคำว่า “จง ไท่ อี้ เจีย ชิน – จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน” เชื่อมโยงร้อยรัดความสัมพันธ์ไทย-จีน สู่หมุดหมายการก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต หลอมรวมกับโอกาสครบรอบ 22 ปีของความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ร่วมกันสืบสานและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

    สำหรับความคึกคักของการเดินทางในช่วง เทศกาลตรุษจีนปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ ทาง ททท. คาดการณ์ว่าจะมี นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าประเทศไทยราว 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางกว่า 2.30 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 3% ทำให้มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวสะพัดประมาณ 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวคือความพร้อมในการจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 (Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026) อย่างยิ่งใหญ่ใน 2 พื้นที่หลัก

    พื้นที่แรก “กรุงเทพฯ” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ททท. กับหน่วยงานต่างๆ เช่น สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เขตสัมพันธวงศ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ปักหมุดจัดกิจกรรมใน 2 พื้นที่ย่อย ประกอบด้วย 1. กิจกรรมการตกแต่งประดับไฟ ร่วมฉลองความสุข ส่งต่อความรุ่งเรือง ภายใต้แนวคิด “Ride the Fortune, Share the Future” ณ ถนนเยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียนถึงแยกเฉลิมบุรี ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. 

    'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่'

    2. งานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 ในวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. เปิดม่านมงคลกับพิธีกล่าวอวยพร ไทย-จีน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์  2569 พร้อมจัดเต็มไฮไลต์ทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 4 คณะ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครฉงชิ่ง มณฑลเหอหนาน และมณฑลฝูเจี้ยน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมไทย-จีน เช่น การประดิษฐ์โคมจีน การพิมพ์ลายอักษรมงคล การเขียนพู่กันจีน วาดหัวโขน การตัดกระดาษจีน การปักผ้าไทย พวงกุญแจดอกไม้ประดิษฐ์ โหราศาสตร์จีน เป็นต้น และการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็น ต้าห์อู๋ พิทยา, MEAN, HERS, Slapkiss, Serious Bacon, Landokmai, Wanyai และ Paiinntt พร้อมเซอร์ไพรส์สุดเอกซ์คลูซีฟกับศิลปินและนักแสดงจีนสุดฮอต “จู เจิ้งถิง” ภายใต้บรรยากาศสุดตระการตากับสีสันโคมไฟมงคลขนาดใหญ่

    'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่'

    อีกพื้นที่ไฮไลต์ “หาดใหญ่” ในงาน “Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai” ในวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบกับการแสดงจากมณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน การเชิดสิงโตและมังกรเสริมสร้างสิริมงคล การแสดงกายกรรม การแสดงศิลปะการเขียนพู่กันจีน การตกแต่งประดับไฟ กิจกรรม Workshop DIY สร้อยข้อมือสายมู ระบายสีหน้ากาก และการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น The Parkinson, Getsunova, Gavin D, Zom Marie, Serious Bacon, Whal & Dolph ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าไลฟ์สไตล์มากกว่า 100 ร้านค้า สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความเป็นสิริมงคลให้เมืองหาดใหญ่คึกคักตลอดทั้งงาน 

    'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่'

    นอกเหนือจากพื้นที่จัดงานในกรุงเทพฯ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ททท. ยังได้สนับสนุนการจัดงาน เทศกาลตรุษจีน ในพื้นที่เอกลักษณ์ของชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ ได้แก่ “ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ” จังหวัดนครสวรรค์ กำหนดจัดงาน 12 วัน 12 คืน ตั้งแต่วันที่ 10-21 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้งานชื่อ “110 ปี ตรุษจีนแห่งสีสัน เมืองสวรรค์ 5 ภาษา” เฉลิมฉลองตำนานความศรัทธาที่ยาวนานกว่าศตวรรษ พร้อมเนรมิตเมืองปากน้ำโพให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความตระการตาของแสงสีเสียงขบวนแห่กลางคืน (ชิวซา) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และขบวนแห่กลางวัน (ชิวสี่) ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ชมความยิ่งใหญ่ของขบวนมังกรทองและองค์เจ้าแม่สมมติ

    'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่'

    ขณะเดียวกัน ภายในงานนี้ยังมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงกิจกรรมไหว้ขอพรกับเจ้าพ่อเจ้าแม่ ปากน้ำโพ ให้ปี 2569 เป็นปีที่เฮงๆ ปังๆ มั่งมีศรีสุข การชมลานเมืองสวรรค์ 5 ภาษา ผูกด้ายแดงแห่งความสมหวัง การร่วมพิธีกรรมแก้ชงตามปีนักษัตรที่ลานแก้ชง การแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวปากน้ำโพ การแสดงสุดเซอร์ไพรส์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน และการแสดงคอนเสิร์ตทุกวันจากศิลปินมากมาย อาทิ ปรางทิพย์, บอล เชิญยิ้ม, ฟลุ๊ค ไอน้ำ, จ๊ะ-นงมณี, Musketeers, ศรราม น้ำเพชร กับซุปเปอร์เตย นอกจากนี้ยังมีมุมอิ่มท้องกับอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 110 ร้านค้าที่ถนนนักชิม

    'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่'

    อีกงานคือ “งานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 18 ปี มังกรสวรรค์” ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 จัดเต็มระบบแสงสีเสียงที่จะมาสร้างความตื่นตาตื่นใจตลอดงาน พร้อมชมการแสดงชุดลูกหลานพันธุ์มังกร ประกอบด้วย สิงโตวูซู กลองศึก มังกร 9 เซียน กังฟู เอ็งกอบู๊ เจ้าแม่กวนอิมพันมือ และงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง และการประดับตกแต่งบริเวณสถานที่ในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ในหมู่บ้านมังกรสวรรค์ อุทยานพุทธบูชา (พระยูไล)

    นอกจากนี้ ททท. ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรภาคเอกชนและศูนย์การค้าชั้นนำในการร่วมจัดกิจกรรมและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน อาทิ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และในเครือเซ็นทรัล The Em District ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

    ผู้สนใจเข้าร่วมงานในจุดหมายต่างๆ สามารถสอบถาม หรือติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1672 Travel Buddy หรือแฟนเพจเฟซบุ๊ก Thailand Festival

    'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่' 'ททท.' ปลุกสีสันท่องเที่ยว 'ตรุษจีน 2569' ปักหมุดความปัง 'กรุงเทพฯ-หาดใหญ่'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/corporate-moves/lifestyle/travel/1220654&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iycySNZupFA4ipXEYtnua

  • พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ  ลุย

    พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลุย

    วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    พท.โว!แม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ

    ลุย’เขากระโดง’ต่อ

    ‘อ้วน’แจงจับมือภูมิใจไทย

    ขอทำงาน-ไม่ยืนดูข้างสนาม

    ‘กล้าธรรม’ถูกรุมบีบจนน่วม

    ส่อโดนยึดโควตา‘ท่องเที่ยว’

    “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อ้างผลเลือกตั้งหลังเพื่อไทยไปไม่ถึงดวงดาว บ่งชี้ว่าประชาชนไม่ให้ความสำคัญคดีเขากระโดง-ฮั้วสว. แต่คงต้องเข็นกันต่อตามอัตภาพ เผยยอมกินน้ำใต้จั๊กกะแร้ภูมิใจไทย ยังดีกว่าไปเป็นฝ่ายค้าน ฝ่าย“ภูมิธรรม”ระบุโหนรัฐบาลได้มีโอกาสลงมือทำจริงไม่มีเรื่องศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้อง “อนุทิน” เยือนบ้านเกิดภรรยา “จ๋า ธนนนท์ ” ขับสองแถวไม้ขอบคุณชาวระนอง

    เมื่อวันที่ 15กุมภาพันธ์2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการตัดสินใจตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นี่คือธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาลคือการลงมือทำจริง

    นายภูมิธรรม ระบุต่อว่า เราเลือกเส้นทางที่ทำให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ปากท้องต้องดีขึ้น ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ ต้องได้รับการแก้ไข การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม อย่างไรก็ตาม เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่าง โดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุนที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ทุกความคิดเห็นมีคุณค่าและจะถูกนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงานของพรรคต่อไป เพราะสำหรับพรรคเพื่อไทย อำนาจมีไว้ใช้เพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นและเสียงของประชาชนคือเข็มทิศในการตัดสินใจของเรา

    ไม่ได้เป็นลูกไก่ของภท.

    นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส มีความมั่นคง และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เราเดินหน้าหาเสียง นำเสนอนโยบายของเราด้วยความหวังว่าคนไทยจะให้ความไว้วางใจอย่างชัดเจนกับเราเพื่อพาเราไปสู่อำนาจรัฐและเปิดโอกาสให้เราได้นำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เราหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะพาเราไปทำงานและมอบโอกาสให้เราได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่

    นายจุลพันธ์ ระบุต่อว่า แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นเพื่อให้สมกับความไว้วางใจของประชาชนในอนาคต

    ต้องยอมรับเสียงประชาชน

    นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า ในขณะเดียวกันการที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญคือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย เพราะนี่คือเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็นอิสระ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ร่วม อย่างชัดเจน

    เขากระโดงไม่มีความสำคัญ

    นายจุลพันธ์ ระบุอีกว่า ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภาและไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น

    นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุดหากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา

    หนูขอบคุณชาวระนอง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางมายัง จ.ระนอง เพื่อขอบคุณประชาชนที่ได้มอบความไว้วางใจเลือกนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ได้ขับรถสองแถวไม้ รถประจำจ.ระนอง เพื่อขอบคุณชาวระนองด้วย

    นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขับรถสองแถว พร้อมระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัด ที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”

    ขณะที่บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน กทม. ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรค แม้จะมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ต่างต้องการเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงเก้าอี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    สำหรับพื้นที่จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยได้ สส.จำนวน 1 คน คือ นายคงกฤษ ที่เอาชนะคู่แข่งนำโด่ง ได้คะแนนกว่า 50,000 คะแนน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/947270&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09mgrU4iNfRIAEum8xvmTc

  • ตร.ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดระวังเหตุตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569

    ตร.ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดระวังเหตุตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569

    15 กุมภาพันธ์ 2569, 20:48น.

              พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) กำชับตำรวจทั่วประเทศดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตามประเพณีปฏิบัติของคนไทยเชื้อสายจีนจะมีการออกมาจับจ่ายใช้สอยจัดเตรียมสิ่งของเพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ ประกอบกับผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือบริษัท หยุดทำการติดต่อกันหลายวัน และจะมีพนักงาน ลูกจ้าง เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยให้ตำรวจทั่วประเทศดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ ดังนี้

              วันจ่าย (15 กุมภาพันธ์ 2569) : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะตลาด ร้านทอง ธนาคาร และร้านสะดวกซื้อ เพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูง

              วันไหว้ (16 กุมภาพันธ์ 2569) : เน้นการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้จากการจุดธูปเทียน และการเผากระดาษเงินกระดาษทอง โดยให้สถานีตำรวจในพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเตรียมแผนเผชิญเหตุ และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

              วันเที่ยว (17 กุมภาพันธ์ 2569) : จัดกำลังสายตรวจลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงย่านที่พักอาศัยของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งอาจมีการปิดบ้านพักอาศัยเพื่อเดินทางท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินและการก่อเหตุในเคหสถาน

              นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่อาจฉวยโอกาสลักลอบกระทำความผิดในช่วงเทศกาล เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับ และดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ห้ามใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์อันมิชอบโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและหลักประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน

              สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำความผิด เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

    #ตรุษจีน2569

    #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159263&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CMqjTMG8nmKJrpuQ0YY5J

  • เราเที่ยวด้วยกัน เฟสใหม่ 2569 จับตารัฐบาลอนุทิน เดินหน้าต่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    เราเที่ยวด้วยกัน เฟสใหม่ 2569 จับตารัฐบาลอนุทิน เดินหน้าต่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    เราเที่ยวด้วยกัน เฟสใหม่ 2569 จับตารัฐบาลอนุทิน เดินหน้าต่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่องความเป็นไปได้ นโยบายครั้งใหม่ 

    “เราเที่ยวด้วยกัน” ในช่วงที่ผ่านมาและแนวโน้มในปี 2569 มีรายละเอียดดังนี้ครับ

    1. ยอดใช้จ่ายโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” (เฟส 1 – 5)

    ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและธนาคารกรุงไทย ระบุว่าโครงการที่ดำเนินการมาทั้งหมด 5 เฟส (ตั้งแต่ปี 2563 – 2566) มีสถิติการใช้จ่ายที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

    งบประมาณที่รัฐใช้สนับสนุน: ประมาณ 24,016 ล้านบาท

    ยอดใช้จ่ายรวม (เงินสะพัด): ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจทางตรงรวมกว่า 58,621 ล้านบาท

    จำนวนสิทธิที่ใช้: มีการใช้สิทธิห้องพักรวมประมาณ 12.06 ล้านห้อง/คืน

    โครงการนี้ริเริ่มและดำเนินการส่วนใหญ่ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมี คุณอนุทิน ชาญวีรกูลดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี (กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในบางช่วง) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคร่วมรัฐบาลผลักดันเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 

    2. โครงการในปี 2569 (รัฐบาลปัจจุบัน)

    สำหรับปี 2569 ภายใต้การนำของ คุณแพทองธาร ชินวัตร (ซึ่งคุณอนุทินยังคงเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) แนวโน้มของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือโครงการในลักษณะใกล้เคียงกันมีทิศทางดังนี้:

    ยังไม่มีการประกาศ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยตรงสำหรับปี 2569: ปัจจุบันรัฐบาลเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน 2568” ที่มีการปรับรูปแบบเพื่อเน้นการท่องเที่ยว “เมืองรอง” และ “วันธรรมดา” มากขึ้น

    งบประมาณปี 2569: ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 รัฐบาลมีการตั้งงบเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยวไว้ แต่จะเน้นไปที่การลดหย่อนภาษีและการสนับสนุนการจัดสัมมนาในเมืองรองมากกว่าการแจกเงินอุดหนุนค่าที่พักโดยตรงแบบเฟสเก่าๆ

    การผลักดันจากฝั่งคุณอนุทิน: ในปี 2568-2569 คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยได้เสนอโมเดล “คนละครึ่ง พลัส”ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวด้วย แต่ทั้งนี้ต้องรอผลการอนุมัติงบประมาณและมติ ครม. ในแต่ละไตรมาสอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2914322&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05t_5lc-AiWq1D1VNnrQ_S

  • เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลกที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น การวิเคราะห์ล่าสุดจากธนาคารโลก ในรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย (Thailand Economic Monitor) ชี้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีพลวัตอีกครั้ง การขยายไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างงาน และทำให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวต่อทิศทางอุปสงค์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้

    ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก ระบุ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะชะลอลงเหลือร้อยละ 1.6 ในปี 2569 สะท้อนผลจากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้าลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็นร้อยละ 2.2 ในปี 2570 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น และโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนจริง

    ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก ระบุ ภาคการผลิตยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นร้อยละ 25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และร้อยละ 16 ของการจ้างงาน หรือประมาณ 6.2 ล้านตำแหน่ง รายงานระบุว่าสินค้าส่งออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 10 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และโดยเฉลี่ยมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    “อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต เสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ และสร้างงานที่มีคุณภาพ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังกำหนดรูปแบบการเติบโตระยะต่อไป การประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้”

    รายงานชี้ว่า ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน เป็นห่วงโซ่มูลค่าสีเขียวที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม และสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศที่ผลิตในประเทศไทยมีสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของตลาดโลก หรือร้อยละ 10 ของการส่งออกเครื่องปรับอากาศทั่วโลก ขณะที่ในภาคยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยในปัจจุบันยังสามารถนำไปใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยรักษาการจ้างงานควบคู่ไปกับการยกระดับกระบวนการผลิต

    เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก  

    เพื่อปลดล็อกโอกาสเหล่านี้ รายงานเน้นย้ำถึงนโยบายที่ดึงดูดการลงทุน สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เสริมความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเออร์ในประเทศ และกำหนดแรงจูงใจที่ชัดเจนสำหรับการผลิตคาร์บอนต่ำ มาตรการเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงของประเทศไทย

    “ประเทศไทยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลายอย่างที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสูงอยู่แล้ว และยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อีกมาก การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าการขยายอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจช่วยเพิ่ม GDP ได้อีกร้อยละ 2.9 ภายในปี 2578 โอกาสสำคัญในขณะนี้คือการก้าวข้ามจากการประกอบไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น”

    รายงานยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างฐานรากการเติบโตของประเทศไทย อาทิ การส่งเสริมการแข่งขัน การยกระดับทักษะแรงงาน และการปรับสมดุลทางการคลัง การส่งเสริมการแข่งขันในภาคบริการและโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยยกระดับผลิตภาพและดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ ขณะที่การฝึกอบรมและการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมจะช่วยให้แรงงานสามารถย้ายเข้าสู่ภาคส่วนที่เติบโตเร็ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียว การฟื้นฟูพื้นที่ทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการขยายฐานรายได้ จะสนับสนุนการปฏิรูปเหล่านี้และช่วยให้ประเทศไทยคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ได้

    เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378973596&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AroLzfuXkWsIw0JiBxjiU