Category: ท่องเที่ยว

  • กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ก.พ. 2569 19:20 น.

    English version

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/others/2914594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VmSPY4FV3fr5c1tEn227W

  • สัญญาณดี!! จีนเที่ยวไทยฟื้น ตี๋-หมวยตบเท้าเข้าไทยพุ่งเกือบ 3 หมื่นราย/วัน : อินโฟเควสท์

    สัญญาณดี!! จีนเที่ยวไทยฟื้น ตี๋-หมวยตบเท้าเข้าไทยพุ่งเกือบ 3 หมื่นราย/วัน : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปี 68 ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มประเทศ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะระดับ “หลักแสนรายต่อวัน” มาโดยตลอด และในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 130,000 รายต่อวัน

    น.ส.นัทรียา กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม (Targeted Tourism Promotion) ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ในระดับที่น่าพอใจ

    ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง คือสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาเคยมีจำนวนลดลงจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัยทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความลังเล

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่ได้เพิกเฉย ได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งด้านการตลาด การส่งเสริมการท่องเที่ยว การศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยว ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 10,000 รายต่อวัน จนปัจจุบันแตะเกือบ 30,000 รายต่อวัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในระดับภูมิภาค

    น.ส.นัทรียา กล่าวว่า รัฐบาล ได้ปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวครั้งสำคัญ โดยมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ มากกว่าการเน้นปริมาณ เพื่อให้รายได้กระจายตัวครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมืองรองที่มีศักยภาพ โดยการขับเคลื่อนแนวทาง High-Value Tourism และการสร้าง Seamless Travel Experience จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงภายใต้บริบทการท่องเที่ยวโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้วางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโต พร้อมเดินหน้าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการควบคู่กัน เพื่อยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมนานาชาติ

    น.ส.นัทรียา กล่าวว่า การท่องเที่ยวไทยในปีนี้มีแนวโน้มประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/569430&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dv6_CSAaCiYGCuHywXNwK

  • ผู้ประกอบการ ‘ร้านอาหาร-โฮสเทล’ ชงการบ้านรัฐบาลใหม่ ดูแลทั้งระบบลดต้นทุน-ฟื้นศก.ฐานรากยกเครื่องการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

    ผู้ประกอบการ ‘ร้านอาหาร-โฮสเทล’ ชงการบ้านรัฐบาลใหม่ ดูแลทั้งระบบลดต้นทุน-ฟื้นศก.ฐานรากยกเครื่องการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

    การท่องเที่ยวไทยถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้หลักให้กับประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาคการท่องเที่ยวยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการนำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ระบบ สร้างการจ้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชนในทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวและการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป ไม่อาจพึ่งพาเพียงจำนวนนักท่องเที่ยวเท่านั้น หากแต่ต้องเร่งยกระดับคุณภาพบริการ มาตรฐานความปลอดภัย และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

    ภายใต้บริบทดังกล่าว บทบาทของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตั้งแต่ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติมเต็มคุณภาพของอุตสาหกรรม เพื่อสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยว ในมุมของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ได้ออกมาตั้งคำถามสำคัญว่า การท่องเที่ยวไทยยังขาดอะไร และควรเดินไปทิศทางใด ถึงเวลาที่รัฐบาลจะเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง จากข้อมูลพบว่าธุรกิจร้านอาหารมูลค่า 6.6 แสนล้านบาท เป็นหัวใจเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงแรงงานกว่า 1.75 ล้านคน จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลใหม่เร่งทำนโยบายบูรณาการ คุมพลังงาน แก้กลไกตลาดเกษตร ปลดล็อกกฎหมายล้าหลัง เปิดทางเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมยกเครื่องการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

    นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะ “ติดๆ ดับๆ” หรือเหมือนประเทศที่ไม่มีคนขับอย่างแท้จริง “ดูเหมือนเราปล่อยให้ประเทศไหลไปเอง เครื่องยนต์ใกล้ดับ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเดินหน้าอย่างมีทิศทาง” สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ขยายตัวต่ำกว่า 2% ต่อเนื่องหลายปี หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด ภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว และธุรกิจ SMEs ที่ทยอยปิดกิจการจำนวนมาก

    สำหรับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่ผู้ประกอบการอยากเห็นคือ “รัฐบาลที่เข้าใจเศรษฐกิจจริง” ไม่ใช่เพียงบริหารการเมือง เราอยากได้ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพที่เข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังและบูรณาการ ไม่ใช่แค่จัดอีเวนต์หรือหยอดน้ำมันเครื่องให้เศรษฐกิจเดินชั่วคราว แต่ต้องมีแผนและยุทธศาสตร์ระยะยาว หนึ่งในปัญหาที่สะท้อนชัดคือ โครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะภาคเกษตรและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี พืชผักสวนครัวราคาจะกระโดดขึ้น 2-3 เท่า เป็นแบบนี้มา 3-4 ปีแล้ว หรือเกิดอุทกภัยแบบที่ผ่านมาทุกปี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการวางระบบและโครงสร้างในการแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดซ้ำซาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาที ผลกระทบจะตกไปที่เกษตรกร ราคาพืชผักสินค้าเกษตรกรรมมีการปรับขึ้นราคา ซึ่งทำให้ค่าครองชีพและธุรกิจร้านอาหารเจอปัญหานี้มาตลอดจนควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายยากขึ้นเรื่อยๆ

    ขณะเดียวกันยังอยากเห็นนโยบายควบคุม ราคาพลังงาน ทั้งก๊าซ น้ำมัน และค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคธุรกิจ รวมถึงการปฏิรูประบบราชการให้เป็น “รัฐประชาชน” ลดกฎหมายล้าสมัยและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เช่น การขอใบอนุญาตต่างๆ ที่กลายเป็นภาระต่อผู้ประกอบการ “ทุกวันนี้ประชาชนรู้สึกว่าราชการเป็นเจ้านายมากกว่าผู้ให้บริการ

    อีกประเด็นสำคัญคือ โครงสร้างเศรษฐกิจ มองว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการหารายได้เข้าประเทศมากกว่าการใช้งบประมาณให้หมดไปในแต่ละปี และต้องเข้าใจเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง โดยเฉพาะภาค SMEs “ประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแรงคือประเทศที่ SMEs แข็งแรง ไม่ใช่ประเทศที่นโยบายถูกกำหนดโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่” ในระยะสั้น สัญญาณบวกยังคงปรากฏในภาคธุรกิจร้านอาหาร โดยช่วงเดือนธันวาคม 2568 ต่อเนื่องถึงมกราคม 2569 ซึ่งเป็น ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างชัดเจน ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20% ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก ปัจจัยหลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเฉลี่ยกว่า 100,000 คนต่อวัน

    อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วงเทศกาลปีใหม่ยังคงคึกคัก มีนักท่องเที่ยวเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ พบว่ามีนักท่องเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,000-8,000 บาทต่อทริป และกว่า 30% เป็นค่าอาหาร สถานที่ยอดนิยมยังคงเป็น ร้านคาเฟ่ ร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังในพื้นที่นั้นๆ และร้านของฝากท้องถิ่นแต่แม้ตัวเลขการใช้จ่ายจะสดใส อุปสรรคสำคัญยังคงเป็นต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมันและตั๋วเครื่องบินภายในประเทศที่แทบไม่ต่างจากการเดินทางไปต่างประเทศ ส่งผลให้กำลังใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศถูกจำกัด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยควบคุม เข้ามาดูแลในเรื่องดังกล่าว

    นายสรเทพ ระบุว่า ภาคธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย มีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 6.6 แสนล้านบาทต่อปี และมีห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงเป็นวงกว้าง ตั้งแต่เกษตรกร แม่ค้าตลาดสด ผู้ค้าส่ง ผู้แปรรูป ไปจนถึงแรงงานในระบบกว่า 1.75 ล้านคน แต่ที่ผ่านมาภาครัฐยังให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ไม่มากเท่าที่ควร

    ดังนั้น ประเทศที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งคือประเทศที่มีฐานเอสเอ็มอีแข็งแรง จึงอยากฝากการบ้านให้รัฐบาลใหม่เร่งทำนโยบายเชิงบูรณาการ เพื่อลดการพึ่งพามาตรการอัดฉีดเชิงประชานิยม และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นภาระหลักของผู้ประกอบการ ทั้งค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชน แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้จะส่งผลไปยังนักท่องเที่ยว สิ่งต่างๆ เมื่อถึงมือผู้บริโภคจะแพงขึ้นหลายเท่าตัว สะท้อนปัญหาตลาดกลางที่บิดเบือน ซึ่งควรเป็นบทบาทสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการกำกับดูแลอย่างจริงจัง

    อีกประเด็นที่มองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญ คือ กฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าหลังและซ้ำซ้อน โดยร้านอาหารหนึ่งแห่งต้องขอใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 5 ใบ ส่งผลให้ต้นทุนแฝงสูงขึ้นและเปิดช่องให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากระบบราชการ รวมถึงกฎหมายบางฉบับที่ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เช่น การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งควรยกเลิกอย่างถาวร และหันไปบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างเข้มงวด อาทิ การห้ามจำหน่ายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และกฎหมายเมาแล้วขับแทน เป็นต้น

    นอกจากนี้ ยังมีด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขอเสนอให้ รัฐบาลออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนที่เจาะลึกถึงกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีที่มียอดขายต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้องการเงินทุนไม่มาก แต่เข้าถึงแหล่งกู้ได้ยาก รวมถึงร้านอาหารขนาดเล็กในระบบภาษี โดยควรพิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไขเครดิตบูโรอย่างน้อย 5 ปี และปรับวิธีการประเมินเครดิตใหม่ด้วยระบบสกอริงที่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องประคองธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องมากว่า 4 ปี และมีแนวโน้มยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี

    ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้รัฐใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการควบคุมการลงทุนของต่างชาติที่ใช้ บริษัทนอมินี เข้ามาประกอบธุรกิจร้านอาหารจำนวนมาก โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีและ AI ตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นและการจดทะเบียนซ้ำซ้อน หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป ร้านอาหารของคนไทยอาจค่อยๆ หายไปจากระบบเศรษฐกิจ

    นายสรเทพ กล่าวว่า ในมิติของการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย แต่ยังไม่เห็นนโยบายจากพรรคการเมืองใดที่มีความชัดเจนและจับต้องได้ ทั้งที่ภาคการท่องเที่ยวมีแรงงานในระบบกว่า 3.9 ล้านคน และสร้างรายได้เข้าประเทศถึง 1.17 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ยกเครื่องโครงสร้างการบริหารการท่องเที่ยวอย่างบูรณาการ เช่น การรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างเอกภาพด้านนโยบาย และเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนบทบาทของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งตามกฎหมายเป็นกลไกระดับสูงสุดในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไม่เคยนั่งเป็นประธานโดยตรง มองว่าในภาวะที่การท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงและถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรเป็นผู้เปิดโต๊ะ นั่งหัวโต๊ะ และเรียกระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการและยั่งยืน มิฉะนั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวสำคัญของประเทศจะยังเดินสะดุดและไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างแท้จริง

    ท้ายที่สุด นายสรเทพฝากข้อเสนอถึงรัฐบาลใหม่ว่า ควรเร่งออกมาตรการลดภาระค่าเดินทาง และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างจริงจัง เพราะปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่เติบโตเท่าปี 2568 จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดังนั้นการผลักดัน “ไทยเที่ยวไทย” จึงเป็นกลไกสำคัญในการพยุงธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/948559/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21JvGZw8WRYoq4Dm-9bXh8

  • งานเลี้ยงพิธี “ล้มหมู” ฉลองตรุษจีน กระตุ้นการท่องเที่ยวชนบทในจีน | เดลินิวส์

    งานเลี้ยงพิธี “ล้มหมู” ฉลองตรุษจีน กระตุ้นการท่องเที่ยวชนบทในจีน | เดลินิวส์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่าเมื่อใกล้ถึงค่ำคืนก่อนวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน หลายครัวเรือนชนบทในจีนได้เตรียมอาหารมื้อพิเศษไว้เต็มโต๊ะ ซึ่งใช้วัตถุดิบหลักส่วนใหญ่ที่เป็นเนื้อหมูจากพิธี “ล้มหมู” ในวันมงคลของเดือนม.ค.

    พิธีล้มหมูดังกล่าวจะเลือกหมูตัวอ้วนที่สุดซึ่งเลี้ยงดูมาทั้งปี เนื้อสดที่ได้บางส่วนจะถูกทำ “เผาทังฟ่าน” ซึ่งเป็นข้าวต้มชนิดหนึ่ง เพื่อเลี้ยงเพื่อนบ้าน ส่วนที่เหลือจะถูกถนอมเป็นวัตถุดิบไว้รังสรรค์อาหารหลากเมนู เช่น หมูสามชั้นรมควัน หมูตุ๋น เต้าหู้เลือดหมู และไส้กรอก สำหรับค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าตามประเพณีจีน

    หมู่บ้านจงชุนในเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน จัดพิธีล้มหมูเช่นกัน โดยนักธุรกิจท้องถิ่น 3 คนได้ระดมเงินทุนและเชิญชวนชาวบ้านกว่า 300 คน เข้าร่วมพิธีและรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและหารือการพัฒนา

    ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในจีนปีนี้มีระยะเวลา 9 วัน ( 15-23 ก.พ. ) และหากลาพักร้อนทั้งสัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.พ. จะทำให้หยุดยาวต่อเนื่องถึง 15 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนชาวจีนจำนวนไม่น้อยได้มองหาทริปท่องเที่ยวอย่างสบายใจเพิ่มขึ้น และจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมพื้นบ้าน อันเกี่ยวข้องกับพิธีล้มหมูกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดึงดูดความสนใจ ทำให้พิธีล้มหมูร่วมเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ชนบทของจีน

    รายงานแนวโน้มการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 จากถงเฉิง ทราเวล เอเจนซีด้านการเดินทางท่องเที่ยวชั้นนำของจีน ระบุว่ากรณีไวรัล “ช่วยล้มหมู” ในเทศบาลนครฉงชิ่ง กระตุ้นความนิยมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น

    ยอดจองห้องพักโรงแรมในฉงชิ่งช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เพิ่มขึ้น 158% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ยังคงเป็นหนึ่งใน 10 เมืองยอดนิยมของจีน ซึ่งมีการจองห้องพักโรงแรมมากที่สุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน

    น.ส.วรากร สนทนา นักศึกษาชาวไทยจากมหาวิทยาลัยครูกว่างซี และกลุ่มเพื่อนนักศึกษาชาวต่างชาติ เดินทางเยือนพื้นที่ชนบทของกว่างซีเพื่อสัมผัสธรรมเนียมประเพณีตรุษจีนแบบดั้งเดิม รวมถึงพิธีล้มหมูอันครึกครื้น

    ชาวบ้านได้สอนเหล่านักศึกษาชาวต่างชาติจุดไฟเติมฟืน ล้างผักและดูชาวบ้านล้มหมูอย่างชำนาญ พร้อมฟังคำอวยพรอันเป็นมงคลว่า “ล้มหมูปีใหม่ ต้อนรับตรุษจีน ขอปีใหม่นี้เจริญรุ่งเรือง” ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปแบ่งปันประสบการณ์ให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ในไทย.

    ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5608475/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iMEQOewBviwlKFkbKZGzd

  • TRUE หนุนเที่ยวไทยจัดเต็ม 5G “ทะเลบัวแดง” รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ตามรอย “ลิซ่า”

    TRUE หนุนเที่ยวไทยจัดเต็ม 5G “ทะเลบัวแดง” รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ตามรอย “ลิซ่า”

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย เสริมประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ที่ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญโปรโมตประเทศไทยผ่าน “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวได้นำเสนอทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงดอกบัวบานสะพรั่งสวยสุดระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ และเป็นกระแสสุดฮิตนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติตามรอยอย่างล้นหลาม

    กระแส “ทะเลบัวแดง” ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มแฟนคลับของลิซ่า สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลที่นิยมใช้มือถือถ่ายภาพ วิดีโอ แชร์คอนเทนต์ ไลฟ์สตรีม ใช้แอปแผนที่นำทาง และเข้าถึงบริการต่างๆ แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การใช้งานดาต้ามือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเห็นความสำคัญและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ในพื้นที่ เพื่อรองรับประสบการณ์การท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

    เพิ่มสัญญาณ 5G 2600 MHz ครอบคลุมทุกพื้นที่ทะเลบัวแดงรองรับเที่ยวไทย

    ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานข้อมูล Mobility data พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่เดินทางมาทะเลบัวแดงมากที่สุด ได้แก่ 1.จีน 2.เนเธอร์แลนด์ 3.ออสเตรเลีย 4.ญี่ปุ่น และ 5.ลาว โดยการใช้งานอินเทอร์เน็ตมือถือของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นราว 30% โดยภาพรวมมียอดการใช้งาน 5G เติบโตราว 40% หลังเสริมเครือข่ายรองรับกระแสท่องเที่ยวทะเลบัวแดง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้ดำเนินการเพิ่มสัญญาณ 5G บนคลื่น 2600 MHz ทุกจุดสำคัญของพื้นที่ทะเลบัวแดง ได้แก่ ท่าบ้านเดียม (ท่าเรือหลักของทะเลบัวแดง)  ท่าบ้านแชแล ท่าบ้านดอนคง ท่าบ้านเชียงเหว โดยเพิ่มทั้งความครอบคลุมและความเร็วของสัญญาณ 5G พร้อมรองรับการใช้งานที่หนาแน่นในช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยทั้งหมดครอบคลุมจุดไฮไลต์ถ่ายภาพและตามรอยเช็กอินลิซ่าจากแคมเปญ ททท.”

    ผลทดสอบเครือข่ายทรู คอร์ปอเรชั่น เพิ่มความเร็ว 5G มากกว่า 9 เท่า

    จากรายงานการทดสอบสัญญาณ 5G เปรียบเทียบก่อนและหลังการอัปเกรดในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า เครือข่าย 5G ของทรูมีความเร็วเพิ่มขึ้นทุกจุดของแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางจุดสัญญาณแรงเพิ่มขึ้นสูงสุดมากกว่า 9 เท่า พร้อมขยายความครอบคลุมต่อเนื่องครบทั้งท่าเรือและจุดถ่ายภาพหลัก อาทิ

    • จุดถ่ายภาพบริเวณทะเลบัวแดง (จุดสุดฮิต) ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 9.5 เท่า
    • ท่าเรือบ้านเดียม (ท่าหลัก) ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 4 เท่า
    • ท่าเรือบ้านแชแล ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 5.6 เท่า
    • เกาะดอนหลวง กลางทะเลบัวแดง และเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ความเร็ว 5G เพิ่มมากกว่า 5 เท่า

    นอกจากนี้ ผลทดสอบในภาพรวมยังสะท้อนว่า หลังการอัปเกรดเครือข่าย 5G ของทรูสามารถครอบคลุมพื้นที่สำคัญของทะเลบัวแดงได้ครบถ้วนและต่อเนื่องยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    รองรับไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวแบบดิจิทัล แชร์-ไลฟ์-วิดีโอคอล UP สัญญาณความสุขต่อเนื่อง

    จากรายงานทรู คอร์ปอเรชั่น พบว่าการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ครั้งนี้ จะช่วยรองรับพฤติกรรมการใช้งานของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้งานมือถือที่ต้องใช้ความเร็วและความเสถียรสูง อาทิ

    • การอัปโหลดภาพและวิดีโอความละเอียดสูง
    • ไลฟ์สตรีมมิ่งแบบเรียลไทม์
    • วิดีโอคอล
    • การใช้งานแอปพลิเคชันนำทางและบริการท่องเที่ยวต่างๆ

    การเสริมเครือข่าย 5G ดังกล่าวยังช่วยให้พื้นที่ท่องเที่ยวสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงพีกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้อย่างราบรื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamphone.com/contents/news-55577.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R0bJAI3QgfG_Kz3YY_hex

  • ก.ท่องเที่ยวฯ เผย นทท.ต่างชาติพุ่งวันละกว่า 1.3 แสนราย

    ก.ท่องเที่ยวฯ เผย นทท.ต่างชาติพุ่งวันละกว่า 1.3 แสนราย

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มประเทศ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะระดับ “หลักแสนรายต่อวัน” มาโดยตลอด และในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 130,000 รายต่อวัน

    นางสาวนัทรียา ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม (Targeted Tourism Promotion) ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ในระดับที่น่าพอใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000016080&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Rzb6swX83uBLWxe2XhB4M

  • รักเธอที่รักไทย! ล่องเรือกระซิบรักฉลองวาเลนไทน์ ณ หมู่บ้านสวยอันดับโลก | TOPNEWS

    รักเธอที่รักไทย! ล่องเรือกระซิบรักฉลองวาเลนไทน์ ณ หมู่บ้านสวยอันดับโลก | TOPNEWS

    “รักเธอ ที่ รักไทย” ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีมอบทะเบียนสมรส เนื่องในวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ณ บ้านรักไทย แหล่งท่องเที่ยวสุดโรแมนติกระดับโลก

    ที่บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีมอบทะเบียนสมรส กิจกรรม “จดทะเบียนสมรส” เนื่องในวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) โดยมีคู่รักจำนวน 7 คู่ ร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยขบวนแห่นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นายอำเภอเมืองขุนยวม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายกสมาคมท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารบ้านรักไทย นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน คู่รัก และสื่อมวลชน กิจกรรมไหว้ศาลเจ้ามังกรเพื่อความเป็นสิริมงคล สักการะขอพรเพื่อให้ชีวิตคู่ครองรักกันยืนยาวมั่นคงดั่งขุนเขา และกิจกรรมล่องเรือกระซิบรัก ดื่มด่ำความโรแมนติก ท่ามกลางแสงสีทองจากโคมไฟนับร้อยที่สะท้อนเงาน้ำอย่างงดงาม


    ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ Maehongson T.N.&Family Tour จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับวันแห่งความรัก เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่มีความหมาย และกิจกรรมในวันแห่งความรัก สร้างความทรงจำที่ทรงคุณค่า และส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดอย่างยั่งยืน

    สำหรับบ้านรักไทยถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนได้รับการกล่าวถึงในสื่อระดับนานาชาติ ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและโรแมนติก ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง ที่ถูกจัดให้เป็นอันดับหมู่บ้านที่สวยอันดับที่ 34 จาก 50 อันดับหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก จากในเว็บไซต์นิตยสารชื่อดังระดับโลกอย่าง Forbes ในปี 2025 ที่ผ่านมา

    สุวสันต์ บัวงาม ผู้สื่อข่าว TopNewsทั่วไทย จ.แม่ฮ่องสอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1489831&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p7Rm6k9CMTwI63UCBCQ5c

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่ปืมและอ่างเก็บน้ำแม่ปืม

    ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่ปืมและอ่างเก็บน้ำแม่ปืม

    ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่ปืมและอ่างเก็บน้ำแม่ปืม


    15/02/2569 | 66 |

    ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแม่ปืมและอ่างเก็บน้ำแม่ปืม 

         นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายพีรัช จันธิมา ปลัดจังหวัดพะเยา และคณะลงตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติแม่ปืมและอ่างเก็บน้ำแม่ปืม เพื่อรับฟังข้อมูลการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การให้บริการนักท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และคณะในครั้งนี้ ได้เยี่ยมชมจุดบริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ลานกางเต็นท์ จุดเช็กอินสำคัญ รวมถึงสะพานพอใจสกายวอล์กวิว พร้อมร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ และกิจกรรม “อาบป่า ฟังดนตรี ที่อ่างแม่ปืม” ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม
         สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าวของผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา สะท้อนความมุ่งมั่นของจังหวัดพะเยาในการยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/476937&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bQr3vmYLpa2pCPtjFXpEB

  • ตรุษจีนคึกคัก! ททท. คาด นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย 2.18 แสนคน

    ตรุษจีนคึกคัก! ททท. คาด นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย 2.18 แสนคน

    ททท.เดินหน้าสานสัมพันธ์สองประเทศไทย-จีน ลุยจัดงานใหญ่ฉลองตรุษจีน ‘กรุงเทพฯ–ต่างจังหวัด’ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น คาดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยช่วงวันที่ 13-22 ก.พ. ประมาณ 2.18 แสนคน สร้างรายได้  9,000 ล้านบาท

    16 ก.พ. 2569 – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 51 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน และครบรอบ 22 ปี ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของประชาชนทั้งสองประเทศ ภายใต้ถ้อยคำที่คุ้นเคย “จง ไท่ อี้ เจี่ย ชิน – จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน” ซึ่งแสดงถึงความใกล้ชิดทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการเดินทางแลกเปลี่ยนระหว่างกันที่สืบเนื่องยาวนาน

    ด้านนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนความผูกพันลึกซึ้งระหว่างจีนกับไทย โดยในปี 2025 ทั้งสองประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ท่ามกลางพัฒนาการความร่วมมือทวิภาคีที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ อีกทั้งการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังถือเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ “จีน ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ซึ่งจะสืบสานต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น

    “ปีม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่น พลัง และความก้าวหน้า โดยปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ของจีน และถือเป็นปีทองแห่งความร่วมมือจีน–ไทยในอีก 5 ทศวรรษข้างหน้า เพื่อส่งเสริมมิตรภาพที่ยั่งยืน และผลักดันการสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น”นายจาง กล่าว

    สำหรับการจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนควบคู่กับกิจกรรมตกแต่งประดับไฟเฉลิมฉลอง ภายใต้แนวคิด “Ride the Fortune, Share the Future” บริเวณถนนเยาวราช ตั้งแต่วงเวียนโอเดียนถึงแยกเฉลิมบุรี ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 เวลา 18.00–23.00 น. เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวในย่านไชน่าทาวน์ของกรุงเทพมหานครให้คึกคักตลอดช่วงเทศกาล

    นอกจากนี้ ททท. ยังจัดงาน Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai ระหว่างวันที่ 17–20 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อกระจายการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค ควบคู่กับการสนับสนุนการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ–เจ้าแม่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 10–21 กุมภาพันธ์ 2569 และงานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 18 ปี มังกรสวรรค์ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 17–18 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น

    อย่างไรก็ดี ททท.คาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 241,000 คน ขณะที่ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยคาดว่าจะมีจำนวน 2.3 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3 %ส่งผลให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวรวมประมาณ 42,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉพาะช่วงวันที่ 13–22 กุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 218,000 คน สร้างรายได้ 9,000 ล้านบาท

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/948402/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zueu7BZSlQFS901B2ptPB

  • ตำรวจท่องเที่ยวเลยโชว์จับทัวร์เถื่อนไปลาวเกลื่อนเมือง

    ตำรวจท่องเที่ยวเลยโชว์จับทัวร์เถื่อนไปลาวเกลื่อนเมือง

    ภูมิภาค

    ตำรวจท่องเที่ยวเลยโชว์จับทัวร์เถื่อนไปลาวเกลื่อนเมือง

    วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 16 ก.พ. 2569 เวลาประมาณ 09.30 น.   ได้รับการเปิดเผยจาก  พ.ต.ท. นิธิศ เอกทัศน์ สว.ส.ทท.6 กก.1 บก.ทท.2(เลย) ว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ส.ทท.6 กก.1 บก.ทท.2  ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บช.ทท.และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหานาย ก.อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมืองเลย  จังหวัดเลย   2.นาย ข. อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลยพร้อมของกลางเอกสารหลักฐานพฤติการณ์กระทำความผิดดังนี้1.สำเนาหลักฐานการผ่านแดน2.ไฟล์ภาพนิ่งและไฟล์วิดีโอบันทึกพฤติการณ์การกระทำความผิด3.รายการนำเที่ยวที่เสนอขายผ่านเฟซบุ๊ก4.เอกสารหลักฐานการโอนเงินและอื่นๆ
        
    พ.ต.ท. นิธิศ เอกทัศน์ กล่าวว่า ทั้ง 2 คนได้กระทำความผิด โดยร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากนายทะเบียนฯ. ตามมาตรา 80 ประกอบมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติธธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 “ด่านพรมแดนบ้านคกไผ่ หมู่ 6 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย  จึงได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพงส. สภ.ปากชมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

    ด้าน ว่าที่ ร.ต.กฤษณ์ชาณัฏฐ์ กุลรัชชหิรัญ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย/ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (TTAA Norteastern Chapter) กล่าวว่า ตอนนี้ได้ประสานไปยังหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวข้องของไทยทุกภาคส่วน ให้มีการบูรณาการงานร่วมกันในการแก้ปัญหา  เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่จังหวัดเลย และในภาคอีสาน มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ซึ่งในอดีตตนเองได้ประสานหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการท่องเที่ยว,สำนักงานทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเมศก์,ตำรวจท่องเที่ยว,ท่องเที่ยวกีฬาจังหวัด และได้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยกันมาโดยตลอด

    ว่าที่ ร.ต.กฤษณ์ชาณัฏฐ์  กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันด่านคกไผ่ อ.ปากชม -และด่านบ้านวัง เมืองหมื่น ได้ยกระดับเป็นด่านสากลแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางข้ามไป-มา ได้สะดวก เพื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของสปป.ลาว ไม่ว่าจะเป็นเมืองเฟืองและวังเวียง ได้อย่างสะดวกสบายและใกล้กว่าการเดินทางไปข้ามผ่านด่านอื่นๆ จึงอยากให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ได้จัดการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง จริงใจ ซึ่งหากมีการร่วมมือทุกภาคส่วนแล้วคาดว่าจะมีเม็ดเงินจำนวนมากหมุนเวียนในพื้นที่และเข้ารัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ได้อย่างแน่นอน 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466196&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1db00rS5nYafpr7ovWTkm4