Category: ท่องเที่ยว

  • ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    วันนี้ (วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569) การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้น ภายใต้แกนนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจ มีโครงการ เมกะโปรเจกต์ ด้านคมนาคมทางอากาศ ที่เกี่ยวกับการขยายสนามบิน ทั้งการลงทุนของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. รวมถึงโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และการสร้างจุดขายใหม่ ที่จะเป็นแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยว อย่าง Disneyland และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 8 แสนล้านบาท ที่จะรอให้รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    ทอท.กางแผนพัฒนาสนามบิน 4 แสนล้าน

    ทั้งนี้แผนการพัฒนาสนามบินของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ทอท.ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 4 แสนล้านบาท ในการขยายศักยภาพการรองรับ 6 สนามบินของทอท. ทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาสร้าง 2 สนามบินใหม่ คือ ท่าอากาศยานล้านนา และท่าอากาศยานอันดามัน โดยมีโครงการต่างๆที่สำคัญ ดังนี้ 

    1.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ซึ่งเดิมในอดีตขออนุมัติ ครม. ไว้ที่ 36,000 ล้านบาท มีการออกแบบมานานกว่า 8 ปีแล้ว ทำให้จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนบางส่วน เพื่อให้เป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารใกล้เมืองอย่างแท้จริง เป็นจุดต่อการเดินทางทางอากาศกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดง

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    โดยจะนำเสนอ ครม. เพื่อขอเปลี่ยนแปลงเนื้องานและวงเงินลงทุนใหม่ เป็น 6.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ขยายการรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเป็น 40- 50 ล้านคนต่อปี และเพิ่มศักยภาพเป็นฮับการบิเนทั้งภายในประเทศเต็มรูปแบบ และฮับสายการบินต้นทุนต่ำระหว่างประเทศ 

    2. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) วงเงินลงทุน 13,520 ล้านบาท และการลงทุนพัฒนาสนามบินระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 245,369  ล้านบาท เพิ่มการรองรับผู้โดยสาร เพิ่มจาก 60 ล้านคน เป็น 120 ล้านคน ตามแผนแม่บท (Master Plan) การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยตัดโครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่2 (SAT-2) ออก  เนื่องจากรวมพื้นที่เป็นอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ทั้งหมด

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    รวมถึงการขออนุมัติการลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) พื้นที่ 4 แสนตรม. แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ พร้อมหลุมจอดประชิดอาคาร และการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ที่ 4  เพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินจาก 94 เที่ยวบินต่อชม.เป็น 120 เที่ยวบินต่อชม.

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    โดยตัดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่2 (SAT-2) ออก  เนื่องจากรวมพื้นที่เป็นอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ และยังใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับ APM เชื่อมอาคารผู้โดยสารหลังปัจจุบัน อาคาร SAT-1 เป็นต้น  

    ในขณะเดียวกัน AOT ยังมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานอื่น ๆ อาทิ โครงการพัฒนาการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 16,000 ล้านบาท, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 24,000 ล้านบาท , ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะที่ 1 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 และจะสามารถขออนุมัติโครงการได้ภายในปี 2570 ในส่วนของท่าอากาศยานหาดใหญ่  ปัจจุบัน อยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570

    ขณะที่แผนการสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง ได้แก่  สนามบินอันดามัน ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และท่าอากาศยานล้านนา  อ.บ้านธิ จ.ลำพูน  พื้นที่ 5-6 พันไร่  ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ และความคุ้มค่าการลงทุนเสร็จแล้ว งบประมาณก่อสร้างแห่งละประมาณ 8 หมื่นล้านบาท  เพื่อแบ่งเบาผู้โดยสารท่าอากาศยานภูเก็ต และเชียงใหม่ ในปีนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจะกำหนดแผนงานก่อสร้างและเปิดบริการต่อไป

    คิ๊กออฟพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เฟส 1

    นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก บนพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ จ.ระยอง มูลค่า 100,000 ล้านบาท โดยเริ่มสร้าง เฟส 1 ก่อน

    ดึงเงินลงทุน 3 แสนล้าน ผลักดัน Disneyland สปอร์ต คอมเพล็กซ์ 

    ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แผนการพัฒนาจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยวของไทย เพื่อยกระดับนักท่องเที่ยวสู่ 50–60 ล้านคนต่อปี และผลักดันให้เกิดแม่เหล็กในการดึงการเดินทางเข้าพื้นที่ พื้นที่ EEC รองรับทราฟฟิกในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้มีแค่การผลักดันให้เกิดการลงทุน Disneyland เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็น Mixed-Use ที่มีความหลากหลาย

    Disneyland

    ไม่ว่าจะเป็น Disneyland คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 3 แสนล้านบาท บนที่ดิน 5,000 ไร่ ใน จังหวัดชลบุรี โดยตามแผนจะแบ่งเป็น Disneyland พื้นที่ 3,000 ไร่ มูลค่าลงทุนเกือบ 200,000 ล้านบาท รูปแบบการลงทุนจะเป็น PPP (Public-Private Partnership) โดยภาครัฐทำหน้าที่จัดหาที่ดิน ประสานการเจรจา Licensing กับ Disney และสนับสนุนด้านการอำนวยความสะดวก ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการ เพื่อลดภาระงบประมาณรัฐและเปิดทางให้มืออาชีพเข้ามาบริหารโครงการ

    โดยมีการประเมินว่า หากโครงการเกิดขึ้นจริง จะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวได้เกือบ 20 ล้านคนต่อปี เกิดการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจราว 150,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมกระจายรายได้สู่พื้นที่รอบข้าง ทั้งทะเลภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ

    อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และการเจรจา Licensing กับ Disney โดยการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องเชิงนโยบาย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในเสถียรภาพการพัฒนาในระยะยาว

    รวมถึงโครงการสปอร์ต คอมเพล็กซ์ พื้นที่รวมกัน 2,000 ไร่ ประกอบไปด้วย สนามกีฬาความจุ 80,000 ที่นั่ง ที่มีเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนเป็น Concert Hall ขนาดใหญ่, ศูนย์กีฬาทางน้ำ, อินดอร์ สเตเดียม มูลค่าลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/651787&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iVOIP-Sa3_h9O_ci52mDL

  • ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลุยแก้ขยะป่าตอง พุ่งวันละ 200 ตัน | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลุยแก้ขยะป่าตอง พุ่งวันละ 200 ตัน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 17/02/2026 21:58

    วันที่ 17 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานเทศบาลเมืองป่าตอง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการขยะในพื้นที่ป่าตอง โดยมีนายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นายณัฐกฤษณ์ พลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายวิมล หนูแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานสภาเทศบาลเมืองป่าตอง พร้อมคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

    ปัจจุบันป่าตองมีปริมาณขยะสูงถึงประมาณ 200 ตันต่อวัน โดยเฉพาะลูกมะพร้าวราว 300 กิโลกรัมต่อวัน รวมถึงเปลือกหอยจากร้านอาหาร ซึ่งไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการกำจัดตามปกติได้ จำเป็นต้องเร่งหาแนวทางจัดการอย่างเป็นระบบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า แม้การจัดการขยะจะเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่หากสถานการณ์เกินศักยภาพ จังหวัดพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมชื่นชมผู้ประกอบการและโรงแรมที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และบางแห่งมีรูปแบบบริหารจัดการขยะที่สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบได้

    11

    638684334_944729327985183_7226649543544485227_n

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ตำรวจ – ปกครอง หารือขับเคลื่อนโรงการ “ตำบลยั่งยืน” กวาดล้างยาเสพติดครบวงจร

    สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี วางพวงมาลาถวายราชสักการะ และเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลุยแก้ขยะป่าตอง พุ่งวันละ 200 ตัน

    สมุทรสงคราม///เปิดงานปิดทองหลวงพ่อใหญ่พร้อมเปิดงานซุ้มขนมไทยวัดบางกล้วย

    สืบบางละมุงรวบไรเดอร์แสบ ซุกสิ่งเสพติดใส่กล่องพัสดุ 17 กล่อง ส่งลูกค้าผ่านขนส่งเอกชน ขยายผลจับผู้ค้ารายใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1491020&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cs_3IaOw3pDOLyQeIX8fP

  • ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ “ลิซ่า” สุดลอย ทำอึ้ง! ใส่ชุดเดิมที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ “ลิซ่า” สุดลอย ทำอึ้ง! ใส่ชุดเดิมที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ

    ดราม่ามาอีกแล้ว ภาพ “ลิซ่า” สุดลอย ทำอึ้ง! ใส่ชุดเดิมที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

    เอาอีกแล้วๆ ททท. เล่นไม่พัก ปล่อยภาพ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า Blackpink นั่งพิงโขดหินหน้าน้ำตก ในคอนเซ็ปต์  “Feel all the Feelings” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก  Amazing Thailand พร้อมระบุข้อความว่า “รู้สึกถึงความนิ่งสงบที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกที่โอบรับคุณให้พักจากความวุ่นวายในทุกวัน ปล่อยจิตใจที่ว้าวุ่นไปกับสายน้ำที่ไหลริน ให้ธรรมชาติชาร์จพลังกายและจิตใจได้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย”

    หลังปล่อยภาพได้ไม่นานก็กลายเป็นประเด็นร้อนสุดเดือด ทำเอาชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ยับ ยิ่งมอง ยิ่งสังเกต ก็ยิ่งรับไม่ได้ นอกจากภาพจะลอยเหมือน AI ยังดูเหมือนการตัดต่อเอาชุดเดิมที่ลิซ่าใส่จากการโปรโมตของสถานที่อื่นๆ อย่าง ทะเลบัวแดง หรือแม้แต่ ไร่ชาฉุยฟง มาวางซ้อนบนโขดหินหน้าน้ำตกอีก

    งานนี้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ยับ ภายใต้โพสต์โปรโมตดังกล่าว โดยแสดงความคิดเห็นว่า 

    • ชุดเดียว เที่ยวทั้งประเทศ
    • หรือนี่คือการวาง strategy (กลยุทธ์) ที่แยบยลคะ
    • สวยมากกกก แต่ชุดเหมือนไปงานกาล่าดินเนอร์
    • ใส่ชุดเดินป่า ท่าจะดี เที่ยวน้ำตก…แบบติดแกลม
    • ลิซ่าพอทน ททท.พอเลย
       

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/613575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31415qtSVNOZ0UVjO2d7YG

  • สุราษฎร์ธานีเดินหน้าขับเคลื่อน “เกาะเต่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

    สุราษฎร์ธานีเดินหน้าขับเคลื่อน “เกาะเต่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

    ภูมิภาค

    สุราษฎร์ธานีเดินหน้าขับเคลื่อน “เกาะเต่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

    วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) ณ ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี (หลังใหม่) นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนพัฒนาการท่องเที่ยวตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน ตามหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (GSTC) โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคเอกชน และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะเต่าเข้าร่วมประชุม
     
    ที่ประชุมรับทราบความเป็นมาและแนวทางการยกระดับเกาะเต่าเข้าสู่กระบวนการประเมินรางวัล Green Destinations Award พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันสู่การเป็น 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก (Sustainable Destination Top 100) ภายในปี 2569 โดยอ้างอิงเกณฑ์การประเมิน 6 หมวด 48 ข้อ ครอบคลุมด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สังคม และการบริการ
     
    ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเกาะเต่าให้เติบโตอย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนในระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466427&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CG1tigyIxy2c33CmDV1IY

  • วิทยุการบินฯ พร้อมรับมือเที่ยวบินช่วงตรุษจีน สูงสุดวันละ 3,000 ไฟลท์ ส่งสัญญาณบวกท่องเที่ยวไทย

    วิทยุการบินฯ พร้อมรับมือเที่ยวบินช่วงตรุษจีน สูงสุดวันละ 3,000 ไฟลท์ ส่งสัญญาณบวกท่องเที่ยวไทย

    วิทยุการบินฯ เตรียมมาตรการให้บริการจราจรทางอากาศ พร้อมรับมือปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นช่วงตรุษจีน คาดปริมาณเที่ยวบินจากจีนเข้า-ออกไทย ระหว่างวันที่ 17–26 กุมภาพันธ์ 2569 เฉลี่ยเกือบ 3,000 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.3% โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเทศกาล สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม 

    นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการเดินทางทางอากาศของประเทศไทยเริ่มกลับมาคึกคักต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา มีปริมาณเที่ยวบินที่ให้บริการ เฉลี่ยวันละ 2,895 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในบางวันมีปริมาณเที่ยวบินสูงกว่า 3,000 เที่ยวบินต่อวัน ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาล และขยายตัวต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของชาวจีน ระหว่างวันที่ 17–26 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 10 วัน โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 29,096 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,910 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 

    สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ พบว่าเส้นทางประเทศไทย–จีน มีปริมาณสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง เฉลี่ยวันละประมาณ 330 เที่ยวบิน และมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงหลังเดือนมกราคม 2569 ขณะที่เส้นทางประเทศไทย–อินเดีย มีปริมาณเฉลี่ยวันละ 130 เที่ยวบิน และเส้นทางประเทศไทย–มาเลเซีย เฉลี่ยวันละ 98 เที่ยวบิน ซึ่งทั้งสองเส้นทาง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนสนามบินหลักของประเทศที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน  ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฉลี่ยวันละ 1,150 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง เฉลี่ยวันละ 700 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต เฉลี่ยวันละ 380 เที่ยวบิน และท่าอากาศยานเชียงใหม่ เฉลี่ยวันละ 220 เที่ยวบิน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดการเดินทางระหว่างประเทศ โดยคาดว่าเที่ยวบินจากประเทศจีนมายังประเทศไทยจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

    นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า  วิทยุการบินฯ ได้ออกมาตรการและวิธีปฏิบัติการบริหารจราจรทางอากาศ รวมทั้งเตรียมพร้อมด้านอัตรากำลัง รวมถึงอุปกรณ์/เทคโนโลยี  โดยเข้าร่วมในคณะกรรมการจัดสรรตารางการบิน หรือ Slot Allocation ให้สอดคล้องกับค่าความสามารถในการรองรับ (Capacity) รวมทั้งกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management) มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มสูงในช่วงเทศกาล ซึ่งตัวเลขเที่ยวบินในช่วงตรุษจีนปีนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า การบินของไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแรง โดยวิทยุการบินฯ ยืนยันว่าจะบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกเที่ยวบินที่เข้ามาในน่านฟ้าไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไทย

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2914787&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dj5Tk10BrwfBkCI9F8PVF

  • เที่ยวไทย! “จีน” พุ่งอันดับ 1 ยอดต่างชาติเดือนครึ่ง ทะลุ 5 ล้านคน

    เที่ยวไทย! “จีน” พุ่งอันดับ 1 ยอดต่างชาติเดือนครึ่ง ทะลุ 5 ล้านคน

    เมื่อวันที่ 17 ก.พ.69 น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-15 ก.พ. 69) พบว่า จากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออก เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวตลาดจีนเดินทางเข้ามาแตะระดับ 2 แสนคนในสัปดาห์นี้ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 32% และนักท่องเที่ยวตลาดฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมีจำนวนรวมกันกว่า 1 แสนคน

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 882,556 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 85,578 คน หรือ 10.74% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 126,079 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 200,440 คน มาเลเซีย 83,882 คน รัสเซีย 56,190 คน อินเดีย 48,078 คน และเกาหลีใต้ 41,948 คน

    “นักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 33.69% 31.88% และ 24.07% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.67% และ 0.66% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (16-22 ก.พ. 69) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเกาหลีใต้ และอาเซียน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 69 รวมทั้งสิ้น 5,067,847 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ประมาณ 250,590 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 770,427 คน มาเลเซีย 461,742 คน รัสเซีย 396,808 คน อินเดีย 333,845 คน และเกาหลีใต้ 249,305 คน

    #เที่ยวไทย #นักท่องเที่ยวต่างชาติ #ท่องเที่ยวไทย2569 #จีนเที่ยวไทย #ข่าวท่องเที่ยววันนี้ #เศรษฐกิจท่องเที่ยว #TrustedThailand #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/129741&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38SYpb-zJMZc7AUITnW6hW

  • พ่อเมืองศรีสะเกษ ลั่นกลองเปิดงานมหกรรมของดีกันทรารมย์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    พ่อเมืองศรีสะเกษ ลั่นกลองเปิดงานมหกรรมของดีกันทรารมย์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชน พืชผลทางการเกษตร  เชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยว อำเภอกันทรารมย์ ประจำปี 2569 โดยมี นายนพนันท์ บุญคล้าย  นายอำเภอกันทรารมย์ พร้อมด้วย นางนิศาชล บุญคล้าย ประธานแม่บ้านมหาดไทย อำเภอกันทรารมย์ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนชาว อ.กันทรารมย์ ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก 

    นายนพนันท์ บุญคล้าย นายอำเภอกันทรารมย์ กล่าวว่า อ.กันทรารมย์ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านการเกษตร โดยมีพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ คือ พริก หอมแดง และกระเทียม ซึ่งมีการผลิตที่ได้รับมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ที่โดดเด่นเช่น ผ้าไหมทอมือ และสินค้าแปรรูปต่างๆ รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน หาดนางเหงา และเขื่อนหัวนา ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยสี่เผ่า 

    ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และขยายตลาดผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ พริก หอมแดง และกระเทียม ของดีอำเภอกันทรารมย์ เพื่อส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ผลิตสินค้า OTOP ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอำเภอกันทรารมย์ 

    โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย ขบวนแห่ของดีประจำตำบล จำนวน 16 ตำบล 17 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ตกแต่งด้วยผลผลิตทางการเกษตรอย่างสวยงาม  การประกวดลิตผลทางการเกษตร และการจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพดีราคาถูก  การจัดบูธนิทรรศการแสดงนวัตกรรมทางการเกษตรและสินค้า OTOP การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประกวดร้องเพลง และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ ตลอดการจัดงานอีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5610471/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JSp3vj2r61Do-tLQ3-CdH

  • ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 5 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 5 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้ (วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2569 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย แล้วทั้งสิ้น 5,067,847 คน ลดลง 7.59 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 250,590 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1 จีน 770,427 คน
    • อันดับ 2 มาเลเซีย 461,742 คน
    • อันดับ 3 รัสเซีย 396,808 คน
    • อันดับ 4 อินเดีย 333,845 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้  249,305 คน

    ต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยว พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 5 ล้านคน สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2569 ที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul)

    โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาแตะระดับ 2 แสนคนในสัปดาห์นี้ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 32 % และนักท่องเที่ยวตลาดฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมีจำนวนรวมกันกว่า 1 แสนคน

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 9 -15 กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 882,556 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 85,578 คน หรือ 10.74 %  คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 126,079 คน

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวจีน 200,440 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 31.88 % นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 83,882 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 33.69 % นักท่องเที่ยวรัสเซีย 56,190 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.67 %  นักท่องเที่ยวอินเดีย 48,078 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 0.66 %  และนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 41,948 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 24.07 %

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่ย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเกาหลีใต้และอาเซียน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand

    การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    นางสาวนัทรียา  กล่าวต่อว่า จากสถิติย้อนหลังไปถึงปลายปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวมีอัตราเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นในทุกกลุ่มประเทศ ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะหลักแสนตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยแตะ 130,000 กว่าราย

    ตรุษจีน 2569

    อีกทั้งจากการประเมินสถานการณ์และจำนวนนักท่องเที่ยว  เป็นผลมาจากการ ดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะเฉพาะกลุ่มตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศและแต่ละกลุ่ม รวมทั้งการเข้มงวดในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้ในระดับที่น่าพอใจ

    ที่สำคัญจากที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ช่วงปีที่แล้วมีจำนวนต่ำลง ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้นอนใจ ประเมินสาเหตุและปัจจัยโดยรอบ สรุปเบื้องต้นได้ว่าเป็นเรื่องของ นโยบายของจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเรื่องของความปลอดภัยตามที่มีข่าวปรากฏ ทำให้นักท่องเที่ยวลังเลที่จะเดินทางมาประเทศไทย

    แต่หลังจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทุกด้าน ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การตลาด การศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยว และยกระดับมาตรฐานรักษาความปลอดภัย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องจาก 10,000 ราย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันแตะเกือบ 30,000 คนต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาเติบโตและเป็นหนึ่งในภูมิภาค

    ต่างชาติเที่ยวไทย

    ทั้งนี้  รัฐบาลได้ปรับกลยุทธ์และปรับฐานนักท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นไปที่เชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อให้การเติบโตด้านการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างยั่งยืนและมีรายได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่โดยเฉพาะในเมืองลองที่มีศักยภาพ การมุ่งเน้น high-value tourism and seamless travel experience จะเป็นกลไกให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามบริบทการท่องเที่ยวโลกได้อย่างมั่นคงร่วม รวมทั้งการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยว

    ในปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้วางแผนจัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพื่อไม่ให้ขาดช่วง สำหรับในด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสินค้าและบริการก็ได้ดำเนินการไปควบคู่กันเพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเชื่อว่าในปีใครจะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/651749&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_ySn8wjMDdZCqb7lm1qRr

  • จงไท่อี้เจียชิน ดันตลาดจีนคึกคักรับปีม้า ททท. จัดใหญ่กิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน 2569 ในประเทศไทย

    จงไท่อี้เจียชิน ดันตลาดจีนคึกคักรับปีม้า ททท. จัดใหญ่กิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน 2569 ในประเทศไทย

    จงไท่อี้เจียชิน ดันตลาดจีนคึกคักรับปีม้า ททท. จัดใหญ่กิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน 2569 ในประเทศไทย


    17/02/2569 | 87 |

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน 2569 โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. พร้อมด้วย นายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาแผนกวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พลตำรวจโทศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นางกรรณิการ์ เปรมประเสริฐ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 2) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับและมอบของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 663 และ สายการบินสปริงแอร์ เที่ยวบินที่ 9C7421 จากนครเซี่ยงไฮ้ถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสร้างความประทับใจ พร้อมแสดงถึงมิตรภาพอันอบอุ่นและกระชับความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

    นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นประเพณีสำคัญที่มีความหมายลึกซึ้งต่อชาวจีนทั่วโลก และประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดงานตรุษจีนได้ยิ่งใหญ่ที่สุดนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชาวไทยและชาวจีน ที่ร่วมกันเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุข ความอบอุ่น และการเริ่มต้นสิ่งดีงามไปด้วยกัน โดยบรรยากาศการเฉลิมฉลองอันคึกคักเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตอกย้ำคำกล่าวที่คุ้นเคยกันดีว่า “จง ไท่ อี้ เจีย ชิน – จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” ซึ่งสะท้อนความผูกพันอันยาวนานที่ได้รับการสืบทอดและหลอมรวมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต ตลอดจนการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน

    กิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนในครั้งนี้ จัดขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ททท. จึงได้จัดเตรียมของที่ระลึกถุงส้มนำโชค บรรจุส้มสายน้ำผึ้งไทย สื่อความหมายถึง 4 ฤดูแสดงถึงคำอวยพรให้โชคดีมีชัยตลอดไป พร้อมกันนี้ ยังมอบบัตรของขวัญมูลค่ากว่า 8,000 บาท จาก Siam Piwat และผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากศรีจันทร์ (SRICHAND) เพื่อมอบให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเที่ยวบิน TG 663 สายการบินไทย และ เที่ยวบินที่ 9C7421 สายการบินสปริงแอร์ ซึ่งบินจากนครเซี่ยงไฮ้ถึงประเทศไทย เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านการต้อนรับอย่างอบอุ่นและการอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเดินทาง การเข้าพัก ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าและความหมาย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ททท. ได้เร่งบูสต์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญจงไท่อี้เจียชิน โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ทั้ง 5 สำนักงานของ ททท. ในตลาดจีนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรทั้ง Travel Agents และ OTA ชั้นนำในพื้นที่ ได้แก่ Qunar.com, Tongcheng, Fliggy, Klook, Tuniu, Guangzhou Comfort และ 6renyou จัดทำแพ็คเกจโปรโมชันสายการบินร่วมกับโรงแรมที่พักราคาพิเศษสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Holiday Air-Tel Scheme โดย ททท. ยังได้จับมือกับพันธมิตรสายการบินไทย และ King Power เพื่อร่วมส่งมอบสิทธิพิเศษส่วนลดสินค้าและบริการ เมื่อใช้จ่ายในร้านค้าของ King Power ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับสายการบินไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเฉลิมฉลองวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ซึ่ง ททท. จะยังคงเดินหน้ากระตุ้นตลาดด้วยการร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเทศกาลวันหยุด ทั้งในช่วงวันเชงเม้ง วันหยุดแรงงาน ปิดเทอมฤดูร้อน และเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันหยุดวันชาติ เพื่อเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ Multi-Gen, ครอบครัว, Gen Z, กลุ่มพนักงานบริษัท ควบคู่ไปกับการทำคอนเท้นต์ประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นและนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวไทยภายใต้ธีมที่หลากหลายตลอดทุกเดือนผ่าน KOL และ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในตลาดจีน เพื่อผลักดันนักท่องเที่ยวจีนสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม –  15 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 770,427 คน โดยในช่วงเริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนของเทศกาลตรุษจีน แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจนแตะ 30,000 คนต่อวัน ซึ่ง ททท. คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 241,000 คน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/477176&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fl-o5VOEd-AfQSMBI8I7q

  • บวท.รับศึกตรุษจีน เที่ยวบินพุ่งเฉลี่ยเกือบ 3,000 เที่ยวต่อวัน

    บวท.รับศึกตรุษจีน เที่ยวบินพุ่งเฉลี่ยเกือบ 3,000 เที่ยวต่อวัน

    ‘วิทยุการบินฯ’ เตรียมมาตรการให้บริการจราจรทางอากาศ พร้อมรับมือปริมาณเที่ยวบินช่วงตรุษจีน คาดปริมาณเที่ยวบินจากจีนเข้า-ออกไทย ระหว่างวันที่ 17–26 ก.พ. 2569 เฉลี่ยเกือบ 3,000 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.3% สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม

    17 ก.พ.2569-นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการเดินทางทางอากาศของประเทศไทยเริ่มกลับมาคึกคักต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา มีปริมาณเที่ยวบินที่ให้บริการ เฉลี่ยวันละ 2,895 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในบางวันมีปริมาณเที่ยวบินสูงกว่า 3,000 เที่ยวบินต่อวัน

    ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาล และขยายตัวต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของชาวจีน ระหว่างวันที่ 17–26 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 10 วัน โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 29,096 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,910 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ พบว่าเส้นทางประเทศไทย–จีน มีปริมาณสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง เฉลี่ยวันละประมาณ 330 เที่ยวบิน และมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงหลังเดือนมกราคม 2569

    ขณะที่เส้นทางประเทศไทย–อินเดีย มีปริมาณเฉลี่ยวันละ 130 เที่ยวบิน และเส้นทางประเทศไทย–มาเลเซีย เฉลี่ยวันละ 98 เที่ยวบิน ซึ่งทั้งสองเส้นทาง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนสนามบินหลักของประเทศที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน  ได้แก่  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฉลี่ยวันละ 1,150 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง เฉลี่ยวันละ 700 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต เฉลี่ยวันละ 380 เที่ยวบิน และท่าอากาศยานเชียงใหม่ เฉลี่ยวันละ 220 เที่ยวบิน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดการเดินทางระหว่างประเทศ โดยคาดว่าเที่ยวบินจากประเทศจีนมายังประเทศไทยจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

    นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า  วิทยุการบินฯ ได้ออกมาตรการและวิธีปฏิบัติการบริหารจราจรทางอากาศ รวมทั้งเตรียมพร้อมด้านอัตรากำลัง รวมถึงอุปกรณ์/เทคโนโลยี  โดยเข้าร่วมในคณะกรรมการจัดสรรตารางการบิน หรือ Slot Allocation ให้สอดคล้องกับค่าความสามารถในการรองรับ (Capacity) รวมทั้งกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management) มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มสูงในช่วงเทศกาล ซึ่งตัวเลขเที่ยวบินในช่วงตรุษจีนปีนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า การบินของไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแรง

    ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ ยืนยันว่าจะบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกเที่ยวบินที่เข้ามาในน่านฟ้าไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไทย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/949051/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MBcUdDMhbyGw8Q9gZVDDP