Category: ท่องเที่ยว

  • สัญญาณบวกท่องเที่ยว ไฟล์ทจีนเข้าไทย เพิ่ม 8.3% : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00 น./วันที่ 18 ก.พ.69

    สัญญาณบวกท่องเที่ยว ไฟล์ทจีนเข้าไทย เพิ่ม 8.3% : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00 น./วันที่ 18 ก.พ.69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/Tt32nUR5Y9I&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ka_p6uderjTzN2R3z-0bf

  • กูรูชี้ GDP ไทยโตเกินคาด หนุนหุ้นไทย การบริโภค-ค้าปลีก-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์

    กูรูชี้ GDP ไทยโตเกินคาด หนุนหุ้นไทย การบริโภค-ค้าปลีก-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์

    กูรูชี้ GDP ไทยโตเกินคาด หนุนหุ้นไทย การบริโภค-ค้าปลีก-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์

    นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ว่า หลังจากที่ทางสภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจพบว่า ขยายตัวได้ 2.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดีกว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 1.3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

    การขยายตัวเด่นมาจากการลงทุนรวม เติบโต 8% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เร่งจากการลงทุนภาครัฐ ที่ขยายตัว 13% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยสภาพัฒน์ระบุว่าการลงทุนภาครัฐขยายตัวจากหมวดก่อสร้าง 15% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

    ขณะที่การบริโภคขยายตัวได้ดีจากรถยนต์ EV ที่เร่งซื้อก่อนจะหมดมาตรการ EV 3.0 พร้อมกับการใช้จ่ายในหมวดบริการที่ขยายตัว 3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่หลักๆเป็นเพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและขนส่งเป็นสำคัญ

    ในฝั่งของการส่งออกขยายตัวได้ 9% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามการส่งออกสินค้า Technology เป็นสำคัญ อาทิ อุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคม ที่ขยายตัว 83% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน, ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เติบโต 30% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

    แต่สวนทางกับการส่งออกภาคบริการที่หดตัว -7% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เป็นไปตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง เมื่อมองไปข้างหน้าแล้วสภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในค่าเฉลี่ย 2% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

    และการขยายตัวของหลายๆ เครื่องยนต์เศรษฐกิจพบว่าค่อนข้างต่ำอยู่ในระดับเพียง 1-3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน อย่างการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวเด่นในช่วงไตรมาส 4/2568 ทั้งปี 2569 คาดเพียง 1.7% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน การบริโภคก็ขยายตัวเพียง 2.1% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

    ทั้งนี้ หากมองหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากปัจจัยที่กล่าวมาในข้างต้นนั้น จะประกอบไปด้วยกลุ่มอิงการบริโภค เช่น ค้าปลีก อาทิ BJC CRC CPALL และ HMPRO, ศูนย์การค้า อย่าง CPN และเครื่องดื่ม ได้แก่ ICHI และ CBG เป็นต้น

    ส่วนปัจจัยระยะสั้นนักลงทุนจะจับตารอดูช่วงเทศกาลตรุษจีน ทาง ATTA เผยว่าในช่วง 13-22 ก.พ. นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าไทยเฉลี่ยวันละ 2.8 หมื่นราย ซึ่งมากกว่าช่วงปกติที่ 1.3 หมื่นรายต่อวัน 

    หากเป็นเช่นนี้จริงมองเป็นสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทย และหุ้นที่ได้ประโยชน์อย่างพวก ค้าปลีก โรงแรม สนามบิน อย่างไรก็ดี ประเมินข่าวกดดันต่างๆ ที่เคยเป็นประเด็นก่อนหน้านี้น่าจะคลายกังวลลงไปบ้างแล้ว เช่น ความปลอดภัย เรื่องของดาราที่เคยหายตัวไป

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น มองว่าปัจจุบันด้วย SET Index เริ่มมี PE ไม่ถูกจึงเน้นควบคุมความเสี่ยง ระยะสั้น เน้นเก็งกำไรหุ้นได้ประโยชน์ช่วงตรุษจีน อาทิ ท่องเที่ยว เช่น AOT CENTEL MINT, ค้าปลีก อาทิ BJC CPALL HMPRO และ ศูนย์การค้า อย่าง CPN เป็นต้น

    ลุ้น GDP ไทยปี 69 โต 2.5%

    นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุว่า ทางฝ่ายมีมุมมองเชิงบวกจากการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ของไทยออกมา ขยายตัว +1.9% จากไตรมาสก่อน และโต +2.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยทั้งปี 2568 ทำได้ที่ +2.4% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

    โดยการลงทุนรวมไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น +8.1% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งเติบโตทั้งภาคเอกชน +6.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และภาครัฐฯ +13.3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน คาดจากการก่อสร้างโรงงานที่กลับมาฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส

    รวมทั้งการเร่งตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ที่สิ้นสุดลงในปี 2568 ขณะที่ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารโตอย่างมาก ซึ่งเป็นไปตามรอบวัฏจักรเทคโนโลยี (AI cycle)

    หากพิจารณาคาดการณ์โอกาสในการเติบโตในปี 2569 คาดจะอยู่ที่ระดับ 1.5-2.5% ถือเป็นการเติบโตแบบประคองตัว ท่ามกลางความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าโลก (Tariffs) และปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศ

    ทางฝ่ายคาดว่าสิ่งที่ตลาดจะให้ความสำคัญในระยะถัดไปคือการเร่งทำงบประมาณปี 2570 เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการคลัง ซึ่งหากไม่มีความวุ่นวายทางการเมืองโดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงเป็นโมฆะจากกรณีบาร์โค้ด

    อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายมองจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยได้ต่อ ทั้งนี้ แนะนำติดตามทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ หลั่งไหลเข้าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้ 4.63 หมื่นล้าน นับตั้งแต่ต้นปีมา รวมทั้ง Valuation ของ SET Index เริ่มตึงตัวมากขึ้น Fwd PE 14.9 เท่า อยู่ที่ช่วงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/651838&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KYxoJcNI5Son51Rnwr8jV

  • งานเขาวงพระจันทร์ 2569 เริ่มแล้ว! พิสูจน์ศรัทธาด้วยการพิชิตบันได 3,790 ขั้น

    งานเขาวงพระจันทร์ 2569 เริ่มแล้ว! พิสูจน์ศรัทธาด้วยการพิชิตบันได 3,790 ขั้น

    งานเขาวงพระจันทร์ 2569 เทศกาลสำหรับสาธุชนที่รอคอย งานประจำปีนมัสการสักการะรอยพระพุทธบาทเขาวงพระจันทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 รวม 15 วัน 15 คืน ณ วัดเขาวงพระจันทร์ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

    khaoa2

    “เทศกาลงานเขาวงพระจันทร์” พิสูจน์ศรัทธาบนยอดเขาวงพระจันทร์ เพื่อกราบสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่ง “เขาวงพระจันทร์” นับว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี มีทางบันไดขึ้นสู่ยอดเขารวม 3,790 ขั้น คิดเป็นระยะทางก็ประมาณ 1.7 กิโลเมตร จึงมีความเชื่อว่าหากใครได้มานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาจะประสบความสุข สมหวังทุกประการ

    ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเดินทางขึ้นเขาเพื่อไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงการจัดงาน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางวัดเขาวงพระจันทร์เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีการประดับไฟสวยงาม รวมถึงมีร้านค้าไว้คอยให้บริการตลอดเส้นทาง

    khaoa55

    เขาวงพระจันทร์ เปิดวันไหน

    งานประจำปีนมัสการสักการะรอยพระพุทธบาทเขาวงพระจันทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 รวม 15 วัน 15 คืน ณ วัดเขาวงพระจันทร์ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ช่วงเทศกาลเปิด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเวลาเช้ามืด หรือ กลางคืน

    พิสูจน์ศรัทธา 3,790 ขั้น สู่ยอดเขาสูงสุดลพบุรี

    “เขาวงพระจันทร์” เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี สูงประมาณ 650 เมตรจากระดับน้ำทะเล การขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทต้องเดินบันไดทั้งหมด 3,790 ขั้น ระยะทางราว 1.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน

    มีความเชื่อกันว่า หากได้ขึ้นไปกราบสักการะรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา จะประสบความสำเร็จ สมหวัง และมีความสุขตลอดปี

    khaoa

    เปิด 24 ชั่วโมง ช่วงงานคึกคักที่สุด

    ในช่วงเทศกาล ทางวัดเปิดให้ขึ้นเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมประดับไฟตลอดแนวบันไดอย่างสวยงาม และมีร้านค้าบริการตลอดเส้นทาง

    ช่วงเวลาที่เหมาะกับการขึ้นเขา

    • เช้า 05.00 – 09.00 น.
    • เย็น 16.00 – 19.00 น.

    เนื่องจากอากาศไม่ร้อน เดินสะดวกกว่า

    khaoa4

    เตรียมตัวอย่างไรดี?

    • สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่กระชับ เดินสบาย
    • แต่งกายสุภาพ
    • หากขึ้นช่วงกลางคืน ควรพกไฟฉาย
    • พกยาดมหรือยาประจำตัว

    khaoa599

    ภายในงานมีอะไรบ้าง

    • พิธีสรงน้ำหลวงพ่อพุทธโชค
    • การแสดงพระธรรมเทศนา
    • การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
    • การแสดงดนตรี
    • ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง

    งานนี้ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดลพบุรี ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมสัมผัสบรรยากาศงานวัดแบบดั้งเดิม

    khaoa5

    การเดินทาง

    รถยนต์ส่วนตัว
    จากตัวเมืองลพบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ช่วงทางขึ้นเขาค่อนข้างชันและแคบ ควรใช้รถที่สมรรถนะดี

    รถโดยสารสาธารณะ
    ขึ้นรถตู้จากสถานีขนส่งลพบุรีไปอำเภอโคกสำโรง จากนั้นต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัด

    • ที่อยู่ : ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
    • พิกัด : https://goo.gl/maps/4e3ZZAhHg2C1oMDm6

    ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเขาวงพระจันทร์ 2569 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดเขาวงพระจันทร์ โทร. 06-1070-7161

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453574/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ibYWL1K_Wzj48EcO1t2m9

  • ผบช.ปส.ลุยภูเก็ต! ทลายขบวนการโคเคน สกัดยาเสพติดบ่อนทำลายเมืองท่องเที่ยว

    ผบช.ปส.ลุยภูเก็ต! ทลายขบวนการโคเคน สกัดยาเสพติดบ่อนทำลายเมืองท่องเที่ยว

    ผบช.ปส. เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในเมืองท่องเที่ยว บูรณาการกำลังตำรวจภูธร ตม. ท่องเที่ยว ปส. ทลายเครือข่ายผู้ค้ายาจังหวัดภูเก็ต สร้างความมั่นใจ เมืองท่องเที่ยวปลอดภัยจากยาเสพติด

    พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.ศรีศักดิ์ พรหมบุญ รอง ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.ลิขิต กล้วยดำรง รอง ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.สรวิศ เสมอใจ ผกก.1 บก.ปส.4, พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดกระจายสู่สถานบริการและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย

    สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (บก.ปส.4) ได้รับข้อมูลว่ามีเครือข่ายชาวต่างชาติลักลอบจำหน่ายโคเคนให้กลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสถานบริการและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับชายชาวไนจีเรีย 1 ราย และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ตามหมายจับ และใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลเชิงลึกไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

    ต่อมาเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4 สนธิกำลังตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจสอบสถานบริการในซอยบางลา ย่านป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม จำนวน 2 ราย ได้แก่ ชายชาวไนจีเรีย ตรวจค้นพบโคเคนน้ำหนักประมาณ 1 กรัม ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ ชายชาวต่างชาติ ถูกจับกุมในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

    นอกจากนี้ ก่อนหน้าปฏิบัติการดังกล่าว บก.ปส.4 ได้บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากร และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สกัดจับ ชายชาวบราซิล ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ขณะลักลอบลำเลียงโคเคนน้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนมากับสัมภาระส่วนตัว เพื่อเตรียมนำมากระจายจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ถูกจับกุมในครั้งนี้

    จากการปฏิบัติการต่อเนื่อง ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมของกลางโคเคนรวมกว่า 3.1 กิโลกรัม ตัดวงจรการแพร่ระบาดในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างทันท่วงที ก่อนสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยของประเทศ

    พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เน้นย้ำว่า บช.ปส. จะยังคงเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ได้สั่งการให้เร่งขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศเพื่อทลายโครงสร้างเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก

    ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278757&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3f3N2hvSAO7XaYPW2XO9Yf

  • คาดตลาดท่องเที่ยวยุโรปโต 6.2% ปีนี้ นทท.จีน-อินเดียเพิ่ม ขณะดีมานด์สหรัฐฯ หดตัว : อินโฟเควสท์

    คาดตลาดท่องเที่ยวยุโรปโต 6.2% ปีนี้ นทท.จีน-อินเดียเพิ่ม ขณะดีมานด์สหรัฐฯ หดตัว : อินโฟเควสท์

    คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งยุโรป (European Travel Commission) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (18 ก.พ.) ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ยุโรปในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6.2% โดยแรงหนุนหลักมาจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ

    รายงานฉบับนี้สะท้อนสัญญาณแรกว่ากระแสการเดินทางของชาวอเมริกันไปยุโรปหลังโควิด-19 เริ่มแผ่วลง หลังจากก่อนหน้านี้เติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและเศรษฐกิจอเมริกาเหนือที่ฟื้นตัวได้ดี

    ผลสำรวจยังระบุว่า ชาวอเมริกันมีความตั้งใจเดินทางไปยุโรปในปี 2569 ลดลงจากปี 2568 ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2568 และนักท่องเที่ยวอินเดียจะเพิ่มขึ้น 9% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกาคาดว่าจะขยายตัวเพียง 4.2%

    ส่วนข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลการบินซีเรียม (Cirium) ระบุว่า ยอดจองเที่ยวบินจากยุโรปไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 7 ต.ค. ถึงสิ้นเดือนม.ค. ลดลง 14.2% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดจองจากสหรัฐฯ ไปยุโรปลดลง 7.3%

    แม้นักท่องเที่ยวอเมริกันกลุ่มหลักชะลอการเดินทาง แต่ยุโรปยังคงเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวระยะไกลและด้านการใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนว่านักท่องเที่ยวที่ยังเดินทางมายุโรปให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งช่วยประคองตลาดท่องเที่ยวให้ทรงตัวได้

    มิเกล ซานซ์ หัวหน้าคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งยุโรประบุในแถลงการณ์ว่า ยุโรปยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อถือได้ และมีความพร้อมรองรับความต้องการเดินทางที่ยืดหยุ่นและเน้นประสบการณ์มากขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/569922&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3K5s7xM5W4zQuZA7N6CXLm

  • ‘โรงแรมไทย’ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ทรงตัว! ย้ำภาครัฐเดินหน้าสร้างเชื่อมั่น ‘ปลอดภัย’

    ‘โรงแรมไทย’ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ทรงตัว! ย้ำภาครัฐเดินหน้าสร้างเชื่อมั่น ‘ปลอดภัย’

    จากผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน ม.ค. 2569” ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-31 ม.ค. จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 99 แห่ง พบว่า “ธุรกิจโรงแรม” ส่วนใหญ่ประเมินว่าจำนวน “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” โดยรวมปี 2569 มีแนวโน้ม “ทรงตัว” จากปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะสั้น (Short-haul) ไม่รวมตลาดจีน ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ยังมีแนวโน้มขยายตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

    ด้านสถิติของนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อปี 2568 ตามรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ามีจำนวนรวม 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% จากปี 2567 สร้างรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71%

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายก THA กล่าวว่า “ส่วนธุรกิจโรงแรมที่ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ เห็นว่าปัจจัยด้านภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของไทยที่ยังมีอยู่ ราคาคู่แข่งที่น่าดึงดูดกว่าไทย และการขาดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญกดดันความสามารถแข่งขันของภาคท่องเที่ยวไทยในอนาคต”

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรมราว 1 ใน 3 ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มระยะไกลและระยะใกล้ (ไม่รวมจีน) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปที่รับนักท่องเที่ยวยุโรป เนื่องจากมองว่าแหล่งท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ในไทยยังน่าดึงดูด อาทิ บริการด้านสุขภาพและความงาม

    สำหรับสถานการณ์เข้าพักโรงแรม คาดการณ์ “อัตราการเข้าพัก” (Occupancy Rate) เฉลี่ยทั่วประเทศในเดือน ก.พ. 2569 อยู่ที่ 73% ลดลงจากเดือน ม.ค. 2569 ที่มีอัตราการเข้าพักทั่วประเทศเฉลี่ย 77% ใกล้เคียงกับเดือน ธ.ค. 2568 โดยโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 82% ปรับเพิ่มจากเดือนก่อนเล็กน้อย ขณะที่โรงแรมระดับไม่เกิน 3 ดาวทรงตัวอยู่ที่ 62%

    เมื่อดูแต่ละภูมิภาคพบว่าในเดือน ม.ค. 2569 “ภาคใต้” มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงสุด 84% เพิ่มขึ้นจาก 79% ของเดือนก่อน ส่วนภาคกลางมี 79% ลดลงเล็กน้อยจาก 80% ของเดือนก่อน ภาคตะวันออกมี 75% ลดลงเล็กน้อยจาก 76% ของเดือนก่อน และภาคเหนือมี 68% ลดลงจาก 78% ของเดือนก่อน

    ด้าน “การจ้างงาน” ในเดือน ม.ค. 2569 สัดส่วนโรงแรมที่เผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ “ภาคตะวันออก” ทั้งนี้การขาดแคลนแรงงานส่วนใหญ่กระทบเพียงคุณภาพการให้บริการ แต่ไม่กระทบจำนวนลูกค้าที่รับได้

    “ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง ซึ่งต้องเร่งพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากขึ้นเพื่อดึงความสนใจของนักท่องเที่ยว และปัญหาภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยที่อาจจะส่งผลกระทบและสร้างความกังวล ซึ่งทางภาครัฐต้องออกมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว”

    ‘โรงแรมไทย’ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ทรงตัว! ย้ำภาครัฐเดินหน้าสร้างเชื่อมั่น ‘ปลอดภัย’

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

    ทั้งนี้ สมาคมฯ เชื่อมั่นว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ในช่วง “เทศกาลตรุษจีน” จะคึกคักมากขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าในช่วง 10 วันของเทศกาล ตั้งแต่วันที่ 13-22 ก.พ. 2569 จะมีรายได้หมุนเวียนรวมสูงถึง 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เทียบกับปีที่ผ่านมา

    รวมทั้งแคมเปญใหญ่ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดตัว “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ “Amazing Thailand Ambassador” นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย จะสามารถขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

    ‘โรงแรมไทย’ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ทรงตัว! ย้ำภาครัฐเดินหน้าสร้างเชื่อมั่น ‘ปลอดภัย’ ‘โรงแรมไทย’ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ทรงตัว! ย้ำภาครัฐเดินหน้าสร้างเชื่อมั่น ‘ปลอดภัย’

    เทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ “มาตรการช่วยเหลือ” ที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ  โรงแรมส่วนใหญ่ต้องการให้มีดังนี้ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงเพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นที่ชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มความหลากหลายด้านกิจกรรมให้กับภาคท่องเที่ยว

    2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน และค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน รวมถึงการออกมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน

    3.มาตรการด้านการเงิน เสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับปรับปรุงโรงแรม หรือปรับโครงสร้างหนี้ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

    4.มาตรการด้านแรงงาน เพิ่มจำนวนแรงงานภาคบริการ และจัดอบรมแรงงานเพื่อเพิ่มทักษะด้านต่างๆ อำนวยความสะดวกในการยื่นเอกสารอบรมเพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน

    5.มาตรการอื่นๆ มีโครงการแลกเปลี่ยนความรู้แก่ธุรกิจ อาทิ ความรู้ด้านกฎหมายสำหรับธุรกิจรายเล็ก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึง โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ต่างๆ และอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตต่างๆ

    ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2569 มีจำนวน 5,067,847 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 250,590 ล้านบาท โดยตลาดที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน มีจำนวนสะสม 770,427 คน หลังแนวโน้มการเดินทางเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น แตะ 30,000 คนต่อวัน 2.มาเลเซีย 461,742 คน รัสเซีย 396,808 คน อินเดีย 333,845 คน และเกาหลีใต้ 249,305 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1221617&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qZy-MEFqWDD0P9Tc4-KGh

  • ทั่วโลกต้องเห็น ลิซ่า เช็กอินน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ชวนสัมผัสเสน่ห์ไทย

    ทั่วโลกต้องเห็น ลิซ่า เช็กอินน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ชวนสัมผัสเสน่ห์ไทย

    ทั่วโลกต้องเห็น ลิซ่า เช็กอินน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ชวนสัมผัสเสน่ห์ไทย

    วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.45 น.

    17 กุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปล่อยภาพชุดใหม่ของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวไทยผ่านเสน่ห์วัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงามของประเทศ

           ล่าสุด แคมเปญขยับมาปักหมุดภาคตะวันตก โดยเผยภาพลิซ่านั่งบนโขดหิน ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นของ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี ถ่ายทอดบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย และบริสุทธิ์ของผืนป่าไทย

    พร้อมแคปชั่นชวนหลงใหลว่า “รู้สึกถึงความนิ่งสงบที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกที่โอบรับคุณให้พักจากความวุ่นวายในทุกวันปล่อยจิตใจที่ว้าวุ่นไปกับสายน้ำที่ไหลรินให้ธรรมชาติชาร์จพลังกายและจิตใจได้กลับมาสดชื่นอีกครั้งสัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เมืองไทย”

    ขอบคุณที่มา : Amazing Thailand

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/947569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tI_K-QPPb6_LW96ocb4PY

  • กรุงเทพฯ แชมป์เมืองฮิตฉลองวาเลนไทน์ ดัน ‘ไฟน์ไดนิ่ง’ โต รับเทรนด์ทริปสายกินทั่วโลก

    กรุงเทพฯ แชมป์เมืองฮิตฉลองวาเลนไทน์ ดัน ‘ไฟน์ไดนิ่ง’ โต รับเทรนด์ทริปสายกินทั่วโลก

    ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่ ‘ประสบการณ์’คือหัวใจ

    กรุงเทพฯ แชมป์เมืองฮิตฉลองวาเลนไทน์ ดัน 'ไฟน์ไดนิ่ง' โต รับเทรนด์ทริปสายกินทั่วโลก

    ข้อมูลจาก Trip.com ชี้ว่า ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งถูกค้นหามากกว่าร้านอาหารทั่วไปอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ ทั้งฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย และสหราชอาณาจักร โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับบรรยากาศ วิวสวย ความโรแมนติก และความเหมาะสมกับโอกาสพิเศษ เช่น วันครบรอบ หรือการเฉลิมฉลองกับคนสำคัญ

    สำหรับจุดหมายยอดนิยมช่วงวาเลนไทน์ปีนี้ นอกจากกรุงเทพฯ ที่ครองอันดับหนึ่งแล้ว ยังมี โซล โตเกียว กัวลาลัมเปอร์ และสิงคโปร์ ขณะที่เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง ฮานอย โฮจิมินห์ และภูเก็ต กำลังมาแรงในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ส่วนดานังและเกาะฟูก๊วกได้รับความสนใจเพิ่มจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้และฮ่องกง

    ฝั่งยุโรป เมืองอาหารระดับโลกอย่าง ลอนดอน ปารีส มาดริด และโรม ยังคงติดโผเช่นเดียวกับจุดหมายสายโรแมนติกอย่าง เวนิส อิสตันบูล และปอร์โต รวมถึงเมืองมาแรงอย่าง แอลเจียร์ ไคโร และตูนิส

    Trip.com Group ยังชูเครื่องมืออย่าง Trip.Best และ Trip.Gourmet เป็นตัวช่วยให้นักเดินทางค้นหาร้านอาหารและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น ตั้งแต่ไฟน์ไดนิ่งระดับโลก ไปจนถึงร้านโลคอลรสเด็ดกว่า 18,000 แห่ง ใน 68 ประเทศทั่วโลก

    กรุงเทพฯ แชมป์เมืองฮิตฉลองวาเลนไทน์ ดัน 'ไฟน์ไดนิ่ง' โต รับเทรนด์ทริปสายกินทั่วโลก

    ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า “อาหาร” ไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนออกเดินทาง และในวันวาเลนไทน์ปีนี้ กรุงเทพฯ ก็พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเป็นเมืองแห่งรสชาติและโมเมนต์พิเศษที่นักเดินทางทั่วโลกอยากมาสัมผัส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862061&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sxGyWc-OUxt5LKcOPNB4m

  • บุรีรัมย์สั่งเข้ม! ห้ามฉวยโอกาสอัพราคาช่วงเทศกาลท่องเที่ยว-ขู่ฟันหากพบเอาเปรียบ

    บุรีรัมย์สั่งเข้ม! ห้ามฉวยโอกาสอัพราคาช่วงเทศกาลท่องเที่ยว-ขู่ฟันหากพบเอาเปรียบ

    บุรีรัมย์สั่งเข้ม! ห้ามฉวยโอกาสอัพราคาช่วงเทศกาลท่องเที่ยว-ขู่ฟันหากพบเอาเปรียบ

    วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.28 น.

    บุรีรัมย์สั่งเข้ม! ผู้ว่าฯ เรียกถกผู้ประกอบการโรงแรม-ร้านอาหาร ห้ามฉวยโอกาสอัพราคาช่วงเทศกาลท่องเที่ยว-ขู่ฟันหากพบเอาเปรียบ

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดจังหวัด นายอำเภอเมือง ตำรวจภูธรจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด เพื่อวางมาตรการคุมเข้มผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่

    นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า ในช่วงที่มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น งานวิ่งบุรีรัมย์มาราธอน และ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (โมโตจีพี) จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าบริการหรือค่าที่พักสูงเกินควร รวมถึงห้ามกักตุนสินค้าโดยเด็ดขาด

    ในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้สถานประกอบการทุกแห่งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1.ติดป้ายแสดงราคาชัดเจน ทั้งค่าที่พัก อาหาร และเครื่องดื่ม ในตำแหน่งที่ผู้ใช้บริการเห็นได้ง่าย 2.ห้ามขายเกินราคา โดยราคาที่จำหน่ายจริงต้องไม่สูงกว่าราคาที่แสดงไว้ในป้ายและ 3.บริการด้วยมิตรไมตรี เพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้รับบริการที่เป็นธรรมและอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง

    นอกจากมาตรการขอความร่วมมือแล้ว จังหวัดยังสั่งการให้แต่ละอำเภอจัดตั้ง “ชุดเฉพาะกิจ” ออกสุ่มตรวจและกำกับดูแลสถานบริการอย่างใกล้ชิด หากนักท่องเที่ยวพบการกระทำที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกเอาเปรียบ สามารถร้องเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทาง Facebook / Line: ศูนย์ปฏิบัติการ Anytime Anywhere in Buriram และศูนย์ช่วยเหลือ ดูแลนักท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ของจังหวัด

    /////////////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/947566&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ROY_X3doHPquA_RwvZ5Hx

  • วิทยุการบินฯ พร้อมรับมือเที่ยวบินช่วงตรุษจีน ทะลุสูงสุดวันละ 3,000 ไฟลท์ ส่งสัญญาณเชิงบวกท่องเที่ยวไทย | TOPNEWS

    วิทยุการบินฯ พร้อมรับมือเที่ยวบินช่วงตรุษจีน ทะลุสูงสุดวันละ 3,000 ไฟลท์ ส่งสัญญาณเชิงบวกท่องเที่ยวไทย | TOPNEWS

    วิทยุการบินฯ เตรียมมาตรการให้บริการจราจรทางอากาศ พร้อมรับมือปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นช่วงตรุษจีน คาดปริมาณเที่ยวบินจากจีนเข้า-ออกไทย ระหว่างวันที่ 17–26 กุมภาพันธ์ 2569 เฉลี่ยเกือบ 3,000 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.3% โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเทศกาล สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม

    นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการเดินทางทางอากาศของประเทศไทยเริ่มกลับมาคึกคักต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา มีปริมาณเที่ยวบินที่ให้บริการ เฉลี่ยวันละ 2,895 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในบางวันมีปริมาณเที่ยวบินสูงกว่า 3,000 เที่ยวบินต่อวัน ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาล และขยายตัวต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของชาวจีน ระหว่างวันที่ 17–26 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 10 วัน โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 29,096 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,910 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ พบว่าเส้นทางประเทศไทย–จีน มีปริมาณสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง เฉลี่ยวันละประมาณ 330 เที่ยวบิน และมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ช่วงหลังเดือนมกราคม 2569 ขณะที่เส้นทางประเทศไทย–อินเดีย มีปริมาณเฉลี่ยวันละ 130 เที่ยวบิน และเส้นทางประเทศไทย–มาเลเซีย เฉลี่ยวันละ 98 เที่ยวบิน ซึ่งทั้งสองเส้นทาง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนสนามบินหลักของประเทศที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน  ได้แก่       ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฉลี่ยวันละ 1,150 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง เฉลี่ยวันละ 700 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต เฉลี่ยวันละ 380 เที่ยวบิน และท่าอากาศยานเชียงใหม่ เฉลี่ยวันละ 220 เที่ยวบิน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดการเดินทางระหว่างประเทศ โดยคาดว่าเที่ยวบินจากประเทศจีนมายังประเทศไทยจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

    นายสุรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า  วิทยุการบินฯ ได้ออกมาตรการและวิธีปฏิบัติการบริหารจราจรทางอากาศ รวมทั้งเตรียมพร้อมด้านอัตรากำลัง รวมถึงอุปกรณ์/เทคโนโลยี  โดยเข้าร่วมในคณะกรรมการจัดสรรตารางการบิน หรือ Slot Allocation ให้สอดคล้องกับค่าความสามารถในการรองรับ (Capacity) รวมทั้งกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management) มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกๆ ด้าน เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มสูงในช่วงเทศกาล ซึ่งตัวเลขเที่ยวบินในช่วงตรุษจีนปีนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า การบินของไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแรง โดยวิทยุการบินฯ ยืนยันว่าจะบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกเที่ยวบินที่เข้ามาในน่านฟ้าไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1490680&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wA3jr0n0x0eiPVfBtfcn6