Category: ท่องเที่ยว

  • นิทรรศการตามรอยยูเอฟโอ รวมพลเอเลี่ยน

    นิทรรศการตามรอยยูเอฟโอ รวมพลเอเลี่ยน

    เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านโปรเจ็กต์ “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ที่ผสานเรื่องราวความเชื่อ ความสนใจเฉพาะกลุ่ม (Subculture) และมุมมองทางวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ เปิดมิติเที่ยวไทยอย่างแตกต่าง เตรียมยกขบวนคนเอเลี่ยนเงยหน้ามองฟ้า ออกเดินทางตามรอยยูเอฟโอ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายใต้ทิศทาง The New Thailand ที่เน้นให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าปริมาณผ่านแนวคิด Amazing 5 Economy โดยมี Sub-Culture Economy เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความสนใจเฉพาะกลุ่มให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เพื่อร่วมผลักดันเป้าหมายรายได้รวมทางการท่องเที่ยวของประเทศสู่ 3 ล้านล้านบาทตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยการจัดงาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ถือเป็นโครงการนำร่องที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) ตั้งใจใช้ขยายผลให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยหยิบยกเรื่องราวของ UFO มาสร้างสรรค์เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงความรู้และประสบการณ์ (Experiential Tourism) ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีการจัดงานลักษณะนี้มาก่อนในประเทศไทย แม้จะเป็นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีความลุ่มลึกในความสนใจ ททท. เชื่อมั่นว่างานนี้จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่สร้างความโดดเด่นให้ประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของโลกยุคใหม่ รวมถึงจะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวกลุ่ม Sub-Culture ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างจุดขายที่แปลกใหม่และแข็งแกร่ง เป็นการยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”

    “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” มีกำหนดจัดงาน 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์ ที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ UFO Spaceship
    สัมผัสความลับภายในยานยูเอฟโอจำลองขนาดเท่าของจริง ตั้งตระหง่านให้เห็นแบบเต็มตา รายละเอียดจัดเต็มทุกองศา ที่แรก ที่เดียว ในประเทศไทย Stargate สัมผัสประสบการณ์ประตูข้ามดวงดาว Stargate กับแสง สี และบรรยากาศที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินผ่านมิติสู่จักรวาลอีกด้าน UFO Crash Site เขตห้ามเข้า ซากยานยูเอฟโอที่พังอยู่ต่อหน้าต่อตา พร้อมแสง เสียง และบรรยากาศชวนตั้งคำถามว่า “นี่คืออุบัติเหตุ…หรือการมาเยือน?” Aline Morgue พื้นที่ลับสำหรับตรวจสอบสิ่งมีชีวิตนอกโลก แสงไฟเย็นเฉียบและบรรยากาศชวนขนลุก ทุกสายตาจะถูกดึงให้ตั้งคำถามว่า “เขามาจากไหน…และมาที่นี่ทำไม?” Twin Wheel ชิงช้าสวรรค์คู่ ตกแต่งด้วยไฟสีเขียว เครื่องเล่นงานวัดแบบไทย มีไว้ให้มนุษย์ต่างดาวขึ้นฟรี

    ชมนิทรรศการ UFOLOGY นิทรรศการยูเอฟโอที่จะพาคุณย้อนเวลาสำรวจวิวัฒนาการของ Alien Species และรูปทรงยาน UFO ตลอดกว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมาจากบันทึกลับ ภาพจำลอง และข่าวยูเอฟโอในเมืองไทย Disaster-Resilient House บ้านแห่งอนาคตสำหรับโลกวันพรุ่งนี้ โครงสร้างอัจฉริยะ วัสดุล้ำและระบบป้องกันขั้นสูงออกแบบมาเพื่อรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ Alien Costume Rental เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลยูเอฟโอ ชุดเอเลี่ยนดีไซน์จัดเต็ม พร้อมอุปกรณ์เสริมสุดล้ำ…เลือกได้ตามสไตล์คุณ UFO’s Lover Market ตลาดรวมไอเดียของสายยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาว อัดแน่นด้วยของสะสม งานดีไซน์ และไอเทมแรร์ตั้งแต่ เสื้อยืด, Tensor Ring, หน้ากาก, พวงกุญแจ, หมวก ไปจนถึงตุ๊กตาเอเลี่ยน Open your mind, Look to the sky
    ช่วงเวลาสุดพิเศษ ร่วมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วสังเกตุอวกาศ ค้นหาสัญญาณจากยูเอฟโอพร้อมกัน ในเวลา 1 ทุ่มตรงของทุกวัน และ UFO Valentine พิเศษ 14 กุมภา วาเลนไทน์ รับจดทะเบียนสมรสใต้ปีกยูเอฟโอ 14 คู่แรก รับสิทธิพิเศษในงาน แบบสุดล้ำ ฉ่ำหวาน แปลกใหม่ไม่มีใครเหมือน นอกจากนี้ มีกิจกรรมอีกมากมาย

      นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า ในฐานะเจ้าบ้าน จังหวัดนครนายกมีความพร้อมเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ความแปลกใหม่ของคอนเซปต์งาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” นี้ เชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงดึงดูดให้คนเดินทางมาเยือนจังหวัดนครนายกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนของที่พัก ร้านอาหาร และการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากตามนโยบายเมืองน่าเที่ยวอย่างแท้จริง”

      นายจักราวุธ สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล กรมชลประทาน กล่าวเสริมในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่จัดงานว่า “เขื่อนขุนด่านปราการชลมีศักยภาพสูงในการรองรับงานระดับประเทศ ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่จอดรถ และทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายในช่วงนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และการสังเกตการณ์ท้องฟ้า ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานในครั้งนี้”

      ชวนทุกคนร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ งานเดียวที่จะชวนเงยหน้ามองฟ้า รวมพลคนเชื่อ คนชอบ คนอยากรู้ในงาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ระหว่างวันที่ 13–15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

      งานนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: Thailand UFO Days หรือ Thailand Festival, เว็บไซต์ www.thailandfestival.org หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

      เพิ่มเพื่อน

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/947578/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RaTqwAWOOAZZtf24D_GMd

    1. วันแห่งความรัก อ.นาดีบูมท่องเที่ยว-ตีทะเบียนคู่รัก มอบบัตรของขวัญร้านอาหารหรู-โรงแรม ช่อดอกไม้  ไข่ไก่คู่ละ 1 กระบะ

      วันแห่งความรัก อ.นาดีบูมท่องเที่ยว-ตีทะเบียนคู่รัก มอบบัตรของขวัญร้านอาหารหรู-โรงแรม ช่อดอกไม้ ไข่ไก่คู่ละ 1 กระบะ

      ภูมิภาค

      วันแห่งความรัก อ.นาดีบูมท่องเที่ยว-ตีทะเบียนคู่รัก มอบบัตรของขวัญร้านอาหารหรู-โรงแรม ช่อดอกไม้ ไข่ไก่คู่ละ 1 กระบะ

      วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.38 น.

      ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

      เมื่อเวลา16.55 น.วันที่ 14 กุมภาพันธุ์  2569  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแห่งความรัก  ที่สำนักงานทะเบียนอำเภอนาดี  อำเภอนาดี  พื้นที่เป็นที่ตั้งเดียวของ จ.ปราจีนบุรี ที่มีอุทยานแห่งชาติฯมรดกโลกทางธรรมชาติ รวมถึง 3 แห่งในอำเภอเดียว และเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7ของโลก สร้างรายได้ท่องเที่ยวมหาศาล ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานฯแห่งแรกของไทย อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานฯที่มีต้นลานในธรรมชาติมากกว่าล้าน ๆ ต้นแห่งสุดท้ายของไทย และ อุทยานแห่งชาติปางสีดา, 

      อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาโครงการพระราชดำริแหล่งน้ำขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายในรัชกาลที่9, พื้นที่ตั้งอุโมงค์แห่งแรกของไทยเชื่อมผืนป่าดงพญาเย็นให้สัตว์ป่าเดินข้ามการผจญภัยเรือยางล่องแก่งหินเพิงบนธารน้ำใสใหญ่บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก วัดรัตนเนตตาราม  หรือที่เรียกกันว่า วัดล้านหอย ประติมากดรรมตกแต่งด้วยเปลือกหอยมากกว่าล้านๆตัว

      นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี ได้เปิดให้บริการประชาชนโดยเฉพาะ“คู่รัก” ได้จดทะเบียนสมรสเนื่องในวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์  2569 ซึ่งบรรยากาศการจดทะเบียนเป็นไปอย่างคึกคัก 

      บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ในโอกาสนี้นายอำเภอนาดีได้มอบของที่ระลึกให้กับคู่รักด้วย ประกอบด้วย ช่อดอกไม้ใหญ่  ไข่ไก่คู่ละ 1กระบะ หมอนชิดคู่รัก  และ ผู้โชคดีรับรางวัลบัตรของขวัญรับประทานร้านอาหารอร่อย-มอบบัตรที่พัก (Gift Voucher) เดอนาดี โรงแรมหรู  ผักปลอดสาร มอบชุดน้ำผึ้ง  แก่คู่รักในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วยท่ามกลางคู่รัก 14 คู่

      ขณะพื้นที่ อ.กบินทร์บุรีย่านที่ตั้งแถบนิคมอุตสาหกรรมสวนอุตสาหกรรมสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี  หลังออกกะเลิกงานช่วงเย็น พบหนุ่ม-สาว “ฉันทนา” ยังคงซื้อดอกกุหลาบมอบให้คนรักคึกคัก โดยเลือกซื้อหาดอกกุหลาบที่ชื่นชอบ บางคนเลือกซื้อเป็นดอกกุหลาบสด บางรายเลือกซื้อเป็นดอกกุหลาบแห้ง เลือกซื้อราคาที่เหมาะสม ซึ่งดอกกุหลาบสดดอก 20 บาท ถึงช่อละ 200บาท 

      ส่วนการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ มีคู่รักหนุ่มสาวเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี บางตา   ปีนี้ทางฝ่ายทะเบียนราษฎร์ยังคงเปิดโอกาสให้คู่รักจดทะเบียนสมรสกันในวันแห่งความรัก ปีนี้ทางอำเภอกบินทร์บุรีได้จัดให้จดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักอย่างเรียบง่าย   พบมีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสกันบางตา วันนี้คู่รักพี่เดินทางมาจดทะเบียนสมรสคู่แรกระหว่างนายกฤษณะ ชื่นคุ้ม และ นางสาวธารมล ขยันกิจ โดยมีนางสาววิลาวัลย์ ณรงค์สระน้อย ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนราษฎร์ ได้เป็นสิทธิพยานและมอบทะเบียนสมรสคู่บ่าวสาว ขอให้คู่รักใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขและรักกันนานๆตลอดไป

      นายกษิดิษฐ์ จีระพันธ์ และนางสาวรัตนาวดี สีสิงห์ คู่รักได้กล่าวว่า   รักแฟนสาวมาก จึงได้เดินทางมาจดทะเบียนสมรสกันในวันแห่งความรักวันนี้นางสาวรัตนาวดี แฟนสาวกล่าวว่าอยากให้เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว เชื่อว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้
       

      ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466116&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SYRM1Dx-CL3secvnlRAzD

    2. สุดปัง นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทยต่อเนื่องเกินวันละแสนคน

      สุดปัง นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทยต่อเนื่องเกินวันละแสนคน

      ‘ปลัดท่องเที่ยว’ เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุวันละแสนคนต่อเนื่อง สะสมกว่า 4.65 ล้านคน รายได้พุ่ง 2.3 แสนล้านบาทย้ำจุดขายใหม่ ‘คุณภาพ–ความปลอดภัย’ เสริมความเชื่อมั่น คาดปี 69 ฟื้นตัวไม่ต่ำกว่าก่อนโควิด

      14 ก.พ.2569-นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวระหว่างประเทศประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสะท้อนภาพรวมการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ยังคงคึกคักต่อเนื่อง เกินวันละแสนคนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยในวันดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 125,976 คน

      สำหรับภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวสะสมแล้วกว่า 4,650,827 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 230,742 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์ใหม่ เสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยคุณภาพและประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม  ซึ่งหากมาตรการต่างๆยังคงดำเนินไปได้ตามแผน คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวและรายได้ไม่ต่ำกว่าปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด 19

      นางสาวนัทรียา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์การท่องเที่ยวโลกจะมีความท้าทายหลายด้าน แต่ประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดสำคัญ เช่น จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้ามามากที่สุด  โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ดีอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นผลจากความพร้อมของประเทศไทยและการปรับกระบวนยุทธ์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกมิติ ทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มาตรฐานการบริการ และที่ความคัญ การเสริมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย รวมไปถึงการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และยั่งยืนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

      “ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ยังเติบโตต่อเนื่อง เป็นสัญญาณชัดเจนว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และมีการปรับตัวรับกระแสการเดินทางรูปแบบใหม่ๆ  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้อัตลักษณ์พื้นที่เป็นจุดขาย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและรายได้ของชุมชนอย่างทั่วถึง“นางนัทรียา กล่าว

      นางสาวนัทรียา กล่าวย้ำว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินหน้ารักษา momentum การท่องเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงประเมินและบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้าง รวมถึงด้านความปลอดภัย และผลกระทบจากปัจจัยภายนอก พร้อมเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้านเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว

      เพิ่มเพื่อน

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/947622/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06YNMmiXm2KfdjS1Gwo8Od

    3. ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

      ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

      วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย คณะผู้บริหารจังหวัด ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดงานเทศกาลดนตรี “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” (Nanglen Music Festival) ประจำปี 2569 ณ สวนไทรโยคแลนด์ กาญจนบุรี โดยมี “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม ผู้บริหารจาก GMM Show ในเครือ GMM Music ให้การต้อนรับและนำชมการบริหารจัดการภายในงาน

      ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองและศูนย์ปฏิบัติการร่วม (Police Station) เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างทั่วถึง ด้านการจราจร วางแผนร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน ลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ และการส่งเสริมเศรษฐกิจ งานนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและที่พักในจังหวัดกาญจนบุรีในช่วงเทศกาล

      ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกาญจนบุรี โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับความประทับใจกลับไป

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129382&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1opCjmCcs2IsNSlnhncSMJ

    4. ธุรกิจผวา “สุญญากาศการเมือง” ฉุดเศรษฐกิจชะงัก เสี่ยงลากยาวไตรมาส 2

      ธุรกิจผวา “สุญญากาศการเมือง” ฉุดเศรษฐกิจชะงัก เสี่ยงลากยาวไตรมาส 2

      ธุรกิจผวา “สุญญากาศการเมือง” ฉุดเศรษฐกิจชะงัก เสี่ยงลากยาวไตรมาส 2

      ภาคธุรกิจส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ช่วงเปราะบางท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางการเมืองระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจกินเวลานานราว 2 เดือน หรือยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2 ของปี ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐชะลอตัว การลงทุนใหม่หยุดนิ่ง และกำลังซื้อในประเทศอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ

      นาย สรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ช่วงสุญญากาศทางการเมืองถือเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการทำงานของภาครัฐถูกจำกัด ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเพิ่มสูง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเริ่มสั่นคลอน

      แบ่งผลกระทบ 3 ระยะ เสี่ยงลามจากระยะสั้นสู่โครงสร้างเศรษฐกิจ

      นายสรเทพประเมินว่า ผลกระทบจากสุญญากาศทางการเมืองสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ซึ่งแต่ละระยะมีความรุนแรงและความเสี่ยงแตกต่างกัน

      ระยะแรก ยุบสภา–เลือกตั้ง (ราว 60 วัน)

      ในช่วงที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการไม่สามารถเดินหน้าได้ โดยเฉพาะโครงการใหม่ ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เคยเริ่มฟื้นตัวจากมาตรการก่อนหน้ากลับชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างชัดเจนคือ เมื่อมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง “คนละครึ่งพลัส” หยุดลงกำลังซื้อในระบบก็หายไปทันที กระทบผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจบริการโดยตรง

      นาย สรเทพ โรจน์พจนารัช

      อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกในระยะนี้คือการที่ช่วงยุบสภาตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเฉลี่ยวันละกว่า 1 แสนคน ช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร แม้จะเป็นเพียงแรงประคองชั่วคราว

      ระยะกลาง หลังเลือกตั้ง–รอความชัดเจนนโยบาย

      ความน่ากังวลในระยะนี้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น ภาคใต้และอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดที่ประสบอุทกภัยรุนแรงก่อนหน้านี้ มาตรการฟื้นฟู SME การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตประชาชนยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่

      ขณะเดียวกันสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนและเศรษฐกิจของ 6 จังหวัดที่พึ่งพาการค้าข้ามแดนเป็นหลัก เมื่อมีการปิดด่านหรือจำกัดการผ่านเข้าออก ย่อมกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่โดยตรง อีกทั้งการเจรจาระหว่างประเทศด้านการค้า ภาษี และมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจมักชะลอ เพราะยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้นักลงทุนต่างชาติเลือก “ชะลอการตัดสินใจ” เพื่อรอดูทิศทางนโยบาย ส่งผลให้การลงทุนใหม่หยุดนิ่ง

      ระยะปลาย รอจัดตั้งรัฐบาล–ถวายสัตย์ปฏิญาณ

      ระยะนี้ถูกมองว่าน่ากังวลมากที่สุด หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2 ข้าราชการในหลายกระทรวงมักอยู่ในโหมด “เกียร์ว่าง” เพื่อรอดูนโยบายและตัวรัฐมนตรีใหม่ การอนุมัติโครงการ การเบิกจ่ายงบประมาณ และการผลักดันนโยบายสำคัญจึงชะลอลงหรือหยุดไปโดยปริยาย กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

      ชี้ 3 ภารกิจเร่งด่วน รัฐบาลใหม่ต้องทำทันที

      หากได้รัฐบาลใหม่ นายสรเทพเสนอ 3 เรื่องเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่ควรดำเนินการทันที เพื่อประคองเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่น

      1.อัดฉีดและฟื้นฟู SME โดยเฉพาะ Micro และ Nano SME

      เศรษฐกิจที่ซบเซายาวนานทำให้ SME จำนวนมากขาดสภาพคล่อง มาตรการที่ผ่านมาเข้าถึงเพียง SME ที่อยู่ในระบบภาษี ขณะที่ Micro SME ซึ่งมีมากกว่า 1.8 ล้านราย กลับเข้าไม่ถึงแหล่งทุน ทั้งที่ต้องการเงินกู้เพียงหลักหมื่นถึงแสนบาทเพื่อประคองธุรกิจ

      2.ผลักดันการส่งออกและการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

      การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักอันดับ 2 ของประเทศ มีแรงงานกว่า 3.9 ล้านคน และสร้างรายได้มากกว่า 1.7 ล้านล้านบาทต่อปี แต่ที่ผ่านมา นโยบายยังขาดความต่อเนื่องและชัดเจน มักเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น

      3.ดูแลธุรกิจร้านอาหารอย่างเป็นระบบ

      ธุรกิจร้านอาหารมีห่วงโซ่อุปทานกว้าง ตั้งแต่เกษตรกร ตลาดสด แรงงาน ไปจนถึงผู้บริโภค มีแรงงานอยู่ในระบบราว 1.75 ล้านคน แต่กลับไม่ได้รับการดูแลเชิงนโยบายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะร้านอาหาร SME และ Micro SME

      ทั้งนี้ความเร็วและความชัดเจนของรัฐบาลใหม่จะเป็นปัจจัยชี้ขาด หากปล่อยให้สุญญากาศทางการเมืองยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยอาจสูญเสียโอกาสฟื้นตัว และความเสียหายอาจลุกลามจากระยะสั้นไปสู่เชิงโครงสร้างในระยะยาว

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/651473&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zVEdhygNTt_8vGvM3ICcu

    5. “เช็คดวงวันนี้” วันวาเลนไทน์ วันเสาร์ 14 ก.พ. 2569 คนโสดพบรัก แถมมีโชคลาภ

      “เช็คดวงวันนี้” วันวาเลนไทน์ วันเสาร์ 14 ก.พ. 2569 คนโสดพบรัก แถมมีโชคลาภ

      คนเกิดวันอาทิตย์ 

      การงาน      วาเลนไทน์ที่   ส่งให้มีชื่อเสียงในสิ่งที่ทำ  หรือสิ่งที่ตั้งใจมุ่งมั่น เพียรพยายามในการเรียนรู้โดยเฉพาะในเรื่องของการงาน  มีโอกาสได้เดินทางไกล  หรือมีคนเดินทางมาหา

      การเงิน      มีคนโอนเงินให้ตลอดทั้งวัน  ซื้อขายแลกเปลี่ยนติดต่อมีกำไรมีคนคอยช่วยเหลือ   มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค

      ความรัก      เป็นวาเลนไทน์ที่ดีมากสร้างความสุขให้กับคนรักครอบครัว          คนโสดมีโอกาสพบรักในช่วงวันวาเลนไทน์บอกรักกัน

      สุขภาพ     แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นที่สุด  คนเจ็บป่วยจะดีวันดีคืนมีคนคอยดูแล

      คนเกิดวันจันทร์ 

      การงาน      ตั้งใจทำงานทุกอย่างให้เสร็จ     และจะได้ไปเที่ยวในช่วงวาเลนไทน์กับครอบครัว  หรือคนรัก  มีความสุขบางคนทำงานไปด้วยท่องเที่ยวไปด้วย

      การเงิน      มีเงินเข้ามาตลอดแต่ก็ยังใช้จ่ายอยู่ตลอดกับครอบครัว  มีโชคลาภกับสามตัวหน้าหมายเลขบัตรประชาชนให้โชค

      ความรัก     การรื้อฟื้นอดีต  การบอกรักกันอีกครั้งในวันวาเลนไทน์    คนโสดจะพบรักกับคนใกล้ตัวที่สนิทสนมกันมาสักระยะแล้วการทำเซอร์ไพรส์บอกรักกัน

      สุขภาพ     การเจ็บป่วยรอการรักษา  มีคนคอยดูแลเอาใจใส่  
       

      คนเกิดวันอังคาร 

      การงาน        การใช้ความสามารถช่วยเหลือทุกคน  มีโครงการอะไรใหม่ใหม่ควบคู่กับงานประจำจับได้ดี   รวมถึงการเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น

      การเงิน      มีเงินเข้ามาตลอด  การซื้อขายแลกเปลี่ยนติดต่อมีกำไรได้ดี  รู้จักใช้คำพูด   มีโชคลาภกับสามตัวท้ายหมายเลขบัตรประชาชนให้โชค

      ความรัก      ดูแลเอาใจใส่กันในช่วงวาเลนไทน์เป็นพิเศษพร้อมครอบครัว   คนโสดจะพบรักและมีความสนิทสนมได้บอกรักกัน

      สุขภาพ      แข็งแรงดูแลใจตัวเองเป็นที่สุด  คนป่วยอยากหายไวๆ  ระวังผื่นคันรวมถึงภูมิแพ้

      คนเกิดวันพุธกลางวัน 

      การงาน      การทำไปด้วยเที่ยวไปด้วยมีความสุข   โดยเฉพาะวันวาเลนไทน์  ช่วยเหลือกันทุกอย่างให้เสร็จไวจะได้ไปเที่ยว

      การเงิน     มีเงินเข้ามาตลอดรู้จักเก็บและสะสม  รวมถึงการซื้อข้าวของเครื่องใช้สำคัญให้กับคนรัก   มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของคนรักให้โชค

      ความรัก      พาครอบครัวไปเที่ยวและรำลึกอดีต  มีความสุข  คนอยากมีลูกจะสมหวัง  หรือได้รับข่าวดีกับลูกหลาน   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนอายุน้อยกว่า   

      สุขภาพ     การพักผ่อนน้อย  นอนดึก  ต้องระวังเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้

      คนเกิดวันพุธกลางคืน 

      การงาน      ต้องทำอะไรหลายหลายอย่างพร้อมกัน  เพื่อให้เสร็จทันเวลา  การเดินทางแบบกะทันหัน   แต่ก็ได้ดีเพราะมีความสามารถและชอบที่เรียนรู้สิ่งใหม่ใหม่

      การเงิน      ใช้เงินซื้อความสุข  แต่ยังหาได้ตลอด  มีโชคลาภกับเลขศูนย์ทำอะไรขอให้มีเลขศูนย์ก่อน

      ความรัก      ไม่ลืมที่จะเอาใจใส่คนรักคนในครอบครัว  ได้เดินทางไปสถานที่สวยงาม   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนอายุน้อยการบอกรักกันในวาเลนไทน์

      สุขภาพ     เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม  เสื้อผ้าหน้าผม  รวมถึงการทำศัลยกรรม

      คนเกิดวันพฤหัสบดี

      การงาน       ต้องทำอะไรแบบแข็งเวลา  ชอบที่จับมุ่งมั่นและเรียนรู้   มีคนช่วยเหลือ  โดยเฉพาะคนในครอบครัว  หรือคนรู้จักที่สนิทสนมกันมานาน  

      การเงิน      ใช้เงินเก่งมากโดยเฉพาะวันสำคัญ  เอาใจคนรักและคนในครอบครัว   มีโชคลาภดวงดีกับเลขที่บ้านให้โชค

      ความรัก      เกื้อกูลกันทุกอย่าง   เพื่อให้มีความสุข  บอกรักกัน  หรือพากันไปท่องเที่ยว   คนโสดมีโอกาสพบรักต่อให้อยู่ไกลกันขนาดไหนก็จะมาเจอกัน

      สุขภาพ      ต้องเอาใจใส่เรื่องของท้องผูกท้อง  ระบบทางเดินหายใจ

      คนเกิดวันศุกร์ 

      การงาน        การถูกกดดันกับผู้ใหญ่  การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการงานเพราะต้องการความสุข  หรือการหยุดสักพักไปชาร์จแบต  และเริ่มต้นกันใหม่

      การเงิน     มีสาเหตุให้ต้องเสียเงินอยู่ตลอด  ของพังของเสียของชำรุด  หรือคนในครอบครัวต้องใช้เงิน   มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของคุณพ่อให้โชค

      ความรัก      การเสียสละเพื่อครอบครัวให้มีความสุข  กันร่วมกันแก้ไขปัญหา   คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่ผิวขาวเจ้าเนื้อ  จะบอกรักกันในวันวาเลนไทน์

      สุขภาพ     เอาใจใส่เป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับ  ระบบทางเดินหายใจและสายตา  ดวงตา

      คนเกิดวันเสาร์ 

      การงาน      มีการใช้ความสามารถความรู้ที่มี  หรือการเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น  แต่จะได้ดีในเรื่องของการงานมีผู้ใหญ่ให้ความเมตตา

      การเงิน     หามากใช้มาก  แต่ก็มีเงินเข้ามาตลอด   ต้องดูแลเอาใจใส่ตนเองเป็นพิเศษใช้เงินซื้อความสุข   มีโชคลาภกับการเดินทาง  หรือเลขทะเบียนรถให้โชค

      ความรัก     การบอกรักกับคนในครอบครัวในวันวาเลนไทน์   คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่ใจดีความสนิทสนมกันไว้

      สุขภาพ      แข็งแรงดูแลดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ  คนเจ็บป่วยจะดีขึ้น

      #อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม รับงานอีเว้นท์ทั่วประเทศ
      นักพยากรณ์ไพ่ยิปซี  ลายมือ ศาสตร์แห่งตัวเลข ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง ในสไตล์ธรรมชาติของชีวิตจริง สอนสักลายมือเศรษฐีมงคลพร้อมรับสักลายมือเศรษฐีมงคล   การเปิดดูดวงแล้วแต่ศรัทธา   โทรศัพท์ 0878285222 โทรศัพท์ 0871084664

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/daily-horoscope/613439&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dMvchHEATV4qx7jwmokjv

    6. รักนิรันดร์บนลานหินล้านปี ชัยภูมิ’สมรสเท่าเทียม’ รับวาเลนไทน์ ท่ามกลางอ้อมกอดมอหินขาว | TOPNEWS

      รักนิรันดร์บนลานหินล้านปี ชัยภูมิ’สมรสเท่าเทียม’ รับวาเลนไทน์ ท่ามกลางอ้อมกอดมอหินขาว | TOPNEWS

      รักนิรันดร์บนลานหินล้านปี ชัยภูมิ’สมรสเท่าเทียม’ รับวาเลนไทน์ ท่ามกลางอ้อมกอดมอหินขาว

      • เผยแพร่ : 14/02/2026 21:27

      รักนิรันดร์บนลานหินล้านปี ชัยภูมิ’สมรสเท่าเทียม’ รับวาเลนไทน์ ท่ามกลางอ้อมกอดมอหินขาว

      เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศวันวาเลนไทน์ ณ “มอหินขาว” แหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ภายในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข เมื่ออำเภอเมืองชัยภูมิเนรมิตพื้นที่ประวัติศาสตร์จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รักมั่นคงยืนยง ดั่งมอหินขาว”

      ไฮไลต์ที่สั่นสะเทือนวงการท่องเที่ยวและสังคมในปีนี้ คือการเฉลิมฉลองภายหลังการบังคับใช้ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีคู่รักหลากหลายเพศ (LGBTQ+) เดินทางมาร่วมจารึกประวัติศาสตร์ความรักเคียงคู่กับคู่สมรสชาย-หญิง รวมกว่า 64 คู่ ท่ามกลางกลุ่มหิน 5 แท่งที่มีอายุเก่าแก่กว่า 175 ล้านปี ซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรักที่แข็งแกร่งดั่งหินผาและไม่เสื่อมคลายตามกาลเวลา

      นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวรศิษย์ พุฒจีบ ปลัดจังหวัดฯ และมี นายเดช คำเสนาะ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ ทำหน้าที่นายทะเบียนบันทึกรักครั้งประวัติศาสตร์ให้แก่คู่รักทุกคู่ ท่ามกลางสักขีพยานและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น

      นอกจากพิธีการอันทรงเกียรติ จังหวัดชัยภูมิยังรุกฆาตด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมให้คู่สมรสได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ Golden Hour ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน (Sunset) พร้อมร่วมรับประทานอาหารค่ำท่ามกลางเสียงดนตรีอะคูสติกขับกล่อม สัมผัสลมหนาวบนยอดภูแลนคา สร้างโมเมนต์สุดโรแมนติกที่ประเมินค่าไม่ได้

      ด้านตัวแทนคู่รัก LGBTQ+ รายหนึ่งเปิดใจด้วยความตื้นตันว่า “พวกเราเฝ้ารอวันนี้มานานกว่า 4 ปี วันที่ความรักไม่มีเงื่อนไขของเพศสภาพมาขวางกั้น ขอบคุณจังหวัดชัยภูมิที่ให้เกียรติความรักของทุกคู่เท่าเทียมกัน”

      กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างสถาบันครอบครัวให้แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นการประกาศศักยภาพ “ชัยภูมิ : The City of Love” ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และโอบรับความหลากหลายอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

      ภาพ/ข่าว มัฆวาน  วรรณกุล -อารยา ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.ชัยภูมิ

      3

      11111

      มาแน่ แฟนบอลรัตนบุรี เตรียมพบกับฟุตบอลกระชับมิตรแมตช์สำคัญ ระหว่างทีม “หมอนทองวิทยา” กับ ทีม “ดาวรุ่งเมืองแก้ว”

      วันวาเลนไทน์ 7 คู่รักจดทะเบียนสมรสบนหอชมฟ้า ม.วลัยลักษณ์

      “ในหลวง” ทรงรับผู้บาดเจ็บ – ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ วธ.น้อมรับสนองงานอย่างเร่งด่วนและครบถ้วน

      รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมชมคอนเสิร์ตซิมโฟนีของเด็กและเยาวชนจังหวัดฉะเชิงเทรา “The RIVER Of LOVE” Youth Wind Symphony of Chachoengsao

      ผู้ว่าฯ รุดตรวจห้องแล็บชาวจีน กำชับเร่งพิสูจน์สารเคมีตำรวจยันถ้าใช่สารเสพติด เตรียมถอนรากถอนโคนแก๊งมังกรจีน

      พัทยา วาเลนไทน์นี้ ตำรวจบางละมุงมอบดอกไม้ผู้ต้องหา เตือนสติให้เริ่มต้นใหม่

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488079&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0i-Ya0Wn_pRiSpbkwEvfVx

    7. จับยกล็อต50ล้าน ตร.ท่องเที่ยวรวบมาเฟียอิสราเอล พ่อค้ายารายใหญ่เกาะพะงัน

      จับยกล็อต50ล้าน ตร.ท่องเที่ยวรวบมาเฟียอิสราเอล พ่อค้ายารายใหญ่เกาะพะงัน

      วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.12 น.

      14 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันจึงสนธิกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.เกาะพะงัน วางแผนกวาดล้างยาเสพติด จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่เกาะพะงันรายใหญ่ ทำการขายยาเสพติดผ่านแอพพลิเคชั่นวอชแอป (WhatsApp) เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนแน่ชัด นายชาย อัลฟาซี (Mr. Shai Alfasi) อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน

      เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัว นายชาย อัลฟาซี (Mr. Shai Alfasi) อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล เจ้าของร้านอาหารบริเวณหาดหินกอง ถูกจับกุมหลังเจ้าหน้าที่วางแผนล่อซื้อคีตามีนจำนวน 2 กรัม ราคา 6,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน วอชแอป บิซสิเนส (WhatsApp Business) โดยใช้ภาษาฮิบรูสื่อสาร และนัดรับ-วางเงินแบบ “ดรอปพิกัด” โดยซุกยาเสพติดไว้ในถุงเท้าสีดำตามจุดที่ตกลงรับยาเสพติด จากนั้นนายชาย อัลฟาซี ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาจอดตรงจุดนัดหมายพร้อมหยิบเงินสดที่ใส่ไว้ในถุงเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อตรงตามที่ลงประจำวันล่อซื้อไว้

      จากการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก ได้แก่ โคเคน 3 กิโลกรัม, คีตามีน 3 กิโลกรัม, MDMA ชนิดผง 3.5 กิโลกรัม และชนิดเม็ด 262 เม็ด, LSD น้ำหนักรวม 1,778 กรัม, เฮโรอีน 15 กรัม, เห็ดขี้ควาย 58 กรัม และยาอีอีก 4 เม็ด ตีเป็นมูลค่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้กว่า 50 ล้านบาท

      การจับกุมนายชาย อัลฟาซี ชาวอิสราเอลรายนี้พบว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงันตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาและเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ โดยพฤติกรรมของนายชาย อัลฟาซี จะเปิดร้านอาหารบังหน้าแต่เบื้องหลังสุดแสบค้าขายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวอิสราเอลด้วยกัน

      เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาแก่นายชาย อัลฟาซี ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1, 2 และ 5 เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจาย รวมถึงเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดี และขยายผลเครือข่ายข้ามชาติต่อไป

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/947108&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gCIhyTArQpuxDlw3TgpqX

    8. ทลายเครือข่ายข้ามชาติ! รวบมาเฟียอิสราเอลเจ้าของร้านดังเกาะพะงัน ยึดยาลอตมหึมา 50 ล้าน | เดลินิวส์

      ทลายเครือข่ายข้ามชาติ! รวบมาเฟียอิสราเอลเจ้าของร้านดังเกาะพะงัน ยึดยาลอตมหึมา 50 ล้าน | เดลินิวส์

      เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่สั่งกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จึงสนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.เกาะพะงัน วางแผนกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มข้น

      จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เกาะพะงัน ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชัน “วอตส์แอปป์” (WhatsApp) จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบแน่ชัดว่า นายชาย อัลฟาซี (Mr. Shai Alfasi) อายุ 42 ปี สัญชาติอิสราเอล เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่จำหน่ายยาให้กับนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน

      ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายชาย อัลฟาซี เจ้าของร้านอาหาร “LOLA” บริเวณหาดหินกอง หลังวางแผนล่อซื้อเคตามีนจำนวน 2 กรัม ราคา 6,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp Business โดยใช้ภาษาฮิบรูในการสื่อสาร และนัดรับ-วางเงินแบบ “ดร็อปพิกัด” ด้วยการซุกยาเสพติดไว้ในถุงเท้าสีดำตามจุดที่ตกลงกันไว้

      จากนั้นนายชาย อัลฟาซี ได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาจอดยังจุดนัดหมาย และหยิบเงินสดที่ใส่ไว้ในถุงเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อตรงตามที่ลงบันทึกประจำวันไว้

      จากการตรวจค้นเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดจำนวนมาก ได้แก่ โคเคน 3 กิโลกรัม, เคตามีน 3 กิโลกรัม, MDMA ชนิดผง 3.5 กิโลกรัม และชนิดเม็ด 262 เม็ด, LSD น้ำหนักรวม 1,778 กรัม, เฮโรอีน 15 กรัม, เห็ดขี้ควาย 58 กรัม และยาอีอีก 4 เม็ด รวมมูลค่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้กว่า 50 ล้านบาท

      ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมนายชาย อัลฟาซี ชาวอิสราเอลรายนี้ ถือเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดบนเกาะพะงันเท่าที่เคยจับกุมมา และเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหาเปิดร้านอาหารเป็นฉากบังหน้า แต่เบื้องหลังลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลด้วยกัน

      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นายชาย อัลฟาซี ในความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1, 2 และ 5 เพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจาย” รวมถึง “เสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลเครือข่ายข้ามชาติต่อไป

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5601241/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xTHp4gfVuBtMyPHyVNsZT

    9. เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ทิสโก้ชี้ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริงจัง

      เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ทิสโก้ชี้ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริงจัง

      ‘เศรษฐกิจไทย จะเป็นอย่างไรหลังเลือกตั้ง’ เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะแม้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่ออกมา ‘พรรคภูมิใจไทย’ จะกวาดที่นั่งไปเกือบ 200 ที่นั่ง ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะน่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากสุดในรอบหลายสิบปี แต่ไทยยังความกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง

      “เราต้องยอมรับถึงศักยภาพการเติบโตของไทยที่มีปัญหา โดยหากย้อนดูในอดีต ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งไทยมี GDP โต 7.3% แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2.3%คำถาม คือ ปัญหาที่ทำให้ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดลงมากขนาดนี้มาจากอะไร” เมธัส รัตนซ้อน’ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าว พร้อมวิเคราะห์ว่า

      เมื่อดูเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของบ้านเรา แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

      1.‘ภาคการส่งออก’ ที่มีการพูดถึงปัญหามาสักระยะแล้ว โดยสิ่งที่ไทยผลิตได้เก่งเป็นสิ่งที่โลกไม่ได้มีความต้องการมากนักในยุคปัจจุบัน เช่น รถยนต์สันดาป ฮาร์ดดิสไดร์ส ฯลฯ โจทย์สำคัญ คือ ไทยจะเกาะอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่ไปได้อย่างไร

      2.‘ภาคท่องเที่ยว’ ก็ถูกคนอื่นแซง สะท้อนจากอัตราการเติบโตของภาคธุรกิจนี้ของไทยหดตัว ขณะที่คู่แข่ง เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ฯลฯ มีการเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งปีที่ผ่านมาโตได้กว่า 20% และช่วงก่อนเกิดโควิดก็โตได้ราว 20%

      ดังนั้น หากไทยไม่มีการยกเครื่องใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวอย่างจริงจัง และหาแลนด์มาร์คหรือจุดสนใจใหม่ ๆ มากระตุ้นภาคธุรกิจท่องเที่ยว ในที่สุดเวียดนามจะแซงหน้าเราได้ในที่สุด

      นอกจากนี้ การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย เป็นอีกประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะทำให้วัยแรงงานมีจำนวนลดลง และความสามารถในการผลิตลดลง รวมถึงความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ เช่น มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาชายแดน ฯลฯ

      ทั้งหมด เป็นปัญหา ‘เรื้อรัง’ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแรง โดยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หากไม่นับรวมช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

      “ตอนนี้เครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจของเราไปไม่ไหวแล้ว คำถาม คือ เราจะหาทางสู้ใหม่ได้อย่างไร”

      รอลุ้นรัฐบาลใหม่

      อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการที่พรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งไปเกือบ 200 ที่นั่ง ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะน่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากสุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้มองความเสี่ยงทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

      ภาพดังกล่าว ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ CEO บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ กล่าวว่า ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะน่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากสุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้มองความเสี่ยงทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดตลาดที่ระดับ 1,400 จุด ปรับตัวขึ้น 3.65% ภายในวันเดียว และมีปริมาณซื้อขายทะลุแสนล้านบาทสูงสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่ 6 กันยายน 2567

      .

      และรัฐบาลใหม่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตเกิน 3% ตามที่พรรคภูมิใจไทยประกาศไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ต้องรอดูนโยบายที่จะการลงมือทำจริง และต้องโฟกัสเรื่องระยะยาว ปีนี้ดัชนี SET อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุด

      สำหรับปัญหาเศรษฐกิจไทย ที่ไพบูลย์มองว่า ต้องเร่งแก้ ได้แก่

      1.ภาระหนี้ระดับสูง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้รัฐบาล และหนี้ภาคเอกชนซึ่งอยู่ในระดับสูงคนไทยมีเงินออมต่ำ เมื่อมีเงินออมต่ำก็นำมาซึ่งปัญหาภาระหนี้สูง รวมถึงปัญหาสังคมสูงวัย เมื่อคนไทยแก่ตัวไปไม่มีเงินเก็บลงทุนต่ำ และผลิตภาพต่ำ

      2.เพิ่มศักยภาพของภาคการผลิตและภาคเกษตรกรรม โดยเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย

      3.ส่งเสริมการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ เพราะเครื่องยนต์ชุดเดิม เช่น ส่งออก ภาคการผลิต การท่องเที่ยว ฯลฯ ไปต่อไม่ไหวแล้ว

      4.ใช้ตลาดทุนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1559729&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DzbMAN8KMkYNAdWOsxQ-E