Category: ท่องเที่ยว

  • “พัทยา”ระอุ! ตำรวจท่องเที่ยว-ตม. บุกชายหาด รวบ 20 สาวผิวสี-ไทย แฝงตัวค้าประเวณีทำลายภาพลักษณ์ | เดลินิวส์

    “พัทยา”ระอุ! ตำรวจท่องเที่ยว-ตม. บุกชายหาด รวบ 20 สาวผิวสี-ไทย แฝงตัวค้าประเวณีทำลายภาพลักษณ์ | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 01.36 น. วันที่ 14 ก.พ. พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบและกวาดล้างการลักลอบค้าประเวณี ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี บริเวณชายหาดพัทยา

    โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เข้าข่ายลักลอบเสนอขายบริการให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ได้ทั้งหมด 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นหญิงผิวสีชาวต่างชาติ

    สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศว่า มีหญิงผิวสี รวมถึงหญิงไทย แต่งกายวาบหวิว มีพฤติกรรมเข้ามาลวนลาม ก่อกวน และเสนอขายบริการทางเพศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

    เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังและวางแผนซุ่มเฝ้าดูพฤติกรรม เมื่อพบบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการค้าประเวณี จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวมาทำประวัติ

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว พบพฤติกรรมของหญิงไทยและหญิงชาวต่างชาติผิวสี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยูกันดา แต่งกายวาบหวิว ยืนอยู่บนฟุตปาธริมชายหาดพัทยา ก่อนจะเข้ามาพูดคุยตีสนิทกับชาวต่างชาติ และมีการตกลงราคา ชักชวนไปมีเพศสัมพันธ์

    เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัว โดยบางรายตรวจค้นพบถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

    เบื้องต้นผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจสอบเอกสารแสดงตน ทำประวัติ และสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน หากพบว่าผู้ใดกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายทันที

    ส่วนบางรายทำได้เพียงบันทึกภาพและเก็บประวัติไว้ เนื่องจากยังไม่เข้าข่ายการกระทำผิด

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ว่า หากมีหลักฐานชัดเจนและสามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

    ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยา หากประชาชนมีเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงให้เข้าตรวจสอบและจับกุมได้ทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5601156/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18iESgGCD8X6TeffZiXPBe

  • อบจ.เชียงรายลุยแม่สรวยปรับเส้นทางท่องเที่ยว มุ่งแก้โจทย์ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโตในปี 2569

    อบจ.เชียงรายลุยแม่สรวยปรับเส้นทางท่องเที่ยว มุ่งแก้โจทย์ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโตในปี 2569

    ถนนพร้อม คนพร้อม เมืองพร้อม เชียงรายเร่งปรับเส้นทางรับฤดูล่องแพเปียกแม่สรวย ชี้ท่องเที่ยวปี 2568 รายได้ทะลุ 5.15 หมื่นล้าน แต่ต่างชาติลดลงเป็นโจทย์ปี 2569

    เชียงราย, 13 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพของเชียงรายในฤดูท่องเที่ยวไม่ได้หยุดอยู่แค่ทะเลหมอกบนยอดดอยหรือคาเฟ่กลางเขา หากกำลังขยับสู่เกมการท่องเที่ยวที่วัดกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือถนน เส้นทาง และระบบบริการหน้างาน

    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ จุดล่องแพเปียกแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกิจกรรมล่องแพเปียกแม่สรวย โดยมีผู้นำท้องที่ท้องถิ่นให้การต้อนรับ พร้อมกำชับหน่วยงานช่างของ อบจ. ให้เร่งปรับเกลี่ยและบดอัดเส้นทางสัญจรที่ชำรุดเสียหาย เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวธรรมชาติที่มักพีคในช่วงอากาศร้อนและวันหยุดต่อเนื่อง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตัวเลขภาพใหญ่ที่สะท้อนว่าเชียงรายยังคง “เดินหน้า” ในมิติการท่องเที่ยว โดยสถิติทั้งปี 2568 ระบุว่าเชียงรายมีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.88 และสร้างรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขต่างชาติกลับลดลงทั้งจำนวนคนและรายได้ กลายเป็นโจทย์เชิงนโยบายที่ต้องแก้ให้ตรงจุดในปี 2569

    ประเด็นเด่นที่สะท้อนจากข้อมูลหน้างานและตัวเลขทั้งจังหวัด

    ภาพรวมจากข้อมูลที่ได้รับชี้ชัดถึงสามแกนสำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    แกนแรกคือโครงสร้างพื้นฐานเป็นเงื่อนไขของความปลอดภัยและความเชื่อมั่น กิจกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้งอย่างล่องแพเปียกจะเติบโตได้ ต้องเริ่มจากการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวก โดยเฉพาะเส้นทางหลักและทางเชื่อมเข้าสู่จุดกิจกรรม

    แกนที่สองคือเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเชียงรายยังพึ่งพาคนไทยเป็นฐานหลักอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวไทยคิดเป็น 89.2 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มาเยือน และสร้างรายได้คิดเป็น 86.3 เปอร์เซ็นต์ของทั้งจังหวัด

    แกนที่สามคือสัญญาณต่างชาติลดลงเป็นความเสี่ยงที่ต้องวางกลยุทธ์เชิงรุก เพราะการลดลงร้อยละ 15.13 ในด้านจำนวน และร้อยละ 12.89 ในด้านรายได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่อาจกระทบธุรกิจท่องเที่ยวบางกลุ่มโดยตรง

    ลงพื้นที่แม่สรวย ปรับถนนก่อนเปิดฤดูล่องแพ เป้าหมายคือเที่ยวสนุกต้องปลอดภัย

    ที่จุดล่องแพเปียกแม่สรวย นายก อบจ.เชียงราย เน้นให้สำนักช่างนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ ปรับเกลี่ยและบดอัดเส้นทางที่ชำรุด เพื่อให้ผิวจราจรเรียบและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางหนาแน่น

    สาระสำคัญของคำสั่งการคือการทำให้ “เส้นทางถึงแหล่งท่องเที่ยว” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดี ไม่ใช่ด่านทดสอบความอดทนของผู้เดินทาง เพราะเมื่อถนนเสียหาย ไม่ได้กระทบแค่คนมาเที่ยว แต่กระทบคนในพื้นที่ที่ต้องใช้เส้นทางเดียวกันในการดำรงชีวิต

    ในคำกล่าวที่อ้างอิงจากข้อมูลที่ได้รับ นายก อบจ.เชียงราย ระบุว่า กิจกรรมล่องแพเปียกแม่สรวยเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดในช่วงฤดูร้อน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งนำรถเกรดเดอร์และรถบดอัดเข้าดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรในเส้นทางหลักและเส้นทางเชื่อมต่อให้เรียบเนียน ปลอดภัย และได้มาตรฐาน พร้อมย้ำว่าการดำเนินการไม่เพียงอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวกขึ้น สอดคล้องแนวทางบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    จุดประสานงานนักท่องเที่ยว แนวคิดบริการแบบครบวงจรที่ต้องทำให้เกิดจริง

    นอกจากงานถนน อีกประเด็นที่ถูกหยิบย้ำคือสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว โดยมีแนวทางประสานกับท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งจุดบริการและจุดประสานงาน อาทิ จุดปฐมพยาบาล และจุดอำนวยความสะดวกหน้างาน

    ข้อสังเกตเชิงนโยบายคือ “ศูนย์ประสานงาน” จะสร้างความเชื่อมั่นได้จริงก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบครบ ทั้งคน อุปกรณ์ การสื่อสาร และมาตรฐานปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงป้ายหรือโต๊ะบริการ เพราะกิจกรรมริมแม่น้ำหรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องมีระบบรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ความสนุกไม่แลกมากับความเสี่ยง

    ตัวเลขท่องเที่ยวปี 2568 โตต่อเนื่อง รายได้ขยับแรงกว่าจำนวนคน

    สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายตลอดช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.88 และรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 สะท้อนว่าเม็ดเงินเติบโตเร็วกว่า “หัวคน” ซึ่งมักตีความได้ว่าการใช้จ่ายเฉลี่ย หรือรูปแบบสินค้าและบริการท่องเที่ยว มีแนวโน้มมูลค่าสูงขึ้น หรือมีสัดส่วนกิจกรรมที่สร้างรายได้มากขึ้นในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

    เมื่อแยกตามกลุ่มนักท่องเที่ยว พบว่า

    นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน คิดเป็นสัดส่วน 89.2 และสร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.3

    นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน คิดเป็นสัดส่วน 10.8 และสร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.7

    ในเชิงโครงสร้าง นี่คือข้อเท็จจริงสำคัญที่ทำให้เชียงรายต้องอ่านเกมให้ขาดว่า ฐานตลาดหลักคือคนไทย และการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดต้องยังคงตอบโจทย์คนไทยเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบการดึงต่างชาติกลับมาแบบจำเพาะกลุ่ม ไม่ใช่หว่านกว้าง

    ต่างชาติลดลงทั้งคนทั้งเงิน สัญญาณที่จังหวัดต้องตอบให้เร็ว

    ข้อมูลเปรียบเทียบระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 15.13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89 เมื่อเทียบกับปี 2567

    ประเด็นนี้มีนัยต่อชุมชนและผู้ประกอบการบางประเภทโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายของต่างชาติ หรือธุรกิจที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่เคยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มใหญ่ เพราะแม้รายได้รวมจังหวัดยังโต แต่การ “โตแบบไม่เท่ากัน” อาจทำให้บางพื้นที่หรือบางอาชีพได้รับผลกระทบมากกว่าที่ตัวเลขรวมสะท้อน

    อ่านฤดูกาลจากตัวเลข เดือนคนเยอะไม่เท่ากับเดือนรายได้สูง

    ข้อมูลรายเดือนชี้ให้เห็นภาพการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เส้นตรง

    เดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากสุด 644,347 คน และสร้างรายได้ 4,885.26 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีนักท่องเที่ยวชาวไทยน้อยสุด 330,826 คน และสร้างรายได้ 2,601.18 ล้านบาท

    เมื่อดูเฉพาะรายได้ พบว่าเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่ทำรายได้สูงสุด แม้จำนวนคนจะน้อยกว่าเดือนมกราคม

    ส่วนฝั่งต่างชาติ เดือนธันวาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากสุด 83,236 คน สร้างรายได้ 1,081.34 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยสุด 37,754 คน สร้างรายได้ 393.42 ล้านบาท

    ข้อสรุปเชิงปฏิบัติการคือ จังหวัดและผู้ประกอบการควรใช้ข้อมูลนี้ในการออกแบบปฏิทินท่องเที่ยวแบบยืดหยุ่น แยกแผน “เพิ่มจำนวนคน” ออกจากแผน “เพิ่มรายได้ต่อหัว” เพราะสองเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดพร้อมกันเสมอ

    ไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ช่วงทองของเชียงราย ความท้าทายคือทำให้ทองยาวขึ้น

    ข้อมูลอัตราส่วนตามไตรมาสระบุว่า การท่องเที่ยวของเชียงรายเติบโตสูงสุดในไตรมาส 4 ช่วงตุลาคมถึงธันวาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 และมีสัดส่วนใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ช่วงมกราคมถึงมีนาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 เช่นกัน

    นี่คือหลักฐานเชิงตัวเลขว่าการท่องเที่ยวเชียงรายยังคงเป็นเกมของฤดูกาล โดยเฉพาะปลายปีถึงต้นปี ขณะที่ช่วงกลางปีอาจต้องพึ่งกิจกรรมเฉพาะทางเพื่อกระตุ้นการเดินทาง

    ดังนั้นการปรับปรุงถนนและระบบบริการในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น แม่สรวย จึงไม่ใช่แค่งานซ่อมบำรุง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ “ยืดฤดูกาล” ให้จังหวัดสามารถรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมั่นคง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่วงพีคมากเกินไป

    ผลต่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ถนนหนึ่งเส้นมีความหมายมากกว่าการเดินทาง

    ในพื้นที่จริง ถนนที่ดีไม่ได้แปลว่าเที่ยวสะดวกเท่านั้น แต่หมายถึงต้นทุนชีวิตที่ลดลงของชาวบ้าน การเข้าถึงบริการสาธารณะ การขนส่งผลผลิต และความสามารถในการเชื่อมต่อกับตลาด

    หากการท่องเที่ยวถูกใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การลงทุนที่เห็นผลเร็วที่สุดมักเริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้ตัดสินใจจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินใจจากความรู้สึกปลอดภัย ความสะดวก และการดูแลเมื่อมาถึงพื้นที่

    การกำหนดให้มีจุดปฐมพยาบาล จุดประสานงาน และการปรับถนนก่อนฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเป็นภาพของการบริหารจัดการที่ชุมชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในวันที่มีนักท่องเที่ยวและในวันที่เป็นวันปกติของคนท้องถิ่น

    สถิติสำคัญที่ควรรู้สำหรับการวางแผนปี 2569

    • จำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 เท่ากับ 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 88
    • รายได้รวมจากการท่องเที่ยวปี 2568 เท่ากับ 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 36
    • นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน สัดส่วน 2
    • รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 44,460.27 ล้านบาท สัดส่วน 3
    • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน สัดส่วน 8
    • รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 7,079.82 ล้านบาท สัดส่วน 7
    • ต่างชาติลดลงเมื่อเทียบปีก่อน จำนวนลดลงร้อยละ 13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-tourism-mae-suai-rafting/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RHvkwvYJO9FHFUr4TLCHk

  • เปิดมุมมอง นศ.จากเมียนมา กับเส้นทางการเรียนรู้เชิงประสบการณ์วิชาชีพในหลักสูตร ป.โท การท่องเที่ยว DPU

    เปิดมุมมอง นศ.จากเมียนมา กับเส้นทางการเรียนรู้เชิงประสบการณ์วิชาชีพในหลักสูตร ป.โท การท่องเที่ยว DPU

    การศึกษาต่อในประเทศไทยเป็นความปรารถนาหนึ่งที่ชาวเมียนมา จำนวนมากอยากมีโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เดินทางมาศึกษาต่อในประเทศไทย เช่นเดียวกับ Mr. Myint Moe Thein หรือชื่อในภาษาไทยว่า ‘โกโม’ นักศึกษาจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

    ผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาตนเอง โดยเขาตัดสินใจเลือกเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโท สาขาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ด้วยความเชื่อมั่นในหลักสูตรที่เป็นผู้นำด้านการเรียนการสอนเชิงประสบการณ์ (Experience-based Learning) ระดับบัณฑิตศึกษาในประเทศไทย ผ่านการทำโครงงานวิชาชีพหลายรูปแบบ (professional projects) เพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถของผู้เรียนสู่การทำงานในวิชาชีพ
    s__250568741_0_0
    จากทฤษฎีสู่การลงมือทำ Project วิชาชีพในโลกจริง

    ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ได้ศึกษาอยู่ในหลักสูตร โกโมได้เรียนรู้ศาสตร์ของการจัดการการท่องเที่ยวที่เขาสนใจทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ พร้อมกับได้มีโอกาสสร้างมิตรภาพอันดีกับเพื่อนชาวไทยในชั้นเรียนที่คอยสนับสนุน ช่วยเหลือ และเกื้อหนุนเขาตลอดระยะเวลาที่เรียนในหลักสูตร นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว โกโม เผยว่า ทางหลักสูตรได้จัดการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่านโครงงานวิชาชีพหลายโครงงาน ซึ่งล้วนแต่เป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพและความสามารถของผู้เรียน เช่น

    Wellness Trip: โกโมและเพื่อนชาวไทยได้ประยุกต์ใช้ความรู้จากห้องเรียนในวิชาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาสู่การลงมือปฏิบัติ โดยได้จัดทัวร์ในลักษณะของรายการนำเที่ยวเชิงสุขภาพให้แก่บุคคลภายนอก  และได้เรียนรู้กระบวนการทำธุรกิจนำเที่ยว ตั้งแต่ระดมความคิด ระดมทุนทรัพย์ (ลงทุนทำธุรกิจ) ออกแบบรายการทัวร์ กำหนดราคาขาย ติดต่อชุมชนและผู้ประกอบการธุรกิจ ไปจนถึงการทำการตลาดเพื่อหาลูกค้า ทำให้ตนเองได้เรียนรู้การดำเนินงานของธุรกิจนำเที่ยวควบคู่ไปกับความเข้าใจในบริบทของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

    MICE Tourism & Event Organizer: โกโม ได้เรียนรู้การทำงานในส่วนของ MICE Tourism ในวิชาการท่องเที่ยวในเขตเมือง โดยได้เรียนรู้ในบทบาทของการเป็นผู้จัดงานอีเวนต์ (event organizer) ในเทศกาลอาหารนานาชาติ (Food Paradise & Wellness Fair) ภายในมหาวิทยาลัย โดยรับผิดชอบงานร่วมกับเพื่อนๆ หลายอย่าง เช่น การระดมความคิด ออกแบบผังร้านค้า ติดต่อร้านค้า/สปอนเซอร์ และจัดกิจกรรมบันเทิง รวมถึงลงทุนเป็นผู้ประกอบการด้วยการเปิดร้านค้าจำหน่ายอาหารภายในงานด้วยตนเอง ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยเพิ่มพูนทักษะความเป็นนักธุรกิจและผู้ประกอบการให้แก่ผู้เรียน  
    s__250568744_0
    บทบาทที่ท้าทายกับการเป็น ‘ผู้จัดการกองประกวดนางงาม’

    ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับโกโม คือ วิชาการจัดกิจกรรมพิเศษในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เขาได้รับหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดงานอีเวนต์และผู้จัดการกองประกวดนางงามในการประกวด Miss Queen Tourism University 2025 (กิจกรรมพิเศษด้านการท่องเที่ยว) แม้จะเป็นโจทย์ใหญ่และซับซ้อน แต่โกโมและเพื่อนๆ ได้ทุ่มเทกับการจัดงานในครั้งนี้มาก เพราะสิ่งที่ท้าทายของการประกวดนางงามที่เชื่อมโยงกับการเรียนการสอน คือ การรับสมัครผู้เข้าประกวดที่เป็นนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เพื่อลงแข่งขันชิงมงกุฎและเงินรางวัล ซึ่งเป็นงานที่ไม่ง่าย เพราะต้องใช้กลยุทธ์ทุกวิถีทางเพื่อให้บุคคลภายนอกสนใจและเข้าร่วมประกวดในวันจัดงาน โครงงานนี้ทำให้โกโมได้ฝึกฝนทักษะรอบด้านของการเป็นนักจัดอีเวนต์มืออาชีพ เช่น การประชาสัมพันธ์การประกวด การรับสมัครและติดต่อผู้เข้าประกวด การหาสปอนเซอร์ การออกแบบเวที การกำกับดูแลทีมงาน และกิจกรรมบันเทิง เป็นต้น   
    s__250568746_0
    บทบาทเพื่อสังคมและการวิจัย

    โกโม เผยว่า วิชาสัมมนาการท่องเที่ยว ตนเองได้มีโอกาสจัดงานสัมมนาจริง และได้จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ชาวไทย ในหัวข้อ ‘ปันความรู้สู่โฮมสเตย์ไทย กับพลัง Soft Power ระดับชุมชน’ โดยหลักสูตรได้บ่มเพาะผู้เรียนในการทำวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าว เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ด้าน Soft Power ของประเทศไทย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมรายได้ให้ท้องถิ่น แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่เขาเป็นอย่างมากในการได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาสังคมไทย  นอกจากประสบการณ์เรียนรู้เชิงวิชาชีพแล้ว โกโมยังมีผลงานวิจัย (research papers) ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE Tourism) จากการเรียน coursework โดยได้นำเสนอและเผยแพร่ผลงานดังกล่าวในงานประชุมวิชาการระดับชาติอีกด้วย

    ปัจจุบัน โกโมกำลังจะสำเร็จการศึกษาในเร็วๆ นี้ เขาวางแผนจะทำงานในประเทศไทยเพื่อสั่งสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่เขาสนใจ โดยพร้อมจะนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับการบ่มเพาะจากหลักสูตรมาสร้างความมั่นคงและเติบโตในสายวิชาชีพต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9873366/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3V1fdwDixfAAcaLyKW_fMB

  • เปิดการแสดงแสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยิ่งใหญ่ตระการตา

    เปิดการแสดงแสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยิ่งใหญ่ตระการตา

    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พระราชวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงแสง เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กิจกรรมงานแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 13–19 กุมภาพันธ์ 2569

    นางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลกได้จัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นประจำทุกปี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในวาระทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า อีกทั้งเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนและประชาชนเกิดจิตสำนึกรัก หวงแหน และจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก

    การจัดงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชนทุกแขนง โดยใช้งบประมาณจากโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2569 และงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงแสง สี เสียง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมชมการแสดงในค่ำคืนแรกอย่างคับคั่ง

    /////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2026/02/14/193351&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CXJ_mRu_2mUdrzA5FdYgs

  • เกษตรเมืองระยอง เปิดงานประกวดมะปรางหวานจัมโบ้ มุ่งส่งเสริมการผลิต กระตุ้นท่องเที่ยว

    เกษตรเมืองระยอง เปิดงานประกวดมะปรางหวานจัมโบ้ มุ่งส่งเสริมการผลิต กระตุ้นท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    เกษตรเมืองระยอง เปิดงานประกวดมะปรางหวานจัมโบ้ มุ่งส่งเสริมการผลิต กระตุ้นท่องเที่ยว

    วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.42 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ก.พ.69 ที่ อบต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.เมืองระยอง เป็นประธานเปิดงานประกวดมะปรางหวานจัมโบ้ อำเภอเมืองระยอง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 จัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองระยอง และ อบต.ตะพง มี น.ส.สมหมาย พลมณี เกษตรจังหวัดระยอง นางหทัยทิพย์ บุญโย เกษตรอำเภอเมืองระยอง และนางสมถวิล จันทร์พราหมณ์ ปลัด อบต.ตะพง ร่วมเป็นเกียรติฯ ซึ่งภายในงานมีการประกวดมะปรางหวานจัมโบ้ ลงนาม MOU ขับเคลื่อนส่งเสริมการผลิตและประชาสัมพันธ์ผลักดันมะปรางหวานให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งการถ่ายทอดประสบการณ์การผลิต GI มะปรางหวานนนทบุรี, การบรรยายเทคนิคการผลิตมะปรางหวานคุณภาพ, มาตรฐานการผลิต GAP และ GMP เพื่อการผลิตมะปรางหวานคุณภาพให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะปรางหวานกว่า 100 รายด้วย
        
    อ.เมืองระยอง มีพื้นที่การเกษตร 169,283 ไร่ มีครัวเรือนเกษตรกร ทั้งหมด 5,770 ครัวเรือน อ.เมืองระยอง เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกมะปรางมากที่สุดใน จ.ระยอง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมะปราง 1,833 ไร่ มีพื้นที่ให้ผล 1,430 ไร่ ได้แก่ ต.ตะพง มีพื้นที่ปลูก 1,102 ไร่ ต.บ้านแลง มีพื้นที่ปลูก 420 ไร่ ต.นาตาขวัญ มีพื้นที่ปลูก 182 ไร่ ต.แกลง มีพื้นที่ปลูก 65 ไร่ และตำบลอื่นๆ จำนวน 64 ไร่ ในปี 2568 มีผลผลิตมะปรางหวานรวม 2,291 ตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,602 กิโลกรัมต่อไร่
        
    สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองระยอง เห็นว่ามะปรางเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงต้นปี (ประมาณปลายเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ผลไม้หลักของจังหวัดระยอง คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ จะเริ่มเก็บเกี่ยวเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาไม้ผลชนิดเดียว ด้วยเหตุนี้สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองระยอง จึงได้จัดงานประกวดมะปรางหวาน จัมโบ้ดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการผลิตมะปรางให้มีคุณภาพ ครอบคลุมทั้งในด้านการประชาสัมพันธ์การพัฒนาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยงเชิงเกษตรในเขตพื้นที่ อ.เมืองระยอง และอำเภอใกล้เคียงได้ในอนาคต       

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466041&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OUcG1zjm4i0D_puAw9v_f

  • ตำรวจท่องเที่ยวล่อซื้อ ‘พอตเค’ รวบหนุ่มวัย 22 ลอบขายคาหอพักกลางเมือง | เดลินิวส์

    ตำรวจท่องเที่ยวล่อซื้อ ‘พอตเค’ รวบหนุ่มวัย 22 ลอบขายคาหอพักกลางเมือง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ภายใต้คำสั่งระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

    โดยวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 19.48 น. เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชายอายุ 22 ปี บริเวณหน้าหอพักในพื้นที่ตำบลโพไร่หวาน อ.เมืองเพชรบุรี หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (“หัวพอตเค”) ตรวจยึดของกลางจำนวน 2 หัว พร้อมธนบัตรล่อซื้อ โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อซื้อขาย และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด

    จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบผลตรวจสารเสพติดในร่างกายเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาฐานจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต เสพยาเสพติดประเภท 1 และขับขี่ยานพาหนะขณะเสพยาเสพติด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5600536/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iWNIlff-sdNazJ6C26mHq

  • บ้านเพปลุกพลังวัฒนธรรม เปิด “ลานเพลงพื้นถิ่นเมืองระยอง” ดันท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยั่งยืน

    บ้านเพปลุกพลังวัฒนธรรม เปิด “ลานเพลงพื้นถิ่นเมืองระยอง” ดันท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยั่งยืน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129227&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lmcRZzsr128kZbh48UueX

  • ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ นำคณะเยือนญี่ปุ่น ถอดบทเรียน “DMOs” ต้นแบบบริหารแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ปักธงปฏิรูปโครงสร้างท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

    ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ นำคณะเยือนญี่ปุ่น ถอดบทเรียน “DMOs” ต้นแบบบริหารแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ปักธงปฏิรูปโครงสร้างท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

    ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ นำคณะเยือนญี่ปุ่น ถอดบทเรียน “DMOs” ต้นแบบบริหารแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ปักธงปฏิรูปโครงสร้างท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน


    13/02/2569 | 62 |

    โอซากา ญี่ปุ่น – เมื่อวันที่ 10–12 กุมภาพันธ์ 2569
    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะทำงาน เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานวิชาการด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสถาบันวิจัยด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JTTRI-AIRO) สำนักงานภูมิภาคอาเซียน–อินเดีย ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “The Mission and Role of DMOs”

    การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวของญี่ปุ่นผ่านกลไก Destination Management Organizations (DMOs) ซึ่งถือเป็นต้นแบบระดับโลกในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งนำบทเรียนความสำเร็จมาปรับใช้กับประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตควบคู่กับชุมชน และยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในระดับทวิภาคี

    ถอดบทเรียน “คุมาโนะ” ต้นแบบ DMO เอกชนแห่งแรกของญี่ปุ่น

    หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการศึกษาดูงานครั้งนี้ คือการเรียนรู้รูปแบบการบริหารจัดการของ สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวคุมาโนะเมืองทานาเบะ (Tanabe City Kumano Tourism Bureau) ซึ่งเป็น DMO เอกชนแห่งแรกของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2006

    องค์กรดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นภายหลังเมืองทานาเบะมีการขยายพื้นที่จากการรวมเทศบาลในปี 2005 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ตั้งแต่ปี 2004

    ต้นแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างจากหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม สู่การเป็นองค์กรบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่มีบทบาทครบวงจร ทั้งด้านการพัฒนาและบริหารพื้นที่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การกำหนดมาตรฐานที่พักและบริการ ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น

    โดยให้ความสำคัญกับ “ความสุขของคนในพื้นที่” การมีส่วนร่วมของคนทั้งเมือง การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม และการอนุรักษ์ทรัพยากร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ประเทศไทยต้องการนำมาประยุกต์ใช้

    ชุมชนอะกิสึโนะ พลิกฟื้นเศรษฐกิจด้วย “ท่องเที่ยวสีเขียว”

    คณะทำงานยังได้เรียนรู้การปรับตัวของชุมชน อะกิสึโนะ ซึ่งเดิมพึ่งพาอาชีพเกษตรกรรม แต่เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง แรงงานวัยหนุ่มสาวลดลง และราคาพืชผลตกต่ำ ชุมชนจึงปรับกลยุทธ์โดยนำการท่องเที่ยวเข้ามาเสริมเศรษฐกิจ

    ชุมชนได้พัฒนาแนวทาง Green Tourism ผ่านกิจกรรม Farmstay อาหารจากวัตถุดิบสดใหม่ และประสบการณ์ทางการเกษตรที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริง จนสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    บทบาท DMOs ภาคเอกชน: สนามบินนันกิชิราฮามะกับการขับเคลื่อนภูมิภาค

    อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือบทบาทของบริษัท นันกิชิราฮามะ แอร์พอร์ต จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับภูมิภาคในการกระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดการลงทุน และสร้างระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

    สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์อย่างแท้จริง

    ปักธงทิศทางใหม่ของท่องเที่ยวไทย “คุณภาพมากกว่าปริมาณ”

    การเดินทางเยือนญี่ปุ่นในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ที่มุ่งเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” พร้อมขับเคลื่อนบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นผู้ประสาน ส่งเสริม และบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีคืนสู่สังคมและชุมชนอย่างแท้จริง

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/161543


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/476072&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xO34Hf4lVCKcM2wviobrE

  • อบจ.อุบลฯ เปิดงาน เทศกาลทุ่งทานตะวัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    อบจ.อุบลฯ เปิดงาน เทศกาลทุ่งทานตะวัน ส่งเสริมการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรม “เทศกาลชมทุ่งทานตะวัน ณ สนามกีฬาทุ่งบูรพา ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี” บนพื้นที่ จำนวน 15 ไร่ จัดให้มีจุดถ่ายรูปเช็คอินบอลลูนยักษ์สุดอลังปราสาทโบราณจำลองสุดตื่นตาผูกริบบิ้นสื่อรักสุดโรแมนติก กังหันลม ชิงช้า และประดับตกแต่งไฟแสงสีอย่างสวยงาม เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี

    นายกานต์ กล่าวว่า อบจ.อุบลราชธานี ได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์บริเวณฝั่งทิศตะวันออกของสนามกีฬากลางจังหวัดอุบลราชธานี (ทุ่งบูรพา) ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ โดยการปลูกดอกทานตะวัน พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธารณะให้มีความสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยว และการออกกำลังกายของประชาชน เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงาม โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 จนถึงปัจจุบัน 

    ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำการปรับสภาพพื้นที่ให้มีความเหมาะสม และวางแผนในการบริหารจัดการดิน น้ำ ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ และอารยเกษตร มาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่และขับเคลื่อนงานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดสู่เป้าหมายในอนาคต ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา เป็นสถานที่ออกกำลังกาย สวนสุขภาพของชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ ต่อไป แต่ละปีมีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียนพืชในการปลูก เช่น ต้นปอเทือง, ไม้ดอกไม้ประดับ และการปลูกข้าวนาปรัง วนเวียนไปในทุก ๆ ปี เพื่อปรับปรุงและบำรุงสภาพดินที่เป็นดินร่วนปนทรายให้ดีขึ้น

    สำหรับทุ่งทานตะวัน ขณะนี้ดอกทานตะวันกำลังเบ่งบานเต็มที่ บานสะพรั่งสวยงามเต็มพื้นที่แห่งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมทุ่งดอกทานตะวัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5599679/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17g97jM1Q3TimxZgpLrKUD

  • เบตงประชุมใหญ่ เตรียมพร้อมนักท่องเที่ยวตรุษจีน | TOPNEWS

    เบตงประชุมใหญ่ เตรียมพร้อมนักท่องเที่ยวตรุษจีน | TOPNEWS

    เบตงประชุมใหญ่ เตรียมพร้อมนักท่องเที่ยวตรุษจีน

    • เผยแพร่ : 13/02/2026 17:52

    วันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่ห้องประชุมไกรลาส ที่ว่าการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายนิรันดร์ สุนทรศิริ ปลัดอาวุโสอำเภอเบตง เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพัฒนาท่องเที่ยวเมืองเบตงสู่การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนจากส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เข้าร่วม โดยนายนิรันดร์ กล่าวว่า นายมฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการให้แต่ละหน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่กำลังจะมาถึงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตลอดจนบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอำเภอเบตงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่อย่างยังยืน โดยที่ประชุมได้มีหารือการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่จะเดินทางผ่านด่านพรมแดนเบตง โดยทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมติดป้ายประชาสัมพันธ์การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านเข้า-ออกด่าน การติดตั้งป้ายแจ้งอัตราค่าธรรมเนียมการผ่านด่านอย่างชัดเจน

    SOCAIL 16-9

    SOCAIL 16-9

    สหรัฐเตรียมส่ง’เรือบรรทุกเครื่องบิน’ลำที่ 2 ไปตะวันออกกลาง

    กกต.พิจิตร แจงยิบ! บัตรเขย่ง 2.9 หมื่นใบ แค่ติดป้ายผิดช่อง ยันไม่ต้องนับใหม่

    เพชรบุรี///เชิญชวนนุ่งโจงห่มสไบ เที่ยวงานพระนครคีรี ครั้งที่ 39 “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” 20 ก.พ. – 1 มี.ค. นี้!

    สกัดยานรก! ตร.ทางหลวงหนองเบน รวบกระบะคอกขนยาบ้า 10 ล้านเม็ดคาด่าน

    เพชรบุรี///สยามกัลฟ์ฯ ทุ่มแสนล้านปักหมุดบ้านแหลม ชาวบ้าน-นักอนุรักษ์ค้านหวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม

    “อนุทิน” ชี้ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ หลังนักร้องยื่นศาล รธน. ตีความ ปมบัตรเลือกตั้ง มี QR code ส่อโมฆะหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1486863&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3brdSbSutgiaOPai4vAZLV