Category: ท่องเที่ยว

  • หอการค้า-ททท.ตราด เล็งจัดงาน “วันกั้งโลก” กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองตราด

    หอการค้า-ททท.ตราด เล็งจัดงาน “วันกั้งโลก” กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองตราด

    ภูมิภาค

    หอการค้า-ททท.ตราด เล็งจัดงาน “วันกั้งโลก” กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองตราด

    วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.55 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ทันตแพทย์หญิง วิภา สุเนตร ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตราดเปิดเผยว่า ในการหอการค้าจังหวัดตราด  นำคณะกรรมการหอการค้าค้าจังหวัดตราด ประชุมสัญจรคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดตราด ครั้งที่ 2/2569 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้นำกรรมการและสมาชิก และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมสำรวจ-ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ แม่น้ำตราด  บนเรือ ป.ถวิล 1 จากบ้านท่าแพ ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด  สู่ปากอ่าวแม่น้ำตราด  โดยมี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานตราด นายเกรียงไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอเมืองตราด ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมสำรวจ – ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ 

    เนื่องจากหอการค้าจังหวัดตราดเป็นตัวเชื่อมระหว่างภาครัฐและเอกชน ประกอบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา จังหวัดตราดเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา  แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว จังหวัดตราดพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมา ด้วยการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้น

    “หอการค้าจังหวัดตราดจึงได้ร่วมกับ ททท.สำนักงานตราด มีแนวคิดในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตราด ด้วยการส่งเสริมสินค้ากั้งเมืองตราด นำมาเป็นจุดขายผ่านการจัดงาน“วันกั้งโลก”ขึ้น  เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นอีกพื้นที่ ที่มีกั้งเป็นสินค้าที่สามารถนำมาปรุงอาหารจำหน่ายได้ทั้งปี มีความเพียงพอในการรองรับนักท่องเที่ยว  ประกอบกับในช่วง วันที่ 23–24 พฤษภาคม 2569 จะมีการจัดงาน“BANGKOK AIRWAYS TRAT HALF MARATHON 2026” ในพื้นที่จังหวัดตราด  ทางหอการค้าจังหวัดตราดจึงได้ดำเนินการทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ แม่น้ำตราด  ในครั้งนี้  เพื่อนำสู่การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำในการรอบรับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานวิ่งกลุ่มนี้ รวมไปถึงถึงนักท่องเที่ยวทั่วไป  ผ่านการล่องเรือชมความสวยงาม วิถีชีวิตริมน้ำของแม่น้ำตราด พร้อมรับประทานกั้งเมืองตราด“

    ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ กล่าวว่า กิจกรรมนี้ จะส่งผลดีต่อจังหวัดตราด เนื่องจาก“กั้ง”เป็นสัตว์ทะเลที่เป็นสัตว์พื้นบ้านของจังหวัดตราด ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก และเป็นอาหารยอดนิยมของทั้งชาวตราดและนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู การจัดงานกั้งโลกจึงมีความเหมาะสมและควรจะจัดให้ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะทางผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้สนับสนุนงบประมาณของจังหวัดให้ดำเนินการและทำในช่วงวันที่ทางบริษัทบางกอกแอร์เวย์มาจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งจะมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก และนักวิ่ง นักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็สามารถมาร่วมงานวันกั๊งโลกได้ และการที่ได้พูดคุยกับออแกนไนซ์มืออาชีพแล้ว เห็นว่า งานวันกั้งโลกต้องจัดให้ได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากงานเดิมๆที่จังหวัดตราดได้จัด และมีจุดขายที่นักท่องเที่ยวต้องการมาสัมผัสงาน จะทำให้งานวันกั้งโลกจะเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก และเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดด้วย  และควรจะทำให้เป็นงานประจำปีของจังหวัดตราดด้วย
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/467698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17dYo2ZFDZ4imKFmH9QMOh

  • หอการค้าเชียงใหม่ ร่วมประชุม กรอ.จ.เชียงใหม่ ครั้งที่ 2/2569 ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    หอการค้าเชียงใหม่ ร่วมประชุม กรอ.จ.เชียงใหม่ ครั้งที่ 2/2569 ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย รองประธานกรรมการ (นายอาคม สุวรรณกันธา, นายปรกฤษฎิ์ สายหัสดี) ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐเเละเอกชนเพื่อพัฒนาเเละเเก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอายุรวัฒน์ (City of Well-being Logevity Innovation) มีส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

    สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอายุรวัฒน์ หรือ City of Well-being Logevity Innovation เป็นธุรกิจเพื่อสุขภาพโดยรวมของมนุษย์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อให้คนปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ได้บำบัดและดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นรวมถึงรักษาสุขภาพจิตใจให้เข้มแข็ง ซึ่งสถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute; GWI) ได้แบ่งหมวดหมู่ของเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) ออกเป็น 11 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ สุขภาพจิต, การออกกำลังกาย, อสังหาริมทรัพย์เพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยรวม สุขภาพในที่ทำงาน, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, สปา, บ่อน้ำแร่/น้ำพุร้อน, อาหารเพื่อสุขภาพ โภชนาการ และการลดน้ำหนัก, การดูแลตนเองและความงาม เวชศาสตร์เชิงป้องกัน, การแพทย์เฉพาะบุคคล สาธารณสุข การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นโอกาสที่จะผลักดันภาคเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตและเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยว

    ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอายุรวัฒน์ (City of Well-being Logevity Innovation) โดยให้มีปรับการดำเนินงานในโครงการฯ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดประชุมระดมความคิดเห็น และออกแบบยุทธศาสตร์ด้าน Longivity Wellness ของจังหวัดเชียงใหม่ ในระยะ 5 ปี ต่อไป

    ข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3891206/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27WUMrhjJXHAQ58nlVNOeW

  • “แม่ทัพภาคที่ 4” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านปิยะมิตร 1 อ.เบตง จ.ยะลา หารือกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ | TOPNEWS

    “แม่ทัพภาคที่ 4” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านปิยะมิตร 1 อ.เบตง จ.ยะลา หารือกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 28/02/2026 14:39

    “แม่ทัพภาคที่ 4” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านปิยะมิตร 1 อ.เบตง จ.ยะลา หารือกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านปิยะมิตร 1 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล

    ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมหารือกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (จคม.) และผู้นำท้องถิ่น เพื่อวางแนวทางยกระดับอุโมงค์ปิยะมิตรสู่การเป็น “สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีคุณภาพ” โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ควบคู่ไปกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และกระตุ้นการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของกองทัพภาคที่ 4 ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น

    นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เข้าเยี่ยมชมความพร้อมภายในอุโมงค์ปิยะมิตร ซึ่งเป็นอดีตฐานปฏิบัติการทางประวัติศาสตร์ที่มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนจะเดินทางไปมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลกองร้อย ตชด. 445 และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.เบตง โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

    SOCAIL 16-9-Recovered

    SOCAIL 16-9

    “เดอะโฮป สงขลา” ช่วยสุนัขบางแก้วติดท่อระบายน้ำนานหลายวัน ปลอดภัยแล้ว

    “พลทหารเดชศักดิ์” เหยียบระเบิดขาขาด เผยอาการล่าสุดดีขึ้น ปลอดภัยแล้ว กำลังใจดี-แม่เฝ้าดูแลใกล้ชิด

    คอหวยแห่ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ฤาษีเณรสาวแก้บนกุมารทองเจ้าสัวเฮงหลังรับโชค 10 งวดติด

    แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่หมู่บ้านปิยะมิตร หารือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

    วัยรุ่นพัทลุงถูกอาวุธปืนทำร้าย เจ็บ 9 แผล ตร.เร่งล่าผู้ก่อเหตุ

    สุพรรณบุรี///ปลัด วธ. เปิดตัว “ชุมชนต้นตาล” สุพรรณบุรี 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1502130&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0edWkUE8K3JJuRhOEqfHwE

  • เขาชะเมาเปิดงาน “ชมแข่งเรือ นั่งเสื่อกินปลา เฮฮาจับหอย” ดัน “อ่างเก็บน้ำประแสร์” สู่แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน

    เขาชะเมาเปิดงาน “ชมแข่งเรือ นั่งเสื่อกินปลา เฮฮาจับหอย” ดัน “อ่างเก็บน้ำประแสร์” สู่แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน

    เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ที่ อ่างเก็บน้ำประแสร์ หมู่ 7 ต.ชำฆ้อ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง นายทัศนเดชา บุญสนธิ์ นายอำเภอเขาชะเมา เป็นประธานเปิดโครงการ “ชมแข่งเรือ นั่งเสื่อกินปลา เฮฮาจับหอย” ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมปล่อยตัวการแข่งขันเรือรอบปฐมฤกษ์ ท่ามกลางเสียงเชียร์และบรรยากาศคึกคักของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น

    ภายในงานมีไฮไลต์การแข่งขันเรือกลางผืนน้ำ ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอเขาชะเมา และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืดสดใหม่จากชาวประมงในพื้นที่ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเสื่อรับประทานอาหารริมอ่างฯ สัมผัสบรรยากาศแบบบ้าน ๆ อย่างใกล้ชิด

    สำหรับกิจกรรม “เฮฮาจับหอย” และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ได้สร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับครอบครัวและเยาวชนที่เข้าร่วมงาน เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง

    นายอำเภอเขาชะเมา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของ ต.ชำฆ้อ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมต่อยอดสู่การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว

    บรรยากาศตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ที่ร่วมกันผลักดัน อ่างเก็บน้ำประแสร์ ให้ก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของจังหวัดระยอง

    ภูมิภาค-34

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132013&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cbO93dr4Qcmta4UmfTP_h

  • มทภ.4 หารือกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หวังยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

    มทภ.4 หารือกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หวังยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยและขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งรับฟังปัญหาข้อขัดข้องและความต้องการของชุมชน เพื่อนำไปประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการวางแนวทางช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพพื้นที่ต่อไป

    ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และคณะ ได้พบปะหารือกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (จคม.) และผู้นำท้องถิ่น เพื่อวางแนวทางพัฒนาอุโมงค์ปิยะมิตรให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีคุณภาพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ โดยกองทัพภาคที่ 4 มีนโยบายมุ่งเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ครอบคลุม ตั้งเป้าส่งเสริมให้คนในพื้นที่และคนไทยจากทั่วประเทศ หันมาท่องเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์ในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และคณะ ได้เยี่ยมชมอุโมงค์ปิยะมิตร ซึ่งเดิมเป็นฐานปฏิบัติการของอดีตกลุ่มคอมมิวนิสต์มลายา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยได้เดินสำรวจภายในอุโมงค์ตลอดแนว เพื่อดูสภาพความเรียบร้อยของการจัดการท่องเที่ยว ทั้งนี้ อุโมงค์ปิยะมิตรมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในประกอบด้วยห้องนอน ห้องเก็บเสบียง และสถานีวิทยุ เชื่อมต่อถึงกันด้วยทางเข้าออก ปัจจุบันมีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง มีบรรยากาศเย็นสบาย และมีความปลอดภัยสูง เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น.

    ก่อนเดินทางกลับ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของบริโภคให้กับกำลังพลกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเบตง ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000020072&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BzGC_2OhYiSQzcpTEZBWf

  • “อบจ.อุดรฯ” ชวนเที่ยวคีรีวงกต นั่งอีแต๊กกลางหุบเขา ดันเศรษฐกิจ อ.นายูง

    “อบจ.อุดรฯ” ชวนเที่ยวคีรีวงกต นั่งอีแต๊กกลางหุบเขา ดันเศรษฐกิจ อ.นายูง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/131961&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YfPfUD-0Z5h_fmGVQuc0F

  • ตราดเล็งจัด “วันกั้งโลก” ดันแม่น้ำตราดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ตราดเล็งจัด “วันกั้งโลก” ดันแม่น้ำตราดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    หอการค้าจังหวัดตราด ร่วมททท.สำนักงานตราด เล็งจัดงาน“วันกั้งโลก”กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองตราด คู่ขนานไปกับการจัดทริป เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ แม่น้ำตราด,ผอ.ททท.ตราดดันเป็นงานประจำปีของจ.ตราด

    ทันตแพทย์หญิง วิภา สุเนตร ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตราดเปิดเผยว่า ในการหอการค้าจังหวัดตราด นำคณะกรรมการหอการค้าค้าจังหวัดตราด ประชุมสัญจรคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดตราด ครั้งที่ 2/2569 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้นำกรรมการและสมาชิก และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมสำรวจ-ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ แม่น้ำตราด บนเรือ ป.ถวิล 1 จากบ้านท่าแพ ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด สู่ปากอ่าวแม่น้ำตราด โดยมี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานตราด นายเกรียงไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอเมืองตราด ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมสำรวจ – ทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ

    เนื่องจากหอการค้าจังหวัดตราดเป็นตัวเชื่อมระหว่างภาครัฐและเอกชน ประกอบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา จังหวัดตราดเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว จังหวัดตราดพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมา ด้วยการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้น

    “หอการค้าจังหวัดตราดจึงได้ร่วมกับ ททท.สำนักงานตราด มีแนวคิดในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตราด ด้วยการส่งเสริมสินค้ากั้งเมืองตราด นำมาเป็นจุดขายผ่านการจัดงาน“วันกั้งโลก”ขึ้น เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นอีกพื้นที่ ที่มีกั้งเป็นสินค้าที่สามารถนำมาปรุงอาหารจำหน่ายได้ทั้งปี มีความเพียงพอในการรองรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับในช่วง วันที่ 23–24 พฤษภาคม 2569 จะมีการจัดงาน“BANGKOK AIRWAYS TRAT HALF MARATHON 2026” ในพื้นที่จังหวัดตราด ทางหอการค้าจังหวัดตราดจึงได้ดำเนินการทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ แม่น้ำตราด ในครั้งนี้ เพื่อนำสู่การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำในการรอบรับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานวิ่งกลุ่มนี้ รวมไปถึงถึงนักท่องเที่ยวทั่วไป ผ่านการล่องเรือชมความสวยงาม วิถีชีวิตริมน้ำของแม่น้ำตราด พร้อมรับประทานกั้งเมืองตราด“

    ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ กล่าวว่า กิจกรรมนี้ จะส่งผลดีต่อจังหวัดตราด เนื่องจาก“กั้ง”เป็นสัตว์ทะเลที่เป็นสัตว์พื้นบ้านของจังหวัดตราด ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก และเป็นอาหารยอดนิยมของทั้งชาวตราดและนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู การจัดงานกั้งโลกจึงมีความเหมาะสมและควรจะจัดให้ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะทางผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้สนับสนุนงบประมาณของจังหวัดให้ดำเนินการและทำในช่วงวันที่ทางบริษัทบางกอกแอร์เวย์มาจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งจะมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก และนักวิ่ง นักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็สามารถมาร่วมงานวันกั๊งโลกได้ และการที่ได้พูดคุยกับออแกนไนซ์มืออาชีพแล้ว เห็นว่า งานวันกั้งโลกต้องจัดให้ได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากงานเดิมๆที่จังหวัดตราดได้จัด และมีจุดขายที่นักท่องเที่ยวต้องการมาสัมผัสงาน จะทำให้งานวันกั้งโลกจะเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก และเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดด้วย และควรจะทำให้เป็นงานประจำปีของจังหวัดตราดด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/131993&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nsREqpXmu4B2VZqCxo9Hf

  • ดัชนีเชื่อมั่น EEC พุ่งแรงทะลุ 80 รับอานิสงส์ท่องเที่ยว-เกษตรบูม

    ดัชนีเชื่อมั่น EEC พุ่งแรงทะลุ 80 รับอานิสงส์ท่องเที่ยว-เกษตรบูม

    เจาะลึกอนาคตเศรษฐกิจไทย: เมื่อ “ตะวันออก” ยังเป็นพระเอก

    รายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ล่าสุด เผยภาพรวมที่น่าจับตา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่ดูเหมือนจะกลายเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า ด้วยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งสูงถึง 76.9 และที่น่าสนใจที่สุดคือในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ตัวเลขความเชื่อมั่นทะยานไปแตะระดับ 80.6 สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้ประกอบการที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง 

    ปัจจัยหนุนที่ทำให้ EEC และภาคตะวันออก “เนื้อหอม” ความร้อนแรงนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาคบริการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ บวกกับการก้าวเข้าสู่ฤดูกาลผลไม้ที่เป็นหัวใจหลักของภาคเกษตรในพื้นที่ ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่อย่างเป็นกอบเป็นกำ

    หากพูดถึง เขต EEC ถือได้ว่าเป็น “หัวใจการลงทุนยุคใหม่” ของไทย ครอบคลุม 3 จังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศมาอย่างยาวนาน ทั้งปิโตรเคมี ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์

    บทบาทของ EEC วันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ฐานการผลิตเดิม แต่กำลังยกระดับสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ดิจิทัล อากาศยาน และโลจิสติกส์สมัยใหม่ ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เชื่อมทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

    ด้วยศักยภาพด้านทำเล โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายส่งเสริมการลงทุน EEC จึงถูกวางให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการดึงดูดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

    มองข้ามช็อตไปภูมิภาคอื่น ไม่เพียงแค่ภาคตะวันออกเท่านั้นที่สดใส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ตามมาติดๆ ด้วยดัชนี 73.5 จากอานิสงส์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคเหนือ 71.9 และภาคใต้ 70.7 ยังคงขยายตัวได้ดีจากภาคอุตสาหกรรมแปรรูปและการจัดเทศกาลท่องเที่ยวที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    อย่างไรก็ตาม สศค.ชี้ว่า ยังประเด็นที่ต้อง “เฝ้าระวัง” บนเส้นทางที่ดูเหมือนจะสดใส ยังมี “ตัวแปร” ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล และประเด็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน 

    นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังจับตาดูสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและความเชื่อมั่นในระยะยาวได้

    ทั้งนี้ ในปี 2569 นี้คาดหวังว่า ภาคตะวันออกและ EEC ยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาสที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง แต่การบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง นโยบายรัฐบาลใหม่ และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738629&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r3G3Zz4IkKZZfVdRXdK7a

  • เช็กลิสต์ 3 วัดดังมาเก๊า ขอพรความรัก-แก้ปีชง-รับทรัพย์ ครบจบในทริปเดียวต้อนรับปี 2026

    เช็กลิสต์ 3 วัดดังมาเก๊า ขอพรความรัก-แก้ปีชง-รับทรัพย์ ครบจบในทริปเดียวต้อนรับปี 2026

    การท่องเที่ยวมาเก๊าจัดพิธี “วันเปิดคลังสมบัติเจ้าแม่กวนอิม 2569” ระหว่างวันที่ 13-14 มี.ค. นี้ พร้อมวิธีบูชาเสริมดวงการเงินโดยอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา

    เที่ยวสายมูไม่ควรพลาด การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย ประกาศจัดพิธี “วันเปิดคลังสมบัติเจ้าแม่กวนอิม” ประจำปี 2569 โดยในปีนี้ “อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา” จะนำคณะเดินทางไปร่วมพิธีเพื่อเสริมดวงการเงินและรับความมั่งคั่งตลอด 24 ชั่วโมง ณ วัดกวนอิม มาเก๊า วัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่าหลายร้อยปี

    เปิดฤกษ์มงคล 24 ชั่วโมงแห่งการรับทรัพย์

    พิธีเปิดคลังสมบัติเจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Tong Temple) เป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่พระโพธิสัตว์กวนอิมเมตตาเปิดคลังสมบัติเพื่อประทานพรด้านความมั่งคั่งและความราบรื่นให้กับผู้ศรัทธา  สำหรับปี 2569 นี้ ฤกษ์มงคลจะเริ่มต้นตั้งแต่

    • วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 23.00 น. 
    • ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 20.00 น. 
    • สถานที่: วัดกวนอิม มาเก๊า (Kun Iam Tong Temple) 

    วิธีเตรียมตัว “ยืมเงินเจ้าแม่กวนอิม” ตามธรรมเนียมมาเก๊า

    การไหว้ขอพรในพิธีเปิดคลังสมบัติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยผู้ศรัทธามักเตรียมเครื่องสักการะดังนี้

    • ธูป 3 ดอก พร้อมซองมงคลสีแดง 
    • ชุดกระดาษมงคล: ประกอบด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง, กระดาษยันต์เทพอุปถัมภ์, เครื่องทรงกระดาษเจ้าแม่กวนอิม 
    • กระดาษแดง: สำหรับเขียนคำอวยพรและสิ่งที่ปรารถนาให้ชัดเจน 
    • เคล็ดลับ: เมื่อตั้งจิตอธิษฐานจนประสบความสำเร็จแล้ว ตามธรรมเนียมควรกลับมาสักการะเพื่อขอบคุณและสานต่อสิริมงคล 

    ปักหมุด 3 วัดดัง เสริมดวงครบทุกมิติ

    นอกจากพิธีเปิดคลังสมบัติแล้ว มาเก๊ายังมีจุดเช็กอินสายมูที่ควรไปให้ครบในทริปเดียว

    • วัดอาม่า (A-Ma Temple): โดดเด่นเรื่องการขอพรความรัก การงาน และการเงิน 
    • วัดซำไกวุยคุน (วัดกวนอู): เสริมบารมี การอุปถัมภ์ค้ำชู และช่วยให้การทำงานราบรื่น 
    • วัดเปากง (Pao Kong Temple): สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปีชง ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และขอพรเรื่องสุขภาพ

    พิธีเปิดคลังสมบัติเจ้าแม่กวนอิมที่มาเก๊าในปี 2569 นี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษเพียงครั้งเดียวในรอบปีที่สายมูไม่ควรพลาด ไม่เพียงแต่จะได้ร่วมพิธีที่เข้มขลังไปพร้อมกับอาจารย์ช้างเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นความมั่งคั่งและสิริมงคลตลอดทั้งปี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ของการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2916957&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aOsTcyGRbLhR26FYbDNhv

  • ทต.แม่แรง แถลงข่าวจัด 3 งาน สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ทต.แม่แรง แถลงข่าวจัด 3 งาน สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    เทศบาลตำบล(ทต.)แม่แรง โดยนายเอกพงษ์ ทุนอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่แรง จัดแถลงข่าวสื่อมวลชน ในงานบาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม, งานแต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง และ งานสืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน ประจำปี 2569 โดยมี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอ(นอ.)ป่าซาง, ว่าที่ร้อยตรี รังสรรค์ จอมนวล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน และผู้ใหญ่บ้านกองงาม ผู้ใหญ่บ้านดอนหลวง และ ผู้ใหญ่บ้านหนองเงือก

    เทศบาลตำบล(ทต.)แม่แรง กำหนดจัด 3 งาน ดังนี้ งานบาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม ครั้งที่ 13 วันที่ 27 – 29 มีนาคม ณ บ้านกองงาม หมู่ที่ 1, งานแต่งอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง ครั้งที่ 21 วันที่ 3 – 7 เมษายน ณ บ้านดอนหลวง หมู่ที่ 7 และ งานสืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก ครั้งที่ 17 วันที่ 9 – 12 เมษายน ณ บ้านหนองเงือก หมู่ที่ 5 ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

    “ตำบลแม่แรง” ตั้งอยู่ในอำเภอป่าซาง เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียง เรื่องผลิตภัณฑ์ของดี ที่แปรรูปหลากหลายอาทิเช่น ผลิตภัณฑ์จากผ้าบาติก และผ้ามัดย้อม เป็นแหล่งกำเนิดผ้าฝ้ายทอมืออันมีชื่อเสียง ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของตำบลแม่แรงมาแต่โบราณกาล

    โดยได้รับความสนใจเป็นอย่างดี สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของวัฒนธรรมไทลื้อ/ไทยอง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย จนทำให้ตำบลแม่แรง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของนักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป ทั้งจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3890319/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11W7fv7x4A4-jWnSwE8dfu