Category: ท่องเที่ยว

  • เชียงราย จัดเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 จีนส่งทีมว่าวโลก ร่วมงาน

    เชียงราย จัดเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 จีนส่งทีมว่าวโลก ร่วมงาน

    ภูมิภาค

    เชียงราย จัดเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 จีนส่งทีมว่าวโลก ร่วมงาน

    วันอาทิตย์ ที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.41 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 28 ก.พ.2569 ที่สวนสาธารณะ “ลานฝัน” และอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ท่าเรือบั๊ก) บ้านหัวเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน รุ่นที่ 1 พร้อมจัดงานเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนคุณค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569  โดยมุ่งยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว สร้างมาตรฐาน และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ในการเปิดกิจกรรมโดยมี ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง สภาวัฒนธรรม  จังหวัดเชียงราย และเชียงของ ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมการทำว่าว และเชื่อมสัมพันธ์ไทย–จีน มีตัวแทนสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ และปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีเปิดกิจกรรมและการเปิดเทศกาลว่าวริมโขง ChiangKhong Kite Festival  ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่เข้าร่วม กิจกรรมบินว่าวไทย–จีน ขึ้นสู่ท้องฟ้าแม่น้ำโขง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ก่อนนำคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเดินชมนิทรรศการและกิจกรรมการแสดงว่าวนานาชาติ

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอำเภอเชียงของ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าเพิ่มจากทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น ควบคู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีศักยภาพต่อการขยายตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในระยะยาว

    นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ กล่าวว่า  เทศกาลเล่นว่าวริมโขงที่เชียงของ ครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวริมแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อก่อนมีความนิยมมากในช่วงปลายฤดูหนาว ซึ่งมีลมแรงเหมาะแก่การเล่นว่า จึงต้องการรื้อฟืนประเพณีดั้งเดิมให้กลับมาคู่เมืองเชียงของอีกครั้ง โดยได้ประสานงานกับทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งที่จะมีการจัดกิจกรรมได้มีการทำหนังสือไปยังประเทศต่างๆ เพื่อขอสนับสนุนว่าวนำมาเล่นและจัดแสดงภายในงาน ทั้งประเทศ ญี่ปุ่น จัน เยอรมัน และอีกหลายประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ไม่ได้ส่งมาเพียงแค่ว่าว แต่ได้ส่งทีมงาน และช่างฝีมือในการทำว่าว มาร่วมกิจกรรมและสอนทำว่าวให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือว่าได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าในปีต่อๆไป จะมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่และมีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้น และคาดว่าจะเลื่อนการจัดงานไปในช่วงฤดูหนาวที่มีลมแรงกว่านี้เพื่อความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม

    จาง ไจ่หยวน หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง  กล่าวว่า เมืองเวยฟาง  ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งว่าวโลก” เตรียมจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 43 อย่างยิ่งใหญ่ โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 เมษายน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากประสบการณ์การจัดงานกว่า 42 ปีที่ผ่านมา ภายในงานจะมีความพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงโชว์ว่าว การแสดงทางวัฒนธรรม และการแข่งขันว่าวจากผู้เข้าร่วมหลากหลายนานาชาติ
    นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองและกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว งานเทศกาลว่าวครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างเมืองเวยฟางและจังหวัดเชียงราย (รวมถึงอำเภอเชียงของ) ของประเทศไทย โดยมีแผนที่จะใช้ “ว่าว” เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น เช่น การค้าขาย การนำเข้าและส่งออกสินค้าท้องถิ่นระหว่างสองเมือง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้วัฒนธรรมว่าวช่วยดึงดูดและผูกพันผู้คนของทั้งสองพื้นที่ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

    สำหรับประเด็นด้านการคมนาคมและโอกาสในการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างเชียงรายและเมืองเวยฟาง (หรือชิงเต่า) ในอนาคตนั้น แม้ผู้ให้สัมภาษณ์จะเป็นตัวแทนที่ดูแลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวโดยตรง ไม่ใช่ด้านการคมนาคม แต่ก็มีความเชื่อมั่นว่ามีความเป็นไปได้สูง หากทั้งสองพื้นที่มีความร่วมมือและไปมาหาสู่กันมากขึ้น การคมนาคมก็จะได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจไม่ได้มีเพียงแค่เส้นทางบินตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงและการคมนาคมรูปแบบอื่นๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
    ในตอนท้าย ผู้แทนจากเมืองเวยฟางได้กล่าวเชิญชวนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวเชียงรายและเชียงของ ให้เดินทางไปเยือนประเทศจีน มณฑลซานตง และเมืองเวยฟาง เพื่อร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติและสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมจีน โดยทางเมืองเวยฟางพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับทุกคนด้วยมิตรภาพและความยินดีอย่างยิ่ง
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/467751&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zP7-Tiq8ee7iq5KV_b9PM

  • แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง ‘บึงเจ็ทสกี’ สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง ‘บึงเจ็ทสกี’ สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง ‘บึงเจ็ทสกี’ สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    บึงเจ็ทลำปาง หรือ บึงเจ็ทสกีลำปาง ได้เปิดตัววันแห่งความรัก ในวันนี้เป็นวันแรก  โดยมีผู้ปกครองพาบุตรหลานมาท่องเที่ยวเล่นน้ำและเล่นกีฬาทางน้ำอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะกลุ่มคนเล่นเจ็ทสกี ซึ่งทางชมรมเจ็ทสกีลำปาง โดยคุณกีรติ พรธะนา ประธานชมรมเจ็ทสกีลำปาง และ คุณสุวดลย์ มอญขาม สมาชิกกลุ่มฯ เห็นว่าลำปางควรมีสถานที่ที่ให้ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำได้พักผ่อนและออกกำลังกาย จะเห็นได้ว่าผู้ปกครองพาลูกหลานมาฝึกเล่นเจ็ท มาเล่นโซฟาและเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    วันนี้มีครอบครัวของน้องเคอาร์ (KR) วัย5ขวบ ที่คุณพ่อเป็นนักกีฬาทางน้ำ ได้พาน้องเคพี มาขับเจ็ทสกี ซึ่งน้องเคพีได้โชว์ Skill การขับเจ็ทสกีได้อย่างคล่องแคล่วอย่างมาก โดยเจ้าตัวบอกว่าชอบกีฬาที่มีความแรงอยู่แล้ว ปกติเป็นนักกีฬาโมโตครอส ลงแข่งขันหลายสนามแล้ว และเมื่อเห็นคุณพ่อขับเจ็ทสกี ซึ่งมีความแรงเช่นเดียวกันก็ชอบและลองขับก็ขับได้เลย และอยากเป็นนักกีฬาเจ็ทสกีจึงฝึกซ้อมตลอด

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    คุณกีรติ กล่าวว่า จุดที่เปิดให้บริการได้มีการเช่าบึงน้ำของชุมชนบ้านหัวฝาย หรือ บ้านกล้วยหัวฝาย ต.กล้วยแพะ อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อส่งเสริมด้านกีฬาและเป็นสถานที่พักผ่อนให้กับประชาชนที่เบื่อทางฝุ่นทางดำให้หันมาทางน้ำก็จะช่วยผ่อนคลายและส่งเสริมผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดลำปางต่อไป ปัจจุบันผู้ที่เล่นกีฬาเจ็ทสกีมีประมาณ20คนและจากที่อื่นด้วย ซึ่งหลายคนยังไม่ทราบ ในส่วนของชมรมของลำปางขณะนี้มีเจ็ทสกีอยู่ 10 กว่าลำ ซึ่งช่วงแรกก็จะเปิดในเชิงกีฬาเพื่อสุขภาพและท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยจะมีเจ็ทสกีให้บริการเล่นโดยมีพี่เลี้ยงขับให้ หรือ จะต้องการขับเองก็ได้ และมีบริการนั่งเป็นกลุ่มคือโซฟานั่งรวมกันประมาณ3คนและใช้เจ็ทสกีลาก โดยจะมีบริการเป็นชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง หรือ 15 นาที คือขั้นต่ำ 500 บาท ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่ามีความสามารถขนาดไหนเหมาะกับเจ็ทขนาดไหน 

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    สำหรับเจ็ทสกี ไม่อันตราย เพราะทางทีมงานมีเจ็ทและอุปกรณ์ป้องกันให้ครบ เมื่อขับๆพลาดแค่ดึงสวิต์เครื่องก็ดับเจ็ทก็จะหยุดไม่ไถลไปไกลและอยู่ในน้ำ เมื่อเทียบกับกีฬาที่ใช้ความเร็วแรงชนิดอื่นถือว่าเจ็ทไม่อันตราย 
    คุณสุวดลย์ เปิดเผยว่า การให้บริการซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงเริ่มแรกจะเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น. และในเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ช่วงหน้าร้อนจะเปิดบริการทุกวัน   ท่านที่ต้องการมาสัมผัสกีฬาทางน้ำมาแบบครอบครัว ไม่ต้องหาซื้อเครื่องราคาหลักแสน ที่นี่มีไว้บริการครบ แค่กดใน googlemap พิมพ์คำว่า บึงเจ็ทลำปาง ก็เดินทางมาได้แล้วเส้นทางสะดวก หาง่าย สายลำปาง-แม่ทะ อยู่ตรงข้ามปากทางเข้าบ้านจว๊าก ไม่ไกลจากตัวเมือง จะมีป้ายบอกไว้บริเวณปากทาง

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    สุดท้ายนี้ทางด้าน คุณกชกร บูรณะกรภักดี ผู้มาใช้บริการระบุว่า สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมดูแลของทีมงานที่เน้นมาตรการเซฟตี้เป็นหลักและอ่างเก็บน้ำดอยม่วงคำถือ เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของลำปาง ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมและพักผ่อนคลายร้อน ชาวลำปางและจังหวัดใกล้เคียงไม่ควรพลาดแวะมาสัมผัสประสบการณ์ความสนุกกลางชุมชนแห่งนี้ในช่วงอากาศร้อนที่กำลังมาถึง

    แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/614016&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JOa_cipl8qumgVt8qVFyX

  • เมืองท่องเที่ยวญี่ปุ่นประกาศขึ้นค่าธรรมเนียม รับมือวิกฤตนักท่องเที่ยวล้นเมือง : อินโฟเควสท์

    เมืองท่องเที่ยวญี่ปุ่นประกาศขึ้นค่าธรรมเนียม รับมือวิกฤตนักท่องเที่ยวล้นเมือง : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งในภาคตะวันตกของญี่ปุ่นเริ่มบังคับใช้มาตรการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวตั้งแต่วันนี้ (1 มี.ค.) เพื่อรับมือกับปัญหาภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism)

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เทศบาลเมืองเกียวโตได้เริ่มใช้ระบบภาษีที่พักรูปแบบใหม่ 5 ระดับ ซึ่งมีการเรียกเก็บตั้งแต่ 200 เยน ไปจนถึงสูงสุด 10,000 เยน (ประมาณ 64.1 ดอลลาร์) ต่อคนต่อคืน โดยเป็นการปรับเพดานภาษีสูงสุดขึ้นจากเดิมที่เคยจัดเก็บอยู่ที่ 1,000 เยน ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารระบุว่า อัตราภาษีใหม่นี้ถือเป็นอัตราคงที่ที่สูงที่สุดเท่าที่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นในญี่ปุ่นเคยมีการจัดเก็บมา

    สำหรับระบบภาษี 5 ระดับ มีรายละเอียดการเรียกเก็บดังนี้ ค่าที่พักต่ำกว่า 6,000 เยน เก็บภาษี 200 เยน, ค่าที่พัก 6,000 – 20,000 เยน เก็บภาษี 400 เยน, ค่าที่พัก 20,000 – 50,000 เยน เก็บภาษี 1,000 เยน, ค่าที่พัก 50,000 – 100,000 เยน เก็บภาษี 4,000 เยน และค่าที่พักตั้งแต่ 100,000 เยนขึ้นไป เก็บภาษีสูงสุดที่ 10,000 เยน

    ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าการปรับขึ้นดังกล่าวจะช่วยให้เมืองเกียวโตมีรายได้จากภาษีที่พักในปีงบประมาณ 2569 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นประมาณ 1.32 หมื่นล้านเยน ซึ่งจะถูกนำไปใช้สนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบูรณะทรัพย์สินทางวัฒนธรรมต่อไป

    ในขณะเดียวกัน เมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ ได้ตัดสินใจขึ้นค่าเข้าชมปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเป็นมรดกโลก จากเดิม 1,000 เยน เป็น 2,500 เยน สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีและไม่ได้พำนักอยู่ในพื้นที่ โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้ในการบำรุงรักษาและอนุรักษ์ตัวปราสาท

    สถิติจากรัฐบาลท้องถิ่นเผยว่า ในปีงบประมาณ 2567 มีผู้เข้าชมปราสาทฮิเมจิราว 1.53 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1.48 ล้านคนในปีก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถึง 35.8% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 30.6% ของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/573030&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dU-GTb-GDCpCbBYPRi8AW

  • ตระการตาว่าวไทย-จีน! เชียงของจัดใหญ่เทศกาลว่าวริมโขง หนุนเที่ยวชุมชน | TOPNEWS

    ตระการตาว่าวไทย-จีน! เชียงของจัดใหญ่เทศกาลว่าวริมโขง หนุนเที่ยวชุมชน | TOPNEWS

    สะเทือนเลื่อนลั่นริมฝั่งโขง! อ.เชียงของ จ.เชียงราย เปิดฉาก “เทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1” อย่างยิ่งใหญ่ งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะ “เมืองเวยฟาง” มณฑลชานตง ต้นตำรับเมืองหลวงว่าวโลกจากจีน ส่งทีมช่างฝีมือและทัพว่าวนานาชาติมาร่วมโชว์เหนือลำน้ำโขง

    วันที่ 28 ก.พ. 69 ที่สวนสาธารณะ “ลานฝัน” และอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ท่าเรือบั๊ก) บ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน รุ่นที่ 1 พร้อมจัดงานเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนคุณค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 โดยมุ่งยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว สร้างมาตรฐาน และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ในการเปิดกิจกรรมโดยมี ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง สภาวัฒนธรรม  จังหวัดเชียงราย และเชียงของ ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมการทำว่าว และเชื่อมสัมพันธ์ไทย–จีน มีตัวแทนสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ และปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีเปิดกิจกรรมและการเปิดเทศกาลว่าวริมโขง ChiangKhong Kite Festival ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่เข้าร่วม กิจกรรมบินว่าวไทย–จีน ขึ้นสู่ท้องฟ้าแม่น้ำโขง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ก่อนนำคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเดินชมนิทรรศการและกิจกรรมการแสดงว่าวนานาชาติ

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอำเภอเชียงของ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าเพิ่มจากทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น ควบคู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีศักยภาพต่อการขยายตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในระยะยาว

    นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ กล่าวว่า เทศกาลเล่นว่าวริมโขงที่เชียงของ ครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวริมแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อก่อนมีความนิยมมากในช่วงปลายฤดูหนาว ซึ่งมีลมแรงเหมาะแก่การเล่นว่า จึงต้องการรื้อฟืนประเพณีดั้งเดิมให้กลับมาคู่เมืองเชียงของอีกครั้ง โดยได้ประสานงานกับทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งที่จะมีการจัดกิจกรรมได้มีการทำหนังสือไปยังประเทศต่างๆ เพื่อขอสนับสนุนว่าวนำมาเล่นและจัดแสดงภายในงาน ทั้งประเทศ ญี่ปุ่น จัน เยอรมัน และอีกหลายประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ไม่ได้ส่งมาเพียงแค่ว่าว แต่ได้ส่งทีมงาน และช่างฝีมือในการทำว่าว มาร่วมกิจกรรมและสอนทำว่าวให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือว่าได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าในปีต่อๆไป จะมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่และมีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้น และคาดว่าจะเลื่อนการจัดงานไปในช่วงฤดูหนาวที่มีลมแรงกว่านี้เพื่อความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม

    จาง ไจ่หยวน หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง  กล่าวว่า เมืองเวยฟาง ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งว่าวโลก” เตรียมจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 43 อย่างยิ่งใหญ่ โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 เมษายน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากประสบการณ์การจัดงานกว่า 42 ปีที่ผ่านมา ภายในงานจะมีความพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงโชว์ว่าว การแสดงทางวัฒนธรรม และการแข่งขันว่าวจากผู้เข้าร่วมหลากหลายนานาชาติ

    นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองและกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว งานเทศกาลว่าวครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างเมืองเวยฟางและจังหวัดเชียงราย (รวมถึงอำเภอเชียงของ) ของประเทศไทย โดยมีแผนที่จะใช้ “ว่าว” เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น เช่น การค้าขาย การนำเข้าและส่งออกสินค้าท้องถิ่นระหว่างสองเมือง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้วัฒนธรรมว่าวช่วยดึงดูดและผูกพันผู้คนของทั้งสองพื้นที่ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

    สำหรับประเด็นด้านการคมนาคมและโอกาสในการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างเชียงรายและเมืองเวยฟาง (หรือชิงเต่า) ในอนาคตนั้น แม้ผู้ให้สัมภาษณ์จะเป็นตัวแทนที่ดูแลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวโดยตรง ไม่ใช่ด้านการคมนาคม แต่ก็มีความเชื่อมั่นว่ามีความเป็นไปได้สูง หากทั้งสองพื้นที่มีความร่วมมือและไปมาหาสู่กันมากขึ้น การคมนาคมก็จะได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจไม่ได้มีเพียงแค่เส้นทางบินตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงและการคมนาคมรูปแบบอื่นๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

    ในตอนท้าย ผู้แทนจากเมืองเวยฟางได้กล่าวเชิญชวนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวเชียงรายและเชียงของ ให้เดินทางไปเยือนประเทศจีน มณฑลซานตง และเมืองเวยฟาง เพื่อร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติและสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมจีน โดยทางเมืองเวยฟางพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับทุกคนด้วยมิตรภาพและความยินดีอย่างยิ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1502631&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ViWKwfCcuhrTEYeraVuc7

  • “เช็คดวงวันนี้” อาทิตย์ที่ 1  มี.ค. 69  ดาวโชคลาภขยับ ส่องเลขเด็ดเน้นๆ ก่อนหวยออก!

    “เช็คดวงวันนี้” อาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 69 ดาวโชคลาภขยับ ส่องเลขเด็ดเน้นๆ ก่อนหวยออก!

    “เช็คดวงวันนี้” อาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 69 ดาวโชคลาภขยับ ส่องเลขเด็ดเน้นๆ ก่อนหวยออก!

    ดวงประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2569

    ฤกษ์ดีวันอาทิตย์เวลา 09.09 – 19.09 น.

    เลขไพ่ที่ได้ทั้งหมด  72160

    เลขมงคล  7  2   1

    เลขเด่น   1 77 22  11 72 27 17 71 21 12

    เลขแปลง 66 60 06 76 67 26 62 12 21 10 01

    คนเกิดวันอาทิตย์ 

    • การงาน       มีความใจใหญ่กล้าได้กล้าเสีย   คิดโครงการอยากจะทำอะไรแต่ละอย่างเรียกว่าเกินตัวทั้งนั้นแต่ทำได้ดี  เพราะมีความสามารถ
    • การเงิน          มีการเงินเข้ามาตลอดทั้งวัน   ซื้อความสุขทุกอย่าง  โดยเฉพาะทรัพย์สินที่อยากจะได้   มีโชคลาภกับรถป้ายแดงคันที่สองที่มองเห็น
    • ความรัก       เป็นคนดูแลครอบครัวทุกอย่าง   ให้ความสุขทุกคน  จะได้เดินทางไปท่องเที่ยว   คนโสดมีโอกาสสนิทสนมกับคนง่ายและเป็นความรักที่ดีเข้ามาในช่วงนี้
    • สุขภาพ       แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอคนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น

    คนเกิดวันจันทร์ 

    • การงาน       มีความขยันเป็นพิเศษในเรื่องของการงาน  การเดินทางไปท่องเที่ยวได้สำหรับใครที่เป็นวันหยุด   การเดินทางแบบกะทันหัน  จะทำอะไรมีคนคอยช่วยเหลืออยู่
    • การเงิน   มีเงินเข้ามาตลอดและก็เคลียร์หนี้สินผ่านพ้นทุกปัญหา  จะมีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค
    • ความรัก       เกื้อกูลอาศัยซึ่งกันและกัน  ดูแลครอบครัวเป็นพิเศษ   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนมีฐานะการเงินที่ดีการงานมั่นคงจะเข้ามาในชีวิต
    • สุขภาพ      เอาใจใส่เรื่องของกระดูก  กล้ามเนื้อ  รวมถึงห้ามใจร้อน  การไม่ระมัดระวังทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยเฉพาะความซุ่มซ่าม

    คนเกิดวันอังคาร 

    • การงาน      เก็บเล็กผสมน้อยในเรื่องของการงานเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น      มีการงานที่ต้องแบ่งปันหรือถูกเรียกร้องผลประโยชน์และต้องยอมจ่ายเพื่อให้มีงานต่อเนื่อง  เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
    • การเงิน      การใช้จ่ายเยอะ  โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ของตนเองและคนในครอบครัวอยากได้   จะมีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของลูกให้โชค  คนไม่มีลูกก็ต้องมองหาคนที่อายุน้อยกว่า
    • ความรัก       ดูแลครอบครัวเอาใจใส่ทุกสิ่งทุกอย่าง  คนอยากมีลูกจะสมหวัง  คนมีลูกแล้วจะได้รับข่าวดีกับลูก   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนอายุน้อยกว่าจะเข้ามาสร้างครอบครัว
    • สุขภาพ      เอาใจใส่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย  ท้องผูกท้องเสีย

    คนเกิดวันพุธกลางวัน 

    • การงาน      การทำอะไรมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป   การนำของเก่าสิ่งที่เคยทำผิดพลาดมาแก้ไข   หรือการเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น   จะมีคนคอยช่วยเหลือและสนับสนุน  แต่ต้องใช้ความสามารถพิสูจน์ตนให้เห็นก่อน
    • การเงิน      ใช้จ่ายตลอดทั้งวัน  การเคลียร์หนี้สิน  รวมถึงการติดต่อกับธนาคาร   จะมีโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โชค  เลขจากธูปมงคล   การจับลูกปิงปอง   การเสี่ยงเซียมซีให้โชค
    • ความรัก      ดูแลและช่วยเหลือแก้ไขกันทุกอย่าง  ปรับปรุงให้ครอบครัวดีขึ้น  การให้อภัยกันสำหรับคนที่เคยมีปัญหา   คนโสดจะพบรักกับผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือ
    • สุขภาพ     การไปตรวจสุขภาพ  หรือมาตามที่หมอนัดประจำเดือนของคนที่มีโรคประจำตัว  แต่จะดีขึ้น
       

    คนเกิดวันพุธกลางคืน 

    • การงาน       รู้สึกเหนื่อยใจอยากเปลี่ยนแปลงโยกย้ายในเรื่องของการงาน   แต่ก็ยังไม่กล้าทั้งหมด  ได้แต่มองมอง   และห้ามใจร้อนมีโอกาสมีปากเสียงหรือการขัดแย้ง  รวมถึงต้องอดทน
    • การเงิน     ใช้เยอะมีเหตุต้องซ่อมข้าวของเครื่องใช้เครื่อง   รวมถึงการซื้ออะไรใหม่   แต่จะมีโชคลาภกับสามตัวท้ายหมายเลขบัตรประชาชนให้โชค
    • ความรัก      เสน่ห์แรง  พูดคุยหวานล้อมไปทั่ว   รวมถึงความรักแบบกะทันหัน   เก็บเสื้อผ้าอยู่ด้วยกันเลย     คนมีครอบครัวแล้วระวังการนอกใจหรือมีมือที่สามเข้ามาให้เหนื่อยใจ
    • สุขภาพ      เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม   การอยากจะทำศัลยกรรม   หรือเกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าหน้าผมความสวยความงามการเปลี่ยนลุคใหม่  

    คนเกิดวันพฤหัสบดี 

    • การงาน       ความเข้มแข็งมุ่งมั่นเพียรพยายาม   การปรับตัวเราเองให้เข้ากับทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้   จะมีงานใหญ่เข้ามา  รวมถึงมีลูกค้าเก่าเก่ากลับมา  
    • การเงิน     ซื้อความสุขทุกอย่างให้กับตนเองและคนในครอบครัว  การซื้อทรัพย์สินเพิ่มขึ้น    มีโชคลาภกับเลขทะเบียนรถให้โชค
    • ความรัก      ปกป้องทุกคนในครอบครัวให้มีความสุข  พึ่งพาอาศัยลูกหลานได้    คนโสดมีโอกาสพบรักกับชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย
    • สุขภาพ       แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ    คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้นได้พักผ่อนในสถานที่สวยงามหรือมีคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

    คนเกิดวันวันศุกร์ 

    • การงาน       พยายามทุกอย่างให้การงานมั่นคง   การเปลี่ยนงานเพราะมีสิ่งใหม่เข้ามาช่วยเหลือหัวหน้า  เพื่อนฝูงที่เคยช่วยกันมาแล้ว   รวมถึงการทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป
    • การเงิน     มีเงินเข้ามาตลอดทั้งวัน  แต่ก็เคลียร์หนี้สินทุกอย่างให้หมด   มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค
    • ความรัก     มีการขัดแย้งกันบ้าง  แต่ก็ห่วงใยกันตลอด  การคืนดีกันอยู่เสมอ  รวมถึงใครที่พลัดพราก จะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง    คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่มีความเข้มแข็ง  จะเข้ามาช่วยเหลือปกป้องครอบครัวในอนาคต
    • สุขภาพ      การปวดเมื่อยเพราะการทำงานหนัก  ไม่ค่อยได้พัก  จึงพยายามหาเวลาพักผ่อน  หรือมีพาใครไปโรงพยาบาล  บางคนต้องเกี่ยวข้องกับงานศพ  รวมถึงการทำบุญกับโลงศพ

    คนเกิดวันเสาร์ 

    • การงาน      การเดินทางตลอดแต่ก็ทำไปพักผ่อนไปด้วย  บางคนได้ท่องเที่ยวเพราะอยู่ในช่วงของการงานที่ต้องออกนอกสถานที่ไปต่างจังหวัด  แต่มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ
    • การเงิน      คำนวณเรื่องของการเงินอยู่ตลอด  เคลียร์หนี้สิน  ผ่านพ้นทุกปัญหา   มีโชคลาภกับเลขรหัสเอทีเอ็มให้โชค
    • ความรัก     การพาครอบครัวไปสนุกสนานท่องเที่ยวทานอาหารอร่อย   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนร่าเริงสนุกสนานในที่ทำงาน  หรือคนอายุน้อยกว่า  เด็กฝึกงาน  รวมถึงคนเข้ามาใหม่จะมีความสนิทสนม
    • สุขภาพ      แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองตลอด   คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/fortune/614034&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r5TwECWVQRS5XbT3lsLhZ

  • ตราดเตรียมจัดใหญ่!

    ตราดเตรียมจัดใหญ่!

    ตราดเตรียมจัดใหญ่! ‘วันกั้งโลก’ สำรวจเส้นทางล่องน้ำ-ชูเมนูกั้งรับนักวิ่งมาราธอน

    วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.03 น.

    ตราดเตรียมจัดใหญ่! ‘วันกั้งโลก’ หอการค้าฯ ผนึก ททท. สำรวจเส้นทางล่องน้ำแม่น้ำตราด ชูเมนูกั้งรับนักวิ่งมาราธอน พ.ค.นี้

    ผู้สื่อข่าวรายานว่า หอการค้าจังหวัดตราด จัดประชุมสัญจรครั้งที่ 2/2569 พร้อมนำคณะกรรมการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ททท.สำนักงานตราด และอำเภอเมืองตราด ร่วมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำบนเรือ ป.ถวิล 1 ล่องจากบ้านท่าแพสู่ปากอ่าวแม่น้ำตราด

    ทันตแพทย์หญิง วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยแนวคิดในการยกระดับ ‘กั้ง’ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลพื้นบ้านที่มีให้รับประทานตลอดทั้งปีและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด มาจัดเป็นงาน ‘วันกั้งโลก’ เพื่อเป็นจุดขายใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสรสชาติควบคู่ไปกับวิถีชีวิตริมน้ำ

    การจัดงานวันกั้งโลกถูกกำหนดให้ตรงกับช่วงวันที่ 23–24 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการจัดงานวิ่ง ‘BANGKOK AIRWAYS TRAT HALF MARATHON 2026’ เพื่อรองรับกลุ่มนักวิ่งและครอบครัวจำนวนมหาศาลที่จะเดินทางเข้าสู่พื้นที่ ให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่องและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

    ด้าน ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด ระบุว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด โดยตั้งเป้าจะจัดงานให้มีบรรยากาศแปลกใหม่ผ่านออแกไนเซอร์มืออาชีพ เพื่อให้ ‘วันกั้งโลก’ กลายเป็นภาพจำใหม่ของจังหวัดตราด และพัฒนาสู่การเป็นงานเทศกาลประจำปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกในอนาคต

    ///////////////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    หยุดยาว นทท.ไทยทะลัก! ‘ลงเกาะหมาก-กูด’ ที่พักเต็มแน่นทุกห้องเกิน 5 พันคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/949907&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MrDIcOogTEGg1nhJNq5Uj

  • วธ. เปิดตัว “ชุมชนตำบลต้นตาล” สุพรรณบุรี คว้าตำแหน่ง 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 | TOPNEWS

    วธ. เปิดตัว “ชุมชนตำบลต้นตาล” สุพรรณบุรี คว้าตำแหน่ง 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 | TOPNEWS

    วธ. เปิดตัว “ชุมชนตำบลต้นตาล” สุพรรณบุรี คว้าตำแหน่ง 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68

    • เผยแพร่ : 01/03/2026 00:38

    วธ. เปิดตัว “ชุมชนตำบลต้นตาล” สุพรรณบุรี คว้าตำแหน่ง 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ชูไฮไลต์ “สุ่มปลายักษ์” แลนด์มาร์คห้ามพลาด พร้อมสัมผัสเสน่ห์วิถีไทย-ญวน 200 ปี และเมนูอาหารถิ่น UNSEEN “ปลาหมำสมุนไพรทอดกรอบ” เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวประวัติศาสตร์อู่ทอง-บางปลาม้า กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนตำบลต้นตาล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี วัฒนธรรมจังหวัด และผู้เเทนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านชุมชนตำบลต้นตาล ให้การต้อนรับ ณ ตลาดน้ำสะพานโค้ง – สุ่มปลายักษ์ ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

    ในโอกาสนี้ ประธานและคณะ ได้รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมสวยงามและโดดเด่นของชุมชน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สิ่งของโบราณ ชั้น 2 และชมวิว 360 องศา คลองสองพี่น้อง ชั้น 5 ณ สุ่มปลายักษ์ชมการขับเสภา เยี่ยมชม ชอป ชิม ตลาดน้ำสะพานโค้ง – สุ่มปลายักษ์ ชมการสาธิต และทำกิจกรรม (Workshop) อาทิ บัวลอยญวน ปลาหมำสมุนไพรทอดกรอบ ซึ่งเป็น 1 จังหวัด1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ชื่นใจลอดช่องเกสรบัวหลวง เป็ดบ้านญวน ขนมไทย ด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ เปลญวน หัตถสานจากผักตบชวา หัตถสานจากเชือกมัดฟาง และการเรียนรู้ศิลปะ “ละเลงสี”

    นายประสพ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้ทุนทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนตำบลต้นตาล ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการยกย่องและประชาสัมพันธ์ชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
    เชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนในพื้นที่

    สุดยอดชุมชนต้นแบบฯ ชุมชนตำบลต้นตาล เป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายญวน ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง ตอนล่างสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นที่ราบลุ่มท้องกระทะ อุดมสมบูรณ์ด้วยปลา และสัตว์น้ำ จึงมี “สุ่ม” เอาไว้จับปลากันเกือบทุกบ้าน สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนาน เมื่อเวลาผ่านไปวิถีชีวิตของชาวบ้านได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงสืบสานดำรงอยู่ คือ วัฒนธรรมประเพณี อาหารและหัตถสานที่งดงามสืบสานต่อกันมากว่า 100 ปี ของชาวไทย เชื้อสายญวน ไม่ว่าจะเป็นเปลญวน ปลาหมำ บัวลอยญวน และชุดอ่าวหญ่าย ชุดประจำชาติพันธ์ ไทย-ญวน ที่คงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นงดงาม

    สำหรับไฮไลต์ 5 Unseen สำคัญของชุมชนตำบลต้นตาลที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ ประกอบด้วย จุดเช็กอินระดับโลก “สุ่มปลายักษ์ และตลาดน้ำสะพานโค้ง” ซึ่งสร้างขึ้นด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เรียกว่า “การขันชะเนาะ” รังสรรค์ไม้ไผ่กว่า 10,000 ลำ เป็นสถาปัตยกรรมสูง 20 เมตร ขนาด 5 ชั้น ให้นักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพคลองสองพี่น้องได้แบบ 360 องศา พร้อมเลือกซื้อสินค้าชุมชน ณ ตลาดน้ำริมคลองที่ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ด้านอัตลักษณ์อาหาร ชุมชนโดดเด่นด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ บัวลอยญวน ปลาหมำ ทอดกรอบสมุนไพร น้ำยาปลาหมำ หมูหัน เป็ดไล่ทุ่งหัน ขนมชั้นลูกตาล และลอดช่องเกสรบัวหลวง

    ขณะที่ ด้านผลิตภัณฑ์และงานหัตถศิลป์ มีการสืบสาน “เปลญวน” มรดกทางภูมิปัญญากว่า 100 ปีของชาวไทยเชื้อสายญวน รวมถึงการแปรรูปผักตบชวาและเชือกมัดฟางเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย อาทิ โซฟา โคมไฟ และกระเป๋าดีไซน์ประณีต สะท้อนถึง วิถีชีวิตชาวไทยเชื้อสายญวน ที่ยังคงสืบทอดมาอย่างเหนียวแน่น ทั้งการแต่งกายด้วยชุดอ่าวหญ่าย ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร และประเพณีแห่แม่พระกลางสายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ปิดท้ายด้วย กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความเพลิดเพลินให้ทุกคน ผ่าน Workshop การทำหัตถกรรม การปรุงอาหารไทย-ญวน การเรียนรู้งานศิลปะ และการล่องเรือสัมผัสวิถีชีวิตริมคลองสองพี่น้องอย่างใกล้ชิด

    นอกจากกิจกรรมภายในชุมชนแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยังแหล่งสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรี อาทิ วัดไผ่โรงวัว, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง, พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา, พุทธมณฑลจังหวัดสุพรรณบุรี และ สกายวอล์คเมืองโบราณอู่ทอง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวใหม่อย่าง “โรงนาป่าพฤกษ์ – Forest Farmhouse” แหล่งสะสมของเก่าและคาเฟ่เชิงวัฒนธรรม ณ อำเภอบางปลาม้า

    นายประสพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดชุมชนครั้งนี้เป็นเวทีบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับ การท่องเที่ยววิถีชุมชนสู่ระดับสากล อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงความชื่นชมประชาชนชาวตำบลต้นตาลที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาจนได้รับยกย่องเป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบในปีนี้ โดย วธ. พร้อมสนับสนุนเสน่ห์ UNSEEN THAI THAI ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาวสืบไป

    322312

    15

    ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิด “RUN FOR LOVE” 10 ปี ก้าวคนละก้าว ระดมทุนช่วย รพ.บางสะพาน

    หดหู่แม่วัยใสนอนรอคลอด น้ำคล่ำแตกไร้ดูแล ลูกเสียชีวิต พ่อแจ้งความเอาผิด รพ.

    สัมผัสเสน่ห์ล้านนา ชมโบราณสถาน 700 ปียามราตรี ในงาน “แอ่วกุมกามยามแลง : ในดวงใจนิรันดร์ Love & Forever” ที่เชียงใหม่

    มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมวางพวงมาลาและเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ สมเด็จพระพันปีหลวง

    อ.พาน ระทึก! แผ่นดินไหวซ้ำ 2 รอบในวันเดียว ขนาด 3.1 เขย่าแรงจนบ้านโยก-ตู้ปลาสะเทือน

    อิ่มบุญ! “ดร.เสริมวุฒิ” เจ้าของเฉาก๊วยชากังราว บิณฑบาตโปรดญาติโยมหน้าโรงงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1502559&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Gcu1iuhIRQ3DjbYj0N34O

  • จีนไฟเขียวยกเว้นวีซ่าให้ชาวแคนาดา-สหราชอาณาจักร เริ่ม 17 ก.พ. นี้

    จีนไฟเขียวยกเว้นวีซ่าให้ชาวแคนาดา-สหราชอาณาจักร เริ่ม 17 ก.พ. นี้

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2914445&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21Fo34PDilOwBCLNMd0iT5

  • อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่โป่งผา เร่งปั้นหนองน้ำพุเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวรับสงกรานต์ ชูยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่แม่สายและเสริมสร้างสุขภาพชุมชน

    อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่โป่งผา เร่งปั้นหนองน้ำพุเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวรับสงกรานต์ ชูยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่แม่สายและเสริมสร้างสุขภาพชุมชน

    อบจ.เชียงรายลงพื้นที่โป่งผา เร่งปั้นหนองน้ำพุเป็นแลนด์มาร์กรับสงกรานต์ ควบคู่เปิดกีฬาชุมชนย้ำยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่แม่สาย

    เชียงราย,28 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพของอำเภอแม่สายที่หลายคนคุ้นตาในฐานะประตูหน้าด่านการค้าและการเดินทางชายแดน กำลังถูกเล่าใหม่ด้วย “พื้นที่” ที่ตั้งใจให้คนอยู่ได้ดีขึ้น และนักท่องเที่ยวอยากแวะมานานขึ้น ไม่ใช่เพียงผ่านทาง ล่าสุดการลงพื้นที่ของผู้บริหารท้องถิ่นระดับจังหวัดและตำบลในตำบลโป่งผา สะท้อนความพยายามยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน ภายใต้โจทย์ใหญ่ที่ทุกพื้นที่เผชิญร่วมกัน คือทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    ลงพื้นที่หนองน้ำพุ วางหมากรับสงกรานต์

    ช่วงเวลา 10.45 น. ของวันเดียวกัน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ร่วมกับนางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต 6 และ ดร.ณัชชา กันทะดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา เพื่อวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว ณ “หนองน้ำพุ” สวนสาธารณะและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลโป่งผา โดยเป้าหมายระยะใกล้ชัดเจน คือเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

    “หนองน้ำพุ” ถูกวางบทบาทให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 82 ไร่ มีองค์ประกอบตั้งแต่พื้นที่ออกกำลังกาย เส้นทางเดินวิ่ง พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ไปจนถึงจุดถ่ายภาพและลานกิจกรรมที่รองรับงานเทศกาลของชุมชนในอนาคต ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

    ในมุมการพัฒนาเชิงนโยบาย ภาพของหนองน้ำพุไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว เพราะโครงการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกนำเสนอในกรอบงานภาครัฐด้านการพัฒนาเมืองและพื้นที่สาธารณะ โดยสื่อกระแสหลักรายงานว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองมีบทบาทส่งมอบความสำเร็จโครงการพัฒนา “หนองน้ำพุ” ตำบลโป่งผาในฐานะพื้นที่เพื่อสุขภาพและการใช้ประโยชน์สาธารณะ พร้อมคาดหวังให้ท้องถิ่นดูแลต่ออย่างยั่งยืน

    เมื่ออ่านสัญญาณนี้ร่วมกับการลงพื้นที่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จึงเห็นทิศทางที่ชัดขึ้นว่า เป้าหมายไม่ได้หยุดแค่การทำให้มีสวนสวยขึ้นอีกแห่ง แต่กำลังพยายามทำให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นกลไกเศรษฐกิจชุมชนและกลไกดูแลผู้คนในระยะยาว

    สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่เป็นสนามแข่งขันของเมืองท่องเที่ยว

    การเตรียมรับสงกรานต์ในระดับพื้นที่ มีนัยมากกว่าการจัดงานให้คึกคัก เพราะสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่เม็ดเงินและการเดินทางกระจายตัวสูง เมืองที่มีพื้นที่กิจกรรมพร้อม มีจุดเช็กอินใหม่ และมีระบบรองรับที่ดี ย่อมได้เปรียบในการดึงนักท่องเที่ยวให้ “แวะและใช้เวลา” มากขึ้น

    ภาครัฐเองตั้งเป้าการท่องเที่ยวในประเทศปี 2569 ที่ 180 ล้านคนครั้ง และมูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศกำลังขยับเกมเพื่อแย่งส่วนแบ่งการเดินทางของคนไทย ในบริบทนี้ หนองน้ำพุจึงถูกวางให้เป็นทั้งปอดของชุมชนและเป็นหน้าต่างต้อนรับผู้มาเยือน โดยเฉพาะพื้นที่แม่สายที่มีศักยภาพเชิงทำเลและเรื่องราวชายแดนเป็นทุนเดิม

    อย่างไรก็ตาม การทำให้แลนด์มาร์กใหม่ “ยืนระยะ” ไม่ได้ขึ้นกับทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการออกแบบการใช้ประโยชน์ให้คนทุกวัยเข้าถึงได้จริง ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ต้องการพื้นที่เดินออกกำลังแบบปลอดภัย เด็กและเยาวชนที่ต้องการพื้นที่กิจกรรม ไปจนถึงผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการโอกาสทางรายได้ในวันที่คนมาเยือนหนาแน่น

    กีฬาเป็นอีกด้านของสมการเมืองน่าอยู่

    ก่อนลงพื้นที่หนองน้ำพุ ในเวลา 08.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการจัดการแข่งขันกีฬาตำบลโป่งผา ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สนามกีฬากลางตำบลโป่งผา โดยมี ดร.ณัชชา กันทะดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมกิจกรรม ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

    สาระของโครงการกีฬาในครั้งนี้ถูกระบุชัดในกรอบสังคมและสุขภาพ คือสร้างความสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน และผู้สูงอายุออกกำลังกาย ลดโรค ลดการใช้เวลาว่างไปกับอบายมุข และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

    หากมองในภาพใหญ่ นี่คือการขยับ “นโยบายสุขภาวะ” ให้จับต้องได้ ด้วยกิจกรรมที่คนเข้าร่วมได้ทันที และเป็นเครื่องมือรวมผู้คนได้จริง มากกว่าการรณรงค์เชิงคำพูด

    ด้านมาตรฐานสากล องค์การอนามัยโลกให้ข้อแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 ถึง 300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมระดับหนัก 75 ถึง 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เมื่อวางมาตรฐานนี้ขนานกับกิจกรรมกีฬาในตำบล จึงเห็นความหมายที่ลึกกว่าแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการขยับร่างกายและพื้นที่ทางสังคมที่เกื้อหนุนกัน

    เมื่อพื้นที่สีเขียวเจอกีฬา เมืองได้ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ

    ภาพที่เกิดขึ้นในตำบลโป่งผาในวันเดียวกัน คือการเดิน 2 ขาพร้อมกัน ขาหนึ่งคือการยกระดับพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ให้เป็นแลนด์มาร์กและพื้นที่กิจกรรมเพื่อรองรับเทศกาลท่องเที่ยว อีกขาหนึ่งคือการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ลดปัญหาสังคม และส่งเสริมสุขภาวะ

    สองขานี้เชื่อมกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพราะแลนด์มาร์กจะมีชีวิตได้ก็ต่อเมื่อมีคนใช้พื้นที่จริง มีชุมชนเป็นเจ้าของพื้นที่ และมีปฏิทินกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ไม่ให้พื้นที่สวยแต่เงียบ ขณะเดียวกัน กีฬาและกิจกรรมชุมชนจะยั่งยืนขึ้นเมื่อมีสถานที่รองรับที่เหมาะสม ปลอดภัย และเข้าถึงได้

    ในเชิงยุทธศาสตร์ท้องถิ่น การเตรียมรับสงกรานต์ด้วยแลนด์มาร์กใหม่คือการเพิ่ม “เหตุผลในการเดินทาง” ของนักท่องเที่ยว ส่วนการจัดกีฬาชุมชนคือการเพิ่ม “คุณภาพการอยู่ร่วมกัน” ของคนในพื้นที่ หากทำให้ทั้งสองเรื่องเดินไปด้วยกันได้ เมืองชายแดนอย่างแม่สายจะไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงจุดผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่คนอยากอยู่และอยากกลับมา

    ประเด็นที่ชุมชนและผู้มาเยือนควรจับตาหลังจากนี้

    แม้การลงพื้นที่และการเปิดกิจกรรมจะเป็นสัญญาณบวก แต่ความท้าทายที่จะทำให้ผลลัพธ์เกิดจริงยังอยู่ในรายละเอียด เช่น การบริหารจัดการความสะอาด ความปลอดภัย การจัดระเบียบการใช้พื้นที่ในช่วงเทศกาล การคุมความหนาแน่นของกิจกรรมให้ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้านให้รู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่มากกว่าผู้มาใช้ชั่วคราว

    อีกด้านหนึ่ง การทำให้กีฬาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาสังคมต้องอาศัยความต่อเนื่อง และการออกแบบให้คนทุกวัยเข้าร่วมได้จริง ไม่ใช่เฉพาะช่วงจัดงาน เมื่อกิจกรรมจบแล้วควรมีระบบสนับสนุนต่อ เช่น ชมรมกีฬา การใช้พื้นที่ฝึกซ้อมประจำ หรือกิจกรรมสุขภาพที่สอดรับกับชีวิตประจำวันของคนทำงานและผู้สูงอายุ

    สิ่งที่ประชาชนทำได้ทันที

    ประชาชนในพื้นที่สามารถเริ่มต้นจากเรื่องง่ายแต่มีพลัง คือชวนกันใช้พื้นที่สาธารณะอย่างรับผิดชอบ รักษาความสะอาด เคารพกติกาพื้นที่ และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในช่วงเทศกาล ขณะที่ผู้ปกครองและโรงเรียนสามารถต่อยอดจากกิจกรรมกีฬาไปสู่การสร้างวินัยการออกกำลังกายของเด็กและเยาวชนให้สม่ำเสมอ ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเตรียมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนอยู่ในชุมชนมากขึ้น

    ท้ายที่สุด ภาพของหนองน้ำพุที่กำลังถูกปั้นขึ้น และภาพของสนามกีฬาที่คนหลายวัยลงมาเคลื่อนไหวพร้อมกันในเช้าวันเดียวกัน กำลังบอกเล่าแนวคิดเดียวกันอย่างชัดเจน เมืองที่น่าอยู่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำให้พื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน และทำให้กิจกรรมของชุมชนเป็นเครื่องมือดูแลกันได้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/nong-nam-phu-pong-pha-mae-sai-landmark/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YTqtsZfEKIdzCt2ipAE0n

  • “ฮั่วเซ่งเฮง” ประกาศ ปิดระบบซื้อ-ขายทองออนไลน์ งดซื้อขายทองคำแท่ง

    “ฮั่วเซ่งเฮง” ประกาศ ปิดระบบซื้อ-ขายทองออนไลน์ งดซื้อขายทองคำแท่ง

    (28 ก.พ. 69) จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่วันนี้กองทัพสหรัฐอเมริกา ให้การสนับสนุนกองทัพอิสราเอล เปิดฉากโจมตีประเทศอิหร่าน ส่งผลถึงความผันผวนของราคาทองคำ ล่าสุด ฮั่วเซ่งเฮง ร้านทองรายใหญ่ ที่มีบริการซื้อขายทองคำ ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ต้องออกประกาศ งดการซื้อขายชั่วคราว โดยในประกาศระบุว่า

    .

    “เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการเริ่มเปิดฉากโจมตีระหว่าอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำมีความผันผวนสูง และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ตลาดซื้อ-ขายทองคำต่างประเทศปิดทำการ ทำให้ไม่มีราคาอ้างอิงที่ชัดเจน บริษัทฯ จึงของดให้บริการระบบซื้อ-ขายออนไลน์ และทองคำแท่งทุกชนิดเป็นการชั่วคราว และจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NrTfrKLkf&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fImGYCQEYAmPgFxSs1krK