Category: ท่องเที่ยว

  • ททท.เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวภาวะวิกฤติ สงครามตะวันออกกลาง | เดลินิวส์

    ททท.เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวภาวะวิกฤติ สงครามตะวันออกกลาง | เดลินิวส์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ (ศตท.) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ตกค้างจากการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินที่เดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ขยายความรุนแรงและส่งผลต่อการปิดน่านฟ้าของพื้นที่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น ททท.สำนักงานต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์และรายงานถึงผลกระทบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    โดยล่าสุด ททท. ได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวบรวมข้อมูลและประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันออกกลาง บริหารจัดการสื่อสาร และฟื้นฟูตลาดการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น

    ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ในเบื้องต้น พบว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับตลาดตะวันออกกลาง โดย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานกระบี่ ได้รับการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศของตะวันออกกลาง

    และสายการบินที่มีเส้นทางบินไปยังประเทศในตะวันออกกลาง หรือมีจุดเชื่อมต่อเครื่องในตะวันออกกลาง อาทิ สายการบิน Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Kuwait Airways, Air Arabia, Fly Dubai, El Al, Arkia Israeli และ Saudi Arabian Airlines รวมจำนวน 59 เที่ยวบิน ส่งผลให้การเดินทางเข้าและออกภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดชะงักลง

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชะลอตัวของการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางอยู่แล้ว

    ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ ยุโรปและอเมริกา ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การบินระหว่างประเทศ ททท. ได้เร่งประสานพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    สำหรับสถานการณ์การยกเลิกเที่ยวบินที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ตกค้างในประเทศไทย ททท.ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การเดินทางและมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรองรับและดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ โดยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ตั้งจุดคอยให้บริการและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหาน้ำดื่มและเปิดจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร

    ขณะที่ทางสายการบินได้มีการจัดหาที่พักสำรองให้กับผู้โดยสารส่วนใหญ่ ทำให้จำนวนผู้โดยสารตกค้างในสนามบินมีจำนวนไม่มากนัก ทั้งนี้สำหรับในพื้นที่ท่าอากาศยานอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5647892/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Vui1yXoeQKqYXVFk6jwVh

  • ‘ปลัดท่องเที่ยวฯ’ คุมเข้มรับมือวิกฤต ‘ตะวันออกกลาง’ กำชับดูแลนักท่องเที่ยว 24 ชม. ย้ำไทยยังปลอดภัย

    ‘ปลัดท่องเที่ยวฯ’ คุมเข้มรับมือวิกฤต ‘ตะวันออกกลาง’ กำชับดูแลนักท่องเที่ยว 24 ชม. ย้ำไทยยังปลอดภัย

    ‘นันทรียา’ สั่งติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง อิสราเอล–อิหร่าน อย่างใกล้ชิด แม้ยังไม่กระทบท่องเที่ยวไทยโดยตรง สั่งการ 6 มาตรการเชิงรุก ประสานตำรวจท่องเที่ยว–ทอท.–ททท.–ศูนย์ TAC เตรียมดูแลผู้โดยสารตกค้าง เปิดสายด่วนช่วยเหลือตลอด 24 ชม.ย้ำความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ

    1 มี.ค.2569-น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากกรณีความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบินในบางเส้นทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่เชื่อมต่อผ่านภูมิภาคดังกล่าว ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย แต่กระทรวงก็ต้องมีความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจตกค้างจากเที่ยวบินยกเลิก เบื้องต้น ได้กำชับให้ 1.หน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจตกค้างจากเหตุเที่ยวบินยกเลิก โดยจัดพื้นที่พักคอย สิ่งอำนวยความสะดวก และประสานเที่ยวบินใหม่ตามมาตรฐานสากล

    2.ให้กรมการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ร่วมกันบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ที่อาจมีข้อกังวล โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 3.ให้มีการติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ ทั้งกรณียกเลิกเที่ยวบินและการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) เพื่อแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาแก่นักท่องเที่ยว ลดความสับสนและป้องกันการตกค้างเพิ่มเติม

    4.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ TAC ประจำท่าอากาศยานหลัก โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 5.ให้ ททท.เตรียมดูแลจัด packages สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างยังกลับไม่ได้ กับผู้ที่จะมาพำนักในไทยเพื่อหนีภัยสงคราม และ 6.ต้องมีสายด่วนที่พร้อมจะช่วยเหลือ และประสานงานกับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตำรวจท่องเที่ยว 1155 ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  1672 , ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ โทร : 02 1344077 ได้

    “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวคือหัวใจของเรา ซึ่งต้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ เราติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน ประเมินความเสี่ยงเชิงลึก และบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อยกระดับมาตรการดูแลอย่างเข้มข้น รอบคอบ และเป็นรูปธรรม เราต้องไม่ให้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์กระทบความเชื่อมั่นของผู้มาเยือน ประเทศไทยจะยังคงเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัย ที่ดูแลทุกคนด้วยความรับผิดชอบ” น.ส.นัทรียา กล่าว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/955926/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00TPv74I5_daCHBEGoMYqU

  • คลังตั้งวอร์รูมรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ชี้ไทยแกร่งพร้อมสู้

    คลังตั้งวอร์รูมรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ชี้ไทยแกร่งพร้อมสู้

    คลังตั้งวอร์รูมรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ชี้ไทยแกร่งพร้อมสู้

    รมว.คลัง สั่งตั้ง Economic War Room ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด หวั่นกระทบราคาน้ำมันและการท่องเที่ยว แต่ยันเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง มีมาตรการรับมือทันท่วงที

    วันที่ 1 มีนาคม 2569 กระทรวงการคลังได้จัดตั้ง ศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หรือ Economic War Room ตามข้อสั่งการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยดึงหน่วยงานสำคัญทางเศรษฐกิจระดับประเทศมาร่วมวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทยอย่างใกล้ชิด

    สำหรับผลกระทบด้านพลังงานคาดว่า ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG อาจผันผวนและสูงขึ้นหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลถึงค่าไฟของประชาชน อย่างไรก็ตาม ฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันยังคงแข็งแกร่ง และสามารถช่วยพยุงราคาน้ำมันในประเทศเพื่อลดภาระให้ประชาชนได้

    ในส่วนของการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงในการเดินเรืออาจทำให้ค่าระวางและเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น รวมถึงใช้เวลาขนส่งนานขึ้น ซึ่งจะกระทบต้นทุนของผู้ส่งออกและนำเข้า เบื้องต้นได้มอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐเตรียมมาตรการดูแลสภาพคล่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่องแล้ว

    ด้านการท่องเที่ยว การปิดน่านฟ้าและความตึงเครียดทำให้สายการบินต้องปรับเส้นทางหรือยกเลิกเที่ยวบิน ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้าง นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนระหว่างประเทศและต้นทุนค่าตั๋วที่แพงขึ้น อาจทำให้นักท่องเที่ยวในเส้นทางระยะไกลขาดความเชื่อมั่นในการเดินทางมายังประเทศไทยได้

    ผลกระทบด้านอัตราเงินเฟ้อ แม้ราคาพลังงานที่ผันผวนจะกดดันต้นทุนสินค้า แต่หากสถานการณ์จบลงเร็ว ผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศก็จะมีจำกัด ประกอบกับเงินเฟ้อของไทยในเดือนมกราคม 2569 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ติดลบร้อยละ 0.7 และกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ร้อยละ 0.3 เท่านั้น

    ด้านตลาดทุนนักลงทุนอาจเลี่ยงความเสี่ยงไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินดอลลาร์หรือทองคำ ทำให้เงินทุนอาจไหลออกจากตลาดเกิดใหม่และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งกระทรวงการคลังได้ประสาน ก.ล.ต. และ ตลท. ให้เตรียมเครื่องมือดูแลเสถียรภาพเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดการเงินไทยไว้แล้ว

    สำหรับแรงงานไทยในตะวันออกกลางกว่า 110,000 คน กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมพร้อมให้การคุ้มครองอย่างใกล้ชิด ท้ายนี้ รมว.คลัง ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพ เงินสำรองสูง หนี้สาธารณะต่ำ และระบบธนาคารมั่นคง พร้อมรับมือความผันผวน และจะออกมาตรการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/738725&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oSmgMSdhQ8MVmh3Mnql2O

  • ททท. เปิดศูนย์เกาะติดสู้รบใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง

    ททท. เปิดศูนย์เกาะติดสู้รบใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้าง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางปิดน่านฟ้า ททท.สำนักงานต่างประเทศได้ติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดศูนย์ ศตท. เพื่อเป็นกลไกหลักในการรวบรวม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ โดยได้จัดทำการประเมินสถานการณ์ออกเป็น 2 ฉากทัศน์ (Scenario) เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ครอบคลุมการบริหารจัดการสื่อสาร การดูแลนักท่องเที่ยว และการฟื้นฟูตลาดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

    จากการติดตามเบื้องต้น พบว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดตะวันออกกลาง โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ได้รับแจ้งยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศที่มีเส้นทางบินไปยังหรือเชื่อมต่อผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง รวม 59 เที่ยวบิน อาทิ สายการบิน Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Kuwait Airways, Air Arabia, Fly Dubai, El Al, Arkia Israeli และ Saudi Arabian Airlines ส่งผลให้การเดินทางเข้า–ออกภูมิภาคดังกล่าวหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ซึ่งโดยปกติเป็นช่วงที่การเดินทางชะลอตัวอยู่แล้ว
     

    ในส่วนของการดูแลนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ททท. ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับท่าอากาศยาน สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ตั้งจุดอำนวยความสะดวก จัดเตรียมน้ำดื่ม และเปิดพื้นที่พักคอยชั่วคราว ขณะที่สายการบินได้จัดหาที่พักสำรองให้แก่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ ทำให้จำนวนผู้โดยสารตกค้างภายในสนามบินมีไม่มากนัก สำหรับท่าอากาศยานอื่น ๆ ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ดูแลและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

    นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ททท. ได้สั่งการให้ด้านตลาดในประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจตกค้าง พร้อมทั้งเตรียมแผนกระตุ้นตลาดภายในประเทศและตลาดศักยภาพอื่น ๆ เพื่อรองรับและทดแทนตลาดที่ได้รับผลกระทบ โดยทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย ททท. จะเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเดินหน้าดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นระบบ

    ทั้งนี้ ททท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์แก่ผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมในภาวะวิกฤตครั้งนี้
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378974217&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dPpvwrfk4oCiIWTDF7BDy

  • ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด

    ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด

    ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด

    ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด

    วันนี้(วันที่ 1 มีนาคม 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดย ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤตจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

    พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารตกค้างจากการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินที่เดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ ขยายความรุนแรงและส่งผลต่อการปิดน่านฟ้าของพื้นที่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น ททท.สำนักงานต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์และรายงานถึงผลกระทบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ล่าสุด ททท. ได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการด้าน
    การบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 
    รวบรวมข้อมูลและประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตะวันออก
    กลาง บริหารจัดการสื่อสาร และฟื้นฟูตลาดการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น 

    นอกจากนี้ได้สั่งการให้ด้านตลาดในประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง และพร้อมเดินหน้าเตรียมแผนพร้อมเร่งดึงตลาดทดแทนเมื่อสถานการณ์สงบแล้ว 

    ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ในเบื้องต้น พบว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับตลาด
    ตะวันออกกลาง โดย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานกระบี่ ได้รับการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศของตะวันออกกลาง

    ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด

    ขณะที่สายการบินที่มีเส้นทางบินไปยังประเทศในตะวันออกกลาง หรือมีจุดเชื่อมต่อเครื่องในตะวันออกกลาง
    อาทิสายการบิน Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways, Gulf Air, Kuwait Airways, Air Arabia, Fly 
    Dubai, El Al, Arkia Israeli และ Saudi Arabian Airlines รวมจำนวน 59 เที่ยวบิน ส่งผลให้การเดินทางเข้าและ
    ออกภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดชะงักลง 

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชะลอตัวของการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางอยู่แล้ว

    ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ ยุโรปและอเมริกา ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การบิน
    ระหว่างประเทศ ททท. ได้เร่งประสานพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    ผู้ว่าททท. เปิดศูนย์ติดตามท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต รับมือตะวันออกกลางตึงเครียด

    ทั้งนี้สำหรับสถานการณ์การยกเลิกเที่ยวบินที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ตกค้างในประเทศไทย ททท.ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์การเดินทางและมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรองรับ และดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ 

    โดยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ตั้งจุดคอยให้บริการและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหาน้ำดื่มและเปิดจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร ขณะที่ทางสายการบินได้มีการจัดหาที่พักสำรองให้กับผู้โดยสารส่วนใหญ่ ทำให้จำนวนผู้โดยสารตกค้างในสนามบินมีจำนวนไม่มากนัก

    ทั้งนี้สำหรับในพื้นที่ท่าอากาศยานอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/652701&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aotnkIT7DwHcb1RSn28Y9

  • ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว สั่งทุกส่วนเข้มติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมผนึกกำลังดูแลนักท่องเที่ยว และปรับแผนการท่องเที่ยว

    ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว สั่งทุกส่วนเข้มติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมผนึกกำลังดูแลนักท่องเที่ยว และปรับแผนการท่องเที่ยว

    ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว สั่งทุกส่วนเข้มติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมผนึกกำลังดูแลนักท่องเที่ยว และปรับแผนการท่องเที่ยว

    วันที่ 1 มีนาคม 2569 น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากกรณีความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบินในบางเส้นทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่เชื่อมต่อผ่านภูมิภาคดังกล่าว ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แม้ขณะนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย แต่กระทรวงก็ต้องมีความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจตกค้างจากเที่ยวบินยกเลิก เบื้องต้น ตนได้กำชับให้ 1.หน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจตกค้างจากเหตุเที่ยวบินยกเลิก โดยจัดพื้นที่พักคอย สิ่งอำนวยความสะดวก และประสานเที่ยวบินใหม่ตามมาตรฐานสากล 2.ให้กรมการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ร่วมกันบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ที่อาจมีข้อกังวล โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 3.ให้มีการติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ ทั้งกรณียกเลิกเที่ยวบินและการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) เพื่อแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาแก่นักท่องเที่ยว ลดความสับสนและป้องกันการตกค้างเพิ่มเติม 4.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ TAC ประจำท่าอากาศยานหลัก โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 5.ให้ ททท.เตรียมดูแลจัด packages สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างยังกลับไม่ได้ กับผู้ที่จะมาพำนักในไทยเพื่อหนีภัยสงคราม และ 6.ต้องมีสายด่วนที่พร้อมจะช่วยเหลือ และประสานงานกับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตำรวจท่องเที่ยว 1155 ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 1672 , ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ โทร : 02 1344077 ได้

    “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวคือหัวใจของเรา ซึ่งต้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ เราติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน ประเมินความเสี่ยงเชิงลึก และบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อยกระดับมาตรการดูแลอย่างเข้มข้น รอบคอบ และเป็นรูปธรรม เราต้องไม่ให้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์กระทบความเชื่อมั่นของผู้มาเยือน ประเทศไทยจะยังคงเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัย ที่ดูแลทุกคนด้วยความรับผิดชอบ” น.ส.นัทรียา กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1000551&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UI6VAUc-WBwIqoiBaS269

  • ตร.แนะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางในไทย ติดต่อตำรวจท่องเที่ยว ประสานดูแลความปลอดภัย

    ตร.แนะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางในไทย ติดต่อตำรวจท่องเที่ยว ประสานดูแลความปลอดภัย

    1 มี.ค.2569-เพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า แจ้งเตือนคนไทยในตะวันออกกลาง โปรดเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว

    “สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศไทย แนะนำให้ติดต่อผ่านตำรวจท่องเที่ยว สายด่วน 1155 มีล่ามแปลหลายภาษาและช่วยประสานงาน”

    เพิ่มเพื่อน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ‘ดร.กอบศักดิ์’ จับตาสงคราม ‘อิสราเอล-สหรัฐ’ กับ ‘อิหร่าน’ วันที่ 2 จะลุกลามบานปลายแค่ไหน

    ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จับตาสงครามอิสราเอล-สหรัฐ กับอิหร่าน เริ่มวันที่ 2

    นายกฯ บอกโมโตจีพี 2026 โชคดีจัดก่อนตะวันออกกลางปะทุ

    “อนุทิน” ชี้ โมโตจีพี 2026 คึกคักสุดในรอบ 7 ปี เงินสะพัดทะลุ 5 พันล้าน ทำไทยดังทั่วโลก ยัน โชคดีจัดก่อนเกิดเรื่องตะวันออกกลาง พร้อมดูแลต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตะวันออกกลางเดือด

    นายกฯ ย้ำไทยวางตัว ‘เป็นกลาง’ สถานการณ์ตะวันออกกลาง วอนใช้การทูตยุติความขัดแย้ง

    ‘อนุทิน’ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง วิงวอน ทุกฝ่ายใช้เจรจาทางการทูตยุติความขัดแย้ง พร้อมสั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการอุ้มประชาชน ลดผลกระทบเศรษฐกิจ-ภัยความมั่นคง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/criminality-news/955915/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mb3L5xSX4Hg-jw1o817cX

  • ‘บิ๊กเผือก’ ตรวจเยี่ยมกำลังพลงาน ‘โมโต จีพี 2569’ เน้นย้ำเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ‘บิ๊กเผือก’ ตรวจเยี่ยมกำลังพลงาน ‘โมโต จีพี 2569’ เน้นย้ำเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.  พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 เดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่และปล่อยแถวกำลังพล เพื่อรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโต จีพี ประจำปี 2569” ณ จังหวัดบุรีรัมย์

    ​โดยมี พ.ต.อ.รนภัทร เพ็งหยวก ผกก.1 บก.ทท.2 พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พ.ต.ท.ธนวินทร์ พวงมะลิ รอง ผกก.1 บก.ทท.2. พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.2 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ ณ ตู้บริการตำรวจท่องเที่ยวสนามช้างอารีนา

    สำหรับ​ไฮไลต์การตรวจเยี่ยมและข้อสั่งการสำคัญ​เสริมสร้างขวัญกำลังใจนั้น ผบช.ทท.ได้ร่วมจัดเลี้ยงอาหารแก่กำลังพล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางภารกิจระดับนานาชาติ พร้อม​เน้นย้ำมาตรฐานการบริการ กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำหน้าที่เป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ปฏิบัติงานด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส และพร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง สร้างภาพลักษณ์ที่ดี มุ่งเน้นการสร้าง “ภาพจำ” และย้ำภาพลักษณ์ความเป็นตำรวจท่องเที่ยว “Your First Friend” ตำรวจท่องเที่ยวคือเพื่อนคนแรกของคุณ 

    หลังจากนั้น ผบช.ทท.พร้อมคณะได้ตรวจดูการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวภายในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5647463/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0obYGMlkuVBNoLLMLVDq_m

  • ท่องเที่ยวเกาะกูดพุ่ง! นักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 1,500 คน ผู้ประกอบการเพิ่มเที่ยวเรือรองรับ

    ท่องเที่ยวเกาะกูดพุ่ง! นักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 1,500 คน ผู้ประกอบการเพิ่มเที่ยวเรือรองรับ

    ท่องเที่ยวอำเภอเกาะกูดโตต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเรือโดยสารเพิ่มเที่ยวและเพิ่มเรือโดยสาร,เผย 2 เดือนเเรกปี‘69 นทท.เที่ยวเฉลี่ยวันละ 1-1,500 คน

    อ.เกาะกูด จ.ตราด/สถานการณ์การท่องเที่ยวของอำเภอเกาะกูด จ.ตราด ที่มี 2 เกาะหลัก คือ ต.เกาะกูด และต.เกาะหมาก ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม และมีน้ำทะเลใส ชายหาดสะอาด ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาท่อบเที่ยวเพิ่มอย่างต่อเนื่องหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

    นายสุรศักดิ์ ศอกจะบก ผู้บริหารบริษัท เสือดำโก จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปอำเภอเกาะกูดปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมากกว่า 1 พันคน/วัน เฉพาะเรือโดยสารของบริษัท เสือดำโก จำกัดต้องนำเรือยอดมาเสริมเพิ่มอีกหนึ่งลำเพื่อรองรับปริมาณคนที่หนาแน่น ซึ่งโดยปกติแล้วหากไม่ใช่ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดพิเศษจะไม่มีการเสริมเรือเช่นนี้ แต่เนื่องจากตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเป็นช่วง High Season ทำให้นักท่องเที่ยวคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในวันนี้ช่วงเช้าเที่ยว 10.00 น. มีผู้โดยสารลงเรือไปแล้วกว่า 70 คน ตามด้วยเที่ยวเที่ยงอีกประมาณ 37 คน และรอบล่าสุดอีก 28 คน โดยในช่วงบ่ายจะมีอีกหลายเที่ยว คาดว่าจะถึง 300-400 คน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของกลุ่มเรือเสือดำโก

    “คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย แม้ว่าภาพรวมการเติบโตในปีนี้จะดูน้อยกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงมีจำนวนไม่มากนัก แต่จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้านยุโรปจะทยอยกลับ แต่ทั้งชาวไทยจะเดินทางมาเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงามของทะเลในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่ทะเลสวยที่สุดและอยู่ในฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี โดยนอกจากเสือดำโกที่มีให้บริการถึง 4 รอบต่อวัน คือเวลา 10.30 น., 12.00 น., 14.00 น. และรอบสุดท้าย 16.00 น. แล้ว ก็ยังมีเรือของบริษัทอื่น ๆ เช่น บุญศิริ และ Express ที่พร้อมให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงเช่นกัน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทต้องเพิ่มเที่ยวเรือโดยสารและเพิ่มเรือโดยสารเพื่อรองรับความเติบโตของนักท่องเที่ยวด้วย“

    นายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้บริหารบริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างคึกคัก โดยปัจจัยหลักมาจากช่วงเวลาที่ใกล้ปิดเทอมและเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยเริ่มกลับมาเดินทางมากขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ชายแดนและความกังวลเรื่องสงครามในต่างประเทศ จนทำให้คนไทยหายไปในช่วง 2 เดือนแรก แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นได้กลับคืนมาแล้ว ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงมีแนวโน้มที่ดีและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2568 มาถึงช่วงต้นปี 2569 ซึ่งถือว่าสถานการณ์ในปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาคือ มกราคม -กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก แต่ช่วงวันหยุด และวันหยุดยาวรวมทั้งช่วงวันหยุดพิเศษนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งหากเฉลี่ย/วันจะอยู่ประมาณ 1,000-1,500 คน อย่างไรก็ตามอาจมากกว่านั้น จากที่มีเรือสปีดโป๊ทที่ที่เดินทางไปเกาะกูดแบบแพคเกจ

    “ส่วนแนวโน้มในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงที่พีคที่สุดของการท่องเที่ยวในต.เกาะหมาก และต.เกาะกูด จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญและมีการอั้นมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งการเติบโตนี้จะเป็นไปอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ทางภาครัฐและเอกชนยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านภาพลักษณ์ เชื่อว่าการสนับสนุนจากภาครัฐมีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นที่ดีกว่าการที่ภาคเอกชนทำเพียงลำพังด้วยเหตุนี้ทางบริษัทบุญศิริเรือเร็วได้เตรียมพร้อมรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จึงได้มีการขยายเรือโดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งเร็วๆนี้ได้เพิ่มเรือโดยสารอีก 1 ลำ และยังเตรียมพร้อมออกมาให้บริการเพิ่มอีก 3 ลำ รวมถึงมีการเพิ่มเที่ยวเรือในแต่ละวันให้เพียงพอต่อความต้องการด้วย“

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132152&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S0cx1Bqb6oEX41t4cvcYt

  • “สุชาติ” สั่ง “กรมทะเล” เร่งขจัดคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ หลังเหตุเรืออับปาง ป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวภูเก็ต

    “สุชาติ” สั่ง “กรมทะเล” เร่งขจัดคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ หลังเหตุเรืออับปาง ป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวภูเก็ต

    ภูเก็ต, วันที่ 1 มีนาคม – จากกรณีเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคราบน้ำมันบางส่วนถูกกระแสลมและคลื่นพัดเข้าสู่ชายฝั่งเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) จึงสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (กรมทะเล) เร่งตรวจสอบ ดำเนินมาตรการป้องกันพร้อมติดตามประเมินผลกระทบต่อแนวปะการัง หญ้าทะเล และสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายระยะยาวต่อทรัพยากรและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

    ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทะเล กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองป้องกัน ปราบปราม และบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง ปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยบริเวณอ่าวปะตก (อ่าวพลับพลา) พบก้อนน้ำมันกระจายตัวเป็นระยะทางประมาณ 195 เมตร (ความกว้าง 2 เมตร) และบริเวณอ่าวสยาม พบก้อนน้ำมันกระจายตัวเป็นระยะทางประมาณ 40 เมตร (ความกว้าง 5 เมตร) ซึ่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้เร่งเก็บก้อนน้ำมันตามแนวหาดทรายทั้งหมดแล้ว ส่วนคราบน้ำมันที่ติดอยู่ตามบริเวณโขดหิน ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าจัดเก็บร่วมกัน เพื่อรักษาทัศนียภาพและลดผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวต่อไป

    “เป้าหมายเร่งด่วนของเราคือการกำจัดก้อนน้ำมันออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้สารเคมีตกค้างในระบบนิเวศแนวปะการัง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะราชา” นายปิ่นสักก์ กล่าว พร้อมระบุว่า แม้จะดำเนินการจัดเก็บในพื้นที่หาดทรายเรียบร้อยแล้ว แต่จากการสำรวจยังพบคราบน้ำมันลอยอยู่ในบางจุดรอบเกาะราชาใหญ่ เจ้าหน้าที่กรมทะเลจึงยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอุปกรณ์จัดเก็บเพิ่มเติมทันทีหากมีการพัดเข้าหาฝั่งอีกครั้ง ซึ่งก้อนน้ำมันที่จัดเก็บได้ทั้งหมด จะถูกลำเลียงขนย้ายกลับเข้าสู่ฝั่งจังหวัดภูเก็ต เพื่อนำไปกำจัดตามขั้นตอนมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/280966&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw331VXgkoHa4RCDjg7NR6Oy