Category: ท่องเที่ยว

  • ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    PATTAYA INTERNATIONAL KITE ON THE BEACH 2026 ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย รวมว่าวนานาชาติ 150 ตัว จาก 12 ประเทศทั่วโลก เต็มท้องฟ้าริมบีช 5 วันเต็ม

    อัปเดต “PATTAYA INTERNATIONAL KITE ON THE BEACH 2026″ ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย รวมว่าวนานาชาติ 150 ตัว จาก 12 ประเทศทั่วโลก เต็มท้องฟ้าริมบีช 5 วันเต็ม

    ชลบุรีท้องฟ้าเหนือ ชายหาดพัทยา กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กับภาพว่าวยักษ์หลากหลายขนาดและสีสันที่โบยบินเรียงรายสุดสายตา เมื่อศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ผนึกพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่

    • เมืองพัทยา, 
    • สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยาชลบุรี, 
    • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา, 
    • สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา, 
    • สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา, 
    • ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา,
    •   Thaitan Kite Team Thailand, 
    • Sunsu หมึกกรุบ,
    • goodr,
    • Sunbeam Hotel Pattaya, 
    • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA,
    • Lumix, M&P World organizer,
    • DJI,
    • Elephant Jungle Sanctuary,
    • Index Living Mall,
    • ASSA Pool Villa Pattaya,
    • Grand Jomtien Palace, Good Goods 
      และพาร์ทเนอร์อื่นๆอีกมากมาย

    เทศกาลว่าวนานาชาติใหญ่สุดในไทย “PATTAYA INTERNATIONAL KITE ON THE BEACH 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sky Paradise of Happiness – สวรรค์แห่งความสุขบนท้องฟ้า” ต้อนรับแคมเปญ Summer Fest ชวนทุกคนสัมผัสบรรยากาศซัมเมอร์ริมทะเลสุดชิลล์

    ท่ามกลางสีสันของว่าวนานาชาติที่โบยบินเหนือชายหาดพัทยา ตอกย้ำศักยภาพเมืองพัทยาในฐานะ ‘Top Beach Destination & International Festival City’ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ-ส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น และยกระดับภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายหาดระดับโลก

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    ปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย! ครั้งแรกในไทยกับพาเหรดว่าวคาแรคเตอร์จากแบรนด์ดัง นำโดย ว่าว MR.SUN มาสคอตสุดคิวท์ ประจำเซ็นทรัล พัทยา ขนาดยักษ์กว่า 12 เมตร ที่จะออกมาโลดแล่นรับลมเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยว่าวน้องหมึกกรุบ, ว่าวนกฟลามิงโก้ goodr, ว่าวน้อง WATT-D by PEA ขนาดใหญ่กว่า 3 เมตร

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    และว่าวนานาชาติหลากหลายดีไซน์กว่า 150 ตัว จากการรวมตัวของนักบินว่าวมืออาชีพ 12 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, โคลัมเบีย, จีน, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, โปรตุเกส, อิตาลี, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย

    ที่จะโบยบินเติมสีสันรับซัมเมอร์ สร้างปรากฏการณ์ท้องฟ้าแห่งความสุขเหนือแนวชายหาดพัทยายาวกว่า 1 กิโลเมตร กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ตลอด 5 วันเต็ม อาทิ กิจกรรมเวิร์กช็อปเพ้นท์ว่าวคาแรคเตอร์ MR. SUN, สำหรับสมาชิกใหม่ Central X ช้อป ชิม ชิลล์ ร้านสตรีทฟู๊ดกว่า 30 ร้านในบรรยากาศริมบีช พิเศษ! ช้อปลุ้นทริปฮ่องกงสุดหรู* สำหรับ Top Spender ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดตลอดแคมเปญ (ขั้นต่ำ 500,000 บาท) พิเศษสำหรับลูกค้าต่างชาติ รับฟรี Premium TEA RITUAL เมื่อช้อปครบ 30,000 บาทขึ้นไป* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) 

    อย่าลืมมาอัพฟีดโซเชียลให้ปังรับซัมเมอร์ กับเทศกาลว่าวนานาชาติได้แล้ววันนี้ – 1 มีนาคม 2569 ณ ชายหาดพัทยา บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    ชักว่าวนานาชาติ ตระการตาชายหาดพัทยา เฟสติวัลที่โลกรอคอย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1222986&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RH2RY0J8mw8rAflaRfKzz

  • เปิดงานห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    เปิดงานห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bhumjaithai.com/news/113467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03o4Pg46SGn9is5Z_JGh1f

  • เปิดประวัติ “บิ๊กเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    เปิดประวัติ “บิ๊กเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    เปิดประวัติ “บิ๊กเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    ไทยรัฐออนไลน์

    27 ก.พ. 2569 14:13 น.

    English version

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    เปิดประวัติ “บิ๊กเอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/2916723&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UM-NlbqSYgSTddMqWvxl6

  • TrueMoney อัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ เอาใจสายท่องเที่ยว ครบจบในแอปเดียว | เดลินิวส์

    TrueMoney อัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ เอาใจสายท่องเที่ยว ครบจบในแอปเดียว | เดลินิวส์

    นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เปิดเผยว่า  ทรูมันนี่ ได้เปิดรวบรวมฟีเจอร์ด้านการท่องเที่ยวไว้ในหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” บนแอปทรูมันนี่ เพื่อยกระดับประสบการณ์เดินทางต่างประเทศให้สะดวกและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มการให้บริการจ่ายในต่างประเทศสู่แพลตฟอร์มที่รวบรวมฟีเจอร์ด้านการเดินทางไว้ในแอปเดียว โดยเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” พร้อมชูจุดแข็ง “จองง่าย จ่ายสะดวก เน็ตพร้อม ประกันคุ้ม” เพื่อรองรับ  การเดินทางต่างประเทศของคนไทยในปี 2569 ที่ขยายตัวต่อเนื่อง 

    “การเดินทางต่างประเทศของคนไทยในปี 2569 มีแนวโน้มที่ขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจยังผันผวน สะท้อนความต้องการเดินทางที่ฟื้นตัวชัดเจน โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมยังคงเป็นประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาล่าสุดปี 2567 ระบุว่าคนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกว่า 4.3 แสนล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นค่าอาหารและที่พัก และมีการใช้จ่ายถี่ขนาดเล็ก (Micro-transactions) เช่น ค่าชอปปิง 14% และค่าเดินทาง 13%”

    นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข กล่าวต่อว่า สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานแอปทรูมันนี่ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าบริการชำระเงินในต่างประเทศเติบโตกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นสัดส่วนการใช้งานในประเทศจีน 82% ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายในประเทศอื่น ๆ รวมกันยังเติบโตสูงถึง 157% สะท้อนโอกาสการขยายตัวของตลาด Cross-border Payment และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทรูมันนี่ในการต่อยอดไปสู่การพัฒนาฟีเจอร์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้กับธุรกิจ

    นอกจากนี้ ปริมาณผู้ใช้งานรายเดือนสำหรับบริการท่องเที่ยวเติบโตกว่า 75% โดยกว่า 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มอายุ 23-39 ปีคิดเป็น 47% ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนถึง 43% โดยจากการสำรวจความคิดเห็น พบว่าการชำระเงินดิจิทัลเพื่อการเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกต่อไป ขณะเดียวกัน บริการของทรูมันนี่ยังช่วยลด Pain Points สำคัญ เช่น อุปสรรคด้านภาษา และความยุ่งยากในการต้องดาวน์โหลดและเรียนรู้การใช้งานแอปใหม่ ๆ ระหว่างการเดินทาง

    จากข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ใช้แอปทรูมันนี่ในประเทศจีน พบว่ากลุ่มร้านค้าในหมวด Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Shanghai Disneyland, Pop Mart (ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ) และตู้คีบตุ๊กตา (Claw Machine) ซึ่งติดอันดับ Top Growing Merchants ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 49% ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรมความบันเทิงมากขึ้น และไม่ได้จำกัดการใช้จ่ายไว้เพียงหมวดอาหารหรือที่พักเท่านั้น

    ทั้งนี้จากแนวโน้มดังกล่าว ทรูมันนี่ จึงเปิดรวบรวมฟีเจอร์ด้านการท่องเที่ยวไว้ในหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” บนแอปทรูมันนี่ เพื่อยกระดับประสบการณ์เดินทางต่างประเทศให้สะดวกและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “One App, Easy Travel เที่ยวครบจบที่ทรูมันนี่” ซึ่งมี เอส–ศุภ สง่าวรวงศ์ นักแสดงและนักกีฬาที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว และแฟนคลับมาร่วมสร้างสีสันและทดลองใช้จริง พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมแบบอินเทอร์แอกทิฟเพื่อรับของรางวัลมากมายภายในงาน

    โดยทรูมันนี่ได้นำเสนอหมวดบริการ ‘ท่องเที่ยว’ บนแอปทรูมันนี่ เพื่อช่วยลดความซับซ้อนจากการต้องสลับใช้งานหลายแอปพลิเคชันระหว่างทริป ทำให้การวางแผนรวมถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยสะดวกและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นในแบบต่าง ๆ ได้แก่

    • จองง่าย ครอบคลุมการวางแผนทริปในแอปเดียว ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการจองทริป และจองบริการรถรับ-ส่ง พร้อมราคาพิเศษและโปรโมชันตลอดทั้งปี โดยมีเที่ยวบินให้เลือกมากกว่า 25,000เที่ยวบิน และที่พักกว่า 5 ล้านแห่งครอบคลุมในหลายประเทศ
    • จ่ายสะดวก ชำระเงินในต่างประเทศได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากมีภาษาไทยในระบบ ครอบคลุมหลากหลายร้านค้า
    • เน็ตพร้อม ใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้ต่อเนื่อง สมัครง่ายด้วยเบอร์เดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม มาพร้อมแพ็กเกจเน็ตและโทรที่ครอบคลุม และสามารถซื้อได้แม้อยู่ต่างประเทศ
    • ประกันคุ้ม เพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง เพียงซื้อประกันการเดินทางจากบริษัทประกันชั้นนำในแอปทรูมันนี่ ใช้เวลาเพียง 3 นาที ราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน พร้อมปรับความคุ้มครองได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

    นอกจากนี้ได้เสริมศักยภาพ Cross-border Payment ผ่านวงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลังและความร่วมมือกับ Alipay เพื่อต่อยอดจากแนวโน้มการใช้จ่ายในต่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทรูมันนี่ ยังเตรียมจับมือร่วมกับ แอสเซนด์ นาโน เปิดตัว PayNext วงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลังสำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ชูจุดแข็ง “จ่ายทีหลังได้ พร้อมไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างการเดินทาง โดยปัจจุบันฐานผู้ใช้งาน PayNext และ PayNext Extra รวมกว่า 2.7 ล้านคน และยังคงเติบโตต่อเนื่องแบบปีต่อปี (YoY) สะท้อนศักยภาพของบริการ Buy Now, Pay Later ที่พร้อมต่อยอดและขยายสู่ตลาด Cross-border Payment ในอนาคต

    การเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างทรูมันนี่และ Alipay+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อวอลเล็ตแบบรวมศูนย์ (Unified Wallet Gateway) ภายใต้ Ant International เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้านการชำระเงิน ฟินเทค และนวัตกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่ช่วยยกระดับความสะดวก ความปลอดภัย และความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ (Interoperability) สำหรับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าขยายการรองรับการชำระเงินในระดับสากลสำหรับผู้ใช้งานทรูมันนี่ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์พิเศษในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลก

    ภายใต้หมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Alipay+ Voyager ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางแบบ AI แบบครบวงจรที่ฝังอยู่ภายในแอป e-wallet ผู้ใช้งานสามารถรับคำแนะนำแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล พร้อมเข้าถึงบริการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ทันทีในที่เดียว นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังเตรียมร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้าน AI และนวัตกรรมการชำระเงินเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5640057/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jM3kKNr-b-oOET56-s9VN

  • “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” ร่วมประชุมการหารือการจัดตั้ง “อุทยานธรณีพัทลุง” ผลักดันส่งเสริมการอนุรักษ์ธรณีวิทยา พัฒนาแหล่งมรดกธรณีให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” ร่วมประชุมการหารือการจัดตั้ง “อุทยานธรณีพัทลุง” ผลักดันส่งเสริมการอนุรักษ์ธรณีวิทยา พัฒนาแหล่งมรดกธรณีให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” ร่วมประชุมการหารือการจัดตั้ง “อุทยานธรณีพัทลุง” ผลักดันส่งเสริมการอนุรักษ์ พัฒนาแหล่งมรดกธรณีให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายยงยุทธ นาควิโรจน์ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และนายวรท เทอดวีระพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดพัทลุง ร่วมในการประชุมการหารือการจัดตั้งอุทยานธรณีพัทลุง

    กรมทรัพยากรธรณี โดย สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4 และกลุ่มพัฒนาแหล่งทรัพยากรธรณี จัดประชุมหารือการจัดตั้งอุทยานธรณีพัทลุง

    ตามนโยบายและข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันพื้นที่จังหวัดพัทลุงเป็นอุทยานธรณี ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรณีวิทยา พัฒนาแหล่งมรดกธรณีให้เกิดความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นฐาน

    ในการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรบรรยาย ได้แก่ นายสุรชัย ศิริพงษ์เสถียร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารจัดการแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักการในการจัดตั้งอุทยานธรณี ตามแนวทางของ UNESCO และความสำคัญของอุทยานธรณี นายธนิต ศรีสมศักดิ์ นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4 ให้ข้อมูลเรื่องศักยภาพในการจัดตั้งอุทยานธรณีพัทลุง และ ดร.กิตติชัย ทองเติม นักบรรพชีวิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ข้อมูลเรื่องการวิจัยซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญ และความสำคัญของงานวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งอุทยานธรณีพัทลุง ทั้งความเป็นไปได้และปัญหาอุปสรรค ทั้งนี้ในที่ประชุมให้ความเห็นชอบในการที่จะร่วมผลักดันให้เกิดอุทยานธรณี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1501446&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jXfkoI6XBItjCDSqkWerm

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D580816&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rWIPhF6BusUdNmRLh_T3P

  • คนไทยใช้เงินซื้อ

    คนไทยใช้เงินซื้อ

    การฟื้นตัวของการเดินทางต่างประเทศในปี 2569 กำลังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยอย่างชัดเจน แม้เศรษฐกิจยังมีความผันผวน แต่ความต้องการเดินทางกลับมาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

    ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ในปี 2567 คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกว่า 4.3 แสนล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นค่าอาหารและที่พัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายขนาดเล็กหรือ Micro-transactions อย่างการชอปปิงคิดเป็น 14% และค่าเดินทาง 13% สะท้อนว่าการใช้จ่ายระหว่างทริปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายการหลักเท่านั้น

    แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของทรูมันนี่ ซึ่งพบว่าการชำระเงินในต่างประเทศผ่านแอปเติบโตกว่า 45% ในปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนการใช้งานในประเทศจีนสูงถึง 82% ขณะเดียวกัน ประเทศอื่น ๆ รวมกันเติบโตถึง 157% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนโอกาสของตลาด Cross-border Payment ที่ยังขยายตัวได้อีกมาก

    พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนจากจ่ายทั่วไปสู่จ่ายเพื่อประสบการณ์

    ข้อมูลเชิงลึกในประเทศจีนพบว่า หมวดร้านค้า Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่น โดยร้านค้าอย่าง Shanghai Disneyland รวมถึงร้านสินค้าอัตโนมัติอย่าง Pop Mart และตู้คีบตุ๊กตา มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 49%

    แนวโน้มนี้สะท้อนว่า นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากขึ้น ไม่ได้จำกัดการใช้จ่ายเพียงที่พักหรืออาหารอีกต่อไป ขณะเดียวกัน ปริมาณผู้ใช้งานรายเดือนในหมวดบริการด้านท่องเที่ยวของทรูมันนี่เพิ่มขึ้นกว่า 75% และกว่า 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ สัดส่วนผู้ใช้งานไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลุ่มอายุ 23–39 ปีคิดเป็น 47% ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปมีถึง 43% แสดงให้เห็นว่าการชำระเงินดิจิทัลระหว่างเดินทางเริ่มกลายเป็นพฤติกรรมกระแสหลัก

    จาก e-Wallet สู่ Travel Companion

    จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดน ทรูมันนี่จึงรวบรวมบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไว้ในหมวดเดียวภายในแอป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดการทั้งการจองและการใช้จ่ายได้ในแพลตฟอร์มเดียว

    บริการครอบคลุมตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินมากกว่า 25,000 เที่ยวบิน ที่พักกว่า 5 ล้านแห่ง การซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ไปจนถึงประกันการเดินทาง ซึ่งราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน และสามารถปรับความคุ้มครองได้ตามต้องการ

    นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมขยายบริการวงเงิน “ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง” สำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับบริษัทในเครือ โดยปัจจุบันฐานผู้ใช้งานบริการลักษณะ Buy Now, Pay Later รวมกว่า 2.7 ล้านราย ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มมองหาความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างเดินทางมากขึ้น

    ความร่วมมือกับ Alipay+ และการใช้ AI

    การพัฒนาหมวดท่องเที่ยวครั้งนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ Alipay+ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อวอลเล็ตระดับสากล ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินในต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายในแอปยังมีระบบผู้ช่วยวางแผนการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้ชื่อ Alipay+ Voyager เพื่อให้คำแนะนำด้านการเดินทางแบบเฉพาะบุคคล และเชื่อมต่อบริการที่เกี่ยวข้องในจุดเดียว

    เกมใหม่ของ Fintech ไทยในตลาดข้ามพรมแดน

    ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่าทรูมันนี่กำลังขยับจากการเป็นผู้ให้บริการชำระเงิน ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเดินทางกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้จ่ายดิจิทัล การเติบโตของธุรกรรมในต่างประเทศกว่า 45% ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขระยะสั้น แต่กลายเป็นแรงผลักให้บริษัทต่อยอดบริการในแนวราบ (horizontal expansion) ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนทริป การใช้จ่าย ไปจนถึงการบริหารสภาพคล่อง

    ท่ามกลางการแข่งขันในตลาด e-Wallet และ Fintech การขยายไปสู่บริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรอาจกลายเป็นหนึ่งใน Growth Engine ใหม่ของธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่การเดินทางและดิจิทัลเพย์เมนต์กำลังหลอมรวมเป็นพฤติกรรมเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

    นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของธุรกรรมในต่างประเทศกว่า 45% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางกำลังเชื่อมโยงกับดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เราครองสัดส่วนการใช้งานถึง 82% ขณะเดียวกัน ตลาดอื่น ๆ ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด เราจึงต่อยอดความแข็งแกร่งด้าน Cross-border Payment สู่การเป็น Travel Companion ด้วยการรวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวไว้ในหมวดบริการเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนและใช้จ่ายเรื่องท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจรผ่านแอปทรูมันนี่ โดยเรามุ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยลดความซับซ้อนของการเดินทาง และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้จ่ายสำหรับนักเดินทางไทยในยุคดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดนในระยะยาว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/news/truemoney-overseas-growth-45pct&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25AESNYp3gjigZ7d5o8Vm0

  • เศรษฐกิจไทย ม.ค. 69 ขยายตัว จากส่งออก-ท่องเที่ยว ลุ้น ก.พ. โตได้ต่อ

    เศรษฐกิจไทย ม.ค. 69 ขยายตัว จากส่งออก-ท่องเที่ยว ลุ้น ก.พ. โตได้ต่อ

    นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจและการเงิน เดือนมกราคม 2569 ว่า ขยายตัวจากเดือนก่อน จากแรงหนุนการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น 23.6% โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมไปถึงการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับและ การส่งออกหมวดปิโตรเลียม 

    นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นทั้งจำนวนและรายรับของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อย่าง นักท่องเที่ยวจีน ที่เริ่มกลับเข้ามา

    ที่มา : ธปท.
    นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.

    รวมถึงนักท่องเที่ยวในระยะไกล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสหรัฐและอังกฤษ ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.3 ล้านคน และมีรายได้ในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น 9.0% จาก -2.2% ในเดือนธันวาคม 2568 

    อีกทั้งแรงหนุน จากการลงทุนภาคเอกชน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจในเดือนมกราคมขยายตัว โดยเฉพาะการเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 ในสิ้นเดือนมกราคม ทำให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

    ส่วนของการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะรายจ่ายประจำที่ขยายตัวต่อเนื่องจากการเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งและลงประชามติ แต่การใช้จ่ายลงทุนของรัฐบาลเริ่มชะลอลงหลังจากเร่งเบิกจ่ายไปในเดือนก่อนหน้า 

    ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ระบุว่า ติดลบมากขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จาก -0.28% มาอยู่ที่ -0.66%  จากการลดลงของหมวดอาหารสดและพลังงานโดยเฉพาะโดยเฉพาะราคาน้ำมัน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวจากเดือนก่อน จาก 0.59% อยู่ที่ 0.60% 

    สำหรับสถานการณ์ค่าเงิน ระบุว่า โดยเฉลี่ยในเดือนมกราคมเฉลี่ยปรับแข็งค่าขึ้น จากปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้ง การอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์สหรัฐ ที่เป็นปัจจัยหลักและความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าและภาษีของสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ ราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้น และการเมืองภายในประเทศที่อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าและทรงตัวในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ

    โดย ธปท. ยืนยันว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเข้าไปแทรกแซงดูแลเรื่องค่าเงินบาทเพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อที่จะให้ประเทศไทยได้เปรียบทางการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งแต่อย่างใด ดังนั้น การดำเนินงานของ ธปท. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่น่าจะเข้าข่ายเป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน หรือ Currency manipulation ตามเกณฑ์กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ตามที่หลายฝ่ายเกิดความกังวล 

    สำหรับแนวโน้ม ของเศรษฐกิจระยะต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นางปราณี กล่าวว่า มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง หลังจากแรงส่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐสิ้นสุด เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส และ มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 3.0 รวมถึงแรงส่งของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐที่เริ่มจะชะลอลงเช่นเดียวกัน

    อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ยังได้แรงส่งจากการส่งออกสินค้า ที่คาดว่า ยังขยายตัวได้ดีโดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ จากการนำเข้าที่สูงในเดือนมกราคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ ที่จะนำไปสู่การผลิตเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น รวมถึงเห็นได้จากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ตามความเชื่อมั่นธุรกิจในภาคการผลิต

    อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจจะยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน เช่น ต้นทุนการผลิตสูง การปรับราคาสินค้าได้ยาก และการแข่งขันในประเทศรุนแรง เป็นต้น 

    จากความท้าทายเหล่านี้ ธปท. จึงเสนอว่าควรมีการปรับเงื่อนไขเพื่อให้ผู้ผลิตไทยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตมากขึ้น หลังจากที่พบว่าการส่งออกในปีที่ผ่านมาขยายตัวถึง 12.7%  แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยในปีที่ผ่านมากลับไม่ขยายตัวเลย แสดงให้เห็นว่า การผลิตของไทยยังไม่ได้รับผลประโยชน์มากนักจากการส่งออกที่ขยายตัว ดังนั้น รัฐบาล ควรมีการกำหนดเงื่อนไขที่ให้มีการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ หรือ Local Content มากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตหรือซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้เศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์คาดว่าจะได้รับแรงส่ง จากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ในกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้ เช่น นักเที่ยวจีน ที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นช่วงเทศกาลตรุษจีน 

    ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ยังคงเป็นความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและภาษีของสหรัฐ แม้ในเบื้องต้นประเทศไทยอาจจะได้รับประโยชน์จากการที่ภาษีถูกปรับลดลงมาอยู่ในอัตรา 15% จากเดิมที่ 19% ซึ่งอาจทำให้มีการเร่งส่งออกมากขึ้นในระยะแรก แต่จะทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนมากขึ้นในระยะต่อไปเนื่องจากยังไม่ชัดเจน ว่าประธานาธิบดีสหรัฐ จะใช้มาตรการทางภาษีอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น มาตรา 301 และมาตรา 232 เป็นต้น 

    อีกทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ และความต่อเนื่องของการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งต้องติดตามดูว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังเข้ามาเพิ่มขึ้นหรือไม่หลังจากหมดเทศกาลตรุษจีน และยังต้องติดตามเรื่องของกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่าจะล่าช้าเพียงใดรวมถึงมาตรการภาครัฐที่จะออกมาหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/269669&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0APtafRvEQtuATbKvLM0K7

  • นายกฯ เตรียมขึ้นเหนือ จังหวัดแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล้านนา

    นายกฯ เตรียมขึ้นเหนือ จังหวัดแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล้านนา

    นายกฯ เตรียมขึ้นเหนือ จังหวัดแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล้านนา

    (26 กุมภาพันธ์ 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเดินทางไปยังจังหวัดแพร่ เปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โดยมีนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมงาน

    สำหรับการจัดงาน “ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะร่วมประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา พบปะประชาชน และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดแพร่

    นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาทิ การประกวดตุงมงคล การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา รวมถึงกิจกรรมขึ้นธาตุช่อแฮ เสริมบุญหนุนนำ สู่ความสำเร็จ ชัยชนะโชติช่วงชัชวาล การกราบสักการะ พระธาตุช่อแฮ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ พร้อมขอพรจากหลวงพ่อพระเจ้าทันใจ อายุ 100 ปี และตื่นตากับขบวนแห่เครื่องสักการะอันยิ่งใหญ่ ประกอบด้วยขบวนช้างจำนวน 5 เชือก ขบวนแห่เครื่องสักการะจาก 8 อำเภอ จังหวัดแพร่ ขบวนแห่ชุมชนยลวิถี และพิธีอาราธนาพระมหาอุปคุต

    “การจัดงาน “ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569” สะท้อนถึงการใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อให้จังหวัดแพร่ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/67276&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17ElhMMxpH4uasbC_CQEuO

  • เปิด 15 อันดับ ประเทศที่ถูกร้อง “แท็กซี่โกง” มากสุดของโลก ไทยก็ติด สูงด้วย!

    เปิด 15 อันดับ ประเทศที่ถูกร้อง “แท็กซี่โกง” มากสุดของโลก ไทยก็ติด สูงด้วย!

    ผลสำรวจสะเทือนภาพลักษณ์ท่องเที่ยว  ไทยติดอันดับชาติที่ถูกต่างชาติร้องเรียน “แท็กซี่โกง” มากที่สุด TOP 3 ชี้ปัญหา เอาเปรียบโผล่เพียบ

    กลายเป็นข้อมูลที่สร้างความกังวลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เมื่อ ออล์เคลียร์ (AllClear) บริษัทประกันภัยการเดินทางชื่อดังจากสหราชอาณาจักร เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นและโพสต์บนโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับพฤติกรรมการให้บริการของรถแท็กซี่ใน 15 ประเทศทั่วโลก พบว่า ประเทศไทยติดอันดับ 3 ของประเทศที่มีการร้องเรียนเรื่องการฉ้อโกงจากคนขับแท็กซี่มากที่สุด รองจากตุรกี และอินเดีย

    สำรวจมากกว่า 30,000 ความเห็น ไทยติด Top 3 โลก

    รายงานดังกล่าววิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ใช้บริการแท็กซี่กว่า 30,000 รายการ โดยจัดอันดับประเทศที่มีการร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ ตุรกี อินเดีย ไทย เวียดนาม อียิปต์ ออสเตรเลีย เม็กซิโก โมร็อกโก สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส โคลอมเบีย ฟิลิปปินส์ อิตาลี และนอร์เวย์

    การที่ประเทศไทยติดอันดับต้น ๆ สะท้อนให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเคยพบประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการใช้บริการแท็กซี่ โดยเฉพาะพฤติกรรมเอาเปรียบด้านค่าโดยสาร

    เปิด 5 พฤติกรรมยอดฮิต ที่ต่างชาติร้องเรียนหนัก

    ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า พฤติกรรมที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด คือ การปฏิเสธเปิดมิเตอร์ และเรียกเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย แม้เป็นระยะทางสั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีกรณีคนขับรีบหยิบสัมภาระผู้โดยสารไปใส่ท้ายรถ เพื่อกดดันให้ตกลงใช้บริการในราคาที่สูง

    ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวยังพบการอ้างว่าไม่สามารถโอนเงินได้ หรือไม่มีเงินทอน ทำให้ต้องจ่ายเงินเกินจริง รวมถึงพฤติกรรมขับอ้อมเส้นทางเพื่อเพิ่มค่าโดยสาร และการเรียกรถนอกระบบบริเวณสนามบิน ที่มักคิดราคาแพงกว่าปกติ

    รายได้จริงเหลือไม่มาก หนึ่งในแรงกดดันของคนขับ

    ข้อมูลจากการศึกษาโดยกรมการขนส่งทางบก และ TDRI ระบุว่า แม้คนขับแท็กซี่จะมีรายรับรวมประมาณ 1,500–1,600 บาทต่อวัน แต่เมื่อหักค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว จะเหลือรายได้สุทธิเพียงประมาณ 350–450 บาทต่อวันเท่านั้น

    หากรับงานผ่านแอปพลิเคชันร่วมด้วย อาจเพิ่มรายได้เป็นประมาณ 900 บาทต่อวัน แต่ต้องทำงานหนักมากขึ้น เนื่องจากอาชีพนี้ไม่มีรายได้ประจำ และไม่ได้รับสวัสดิการเหมือนพนักงานทั่วไป

    ปัญหาเรื้อรัง กระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    รายได้ที่ไม่แน่นอน และสภาพการจราจรที่ติดขัด ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนขับบางส่วนเลือกใช้วิธีเรียกเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย เพื่อเพิ่มรายได้ต่อเที่ยว แม้วิธีดังกล่าวจะเป็นการเอาเปรียบผู้โดยสาร และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

    ผลสำรวจนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญ ที่สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานบริการแท็กซี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9875582/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-W_r9fPLisVOIqHL1HL3s